สมุดโน้ตกระชากวิญญาณ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สมุดโน้ตกระชากวิญญาณ
Death Note (Beginning)

ใบปิดภาพยนตร์
กำกับโดย ชูสึเกะ คะเนะโกะ
นำแสดงโดย ฟุจิวะระ ทัตสึยะ
เค็นอิจิ มัตสึยะมะ
เอริกะ โทดะ
จัดจำหน่ายโดย เอ็ม พิคเจอร์ส
ฉาย

ญี่ปุ่น 17 มิถุนายน พ.ศ. 2549
ฮ่องกง 10 สิงหาคม พ.ศ. 2549
สาธารณรัฐจีน 8 กันยายน พ.ศ. 2549
ไทย 28 กันยายน พ.ศ. 2549
สิงคโปร์ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2549

มาเลเซีย 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549
ความยาว 126 นาที
ประเทศ ญี่ปุ่น
ภาษา ญี่ปุ่น
ก่อนหน้านี้ ไม่มี
ต่อจากนี้ อวสานสมุดมรณะ
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

สมุดโน้ตกระชากวิญญาณ (ญี่ปุ่น: デスノート , อังกฤษ: Death Note) เป็นภาพยนตร์ซึ่งมีต้นแบบมาจากการ์ตูนเรื่องเดธโน้ตมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "Beginning" โดยภาคนี้เป็นภาคแรก ภาคที่สองมีชื่อว่า "อวสานสมุดมรณะ" สร้างโดยวอร์เนอร์ บราเธอร์ส ผู้กำกับคือ ชูสึเกะ คะเนะโกะ มีความยาว 126 นาที

เนื้อเรื่อง[แก้]

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มด้วยฉากการตายด้วยโรคหัวใจวายของอาชญากรที่ถูกหมายจับหรืออยู่ในที่คุมขัง ซึ่งทางการสาธารณสุขก็ตั้งสมมุติฐานว่าน่าจะเกิดจากเชื้อโรคที่ไม่ทราบว่าอะไรกันแน่ แต่ในอีกด้านหนึ่งก็สร้างกระแสให้แก่ประชาชนและเรียกคนที่ฆ่าอาชญากรเหล่านี้ว่า "คิระ" ซึ่งมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ย้อนกลับไปเมื่อ 1 เดือนก่อน ยางามิ ไลท์ นักเรียนมหาวิทยาลัย ได้พบว่าระบบกฎหมายและความยุติธรรมต่างๆ กลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด อาชญากรกลับลอยนวลไปได้ทั้งๆ ที่กระทำผิด และในระหว่างทางเขาเดินกลับบ้านนั้น ไลท์ก็ได้พบกับสมุดสีดำเล่มหนึ่งกลางถนน และด้านบนมีคำเขียนว่า "Death Note" และในหนังสือเล่มนั้นเขียนว่า "ใครก็ตามที่ถูกเขียนชื่อในสมุดเล่มนี้จะต้องตาย" ไลท์จึงได้เขียนชื่อของอาชญากรคนหนึ่งลงไป ในวันรุ่งขึ้น ไลท์ก็พบว่าอาชญากรคนที่ถูกเขียนชื่อนั้นได้เสียชีวิตแล้วด้วยอาการหัวใจวาย หลังจากที่เขาฆ่าผู้ต้องหาคนที่สองไม่นาน เขาก็ได้พบกับยมทูตชื่อ "ลุค" โดยมาบอกว่า "ตอนนี้ไลท์ได้เป็นเจ้าของเดธโน้ตแล้ว แต่ถ้าไลท์ไม่ต้องการเดธโน้ต ก็ส่งต่อคนอื่น แต่ก็จะถูกลบความทรงจำเกี่ยวกับเดธโน้ตทั้งหมด" ทำให้ไลท์ต้องการใช้เดธโน้ตในการฆ่าพวกอาชญากรโดยหวังให้โลกนี้ปราศจากความอยุติธรรม

