ฮอนด้า ซีอาร์-วี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฮอนด้า ซีอาร์​-วี
2017 Honda CR-V front 4.11.18.jpg
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตฮอนด้า
เริ่มผลิตเมื่อ2538–ปัจจุบัน​
รุ่นปี2540–ปัจจุบัน​
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถยนต์​นั่ง​เอนกประสงค์​สมรรถนะ​สูงขนาดเล็ก (Compact SUV)
รูปแบบตัวถัง5 ประตู เอสยูวี
โครงสร้างขับเคลื่อน​ล้อ​หน้า
ขับเคลื่อนสี่ล้อ

ฮอนด้า ซีอาร์-วี (อังกฤษ: Honda CR-V) เป็นรถยนต์เอนกประสงค์สมรรถนะสูงขนาดเล็ก หรือ Compact SUV (SUV ย่อมาจาก Sport Utility Vehicle) ที่ผลิตโดยค่ายรถยนต์ ฮอนด้า มอเตอร์ เริ่มการผลิตครั้งแรกใน พ.ศ. 2539 มีชื่อเสียงในฐานะรถเก๋งท้ายกุดขนาดใหญ่ (ไม่มีกระโปรงหลัง) และพร้อมความหรูหราในตัว โดยที่ CR-V เป็นอักษรย่อ ที่ย่อมาจาก "Comfortable Runabout-Vehicle" (ยกเว้นในสหราชอาณาจักร การประชาสัมพันธ์ของฮอนด้าที่นั่นใช้คำว่า "Compact Recreational-Vehicle")

รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2539-2544)[แก้]

ฮอนด้า ซีอาร์-วี รุ่นที่ 1

ซีอาร์-วี รุ่นแรก เปิดตัวในรุ่นปี พ.ศ. 2539 โดยรุ่นแรกนี้ ก่อนการปรับโฉมเล็กน้อย (ไมเนอร์เชนจ์) จะใช้เครื่องยนต์ B20B ขนาด 2,000 ซีซี 126 แรงม้า มีระบบเกียร์ 2 ชนิดให้เลือก คือ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด มีระบบขับเคลื่อน 2 แบบ คือ ขับเคลื่อนล้อหน้า (Front Wheel Drive) และ ขับเคลื่อนสี่ล้อ (4WD) เมื่อเข้าเกียร์ถอยหลังรุ่นนี้จะมีเสียงติ๊ง-หน่อง

หลังการปรับโฉมเล็กน้อย (ไมเนอร์เชนจ์) ใน พ.ศ. 2542 ซีอาร์-วี ใช้เครื่องยนต์ B20Z ขนาด 2,000 ซีซี 146 แรงม้า โดยที่ฮอนด้าไม่ปรับขึ้นราคาขาย

จากการทดสอบ ซีอาร์-วี รุ่นแรกนี้ มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 9.1 กิโลเมตรต่อน้ำมัน 1 ลิตร เมื่อวิ่งในเมือง และ 10.6 กิโลเมตรต่อลิตร ในการวิ่งต่างจังหวัด

ในประเทศไทย ทางฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) เคยนำเข้าซีอาร์-วี มาจำหน่ายในช่วง พ.ศ. 2539-2545 โดยเมื่อไมเนอร์เชนจ์ในปี พ.ศ. 2542 ทางฮอนด้าได้นำมาประกอบในประเทศไทย จนถึงปี พ.ศ. 2545 จึงเลิกผลิตโฉมนี้

รุ่นที่ 2 (พ.ศ. 2544-2549)[แก้]

ฮอนด้า ซีอาร์-วี รุ่นที่ 2

ซีอาร์-วี รุ่นที่ 2 ออกแบบโดยมีฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 7 เป็นต้นแบบ และได้นำเครื่องยนต์หัวฉีด VTEC มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ทุกรุ่นทุกคลาส ทำให้สามารถมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่ประหยัดกว่าเดิม ส่วนเครื่องยนต์ ในประเทศไทยจะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 2,000 ซีซี และได้เพิ่มเครื่องยนต์ 2,400 ซีซี ในรุ่นปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ แต่ในบางประเทศ จะมีเครื่องยนต์ขนาด 2,200 ซีซีด้วย

