วัลราเฟิน ฟัน ฮัลล์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วัลราเฟิน ฟัน ฮัลล์
Portret Walraven van Hall.jpg
เกิด10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1906(1906-02-10)
อัมสเตอร์ดัม
เสียชีวิต12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1945 (39 ปี)
ฮาร์เลม
สัญชาติชาวดัตช์
ชื่ออื่นนายธนาคารฝ่ายต่อต้าน, Barends, "oom Piet", "de Olieman", Van Tuyl
อาชีพนายธนาคาร

วัลราเฟิน (วัลลี) ฟัน ฮัลล์ (10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1906 - 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1945) เป็นชาวดัตช์ที่เป็นนายธนาคารและผู้นำฝ่ายต่อต้านในช่วงการยึดครองเนเธอร์แลนด์ในสงครามโลกครั้งที่สอง[1][2] เขาได้ก่อตั้งธนาคารฝ่ายต่อต้าน ซึ่งถูกใช้เพื่อแจกจ่ายเงินทุนให้แก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการยึดครองเนเธอร์แลนด์ของนาซีและให้ทุนสนับสนุนแก่ขบวนการต่อต้านดัตช์[3]

ช่วงชีวิตต้น[แก้]

เขาเกิดในตระกูลชาวดัตช์ที่มีอิทธิพล ฟัน ฮัลล์เริ่มเข้าศึกษาเพื่อกลายมาเป็นเจ้าหน้าที่ในพาณิชย์นาวี แต่หลังจากทำงานมาหลายปีในฐานะผู้ช่วยต้นเรือ เขาถูกปฏิเสธเพราะสายตาของเขา จึงไม่สามารถทำงานในพาณิชย์นาวีต่อไปได้ เขาได้ย้ายไปยังนครนิวยอร์กในปี ค.ศ. 1929 พี่ชายของเขาซึ่งจะเป็นนายกเทศมนตรีแห่งอัมสเตอร์ดัมในอนาคต ไจส์ ฟัน ฮัลล์(Gijs van Hall) ซึ่งเคยทำงานที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ได้ช่วยเหลือเขาในการหางานทำในบริษัทวอล์สตรีท เมื่อได้รับคำแนะนำให้รู้จักกับธนาคาร ฟัน ฮัลล์ได้เดินทางกลับประเทศเนเธอร์แลนด์และกลายเป็นนายธนาคารและนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์

สงครามโลกครั้งที่สอง[แก้]

ภายหลังจากที่เยอรมันได้บุกครองเนเธอร์แลนด์ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1940 ได้มีการจัดตั้งกองทุนขึ้นเพื่อช่วยเหลือครอบครัวกะลาสีเรือ-พาณิชย์(ซึ่งติดอยู่ที่ต่างประเทศ เมื่อสงครามปะทุขึ้น) ฟัน ฮัลล์ได้ขอความช่วยเหลือในการจัดตั้งสาขาอัมสเตอร์ดัมร่วมกับพี่ชายของเขาอย่างไจส์ เนื่องจากประสบการณ์จากธนาคารของเขา ฟัน ฮัลล์สามารถหาเงินทุนโดยได้รับความช่วยเหลือจากการค้ำประกันโดยรัฐบาลเนเธอร์แลนด์ในกรุงลอนดอน หลังจากนั้นได้ไม่นาน เยอรมันก็เริ่มใช้มาตรการต่อต้านชาวยิวและบังคับใช้แรงงาน และการต่อต้านต่อมาตรการเหล่านี้ก็เพิ่มมากขึ้น ฟัน ฮัลล์ได้ขยายกิจกรรมในการระดมทุนของเขาสำหรับกลุ่มต่อต้านทุกประเภท และเขาก็กลายเป็นที่รู้จักกันในฐานะนายธนาคารฝ่ายต่อต้าน[4]