หลังจากนั้น 4 เดือน กรมตำรวจก็ยังหาข้อสรุปการตายของอาชญากรได้ แต่หัวหน้ากองตำรวจโซอิจิโร่ ยางามิก็ไม่ต้องการให้ผู้ต้องหา (คิระ) กระทำการฆ่าคนต่อไปอีก เขาจึงไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อทำการติดต่อกับอธิบดี แต่เมื่อไปถึงผู้กองยางามิก็ได้พบกับวาตาริ ซึ่งเขาสามารถติดต่อ "แอล" (L) ซึ่งเป็นนักสืบที่แม้แต่คดียากๆ ก็สามารถทำได้ และเป็นไพ่ตายสุดท้ายของตำรวจ วาตาริจึงได้เปิดข้อความเสียงให้ผู้กองยางามิและอธิบดีฟัง และแอลได้สรุปว่าการตายที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นการตายที่ผิดธรรมชาติ และคนร้าย (คิระ) ทำการลงมือทำคนเดียว อธิบดีจึงแต่งตั้งให้ผู้กองยางามิเป็นหัวหน้าการสืบสวนเรื่องนี้

หลังจากนั้นไม่นานก็มีการถ่ายทอดสดจากองค์กรตำรวจสากล โดยคนที่ออกมาพูดนั้นอ้างตัวว่าตนชื่อ "ลินด์ แอล เทยเลอร์ ฉายาว่า แอล" โดยเขาออกมาประณามถึงการกระทำของคิระในด้านต่างๆ ทำให้ไลท์ไม่พอใจและเขียนชื่อของเขาลงไปในเดธโน้ต ทำให้เขาหัวใจวายตายคาโทรทัศน์ แต่ก็มีการตัดภาพพร้อมเสียงของ "แอล" ตัวจริง โดย "แอล" กล่าวว่า "เราจะจับนายให้ได้ โทษนายมีสถานเดียวคือประหารเท่านั้น... เพราะชั้นคือความถูกต้อง" และเช่นกัน เรื่องของแอลถูกตีลงหนังสือพิมพ์ในด้านต่างๆ นานา

ณ กรมตำรวจ ทีมสอบสวนได้เสนอแอลถึงระยะเวลาการตายในแต่ละเวลา ซึ่งแอลสามารถสรุปออกมาว่าระยะเวลาการตายนั้นเข้ากับตารางเวลาเรียนของเด็กมหาวิทยาลัย แต่ไลท์ก็ได้แอบดูฐานข้อมูลตำรวจและได้ใช้เดธโน้ตกำหนดเวลาตายใหม่ ทำให้ทางแอลรู้ว่า "คิระอาจจะแฝงตัวอยู่ในกลุ่มตำรวจก็ได้"

หลายวันต่อมาไลท์ก็ถูกชายคนหนึ่งสะกดรอยตาม หลังจากเขากลับมาถึงบ้านลุคก็ได้เสนอไลท์ถึง "ดวงตายมทูต" ซึ่งสามารถมองเห็นชื่อคนและอายุขัยของคนโดยการมองแต่ไลท์ปฏิเสธข้อเสนอ และก็ได้อ่านกฎของเดธโน้ตโดยมีข้อหนึ่งกล่าวว่าสามารถเขียนสาเหตุการตายหลังชื่อของคนที่เขียนได้ เขาจึงลองทดสอบเดธโน้ตโดยการเขียนสาเหตุการตายของนักโทษ 3 คนลงไปในเดธโน้ต โดยคนหนึ่งกรีดนิ้วตัวเองเขียนเป็นดาวหกแฉก คนที่สองเขียนจดหมายลาตายไว้ คนที่สามหนีออกมาจากห้องขังแล้วตายในห้องน้ำ ทำให้แอลรู้ว่าคิระพยายามจะทดสอบอะไรบางอย่าง

ในวันต่อมาขณะที่ไลท์ขึ้นรถเมล์กับชิโอริ เพื่อนสาวของเขา ก็มีคนที่สะกดรอยไลท์ขึ้นมาด้วย แต่หลังจากนั้นก็มีโจรปล้นธนาคารขึ้นมายึดรถไว้ ในระหว่างนั้นคนที่สะกดรอยตามไลท์จึงเปิดเผยชื่อว่าเขาชื่อ เรย์ อิวามัตสึ เป็นเอฟบีไอ ซึ่งไลท์ได้ใช้อุบาย โดยทำเศษกระดาษเดธโน้ตหล่น และเมื่อคนร้ายจับเศษกระดาษทำให้เขาเห็นยมทูต คนร้ายจึงหนีลงจากรถและถูกรถชนเสียชีวิต โดยเรย์ อิวามัตสึหารู้ไม่ว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่การทดสอบความสามารถของเดธโน้ตเท่านั้น