ซีอาร์-วี รุ่นที่ 2 ได้รับการคัดเลือกจากนิตยสาร Car and Driver ให้เป็นรถ SUV ขนาดเล็กยอดเยี่ยมแห่งปี (Best Small SUV) ประจำปี ค.ศ. 2002 และ 2003

รุ่นที่ 3 (พ.ศ. 2549-2554)[แก้]

ฮอนด้า ซีอาร์-วี รุ่นที่ 3

ซีอาร์-วี รุ่นที่ 3 ในประเทศไทยมีเครื่องยนต์ 2 ขนาด คือ 2,000 ซีซี (150 แรงม้า ที่ 6,200 รอบต่อนาที) และ 2,400 ซีซี (170 แรงม้า ที่ 5,800 รอบต่อนาที) i-VTEC เป็นเครื่องประเภทใกล้เคียงกับ ฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่นที่ 8 แต่ในยุโรปและในเอเชียบางประเทศ มีเครื่องยนต์ดีเซล 2,200 ซีซีขายอยู่ด้วย ระบบขับเคลื่อนมีทั้งแบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ ระบบเกียร์เป็นแบบอัตโนมัติ 5 สปีด
จากการทดสอบพบว่า ฮอนด้า ซีอาร์-วี มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 8.3 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อวิ่งในเมือง และ 11.1 กิโลเมตรต่อลิตรในการวิ่งต่างจังหวัด
ฮอนด้า ซีอาร์-วี มียอดจำหน่าย 9,540 คัน ในปี 2553
ฮอนด้า ซีอาร์-วี มียอดจำหน่าย 6,019 คัน ในปี 2554

รุ่นที่ 4 (พ.ศ. 2554 - พ.ศ. 2559)[แก้]

ฮอนด้า ซีอาร์-วี รุ่นที่ 4

ซีอาร์-วี รุ่นที่ 4 ในประเทศไทย เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2555 มีเครื่องยนต์ 2 ขนาด คือ 2.0 (155 แรงม้า) และ 2.4 ลิตร (170 แรงม้า) มีระบบเกียร์ 3 ระบบ คือ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ CVT โดยในประเทศไทยจะมีแค่เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดจำหน่ายเท่านั้น ในทั้งสองเครื่องยนต์ในช่วงแรก แต่ในช่วงการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.4 ลิตรได้เปลี่ยนไปใช้เกียร์อัตโนมัติ CVT แต่ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรยังคงเดิม

เดิมทีแล้ว ฮอนด้าประเทศไทยจะมีแผนเปิดตัวซีอาร์-วีรุ่นนี้ในปี พ.ศ. 2554 แต่เนื่องจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยปี พ.ศ. 2554 ทำให้โรงงานฮอนด้าไม่สามารถประกอบรถยนต์ได้ จึงถูกเลื่อนออกไปเป็นปี พ.ศ. 2555 เช่นเดียวกับฮอนด้า ซีวิค รุ่น FB ซึ่งถูกเลื่อนไปเป็นปี พ.ศ. 2555 เช่นกัน

และในวันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555 ณ รอยัลพารากอน ฮอลล์ 3 ชั้น 5 สยามพารากอน ฮอนด้า ซีอาร์-วี ก็ได้เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้สโลแกน "Life will never be the same" แปลเป็นได้ว่า "ชีวิตที่จะไม่เหมือนเดิม"

