วัดดอนตูม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
วัดดอนตูม
ข้อมูลทั่วไป
ชื่อวัดดอนตูม
ที่ตั้ง๑๑๖-๑๓๐ ถนนทรงพล ตำบลบ้านโป่ง อำเภอบ้านโป่ง ราชบุรี ๗๐๑๑๐
ประเภทวัดราษฎร์
นิกายเถรวาท
เจ้าอาวาสพระครูวินัยธรสมพร จตฺตภโย
กิจกรรมศาสนสถานในพระพุทธศาสนาที่มีกิจกรรมเชิงพุทธตลอดปี/โรงเรียนวัดดอนตูม

วัดดอนตูม เป็นวัดในพระพุทธศาสนา สังกัดมหานิกาย ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านโป่ง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ตั้งมาประมาณ ๒๒๗ ปี เป็นวัดที่มีความสำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางของชาวพุทธในบริเวณตำบลบ้านโป่ง

ประวัติ[แก้]

  • เดิมทีที่ตั้งวัดเป็นที่ดอนเป็นป่าดงพงไพร เป็นที่อาศัยของเหล่าฝูงสัตว์เช่น เก้ง กวาง เป็นต้น มีหนองน้ำล้อมรอบอยู่ ๓ แห่ง คือ หนองตามี หนองหลุม หนองเย็น ฝูงสัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่าดอนนี้ ก็ได้อาศัยน้ำในหนองทั้ง ๓ นี้เป็นที่เล่นที่กิน พรานทั้งหลายที่ชอบเที่ยวล่าสัตว์ ก็จะมาล่าสัตว์อยู่ในป่าดอนนี้อยู่เสมอ สมัยนั้นอาวุธที่พรานทั้งหลายใช้ล่าสัตว์คือ “ปืนแก๊ป” เมื่อยิงสัตว์เสียงปืนก็จะดัง “ตูม ตูม” ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณถิ่นฐานนั้น มักจะได้ยินเสียงปืนของบรรดาพรานทั้งหลายอยู่เป็นประจำ เพราะถือเอานิมิตของเสียงปืนที่ชาวบ้านได้ยิน จึงเรียกป่าดอนนี้ว่า “ดอนตูม” และเป็นที่มาของชื่อ “วัดดอนตูม” มาจนตราบเท่าปัจจุบันนี้
  • สมัยนั้นมีปืนอยู่ชนิดหนึ่ง สำหรับมีไว้ป้องกันตัว และล่าสัตว์ เรียกว่า ปืนแก๊ป เมื่อยิงไปแล้วดังตูม ๆ คล้าย ๆ พลุไทย ดังไม่เหมือนปืนสมัยปัจจุบัน คำว่า “ตูม ตูม” เป็นสำเนียงเสียงภาษาของคนในสมัยนั้น ในท้องถิ่นตำบลนั้น
  • วัดดอนตูมตั้งเมื่อ ได้สร้างวัดเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๓๓๐ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๖ เดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๖ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร

เจ้าอาวาส[แก้]

วัดดอนตูม ในสมัยนั้นโบราณเล่าว่า บางปีมีพระจำพรรษาแต่ในฤดูฝน ในระยะต้นๆ นั้น ไม่ปรากฏเจ้าอาวาสเป็นที่แน่นอน มีมากี่รูปแล้ว ต่อมาในสมัยระยะกลางๆ มี เจ้าอาวาสที่ปรากฏชื่อ คือ