หนึ่งวันให้หลัง ไลท์ก็ลองที่จะฆ่าเอฟบีไอทุกคนผ่านเรย์ อิวามัตสึ เรย์ได้ปฏิเสธคู่หมั้นของเขา (นาโอมิ มิโซระ) ว่าเขามีธุระทั้งที่ทั้งคู่เตรียมพร้อมที่จะแต่งงาน เรย์ได้ขึ้นรถไฟฟ้าและพบซองซึ่งมีเครื่องติดต่อสื่อสารโดยให้ติดต่อกับคิระ โดยให้เรย์เขียนชื่อเอฟบีไอที่เข้ามาสืบสวนทุกคนในกระดาษที่อยู่ในซอง และเมื่อเขาก้าวออกมาจากรถไฟไม่กี่ก้าว เขาก็หัวใจวายทันที แต่ภรรยาเขาก็มาเห็นเข้าและรู้ว่าเขาตายด้วยฝีมือคิระ ทางกรมตำรวจก็ได้รู้เรื่องนี้ทำให้ตำรวจที่กำลังทำคดีนี้อยู่ในความกลัว ทำให้หลายคนของถอนตัวจะคดีนี้ไปโดยเหลือตำรวจเพียง 6 คนเท่านั้น โดยวาตาริจะพาพวกเขาไปพบแอลด้วยตัวเอง เมื่อมาถึงแอลก็บอกแก่ผู้กองว่าหลังจากนี้ห้ามเปิดเผยชื่อของตนเองต่อคนภายนอกเด็ดขาด และสรุปเรื่องราวต่างๆโดยละเอียด ในอีกด้านหนึ่งนาโอมิก็กำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับคดีปล้นรถเมล์ที่ผ่านมาเพื่อโยงไปถึงคิระ ในคืนวันนั้นแอลได้ดูวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของสถานีรถไฟและพอที่จะจำกัดรายชื่ออกมาได้ โดยมีครอบครัวหัวหน้าและรองหัวหน้าที่จะเป็นตกเป็นผู้ต้องสงสัย โดยให้ติดกล้องให้บ้านของผอ. และผู้ช่วยเป็นเวลา 7 วัน เพื่อหาตัวคิระ

นาโอมิก็ได้มาพบกับไลท์ทั้งบอกว่า "ชั้นรู้ว่าคุณคือคิระ ไลท์ ยางามิ" แต่เนื่องจากนาโอมิบอกชื่อปลอมแก่ไลท์ ไลท์จึงไม่สามารถฆ่านาโอมิได้ เมื่อไลท์กลับมาถึงบ้านก็พบว่ามีคนแอบเข้าไปห้องของเขา ทำให้ไลท์รู้ทันทีว่ามีคนจับตาดูอยู่ ถึงแม้จะผ่านไปหลายวันแอลก็ไม่พบสิ่งผิดสังเกตจากกล้องวงจรปิดแต่อย่างใด แอลสั่งให้วาตาริเอากล้องออกมาจากบ้านพวกเขาแต่แอลก็ยังสงสัยในตัวไลท์อยู่

วันรุ่งขึ้นนาโอมิก็โทรมาหาแอลว่า "นี่แอล ฉันจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า... ไลท์ ยางามิ คนนี้ล่ะก็คือคิระตัวจริง โดยใช้ชีวิตชั้นเป็นเดิมพัน" โดยนาโอมิได้จับชิโอริแฟนสาวของไลท์เป็นตัวประกัน และขณะที้นาโอมิเผลอ ชิโอริจึงรีบวิ่งไปหาไลท์ นาโอมิจึงยิงไปที่ชิโอริจนเสียชีวิต และนาโอมิก็ฆ่าตัวตายตาม แต่ทีมสอบสวนหารู้ไม่ว่าทั้งหมดนี้เกิดจากผลของเดธโน้ตทั้งหมดซึ่งไลท์ทำเพื่อจะได้เข้าทีมสอบสวนและฆ่าแอลซะ และเหตุผลที่ไลท์สามารถรู้ชื่อของนาโอมิได้เนื่องจากเธอบอกว่าเธอเป็นคู่หมั้นของเรย์ ทำให้ไลท์รู้ว่าเธอกับเรย์เป็นคู่หมั้นที่จะแต่งงาน ไลท์ไปดูรายชื่อของคู่แต่งงานในโบสถ์ทำให้สามารถรู้ชื่อจริงของเธอได้ ตอนสุดท้ายลุคถามไลท์ว่า "ชิโอริรักนายจากใจจริง นายไม่รักชิโอริบ้างหรือไง"' ไลท์ได้เพียงแต่ตอบว่า "ชั้นไม่รู้" ในอีกด้านหนึ่งอานาเมะ มิสะก็กำลังหนีจากผู้ช่วยผู้กำกับที่กำลังจะฆ่าเธอ แต่อยู่ๆ เขาก็หัวใจวายและก็มีสมุดสีดำเล่มหนึ่งตกลงมา