มีการแบ่งการผลิตซีอาร์-วี ออกเป็น 4 รุ่นมาตรฐาน ได้แก่ 2.0 S (2WD) : เป็นรุ่นล่างสุด ไม่มีไฟตัดหมอก ไม่มีมือจับประตูโครเมียม ไม่มี Navigator ไฟหน้าโปรเจกเตอร์ ล้ออัลลอย 17 นิ้ว ราคา 1,168,000 บาท 2.0 E (4WD) : มีอุปกรณ์มาตรฐานเหมือนกับรุ่น 2.0 S แต่จะแตกต่างกันที่ไฟตัดหมอก ล้ออัลลอย 17 นิ้ว คนละลาย Bluetooth กล้องส่องภาพด้านหลัง ราคา 1,278,000 บาท 2.4 EL 2WD: มีอุปกรณ์มาตฐานเพิ่มมาจากรุ่น 2.0 E คือ ล้ออัลลอย 18 นิ้ว พร้อม Navigator มือจับประตูโครเมียม ไฟหน้าโปรเจกเตอร์แบบ HID ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ ราคา 1,448,000 บาท 2.4 EL 4WD: เป็นรุ่นสูงสุด มีอุปกรณ์มาตรฐานเหมือนกับรุ่น 2.4 EL 2WD แต่จะแตกต่างกันที่ระบบขับเคลื่อน ราคา 1,528,000 บาท แต่ในรุ่นปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ 2.4 EL 4WD ได้เพิ่มกล้อง Honda Lanewatch® เป็อุปกรณ์มาตรฐานเฉพาะรุ่น หมายเหตุ: เฉพาะสี White Orchid Pearl เพิ่มเงินอีก 12,000 บาท เฉพาะสี Crystal Black Pearl เพิ่มเงินอีก 8,000 บาท

รุ่นที่ 5 (พ.ศ. 2560 - ปัจจุบัน)[แก้]

รุ่นที่ 5
2018 Honda CR-V (RW MY18) +Sport 2WD wagon (2018-10-22) 01.jpg
ภาพรวม
เริ่มผลิตเมื่อพฤศจิกายน​ 2559​–ปัจจุบัน​
2559​–สิงหาคม 2565 (ญี่ปุ่น)
รุ่นปี2560–2565
แหล่งผลิต
  • Japan: Sayama, Saitama (Honda's Saitama Factory)
  • United States: East Liberty, Ohio (ELAP) ; Greensburg, Indiana (HMIN) ; Marysville, Ohio (Marysville Auto Plant)
  • Canada: Alliston, Ontario (HCM)
  • China: Wuhan (Dongfeng Honda) ; Guangzhou (Guangqi Honda, Breeze)
  • Taiwan: Pingtung (Honda Motor Co., Ltd. Taiwan)
  • Thailand: Ayutthaya (ฮอนด้ามอเตอร์ ประเทศไทย)
  • Malaysia: Alor Gajah, Melaka (Honda Malaysia Sdn. Bhd.)
  • Indonesia: Karawang (HPM)
  • India: Greater Noida (HCIL)
  • Vietnam: Vĩnh Phúc (Honda Ô tô Vĩnh Phúc)
ตัวถังและช่วงล่าง
แพลตฟอร์มCCA
รุ่นที่คล้ายกันอะคูร่า ซีดีเอกซ์
ฮอนด้า ซีวิค (รุ่นที่ 10)
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์
มอเตอร์ไฟฟ้าAC Synchronous Permanent-Magnet Electric Motor
ระบบเกียร์CVT with Sport Mode
Electronic Continuously Variable Transmission with Sport Mode and Deceleration Selectors (E-CVT; Hybrid)
ZF 9HP48 Shift by wire อัตโนมัติ​ 9 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อนรถไฮบริดHonda Sport Hybrid i-MMD (CR-V Hybrid)
Honda Sport Hybrid e+ (CR-V PHEV)
มิติ
ระยะฐานล้อ104.7 in (2,659 mm)[1]
ความยาว180.6 in (4,587 mm)
ความกว้าง73.0 in (1,854 mm)
ความสูง66.1 in (1,679 mm) (FWD)
66.5 in (1,689 mm) (AWD)
น้ำหนัก3,307–3,397 lb (1,500–1,541 kg) (FWD)
3,421–3,512 lb (1,552–1,593 kg) (AWD)

ฮอนด้า ซีอาร์-วี รุ่นที่ 5 ได้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2559 และเริ่มวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2559 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยฮอนด้า ซีอาร์-วี รุ่นที่ 5 ได้ใช้แพลทฟอร์มเดียวกันกับฮอนด้า ซีวิค รุ่นที่ 10 ทั้งนี้ ฮอนด้า ซีอาร์-วี รุ่นที่ 5 ที่เปิดตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับรางวัล Best Compact SUV 2017 หลังจากการเปิดตัวเพียง 2 เดือน

