ข้ามไปเนื้อหา

เกมคน เหนือคม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เกมคน เหนือคม
Protégé
กำกับเอ๋อ ตงซิน
เขียนบทเอ๋อ ตงซิน
อำนวยการสร้างปีเตอร์ ชาน
เอ๋อ ตงซิน
นักแสดงนำแดเนียล วู
หลิว เต๋อหัว
กู่ เทียนเล่อ
จาง จิงซู
หยวน หย่งอี้
นิรุตต์ ศิริจรรยา
ดนตรีประกอบปีเตอร์ กัม
ผู้จัดจำหน่ายกาล่า ฟิล์ม ดิสทริบิวชั่น
(ฮ่องกง)
สหมงคลฟิล์ม
(ไทย)
วันฉาย13 กุมภาพันธ์ 2007
(ฮ่องกง)
15 กุมภาพันธ์ 2007
(สิงคโปร์)
10 พฤษภาคม 2007
(ไทย)
ความยาว111 นาที
ประเทศฮ่องกง
สิงคโปร์
จีน
อังกฤษ
สหรัฐอเมริกา
ภาษากวางตุ้ง
ไทย
ทำเงิน27 ล้านเหรียญฮ่องกง (HKD)

เกมคน เหนือคม (อังกฤษ: Protégé, จีนตัวเต็ม: 門徒, จีนตัวย่อ: 门徒, พินอิน: Mén Tú) ภาพยนตร์แอ๊คชั่นทริลเลอร์สัญชาติฮ่องกง-สิงคโปร์ นำแสดงโดย แดเนียล วู, หลิว เต๋อหัว, กู่ เทียนเล่อ, จาง จิงซู, หยวน หย่งอี้ กำกับโดย เอ๋อ ตงซิน

เนื้อเรื่อง

[แก้]

นิค เจ้าหน้าที่สายลับได้ใช้เวลาตลอด 7 ปีที่ผ่านมาในการแทรกซึมเข้าไปถึงแกนกลางของแก๊งค้ายาเสพติด โดยเริ่มจากพ่อค้ายาข้างถนน จนไต่ขึ้นไปถึงตำแหน่งผู้จัดการคุมการขนส่งสินค้าของหลินคุน – พ่อค้าเฮโรอีนรายใหญ่ เมื่อหลินคุนที่กำลังป่วยเลือกให้นิคเป็นคนสนิท นิคก็ไม่อาจต้านทานอิทธิพลของเงินและอำนาจได้ และทำหน้าที่ของตนราวกับเป็นพ่อค้ายาเสพติดตัวจริง ประกอบกับสัมพันธ์ลับระหว่างเขากับเฟิง หญิงสาวที่ติดเฮโรอีน ทำให้นิคยิ่งสับสนในตัวตนของตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ และท้ายที่สุดก็พาไปสู่จุดจบที่เลวร้าย

ภาพยนตร์เปิดฉากด้วยเหตุการณ์ในอพาร์ตเมนต์เก่าทรุดโทรมอันมืดเปลี่ยว เผยให้เห็นหญิงเสพเฮโรอีนที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากร่วมกับลูกสาวตัวน้อยของเธอ จากนั้นเรื่องราวตัดเข้าสู่มุมมองของนิค ผู้กำลังเผชิญกับความโดดเดี่ยวหลังเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจสายลับ เขานึกย้อนถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่นำพาให้เขากลายเป็นคนว่างเปล่า

