อีฟแทค สเปกเตอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อีฟแทค สเปกเตอร์
เกิด 20 ตุลาคม ค.ศ. 1940 (79 ปี)
Iftach Spector.jpg
อีฟแทค สเปกเตอร์ ในระหว่างที่เขารับราชการเป็นผู้บัญชาการกองกำลังของฐานทัพอากาศรามัต เดวิด
รับใช้ อิสราเอล
สังกัดFlag of the Israeli Air Force Israeli Air Force
ปีปฏิบัติหน้าที่ค.ศ. 1964–1996
ชั้นยศพลจัตวา
บังคับบัญชาฝูงบิน 107
ฝูงบิน 101
ฐานทัพอากาศรามัต เดวิด
ไอเอเอฟ แอร์กรุ๊ป
การยุทธ์สงครามหกวัน
สงครามการบั่นทอนกำลัง
สงครามยมคิปปูร์
ปฏิบัติการโอเปรา

อีฟแทค สเปกเตอร์ (ฮีบรู: יפתח ספקטור‎; อังกฤษ: Iftach Spector; 20 ตุลาคม ค.ศ. 1940 – ) เป็นนายพลจัตวาชาวอิสราเอลที่เกษียณแล้ว อดีตนักบินรบและผู้บัญชาการฐานทัพอากาศที่เทลนอฟ และรามัต เดวิด เขาทำหน้าที่ในสภาที่ปรึกษาอิสราเอลของสภานโยบายอิสราเอล

ประวัติ[แก้]

สเปกเตอร์เกิดในเปตะห์ติกวา ช่วงที่ยังเป็นปาเลสไตน์ในอาณัติในปี ค.ศ. 1940 พ่อแม่ของเขาเป็นสมาชิกของพอลแมก ซึ่งเป็นกองกำลังพิเศษของฮากานาห์ พ่อของเขาคือสวี สเปกเตอร์ เป็นผู้บัญชาการของปฏิบัติการสรั่งเรือที่ล้มเหลวในปี ค.ศ. 1941 จากภารกิจพอลแมกในประเทศเลบานอน ที่ผู้เข้าร่วมทั้งหมดเสียชีวิต และแม่ของเขาคือโชชานา สเปกเตอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งของพอลแมกและทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ปฏิบัติงาน สเปกเตอร์เติบโตขึ้นมาในคิบบุตซ์กิวัต เบรนเนอร์ และคิบบุตซ์ฮูลาตา[1]

สเปกเตอร์ได้จัดการการรบในสงครามหกวัน และเป็นหนึ่งในนักบินที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยูเอสเอส ลิเบอร์ตี เขาเข้ามามีส่วนร่วมในปฏิบัติการริมอน 20 ซึ่งเป็นการรบทางอากาศระหว่างอิสราเอลและสหภาพโซเวียตในช่วงสงครามการบั่นทอนกำลัง ต่อมาได้รบในสงครามยมคิปปูร์ และมีส่วนร่วมในปฏิบัติการโอเปรา ซึ่งอิสราเอลทำการระเบิดเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของอิรักในปี ค.ศ. 1981 ระหว่างการทำหน้าที่ให้แก่กองทัพอากาศอิสราเอล สเปกเตอร์ได้บัญชาการฝูงบิน 101, 107 และฐานทัพอากาศทั้งที่รามัต เดวิด รวมถึงเทลนอฟ ทั้งนี้ เขาได้ยิงเครื่องบินข้าศึกลงไป 12 ลำ ประกอบด้วย ดัซโซลท์ มิราจ III ที่บินอยู่แปดลำ และแมคดอนเนลล์ ดักลาส เอฟ-4 แฟนทอม 2 ที่บินอยู่สี่ลำ[2][3]

ในปี ค.ศ. 1992 เขาได้รับรางวัลยิตแซก ซาเดห์ สำหรับหนังสือความฝันสีดำและฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องราวแบบนวนิยายของฝูงบินรบในช่วงสงครามยมคิปปูร์[4]

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 เขาได้มีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวเพื่อความหลุดพ้นจากชาวปาเลสไตน์ และในปี ค.ศ. 2003 สเปกเตอร์เป็นหนึ่งในนักบินสำรอง 27 คน และอดีตนักบินได้รับการยกเว้นจากหน้าที่สำรองเพื่อลงนาม "จดหมายของนักบิน" โดยปฏิเสธภารกิจการบินกับเป้าหมายในเวสต์แบงก์และกาซา[5][6][7]

สิ่งพิมพ์[แก้]

  • Iftach Spector, Loud and Clear, Minneapolis, Zenith Press, 2009, 426 pp., ISBN 978-0-7603-3630-4 is his personal autobiography.

อ้างอิง[แก้]

  1. Spector, p. 32
  2. Aloni, Shlomo (2004). Israeli Mirage and Nesher Aces. Osprey Publishing. p. 81. ISBN 1-84176-653-4.
  3. Aloni, Shlomo (2004). Israeli Phantom II Aces. Osprey Publishing. p. 86. ISBN 1-84176-783-2.
  4. The Center for Defence Studies Archived 2015-11-14 at the Wayback Machine. (ฮีบรู)
  5. David Rodman, 'Book Reviews', Israel Affairs, 16:2, 322–333.
  6. Gideon Levy 'Lowest deeds from loftiest heights.' Haaretz 14 July 2014.
  7. https://www.amazon.in/dp/076033630X?_encoding=UTF8&isInIframe=0&n=976389031&ref_=dp_proddesc_0&s=books&showDetailProductDesc=1#product-description_feature_div