ภายหลังการเปิดตัวของฮอนด้า ซีอาร์-วี รุ่นที่ 5 เพียง 1 เดือนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในประเทศไทยก็เริ่มมีการทดสอบขับฮอนด้า ซีอาร์-วี ในประเทศไทยอย่างรวดเร็วที่จังหวัดสระบุรี เช่นเดียวกับฮอนด้า ซีวิค และจะเปิดตัวภายหลังการเปิดตัวที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประมาณ 3-4 เดือน[2]

ฮอนด้า ซีอาร์-วี ได้เผยโฉมรุ่นที่ 5 ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560 ซึ่งเปิดตัวเป็นประเทศที่ 3 ในโลกรองจากประเทศสหรัฐอเมริกา​ และประเทศแคนาดา​ โดยในรอบสื่อมวลชน การเปิดตัวรถเป็นไปอย่างอลังการ จำลองเสมือนให้ไปอยู่บนดาวดวงไหนสักแห่ง เพราะฮอนด้าต้องการบอกว่า รถคันนี้พาคุณไปได้ทุกที่เท่าที่คุณจะจินตนาการ และใช้คำโฆษณาว่า พร้อมนำคุณไปได้ไกลอย่างที่คุณจินตนาการ

ฮอนด้า ซีอาร์-วี รุ่นที่ 5 ในประเทศไทยได้ใช้เครื่องยนต์ i-DTEC ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยเครื่องยนต์นี้นำเข้ามาจากอังกฤษที่โรงงาน Honda UK Manufacturing เมือง Swindon และด้วยสาเหตุที่โรงานดังกล่าวได้หยุดผลิตเครื่องยนต์ดีเซลตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2021* ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที ซึ่งเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ของ ZF และได้มีการควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์ หรือ ​‘Shift by Wire’ มีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ 18.9 กิโลเมตร/ลิตร มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอัตราที่ต่ำเพียง 141 กรัม/กิโลเมตร[3] และเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 224 นิวตัน-เมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที ผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT พร้อมรองรับพลังงานทางเลือก E85 ซึ่งเหมือนกับรุ่นที่แล้ว แต่เครื่องยนต์ 2.4 ลิตรจะเปลี่ยนเป็นรุ่นเริ่มต้นแทนที่เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรที่ไม่ได้ทำตลาดในซีอาร์-วี อีกต่อไปแล้วในประเทศไทย แต่ยังคงมีการผลิตเพื่อส่งออกไปจำหน่ายในประเทศบางประเทศ เช่น อินโดนีเซีย

ในปลายเดีอน พ.ย.2561 ได้มีการเพิ่มรุ่น 5 ที่นั่งระบบเปิด-ปิดประตูท้ายแบบแฮนด์ฟรี และหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ถูกเพิ่มเข้ามาให้ทุกรุ่น

ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 ได้มีการปรับปรุงใหม่ เพิ่ม สีตัวถังภายนอกใหม่ น้ำเงินเทา Cosmic Blue, หลังคากระจก Panoramic Sunroof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า, อุปกรณ์ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger, ระบบ Honda SENSING, กระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ และ ระบบบันทึกความจำตำแหน่งเบาะนั่งคนขับ Memory Seat อีกทั้งยังยกเลิกทำตลาด รุ่น 1.6 DT-E ขับเคลื่อนล้อคู่หน้า

ก่อนปรับปรุง[แก้]

หลังปรับปรุง[แก้]

ยุติการผลิตในประเทศญี่ปุ่น[แก้]

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา Honda ได้ตัดรุ่นรถยนต์ที่ออกจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่น รวมกันถึง 10 รุ่น โดย 4 รุ่นล่าสุดที่ทางการเปิดเผย ประกอบด้วย Shuttle, CR-V, Insight และ Accord พร้อมทั้งระบุว่า Shuttle, CR-V และ Insight จะยุติการผลิตในเดือนสิงหาคม 2022 ส่วน Accord จะมีอายุยาวกว่าเล็กน้อย โดยจะถึงฆาตในเดือนกันยายนปีเดียวกัน Honda CR-V (ฮอนด้า ซีอาร์-วี) มียอดขายที่สม่ำเสมอในหลายประเทศ แต่ดูเหมือนว่าอนาคตของรถเอสยูวีรุ่นนี้ในตลาดญี่ปุ่นอาจไม่สดใสเท่าใดนัก