สักครู่ผู้กองยางามิก็นำรถมารับไลท์ และไลท์ได้ขอร้องต่อพ่อให้ตนได้เข้าทีมสอบสวน แต่อยู่ๆ แอลก็ปรากฏตัวพร้อมพูดว่า "ยินดีต้อนรับ สวัสดีครับ ผมชื่อแอลนะ ขอยืมสมองคุณมาช่วยงานหน่อยนะ เราจะช่วยกัน มาจับคิระด้วยกันเถอะ" ผู้กองยางามิกล่าวทิ้งท้ายแก่แอลว่าว่า "ก่อนจะพูดอะไร เธอควรจะขอโทษเขา"

ความแตกต่างระหว่างการ์ตูนและภาพยนตร์[แก้]

ในฉบับภาพยนตร์นั้นได้ทำการดัดแปลงเนื้อเรื่องบางส่วนเพื่อให้เหมาะแก่การนำไปทำเป็นภาพยนตร์ โดยมีข้อแตกต่างดังนี้

การ์ตูน ภาพยนตร์
เอฟบีไอที่สะกดรอยไลท์มีชื่อว่าชื่อ เรย์ เพนเบอร์ (Raye Penber) ชื่อของเขาถูกเปลี่ยนเป็น เรย์ อิวามัตสึ (Raye Iwamatsu)
ไลท์สามารถหาชื่อจริงของ นาโอมิ มิโซระ ได้จากใบขับขี่ของเธอ ไลท์สามารถหาชื่อจริงของเธอได้ผ่านโบสถ์ที่เธอกับเรย์กำลังจะแต่งงาน
อาชญากรคนที่ 2 ที่ถูกไลท์ฆ่าเป็นหัวหน้าแก๊งมอเตอร์ไซต์และตายด้วยเหตุรถบรรทุกชน อาชญากรคนที่ 2 ที่ถูกไลท์ฆ่าเป็นผู้ต้องหาที่ถูกยกฟ้อง ตายด้วยอาการหัวใจวาย
ยมทูตลุคปรากฏตัวมาให้ไลท์เห็นหลังจากเขาใช้เดธโน้ตไปแล้ว 5 วัน ลุคปรากฏให้ไลท์เห็นหลังจากฆ่าอาชญากรคนที่ 2
ฉากที่ผู้กองยางามิเปิดโอกาสให้ตำรวจที่อยากทำคดีของคิระต่อไปให้ยังคงอยู่ในห้องประชุมจนกว่าเขาจะกลับมาตอนเย็นแต่ถ้าใครไม่อยากทำต่อสามารถขอออกจากคดีนี้ได้ เขากล่าวให้ห้องประชุมและมีตำรวจขออนุญาตออกจากคดีในห้องประชุมทันที
ไลท์ได้กล่าวถึงการเขียนสาเหตุการตายของนักโทษ 3 คนในคุกอย่างละเอียดรวมถึงจดหมายลาตายของนักโทษคนที่ 2 ด้วย ไม่ได้มีกล่าวถึงการเขียนชื่อนักโทษในเดธโน้ต มีแต่แฟ้มภาพและข้อมูลที่ทางตำรวจมาตรวจสอบเท่านั้น
แอลที่กำลังจะเสียชีวิต ให้เนียร์ไขคดีแทน แอลไขคดีเองแม้รู้ว่ากำลังจะเสียชีวิต

ตัวละคร[แก้]

วันที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]