  • ๑) พระภิกษุจันทร์ (ไม่ปรากฏประวัติ)
  • ๒) พระภิกษุเบ้า (ไม่ปรากฏประวัติ)
  • ๓) พระภิกษุสิน (ไม่ปรากฏประวัติ)
  • ๔) พระภิกษุย้อย (ไม่ปรากฏประวัติ)
  • ๕) พระภิกษุมืด (ไม่ปรากฏประวัติ)
  • ๖) พระอธิการโลน (หลวงพ่อโลน) ท่านก็ได้บูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะของวัดตามสมควรแก่กาลสมัย และได้สร้างเสริมเติมต่ออุโบสถที่ตกค้างมาสมัยเจ้าอาวาสองค์ก่อนๆ จนเป็นที่สำเร็จเรียบร้อย ต่อมาท่านคิดที่จะสร้างศาลาการเปรียญวัดดอนตูมขึ้น ท่านได้จัดหาอุปกรณ์การก่อสร้างไว้พอควร แต่ยังไม่ได้สร้าง ท่านก็มรณภาพไปตามอายุขัย
  • ๗) พระครูปัญญาธิการ (เต่า โพธิสาโร) ได้รับรักษาการ และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดดอนตูม ต่อจากหลวงพ่อโลน ท่านได้โยกย้ายกุฎีสงฆ์ จัดสร้างขึ้นใหม่ และสร้างศาลาการเปรียญใหม่ กว้าง ๑๖ เมตร ยาว ๒๖ เมตร จนสำเร็จเรียบร้อย และได้จัดสร้างโรงเรียนขึ้น ๑ หลัง สร้างปูชนียสถานพระพุทธฉายจำลอง สร้างกำแพงกั้นแขตวัด และท่านได้มรณภาพลง เมื่ออายุ ๕๒ ปี (ปี พ.ศ.๒๔๙๒)
  • ๘) พระครูโสภณรัตนากร (เพิ่ม เขมกาโม) จากการศึกษาประวัติ ท่านเป็นผู้มีอัธยาศัยที่เรียบร้อย สุขุมเยือกเย็น รักความสะอาด รักความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีกำลังใจที่เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว จะทำสิ่งใดก็มุ่งทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ งานทุกครั้งที่จัดทำขึ้น มักเป็นงานใหญ่และแปลกเสมอ และไม่ซ้ำแบบใคร ด้วยเหตุที่ท่านมีอัธยาศัยตามที่กล่าวนี้ ทำให้ท่านเป็นที่เคารพนับถือของพระภิกษุสงฆ์ ประชาชน และทำให้งานด้านการบริหารการปกครองวัดงานคณะสงฆ์ ตลอดถึงงานที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยลุล่วงไปด้วยจนเป็นที่ไว้วางใจของพระเถรานุเถระตลอดมา และที่สุดงานด้านการปกครองท่านก็ได้ยุติลง ท่านได้ถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ เวลา ๑๔.๐๐ น. รวมระยะเวลาการปกครอง ๒๕ ปี
  • ๙) พระครูอินทคุณาวสัย (ตัน องฺกุโร) ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส วัดดอนตูม เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๘ จนถึงปัจจุบัน

ศาสนาสถานในวัด[แก้]

พระครูอินทคุณาวสัย (หลวงพ่อตัน อังกุโร) ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสต่อจากพระครูโสภณรัตนากร เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๘ มาจนถึงปัจจุบัน ผลงานด้านการสาธารณูปการของท่าน มีดังนี้

  • ๑. นับตั้งแต่ท่านดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส ท่านได้ดำเนินการสร้างอุโบสถต่อจากพระครูโสภณรัตนากร จนเป็นที่แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๒
  • ๒. ดำเนินการสร้างกุฎีโฆษิตสกุล กว้าง ๘.๕๐ เมตร ยาว ๑๐ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น หลังคาทรงไทย มุงกระเบื้องสีเหลืองแก่ หน้าต่างกระจกใส ลูกกรงเหล็ก บันใดอยู่ในกุฎี ชั้นบนพื้นไม้แข็ง ชั้นล่างพื้นคอนกรีตหินขัด เป็นที่พำนักของเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙
  • ๓. ดำเนินการสร้างกุฎีศิริทวี กว้าง ๘.๗๐ เมตร ยาว ๑๐ เมตร สร้างแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น หลังคาทรงไทย มุงกระเบื้องสีเหลืองแก่ หน้าต่างกระจกใส ลูกกรงเหล็ก บันใดอยู่ในกุฎี ชั้นบนพื้นไม้แข็ง ชั้นล่างพื้นคอนกรีตปูพื้นไม้แข็งลายขัด
  • ๔. สร้างกุฎียิ้มนิธากรณ์ กว้าง ๗.๓๐ เมตร ยาว ๑๘ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๕ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น หลังคาทรงไทย มุงกระเบื้องสีเหลืองแก่ หน้าต่างไม้แบบสมัยใหม่ ปิดเปิดด้านนอก ลูกกรงเหล็ก ชั้นบนและชั้นล่าง พื้นคอนกรีตขัดมัน บันไดอยู่ในกุฎี ชั้นบนใช้เป็นที่พักสำหรับพระภิกษุสามเณร ชั้นล่างใช้เป็นหอฉัน และหอสวดมนต์
  • ๕. สร้างกุฎีใหญ่-โสภณ กว้าง ๘.๗๐ เมตร ยาว ๑๐.๑๐ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๓ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น หลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องรอนคู่สีเขียว หน้าต่างไม้แบบสมัยใหม่ ปิดเปิดด้านนอก ลูกกรงเหล็ก บันไดอยู่ในกุฎี ชั้นบนเป็นพื้นไม้แข็ง ชั้นล่างพื้นคอนกรีตขัดมัน
  • ๖. หอระฆัง กว้าง ๕.๓๐ เมตร ยาว ๕.๓๐ เมตร สร้างเสร็จเมื่อพ.ศ. ๒๕๒๘
  • ๗. สร้างประปา กว้าง ๓.๕๐ เมตร ยาว ๓.๕๐ เมตร สูง ๑๐.๕๐ เมตร สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔ อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น ชั้นบนเป็นถังประปา ทรงกลม จุน้ำประมาณ ๑๕ ลูกบาตเมตร หรือประมาณ ๑๙,๙๙๕ ลิตร ชั้นล่างใช้เป็นห้องไว้ปั๊มน้ำ สำหรับฉุดน้ำขึ้นถัง
  • ๘. พ.ศ.๒๕๓๓ บูรณซ่อมแซมครัวคู่เมรุ และทำกำแพงกั้นเขตวัดด้านทิศเหนือ
  • ๙. พ.ศ.๒๕๓๔ ดำเนินการสร้างกุฎีสงฆ์ เป็นตึก ๒ ชั้น ลักษณะทรงไทย หลังคากระเบื้องเคลือบกาบกล้วยสีแดง กว้าง ๗ เมตร ยาว ๙.๕๐ เมตร และสร้างกำแพงกั้นเขตวัดด้านทิศตะวันตก ลักษณะคอนกรีตเสริมเหล็ก
  • ๑๐. พ.ศ.๒๕๓๕ สร้างเสริมเติมต่อเขาพระพุทธฉายจำลอง ลักษณะคอนกรีตเสริมเหล็ก
  • ๑๑. พ.ศ.๒๕๓๗ สร้างห้องน้ำ ลักษณะก่ออิฐถือปูน หลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กจำนวน ๔ ห้อง
  • ๑๒. พ.ศ.๒๕๓๘ ก่อสร้างกุฏีพุทธศาสน์ ลักษณะตึก หลังคาทรงไทย ๒ ชั้น ชั้นล่างใช้เป็นห้องเรียนปริยัติธรรม ชั้นบนเป็นที่พักสงฆ์ จำนวน ๑๔ ห้องหลังคากระเบื้องเคลือบสีแดง กว้าง ๒๑ เมตร ยาว ๓๕ เมตร
  • ๑๓. พ.ศ.๒๕๓๙ ซ่อมเตาเผาศพ, เทคอนกรีตพื้นถนนหน้าศาลาการเปรียญ, ซ่อมแซมและทาสีมณฑป
  • ๑๔. พ.ศ.๒๕๔๐ สร้างกุฏีสงฆ์ ลักษณะอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น หลังคาทรงไทย กว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๐ เมตร
  • ๑๔. พ.ศ.๒๕๔๑ สร้างหอกลอง อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น หลังคาทรงไทย กว้าง ๕.๓๐ เมตร ยาว ๘ เมตร
  • ๑๖. พ.ศ.๒๕๔๒ สร้างโรงพิพิธภัณฑ์ อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาทรงไทยปั้นหยา กว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๗ เมตร