CR-V มียอดขายในตลาดแดนอาทิตย์อุทัยอยู่ที่เพียง 370 คันต่อเดือนเท่านั้น ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นอืน ๆ ของ Honda เหตุผลง่าย ๆ ก็คือผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นหันไปหารถอเนกประสงค์ร่วมค่ายอย่าง HR-V (ฮอนด้า เอชอาร์-วี) ใหม่แทนนั่นเอง นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว HR-V เจนเนอเรชั่นใหม่ได้เสียงตอบรับอย่างท่วมท้นจากคอรถยนต์ในญี่ปุ่น ด้วยยอดขายเฉลี่ยเกินกว่า 4,300 คัน สูงทะลุเป้าหมายที่วางไว้

Honda ประกาศแผนสิ้นสุดการผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ 4 รุ่นในประเทศญี่ปุ่น ได้แก่ Shuttle, Insight, CR-V และ Accord ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา Honda เลิกขายรถยนต์ไปแล้วมากถึง 6 รุ่น ครอบคลุมหลายเซกเมนท์ ไม่ว่าจะเป็น Clarity, Legend, Odyssey, S660, Acty และ NSX การเลิกจำหน่ายรถยนต์อีก 4 รุ่นเพิ่มเติมทำให้กลุ่มผลิตภัณฑ์หดหายไปทั้งหมดถึง 10 รุ่นเลยทีเดียว การประกาศเลิกผลิตและขายรถยนต์ 4 รุ่นข้างต้นมีขึ้นระหว่างการประชุมผู้จัดจำหน่ายเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดย Shuttle, Insight และ CR-V จะปิดฉากในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ขณะที่รถซีดาน Accord จะขายไปจนถึงปลายเดือนกันยายนนี้เท่านั้น นั่นทำให้ Honda จะไม่มีรถยนต์ซีดานขายในแดนอาทิตย์อุทัยแม้แต่รุ่นเดียว

เว็บไซต์ BestCarWeb ระบุว่า สาเหตุที่เลิกจัดจำหน่าย Shuttle ที่พัฒนาบนพื้นฐานของ Fit (Jazz) เจนเนอเรชั่นที่แล้วเป็นเพราะอายุของตัวรถที่ค่อนข้างมาก และยังไม่มีตัวตายตัวแทน ขณะที่ Insight นั้นได้เสียงตอบรับไม่ค่อยดีนักจากลูกค้าในประเทศญี่ปุ่น

Honda ระบุว่าลูกค้าที่ต้องการรถยนต์แบบ Insight สามารถพิจารณา Civic e:HEV (มีเฉพาะตัวถังแฮทช์แบ็กในญี่ปุ่น) ทดแทนได้เพราะมีบุคลิกที่ใกล้เคียงกัน ขณะที่การจำหน่ายของ Accord จะสิ้นสุดลงเพราะกำลังจะเข้าสู่การเปลี่ยนโฉมโมเดลเชนจ์ โดยจะกลับมาทำตลาดบ้านเกิดอีกครั้งเมื่อเจนเนอเรชั่นใหม่เปิดตัว ฟังเหตุผล ที่น่าสนใจก็คือเหตุผลที่เลิกขาย CR-V เนื่องจากมีราคาที่สูงเกินไปและไม่เหมาะกับตลาดญี่ปุ่น เห็นได้จากยอดขายที่ลดน้อยถอยลงอย่างต่อเนื่อง ประจวบเหมาะกับการที่ Honda กำลังนำเสนอ ZR-V รถเอสยูวีรุ่นใหม่ภายในปลายปีนี้จึงคาดว่าจะมาแทนกันได้แม้จะมีขนาดตัวถังเล็กกว่าก็ตาม โดยเตรียมทำตลาดเคียงข้างรถเอสยูวีรุ่นน้องอย่าง HR-V

