เจ้าหญิงมารี หลุยส์แห่งชเลสวิก-โฮลชไตน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
เจ้าหญิงมารี หลุยส์แห่งชเลสวิก-โฮลชไตน์เมื่อมีพระชนมายุ 19 ปี

เจ้าหญิงมารี หลุยส์ หรือพระนามเต็ม ฟรันซิสกา โยเซฟา หลุยส์ ออกัสตา มารี คริสตินา เฮเลนา (พระอิสริยยศแบบเดิม เจ้าหญิงมารี หลุยส์แห่งชเลสวิก-โฮลชไตน์ (อังกฤษ: Princess Marie Louise of Schleswig-Holstein, VA, CI, GCVO, GBE, RRC; 12 สิงหาคม พ.ศ. 2415 - 8 ธันวาคม พ.ศ. 2499) ทรงเป็นสมาชิกในพระราชวงศ์อังกฤษ โดยเป็นพระราชนัดดาในสมเด็จพระบรมราชินีนาถวิกตอเรีย

ชีวิตในวัยเยาว์[แก้]

เจ้าหญิงมารี หลุยส์ประสูติ ณ ตำหนักคัมเบอร์แลนด์ ในราชอุทยานวินด์เซอร์ พระชนกของพระองค์คือ เจ้าชายคริสเตียนแห่งชเลสวิก-โฮลชไตน์ พระโอรสองค์ที่สามในดยุคคริสเตียน ออกุสต์แห่งชเลสวิก-โฮลชไตน์ และเคานท์เตสหลุยส์แห่งเดนส์คโยลด์-ซัมซอเอ ส่วนพระชนนีคือ เจ้าหญิงเฮเลนา พระราชธิดาพระองค์ที่สามและห้าในสมเด็จพระบรมราชินีนาถวิกตอเรีย และ เจ้าฟ้าชายอัลเบิร์ตแห่งแซ็กซ์-โคบูร์กและก็อตธา พระชนกและพระชนนีของเจ้าหญิงประทับอยู่ในประเทศอังกฤษ พระองค์ทรงเป็นสมาชิกองค์หนึ่งของพระราชวงศ์อังกฤษ ตามพระราชหัตถเลขาในปี พ.ศ. 2409 มีผลให้เจ้าหญิงทรงดำรงพระอิสริยยศ พระองค์หญิงมารี หลุยส์แห่งชเลสวิก-โฮลชไตน์ (Her Highness Princess Marie Louise of Schleswig-Holstein) พระองค์ทรงเข้ารับศีลจุ่มเมื่อวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2415 โดยมีพ่อและแม่ทูนหัวคือ สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งออสเตรีย และ สมเด็จพระราชินีแห่งฮาโนเวอร์

อภิเษกสมรส[แก้]

เจ้าหญิงอภิเษกสมรสวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2434 ณ โบสถ์เซนต์จอร์จ ปราสาทวินด์เซอร์ กับ เจ้าชายอาริเบิร์ตแห่งอันฮัลต์ (18 มิถุนายน พ.ศ. 2409 - 24 ธันวาคม พ.ศ. 2476) เจ้าชายอาริเบิร์ตเป็นพระโอรสพระองค์ที่สามในเจ้าชายเลโอโพลด์ ดยุคแห่งอันฮัลต์ กับ เจ้าหญิงอ็องตัวเน็ตแห่งแซ็กซ์-อัลเต็นบูร์ก สมเด็จพระจักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 2 แห่งเยอรมนี ซึ่งเป็นพระญาติชั้นที่หนึ่งของเจ้าหญิง ทรงเป็นสื่อสำคัญในการจัดการอภิเษกสมรส

อย่างไรก็ตาม การอภิเษกสมรสครั้งนี้ไม่มีความสุขและไม่มีพระโอรสและธิดา (อีกหลายปีจากข้อเท็จจริงดังกล่าว เป็นที่สงสัยว่าเจ้าชายอาริเบิร์ตทรงชอบเพศเดียวกันและทรงถูกเจ้าหญิงมารี หลุยส์และพระชนกจับได้ว่าอยู่กับมหาดเล็กนายหนึ่งบนแท่นบรรทม) ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2443 พระสัสสุระของเจ้าหญิงก็ทรงใช้ราชสิทธิ์ในฐานะที่ทรงเป็นดยุคครองนครแห่งอันฮัลต์ในการล้มเลิกการอภิเษกสมรส เจ้าหญิงมารี หลุยส์ซึ่งทรงอยู่ระหว่างการเสด็จเยือนประเทศแคนาดาอย่างเป็นทางการก็รีบเสด็จกลับประเทศอังกฤษทันที ตามบันทึกความทรงจำของพระองค์ เจ้าหญิงทรงถือว่าการปฏิญาณในพิธีอภิเษกสมรสเป็นการผูกมัดบุคคลสองคนเข้าด้วยกัน จึงมิทรงคิดถึงการอภิเษกสมรสครั้งใหม่ อย่างไรก็ตาม บันทึกของพระองค์ยังชี้ให้เห็นถึงความเดือดดาลในประสบการณ์การอภิเษกสมรสและความเกลียดชังอดีตพระสวามี[1] ถึงกระนั้นยังมีเพื่อนสนิทชายในเชิงชู้สาวอยู่เป็นเวลาหลายปีเช่นกัน

พระกรณียกิจ[แก้]

หลังจากการล้มเลิกการอภิเษกสมรสแล้ว เจ้าหญิงมารี หลุยส์ทรงอุทิสพระองค์ให้กับองค์กรการกุศลและการเป็นอุปถัมภกในงานศิลปะต่างๆ พระองค์ทรงผลักดันให้สร้างบ้านตุ๊กตาของพระราชินีแมรีขึ้นเพื่อเป็นการจัดแสดงผลงานของช่างฝีมือชาวอังกฤษ พระองค์ทรงก่อตั้งสมาคมสตรีในเมืองเบอร์มอนด์เซย์เพื่อใช้เป็นสถานพยาบาลช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 นอกจากนี้ยังทรงมีส่วนร่วมในงานของสถานพยาบาลเจ้าหญืงคริสเตียนที่เมืองวินด์เซอร์อีกด้วย

สงครามโลกครั้งที่ 1[แก้]

ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2460 เมื่อสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 ทรงเปลี่ยนชื่อพระราชวงศ์อังกฤษจากราชวงศ์แซ็กซ์-โคบูร์กและก็อตธาเป็นราชวงศ์วินด์เซอร์ ในนามของพระญาติและพระกนิษฐภรรดาซึ่งทรงมีสัญชาติอังกฤษ พระองค์ได้ทรงถอดถอนพระอิสริยยศ ฐานันดรศักดิ์ และราชสกุลเยอรมันต่างๆ ออกทั้งหมด เจ้าหญิงมารี หลุยส์และเจ้าหญิงเฮเลนา วิกตอเรีย พระภคินีที่ไม่ได้อภิเษกสมรสของพระองค์ ซึ่งไม่เคยใช้พระอิสริยยศหรือราชสกุลอื่น ทรงเป็นที่รู้จักเพียงแค่ว่า "พระองค์หญิงมารี หลุยส์" และ "พระองค์หญิงเฮเลนา วิกตอเรีย" ซึ่งทำให้มีลักษณะเด่นที่แปลกไปจากการเป็นเจ้าหญิง เพราะมิได้เป็นสมาชิกในราชวงศ์ใดเลย วิธีการนี้แตกต่างไปจากของพระญาติองค์อื่นในสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 ซึ่งได้ทรงสละฐานันดรศักดิ์ทั้งหมด ไม่เพียงแต่ราชทินนามเยอรมัน แต่ยังได้พระยศของผู้ดีชาวอังกฤษมาด้วย ดังเช่นนั้นเจ้าหญิงมารี หลุยส์และพระภคินีควรจะต้องทรงเป็น "เลดี้ มารี หลุยส์ ราชสกุลใหม่" และ "เลดี้ เฮเลนา วิกตอเรีย ราชสกุลใหม่" แม้ว่าพระอิสริยยศของทั้งสองพระองค์จะตกทอดมาจากราชทินนามของพระชนกและชนนีเป็นแบบอังกฤษ ดังที่สมเด็จพระบรมราชนาถวิกตอเรียทรงแต่งตั้งให้ แต่ก็มิได้ทรงเป็นเจ้าหญิงแห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม สภาพที่ยังไม่ได้อภิเษกสมรสทำให้สภาวการณ์ของทั้งสองพระองค์เป็นที่น่าอึดอัด[2] จึงเป็นการง่ายกว่าที่ให้ทรงคงสถานภาพเจ้าหญิงไว้ขณะที่หลบเลี่ยงข้อสงสัยเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกในราชวงศ์หนึ่งไปด้วย

ปลายพระชนม์ชีพ[แก้]

เจ้าหญิงมารี หลุยส์ทรงร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่มหาวิหารเวสต์มินส์เตอร์สี่ครั้งคือ สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 และ สมเด็จพระราชินีอเล็กซานดรา ในปี พ.ศ. 2445 สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 และ สมเด็จพระราชินีแมรี ในปี พ.ศ. 2454 สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 และ สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ ในปี พ.ศ. 2480 และสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในปี พ.ศ. 2496 ในปี พ.ศ. 2499 พระองค์ทรงพิมพ์ "บันทึกความทรงจำในหกรัชกาล" (My Memories of Six Reigns) จากนั้นอีกไม่กี่เดือน พระองค์ได้สิ้นพระชนม์ ณ ที่ประทับในกรุงลอนดอน เลขที่ 10 ฟิตซ์มอริสเพลซ จัตุรัสเบิร์คเลย์ และพระศพฝังอยู่ที่สุสานหลวงฟร็อกมอร์ พระราชอุทยานวินด์เซอร์ สิริรวมพระชนมายุ 84 พรรษา

พระอิสริยยศและเครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

พระอิสริยยศ[แก้]

  • พ.ศ. 2415 - พ.ศ. 2434: พระองค์หญิงมารี หลุยส์แห่งชเลสวิก-โฮลชไตน์ (Her Highness Princess Marie Louise of Schleswig-Holstein)
  • พ.ศ. 2434 - พ.ศ. 2443: พระองค์หญิงอาริเบิร์ตแห่งอันฮัลต์ (Her Highness Princess Aribert of Anhalt)
  • พ.ศ. 2443 - พ.ศ. 2460: พระองค์หญิงมารี หลุยส์แห่งชเลสวิก-โฮลชไตน์ (Her Highness Princess Marie Louise of Schleswig-Holstein)
  • พ.ศ. 2460 - พ.ศ. 2499: พระองค์หญิงมารี หลุยส์ (Her Highness Princess Marie Louise)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์แห่งจักรวรรดิอังกฤษชั้นที่ 1 (Dame Grand Cross of the Order of the British Empire)
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์ราชวิกตอเรีย ชั้นที่ 1 (Dame Grand Cross of the Royal Victorian Order)
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์วิกตอเรียและอัลเบิร์ต ชั้นที่ 1 (Lady of the Order of Victoria and Albert)
  • เครื่องราชอิสริยาภรณ์มหามงกุฎแห่งอินเดีย ชั้นที่ 1 (Lady of the Order of the Crown of India)

อ้างอิง[แก้]

  1. รายละเอียดในการยุติการอภิเษกสมรสของเจ้าหญิงมารี หลุยส์และเจ้าชายอาริเบิร์ตยังไม่แน่ชัด ในหนังสือ Almanach de Gotha ฉบับปี พ.ศ. 2446 กล่าวว่าทั้งสองพระองค์ทรงหย่าร้างกันในวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2443 ส่วนในหนังสือ Whitaker's Alamanac ฉบับปี พ.ศ. 2447 ก็กล่าวว่า "การสมรสสิ้นสุดลงโดยความประสงค์ร่วมกันตามกฎหมายครอบครัวฉบับใหม่ของราชวงศ์ดยุคนั้น" มาร์ลีน เอ. ไอเลอร์ นักวงศ์วานวิทยาราชวงศ์รายงานว่าเจ้าชายอาริเบิร์ตทรงถูกเห็นขณะทำประเจิดประเจ้อกับบุรุษอีกคนหนึ่ง สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 พระมาตุลาทรงสรุปเหตุการณ์ในครั้งนี้ โดยตรัสว่า "โธ่ หลุยส์ที่น่าสงสาร หล่อนกลับมาแบบสาวบริสุทธิ์เหมือนตอนที่ไปเลย"
  2. ในฐานะที่เป็นพระนัดดาในดยุคครองนครแห่งชเลสวิก-โฮลชไตน์ ผ่านทางพระโอรส เจ้าหญิงเฮเลนา วิกตอเรียจะต้องทรงมีฐานันดรศักดิ์ชั้น "Serene Highness" อย่างไรก็ดีในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2409 สมเด็จพระบรมราชินีนาถวิกตอเรียพระราชทานฐานันดรศักดิ์ชั้น "Highness" ให้แก่พระโอรสธิดาอันประสูติแต่เจ้าชายและเจ้าหญิงคริสเตียนแห่งชเลสวิก-โฮลชไตน์ นอกจากนั้นพระโอรสและธิดาก็ยังคงเป็นเจ้าชายหรือเจ้าหญิงแห่งชเลสวิก-โฮลชไตน์ และฐานันดรศักดิ์ Highness สามารถใช้ได้แค่ในประเทศอังกฤษ ไม่ใช่ประเทศเยอรมนี ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2460 ประกาศในข่าวพระราชสำนักได้มีพระราชโองการหนึ่งจัดเตรียมไว้เพื่อพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระญาติทั้งสองเลิกใช้ "แห่งชเลสวิก-โฮลชไตน์-ซอนเดอร์บูร์ก-ออกัสเต็นบูร์ก" ในพระอิสริยยศของพระองค์ อย่างไรก็ตามยังไม่มีพระราชโองการใดจัดเตรียมไว้ในการนี้เลยและทั้งสองพระองค์ไม่ได้ทรงรับพระราชทานพระอิสริยยศเจ้าหญิงแห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์อย่างเป็นทางการด้วย
  • Marlene A. Eilers, Queen Victoria’s Descendants (Rosvall Royal Books, Falköping, 2nd Edition, 1997).
  • Ronald Allison and Sarah Riddell, eds., The Royal Encyclopedia (London: Macmillan, 1992).
  • Princess Marie Louise (née Princess of Schleswig-Holstein-Sonderburg-Augustenberg), My Memories of Six Reigns (London: Evans Brothers, 1956).
  • "Obituary: Princess Marie Louise, Patron of Social Services," The Times 10 ธันวาคม พ.ศ. 2499, หน้า 14.