หนึ่งในวิธีที่ฟัน ฮัลล์สามารถระดมทุนสำหรับฝ่ายต่อต้านคือ "การปล้น" ต่อธนาคารแห่งชาติเนเธอร์แลนด์ (De Nederlandsche Bank) ด้วยการอนุมัติของรัฐบาลผลัดถิ่นเนเธอร์แลนด์ ฟัน ฮัลล์สามารถรับเงินจำนวนมากกว่า 50 ล้านกิลเดอร์ดัตช์ จา่กข้อมูลของ Nout Wellink อดีตประธานธนาคาร ตัวเลขนี้เทียบได้กับจำนวนเงินครึ่งพันล้านยูโรในปี ค.ศ. 2010 ด้วยการร่วมมือกับพี่ชายของเขา ฟัน ฮัลล์ได้ปลอมแปลงพันธบัตรธนาคารและแลกเปลี่ยนกันภายในธนาคารให้กลายเป็นพันธบัตรจริง ด้วยวิธีนี้ เงินกระดาษจึงถูกรวบรวม สิ่งเหล่านี้ถูกทำขึ้นอยู่เบื้องหลังของรอสท์ ฟัน ทอนนิงเงิน ประธานธนาคารและสมาชิกที่มีชื่อเสียงของขบวนการชาติสังคมนิยมในเนเธอร์แลนด์(NSB)

อีกวิธีหนึ่งในการรวบรวมเงินคือการกู้ยืมเงินจากชาวดัตช์ผู้มั่งคั่ง เพื่อเป็นหลักค้ำประกันในการลงทุนของพวกเขา พวกเขาจะได้รับกระดาษใบหุ้นเก่าที่ไร้ค่า แต่ภายหลังสงคราม พวกเขาสามารถรับเงินคืนมาโดยแลกกับกระดาษหุ้นได้

ในปี ค.ศ. 1944 วัลราเฟิน เป็นผู้นำของ NSF (กองทุนสนับสนุนแห่งชาติ) เขายังเป็นผู้ประสานงานของ Kern ("นิวเคลียส") และ Driehoek ("สามเหลี่ยม") ซึ่งเป็นความร่วมมือกันของกลุ่มฝ่ายต่อต้านชาวดัตช์หลายกลุ่ม NSF ได้ให้การสนับสนุนกลุ่มฝ่ายต่อต้านและเอกสารใต้ดินต่าง ๆ เช่น Het Parool, Trouw, และ Vrij Nederland.

ชื่อเล่น[แก้]

นอกจากจะถูกเรียกว่านายธนาคารฝ่ายต่อต้านแล้ว[5] วัลราเฟินนั้นมีชื่อเล่นมากมายในขบวนการต่อต้านเพื่อให้แน่ใจแล้วว่า ชื่อจริงของเขาจะไม่ถูกเปิดเผย ตัวอย่างเช่น เขาถูกเรียกว่า ออยล์แมน (The Oilman) เพราะความสามารถของเขาในการสร้างผ่อนคลายความขัดแย้งกันระหว่างกลุ่มต่อต้านต่าง ๆ เช่นเดียวกับ เบเรนดส์ อูม พีท(Oom Piet "ลุงพีท") และ Van Tuyll เป็นส่วนใหญ่[6]

คนส่งของ[แก้]

คนส่งของส่วนตัวของเขาคือ Hanneke Ippisch ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Sky: a True Story of Courage during World War II[7][8] งานของเธอคือ การจัดหาสถานที่นัดประชุมที่ปลอดภัยทุกวันศุกร์สำหรับผู้นำฝ่ายต่อต้าน[ต้องการอ้างอิง]

ถูกจับกุม[แก้]

เมื่อวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 1945 สถานที่นัดประชุมได้มอบให้กับสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มต่อต้านซึ่งถูกจับกุมเมื่อวันก่อนและหลงเชื่ออย่างผิดว่า สมาชิกในที่ประชุมจะรู้ว่า เขาถูกจับกุมและไม่เข้ามาร่วมประชุม แม้ว่าเยอรมันจะมีความคิดที่คลุมเครือ แต่ก็มีใครสักคนที่คอยประสานงานด้านการเงินให้กับฝ่ายต่อต้าน แต่พวกเขาไม่เคยรู้ว่าเป็นฟัน ฮัลล์ ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1945 Teus van Vliet สมาชิกผู้ก่อตั้งขบวนการต่อต้านดัตช์ ถูกทรยศหักหลังโดยโจฮาน ฟัน ลอม ชาวดัตช์ที่เป็นผู้ให้ความร่วมมือ Van Vliet ยอมคายความลับจากการถูกซ้อมทรมานและเป็นผลทำให้เยอรมันสามารถเข้าจับกุมสมาชิกผู้นำฝ่ายต่อต้านหลายคน รวมทั้งฟัน ฮัลล์[9]