เว็บไซต์ BestCarWeb ยังสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมไปยังฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Honda ก่อนจะได้รับคำตอบว่าการยกเลิกขายรถยนต์ทั้ง 4 รุ่นมาจากการประเมินสภาพตลาดในสถานการณ์ปัจจุบัน ขณะเดียวกัน Honda ยังต้องจัดระเบียบการผลิตใหม่ทั้งหมดเนื่องจากการปิดโรงงาน Sayama และการมุ่งเน้นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ามากขึ้น

MY2022 ยกเลิกรุ่น Diesel ! ในประเทศไทย[แก้]

ซีอาร์-วี รุ่นดีเซล

ตามกระแสโลกเรื่องพลังงานสะอาด และ ดีเซลของ Honda ดันไม่ค่อยดีเหมือนเจ้าอื่น เครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้ใน CR-V ไทยผลิตที่โรงงาน HONDA UK ซึ่งประกาศปิดโรงงานในปีนี้แล้วรวมทั้งสายการผลิตเครื่องยนต์ด้วย สำหรับรุ่น MMC ในไทยคงใช้เครื่องที่ UK จะผลิตเป็นสต็อคไว้ ส่วน CR-V ดีเซลรุ่นส่งออกฟิลิปปินส์ผลิตเครื่องยนต์ในอินเดียแต่มีมาตรฐานไอเสียที่ต่ำกว่าเครื่อง UK แต่ที่สำคัญที่สุดคือ HONDA ยุติการพัฒนาเครื่องยนต์ดีเซลทั่วโลกไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น รุ่น 1.6 DT EL 9AT AWD : 1,759,000 บาท จึงถูกยกเลิกทำตลาดในประเทศไทย

ล่าสุด Honda Automobile ประเทศไทย ตัดสินใจยุติการจำหน่าย Honda CR-V Diesel โดยเว็บไซต์ Honda.co.th ถอดราคาจำหน่ายรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลออกไปโดยราคาครั้งสุดท้ายอยู่ที่ 1,759,000 บาทซึ่งเป็นราคารุ่นปรับโฉม DT-EL 4WD ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 i-VTEC ยังจำหน่ายต่อไปจนกว่าหมดสต็อกก่อนที่เจเนอเรชันที่ 6 จะทำตลาดในไทยปลายปีนี้หรือต้นปีหน้านั่นเอง (ราคาจำหน่ายรุ่นก่อนปรับโฉมครั้งแรกอยู่ที่ 1,699,000 บาทรุ่น DT-EL 4WD และ 1,549,000 กับ 1,599,000 บาท รุ่น DT-E 2WD) ถือเป็นเรื่องประหลาดใจอีกหนึ่งเรื่องของวงการรถยนต์ไทยที่ยุติกลางอากาศก่อนจะอำลาโมเดลนี้ในไม่ช้า นอกจาก Honda Jazz กับ Honda Civic Hatchback ที่ได้อำลาไปก่อนหน้านั้น ล่าสุดค่ายรถเพื่อนที่แสนดี Nissan ล่าสุดได้ถอดข้อมูลและราคา Nissan Note ออกจากเว็บไซต์ Nissan.co.th เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รุ่น 5 ที่นั่ง

  • 2.4 S CVT : 1,359,000 บาท
  • 2.4 ES CVT AWD : 1,529,000 บาท

รุ่น 7 ที่นั่ง

  • 2.4 E CVT : 1,419,000 บาท
  • 2.4 EL CVT AWD : 1,579,000 บาท

รุ่นที่ 6 (พ.ศ. 2565 - ปัจจุบัน)[แก้]

Sixth generation
ภาพรวม
เริ่มผลิตเมื่อพ.ศ. 2565 (to commence)
รุ่นปี2023–ปัจจุบัน
แหล่งผลิต
ผู้ออกแบบMitsuhiro Abe[4]
ตัวถังและช่วงล่าง
แพลตฟอร์มHonda Architecture (HA)[5]
รุ่นที่คล้ายกัน
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์
ระบบเกียร์
  • CVT
  • e-CVT (hybrid)
มิติ
ระยะฐานล้อ2,701 mm (106.3 in)
ความยาว4,694–4,703 mm (184.8–185.2 in)
ความกว้าง1,866 mm (73.5 in)
ความสูง1,682 mm (66.2 in)

