ข้ามไปเนื้อหา

หลินฮุ่ย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
หลินฮุ่ย
ฉายาอื่น ๆเทวี
คำเอื้อย
สปีชีส์Ailuropoda melanoleuca
สายพันธุ์แพนด้ายักษ์
เพศเมีย
เกิด28 กันยายน พ.ศ. 2544
ศูนย์วิจัยและอนุรักษ์แพนด้ายักษ์ เขตอนุรักษ์วู่หลง เฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน
ตาย19 เมษายน พ.ศ. 2566 (21 ปี)
สวนสัตว์เชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย
ปีปฏิบัติงานพ.ศ. 2546–2566
เป็นที่รู้จักสำหรับทูตสันถวไมตรีไทย-จีน
เจ้าขององค์การแพนด้าแห่งประเทศจีน
พ่อแม่พันพัน (พ่อ)
ตังตัง (แม่)
ทายาทหลินปิง
หลินฮุ่ย กำลังหยอกล้อกับช่วงช่วง ภายในอาคารจัดแสดง ที่สวนสัตว์เชียงใหม่
อาคารจัดแสดงช่วงช่วง และหลินฮุ่ย ในสวนสัตว์เชียงใหม่

หลินฮุ่ย (ภาษาจีน: 林惠, Lin Hui) เป็นชื่อของแพนด้ายักษ์เพศเมีย ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ให้ประเทศไทยยืมจัดแสดงที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ในฐานะทูตสันถวไมตรีไทย-จีนเป็นเวลา 10 ปี โดยจัดแสดงคู่กับช่วงช่วง แพนด้ายักษ์เพศผู้ ตั้งแต่วันที่ 12 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2546 มีชื่อไทยว่า "เทวี" และมีชื่อล้านนาว่า "คำเอื้อย" ปัจจุบันตายแล้วเมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2566

หลินฮุ่ย เกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2544 ที่ศูนย์วิจัยและอนุรักษ์แพนด้ายักษ์ เขตอนุรักษ์วู่หลง นครเฉิงตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน เกิดจากแพนด้าตัวผู้ชื่อ Pan Pan (Studbook number:308) และแพนด้าตัวเมียชื่อ Tang Tang (Studbook number:446) ปัจจุบันน้ำหนัก 110 กิโลกรัม

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 หลินฮุ่ยได้ให้กำเนิดลูกแพนด้า น้ำหนักประมาณ 200 กรัม จำนวน 1 ตัว ซึ่งเป็นผลจากการผสมเทียมเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 อายุครรภ์ประมาณ 3 เดือน[1] มีชื่อว่า หลินปิง

ประวัติและชีวิตในประเทศไทย

[แก้]

หลินฮุ่ยใช้ชีวิตในสวนสัตว์เชียงใหม่ภายใต้การดูแลร่วมกันของผู้เชี่ยวชาญจากจีนและไทย ตลอดหลายปีที่อยู่ในประเทศไทย เธอมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการอนุรักษ์แพนด้ายักษ์และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ ตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2546 เป็นต้นมา หลินฮุ่ยและช่วงช่วง แพนด้ายักษ์อีกตัวหนึ่ง มีผู้เข้าชมสวนสัตว์รวมกว่า 7.4 ล้านคน ทำให้ทั้งสองเป็นหนึ่งในแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวหลักของเชียงใหม่[2]

พฤติกรรมการเป็นสัด

[แก้]
  • 7 พฤษภาคม 2552 หลินฮุ่ยได้ให้กำเนิดลูกแพนด้ายักษ์ ชื่อว่า หลินปิง น้ำหนักประมาณ 200 กรัม จากการผสมเทียมกับเชื้อระหว่างหลินฮุ่ยกับช่วงช่วง และนับว่าเป็นแพนด้าตัวแรกของโลกที่เกิดในประเทศเขตศูนย์สูตร ในเดือนนอกฤดูผสมพันธุ์ของหมีแพนด้า[3]
  • 16 กันยายน 2556 หลินฮุ่ยมีอาการเป็นสัดเกิดขึ้น
  • 18 กันยายน 2556 ทีมพี่เลี้ยงเริ่มสังเกตเห็นการบวมของอวัยวะเพศ มีการบวมอย่างต่อเนื่องจนขยายขนาดชัดเจนว่าเป็นสีชมพู
  • จากนั้นก็เริ่มมีพฤติกรรมที่แสดงถึงการเป็นสัดคือ เดินวนไปมา กินอาหารลดลง ไม่สนใจแอปเปิ้ล แครอท และอาหารเสริม
  • 23 - 24 กันยายน 2556 ทีมงานเริ่มพบพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงจากพฤติกรรมการร้องเสียงสูง ซึ่งมักพบในช่วงใกล้วันตกไข่เพิ่มด้วย และเมื่อตรวจดูฮอร์โมนเอสโตรเจนก็พบว่ามีค่าสูงขึ้น มีการเริ่มเอาอวัยวะเพศถูกับกำแพง ต้นไม้และขอนไม้ เพื่อให้แพนด้าช่วงช่วงสนใจ ดังนั้นทางทีมวิจัยคาดการว่าอาจจะตกไข่ในช่วงระหว่างวันที่ 28 - 30 กันยายน 2556[4]

สาเหตุการเสียชีวิต

[แก้]

หลินฮุ่ยเสียชีวิตในช่วงเช้าวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2566 หลังจากหมดสติอย่างกะทันหันเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2023 การตรวจสอบโดยทีมผู้เชี่ยวชาญจากจีนและไทยพบว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะอวัยวะล้มเหลวหลายระบบ เนื่องจากหลอดเลือดแข็งตัวและลิ่มเลือดอุดตัน[5]

อ้างอิง

[แก้]
  1. เชียงใหม่เฮ"หลินฮุ่ย"กำเนิดแพนด้าน้อย เก็บถาวร 2009-05-30 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน คมชัดลึก, 27 พ.ค. 2552
  2. "ไทยจ่ายไปแล้ว 360 ล้านบาท กับ 19 ปี "การทูตแพนด้า"". 27 พฤศจิกายน 2568.
  3. "หลินฮุ่ย ช่วงช่วง หลินปิง ตำนานเซเลบริตี้ครอบครัวแพนด้ายักษ์ในความทรงจำ". ไทยรัฐ. 8 พฤศจิกายน 2568.
  4. สวนสัตว์เชียงใหม่ซ้อมใหญ่ ย้าย"หลินปิง"กลับจีน เผยข่าวดี"หลินฮุ่ย"เป็นสัดอีกครั้ง
  5. "21-year-old giant panda died of multiple organ failure in Thailand: experts". 7 พฤศจิกายน 2568.

ดูเพิ่ม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]