ประหารชีวิตและถูกฝังศพ[แก้]

ฟัน ฮัลล์ถูกประหารชีวิตในฮาร์เลม เพื่อเป็นการล้างแค้นสำหรับการตายของเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง หลังสงคราม ร่างของเขาถูกฝังไว้ที่ Overveen ใน Erebegraafplaats Bloemendaal (สุสานกิตติมศักดิ์)[ต้องการอ้างอิง]

เกียรติยศที่โดดเด่น[แก้]

ฟัน ฮัลล์ได้รับการปูนบำเน็จหลังเสียชีวิตโดยรัฐบาลดัตช์ด้วยกางเขนดัตช์แห่งฝ่ายต่อต้าน(Verzetskruis) สหรัฐได้ปูนบำเน็จด้วยเหรียญมีเดล ออฟ ฟรีดอม พร้อมปาล์มสีทอง อิสราเอลได้ให้การยอมรับแก่เขาว่าเป็น "ผู้ทรงคุณธรรมแห่งนานาประเทศ" ในปี ค.ศ. 1978 สำหรับการสนับสนุนและเงินทุนสำหรับชาวยิว จำนวนระหว่าง 800 ถึง 9,000 คนในการหลบซ่อนตัวช่วงสงคราม[10] เพื่อเป็นเกียรติแก่วีรกรรมของเขาในฝ่ายต่อต้าน อนุสาวรีย์ได้ถูกสร้างขึ้นในฤดูใบไม้ร่วง ปี ค.ศ. 2010 ใกล้กับสำนักงานธนาคารกลางดัตช์ที่ Frederiksplein 40 ในอัมสเตอร์ดัม[11]

ในสื่อต่าง ๆ[แก้]

ภาพยนตร์ชื่อเรื่องว่า The Resistance Banker (Bankier van het Verzet), ถูกกำกับโดย Joram Lürsen และนำแสดงโดย Barry Atsma ผู้รับบทเป็น ฟัน ฮัลล์ ซึ่งเป็นภาพยนตร์ประเภทดราม่าในยุคสงครามโลกครั้งที่สองของเนเธอร์แลนด์ ปี ค.ศ. 2018 โดยอิงจากงานของฮัลล์ในการระดมเงินทุนสนับสนุนให้กับฝ่ายต่อต้านดัตช์ในสงครามโลกครั้งที่สอง

อ้างอิง[แก้]

  1. "HALL, Walraven van (1906-1945)". Biografisch Woordenboek van Nederland (ภาษาดัตช์).
  2. Welgraven, Co. "Walraven van Hall (1906-1945). Bankier van het verzet". Historisch Nieuwsblad (ภาษาดัตช์).
  3. "Wally van Hall 1906 - 1945. Banker to the Resistance". Verzetsmuseum (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2019-07-27.
  4. "Wally van Hall (1906 - 1945): Banker to the Resistance". Verzets Museum. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2010-11-01.
  5. "Wally van Hall (1906 - 1945): Banker to the Resistance". Verzets Museum. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 2010-11-01.
  6. Mak, Geert (1995). "X: De jaren van morele paniek". Een kleine geschiedenis van Amsterdam. Uitgeverij Atlas. ISBN 978-90-467-0387-8.
  7. "Sky: a True Story of Courage during World War II by Hanneke Ippisch". thechildrenswar.blogspot.com. 8 September 2011.
  8. Chaney, Rob (21 May 2012). "Western Montana Lives: Hanneke Ippisch – From a teenage Dutch spy to creator of ornaments". Missoulian. สืบค้นเมื่อ 15 August 2015.
  9. Botje, Harm Ede; Schaap, Erik (30 December 2013). "De verrader en het meisje". Vrij Nederland (ภาษาดัตช์). สืบค้นเมื่อ 8 July 2015.
  10. "Hall van FAMILY". db.yadvashem.org. สืบค้นเมื่อ 2018-09-21.
  11. "Amsterdam, 'Walraven van Hall-monument'".