ช่วงท้ายของภาพยนตร์ นิคสามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้มากพอที่จะจับหลินคุนได้ อย่างไรก็ตาม หลินคุนตระหนักว่าเขาไม่มีทางรอดแล้วจึงฆ่าตัวตาย ทำให้นิคตกใจ เพราะหลินคุนได้มอบความไว้วางใจต่อนิคอย่างมาก เปรียบเสมือนกับคนในครอบครัว นอกจากนี้ เขาพบว่าเฟิง ซึ่งเขาได้ดูแลตลอดทั้งเรื่อง เสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาด โดยเขาค้นพบร่างของเธอที่มีหนูอยู่บนตัว จากความสะเทือนใจนี้ ทำให้นิคสภาพจิตใจย่ำแย่ นิคสาบานว่าจะเอาคืนและรู้ว่าสามีของเฟิงที่ติดยา ต้องรับผิดชอบต่อการตายของเธอ เขาจึงหลอกสามีของเฟิงไปทำการขนยาที่สิงคโปร์ และเมื่อถึงท่าอากาศยานนานาชาติชางงี นิคก็วางกับดักร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรสิงคโปร์เพื่อจับตัวสามีของเฟิงทันที จากนั้นนิคจึงแจ้งกับสามีของเฟิงอย่างเย็นชา ว่ามันจบแล้ว และเขาจะได้รับโทษประหารชีวิตตามกฎหมายของสิงคโปร์ จากนั้นนิคจึงกลับไปยังฮ่องกง แต่เขาได้รับผลกระทบจากการตายของหลินคุนและเฟิง เขาคิดจะเสพยาเอง และก่อนที่เขาจะทำ ลูกสาวของเฟิงเข้ามาและทิ้งยาออกไป พร้อมเตือนว่าเขายังมีบางสิ่งให้มีชีวิตอยู่ต่อ

นักแสดง

[แก้]

เบื้องหลังและการเข้าฉาย

[แก้]

Protégé เป็นภาพยนตร์ทริลเลอร์ที่ผลิตร่วมกันระหว่างฮ่องกงและสิงคโปร์ ร่วมด้วยจีน, อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ได้มีนักแสดงในระดับซูเปอร์สตาร์ของฮ่องกงร่วมแสดงมากมาย โดยที่ หลิว เต๋อหัว ได้มีชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยมจากรางวัลภาพยนตร์ฮ่องกงครั้งที่ 27 ด้วย และได้รับรางวัลไป อีกทั้งภาพยนตร์ยังมีชื่อเข้าชิงในหลายสาขาที่สำคัญ ๆ อาทิ ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม, ผู้กำกับฯยอดเยี่ยม, นักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม, นักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม, กำกับภาพยอดเยี่ยม เป็นต้น[1]

ภาพยนตร์ได้รับเสียงวิจารณ์ว่า ผู้กำกับฯ คือ เอ๋อ ตงซิน ต้องการตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงมีผู้ติดยาเสพย์ติด เพราะความเหงาหรือความเปล่าเปลี่ยว หรือเพราะความอ่อนแอของตัวเอง ขณะที่การแสดงของหลิว เต๋อหัว สามารถแย่งความเด่นไปจากแดเนียล วู ไปได้ทั้งหมด รวมถึง นิรุตต์ ศิริจรรรยา ที่รับบทเป็นนายพลเจ้าของไร่ฝิ่นชาวไทยที่สามเหลี่ยมทองคำ ยังได้แทรกข้อมูลตามรายงานของสหประชาชาติว่า ความนิยมในเฮโรอีนกำลังจะหมดลง โดยจะหันไปนิยมเสพย์ยาอีกันมากขึ้น และเป็นผู้บอกให้หลินคุนวางมือเสีย ซึ่งถือว่าเป็นบทที่เรียกเสียงฮือฮาให้แก่ผู้คนได้พอสมควร อีกทั้งคงไม่มีใครคาดถึงว่าผู้พ่อค้ายาเสพย์ติดจะมีสำนึกดีอย่างนี้ ในขณะที่บรรยายกาศของเรื่องดำเนินไปด้วยความหดหู่ ก็ยังมีบทแทรกของตัวละคร เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ลูกสาวของอาเฟิงที่เข้ามาเพิ่มความสดใสในแก่ภาพยนตร์ โดยเธอเป็นตัวละครที่มีสำนึกที่ดี แม้ทั้งพ่อและแม่จะติดยาฯอย่างหนักก็ตาม[2]

ภาพยนตร์ได้ฉายในโรงภาพยนตร์ในประเทศไทยวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 โดย สหมงคลฟิล์ม และฉายทางโทรทัศน์ 2 ครั้ง ครั้งแรกในวันศุกร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2554 ในเวลา 08.25 น. และครั้งที่ 2 ในวันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ทางช่อง 7 ในเวลา 03.25 นาที[3]

อ้างอิง

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]