เมื่อคืนนี้ 22 มิถุนายน 2022 Honda USA มีการปล่อยภาพ Official Teaser อีกครั้ง คราวนี้เป็นภายในห้องโดยสารของ All NEW Honda CR-V 6th Generation แบบเต็มๆ เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 12 กรกฎาคม นี้ ! ที่สหรัฐอเมริกาเป็นที่แรกของโลก

ภายในห้องโดยสาร แดชบอร์ดครึ่งบนถอดแบบงานดีไซน์มาจาก Honda Civic FE กันเลยทีเดียว แต่ก็มีจุดต่างกัน ไม่ได้เหมือนกัน100% เช่น บริเวณช่องแอร์กลาง และ ฐานจอที่เน้นความโค้งมนมากกว่า ส่วนครึ่งล่างตั้งแต่ช่วงฐานเกียร์เป็นต้นไป จะแตกต่างกัน เพราะ CR-V จะยังต้องคงความอเนกประสงค์เอาไว้อยู่ เช่นช่องเก็บของที่เลื่อน เปิด-ปิด ได้

สำหรับดีไซน์ภายนอก เมื่อ 24 พฤษภาคม Honda USA ก็มีการปล่อยภาพ Official Teaser อย่างเป็นทางการออกมาแล้วเช่นกัน ” All NEW Honda CR-V 6th Generation ” ยืนยันแน่นอน มีขุมพลัง e:HEV (Hybrid i-MMD) จากป้าย emblem ท้ายรถ

ส่วนในประเทศไทย ” All NEW Honda CR-V Gen6 ” คาดว่าน่าจะทันมาโชว์ตัวอย่างเป็นทางการช่วงงาน Motor Expo วันที่ 1 – 12 ธันวาคม 2565 นี้ เพราะ ปัจจุบันมีการนำรถพรางตัว มาวิ่งทดสอบในไทยแล้ว

เป็นระยะเวลาเกือบ 6 ปี ที่ Honda เผยโฉม CR-V Gen5 ออกมา ตอนนี้ก็ใกล้เวลาของ All NEW Honda CR-V Gen6 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากมีรถพรางตัววิ่งทดสอบตั้งแต่เดือน มีนาคม 2021 ในยุโรป

ช่วงเดือน กุมภาพันธ์ 2022 ที่ผ่านมา มีภาพจดสิทธิบัตรงานออกแบบ คาดว่าเป็น All NEW CR-V Gen6 ออกมาแล้ว แม้งานออกแบบจะดูคล้ายรุ่นเดิม แต่เห็นได้ชัดว่ามีการขยายขนาดตัวถังให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เปลี่ยนเส้นสายกระจกหน้าต่าง โดยเฉพาะบริเวณหลังเสา C-Pillar เป็นต้นไป คาดว่ากำหนดการเปิดตัวจะเกิดขึ้นภายในช่วงครึ่งปีหลัง ของปี 2022 นี้

รวมไปถึง มีการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า e:PHEV (Plug-in Hybrid) ในยุโรป ช่วงเดือน มีนาคม 2022 ที่ผ่านมา

อ้างอิง[แก้]

  1. http://news.honda.com/newsandviews/article.aspx?id=9272-en
  2. "Spyshot : The New Honda CR-V (Gen5) วิ่งทดสอบในไทยแล้ว". headlightmag.com. {{cite web}}: Cite ไม่รู้จักพารามิเตอร์ว่างเปล่า : |1= (help)
  3. "ฮอนด้า เตรียมส่งขุมพลัง i-DTEC ดีเซลเทอร์โบ นวัตกรรมการขับเคลื่อนอัจฉริยะ พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดจาก ZF ใน ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่". honda.co.th. {{cite web}}: Cite ไม่รู้จักพารามิเตอร์ว่างเปล่า : |4= (help)[ลิงก์เสีย]
  4. "A00202200178". Pangkalan Data Kekayaan Intelektual. Indonesia: Direktorat Jenderal Kekayaan Intelektual Kementerian Hukum & HAM R.I. 2022-06-07. สืบค้นเมื่อ 2022-06-10.
  5. "Honda presented the sixth generation of the CR-V SUV in the US". Czechia Posts English (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2022-07-14.

ดูเพิ่ม[แก้]