กิจกรรมในวัด[แก้]

กิจกรรมที่โดดเด่นของวัดดอนตูมนั้น กิจกรรมหลัก ๆ มีดังนี้

  • ๑. การสอนการบรรยายธรรม แก่เด็กนักเรียน ทั้งโรงเรียนในวัดและนอกวัด และประชาชนเนื่องในโอกาสบำเพ็ญกุศลต่าง ๆ
  • ๒. การจัดงานปิดทองพระพุทธฉายประจำปี ซึ่งตรงกับวันเพ็ญกลางเดือน ๓ ของทุกปี มีประชาชนทั้งในและนอกอำเภอ มาสักการบูชา และเที่ยวงานเป็นจำนวนมาก เฉพาะวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา ประชาชนจะมาทำพิธีเวียนเทียนรอบองค์ พระพุทธฉาย มากเป็นพิเศษ
  • ๓. การจัดงานเทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก ในเทศกาลวันออกพรรษา เพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามไว้
  • ๔. การจัดงานประเพณีเทศกาลวันสงกรานต์ ทางวัดได้ร่วมกับเทศบาลเมืองบ้านโป่ง จัดงานวันสงกรานต์ ในวันที่ ๑๓-๕ เดือนเมษายน ของทุกปี เพื่อเป็นการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีพื้นบ้าน มีการจัดขบวนอัญเชิญพระพุทธสิหิงส์ จากวัดดอนตูม ไปรอบตลอด เพื่อให้ประชาชนได้บูชาสักการะ, การสรงน้ำพระ, การรดน้ำดำหัว, และจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน เป็นต้น
  • ๕. การจัดบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน วัดดอนตูม ได้จัดโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนเป็นประจำทุกปี โดยกำหนดเอาวันที่ ๑-๓๐ เดือนเมษายน รวมระยะเวลาของโครงการ ๑ เดือน มีผู้ปกครองพาบุตรหลานของตนมาสมัครบรรพชา เฉลี่ยปีละ ๑๐๐ คน
  • ๖.การจัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญทางศาสนา เมื่อวันสำคัญทางศาสนาเวียนมาถึง คือ วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันอัฐมีบูชา และวันอาสาฬหบูชา มีการจัดกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญดังกล่าวขึ้น เช่น จัดให้ประชาชนถือศีล ทำบุญใส่บาตร ฟังธรรม รวมถึงปฏิบัติธรรม ทำพิธีเวียนเทียน และเลิกละอบายมุขต่างๆ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  • สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดราชบุรี
  • สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี
  • สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดราชบุรี