วัดญาณเวศกวัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
วัดญาณเวศกวัน
ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้งตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
ประเภทวัดราษฎร์
นิกายเถรวาท มหานิกาย
พระประธานพระพุทธประธานญาณเวศกวโนดม
เจ้าอาวาสสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
พระจำพรรษา27 รูป (ข้อมูลปี ๒๕๕๙) พระอาคันตุกะ 5 รูป

วัดญาณเวศกวัน (ซึ่งบางคนอ่านเป็น วัดดอนเมือง) ตั้งอยู่เลขที่ 10 หมู่ที่ 3 ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ได้รับอนุญาตเป็นทางการ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2532 เริ่มมีพระสงฆ์เข้าจำพรรษาในปีเดียวกันนั้น และมีประกาศตั้งเป็นวัดในปี พ.ศ. 2537 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2542 สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มี สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เป็นเจ้าอาวาสสืบมาแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน

ภายในเนื้อที่ 28 ไร่ 1 งาน 85 ตารางวา ร่มรื่นด้วยพรรณไม้น้อยใหญ่ ผลิดอกออกใบอยู่ทั่วบริเวณ โอบล้อมด้วยบรรยากาศ แห่งธรรมชาติที่เกื้อกูลกันระหว่างสรรพชีวิต เป็นรมณียสถานที่ให้ความสดชื่นผ่อนคลาย สงบเย็น แก่ผู้ที่แวะเวียนเข้ามาพักพิง ด้วย ความตั้งใจที่จะให้อารามแห่งนี้เป็นป่าที่เหมาะแก่การเข้ามาแสวงหาความรู้ เจริญธรรม เจริญปัญญา สมดังชื่อ "ญาณเวศกวัน" อันมี ความหมายว่า "ป่าที่มีเรือนแห่งความรู้" หรือ "ป่าของผู้เข้าสู่ญาณ" พื้นที่ส่วนใหญ่ของวัดจึงมีไว้สำหรับต้นไม้มากกว่าสิ่งปลูกสร้าง เพราะธรรมชาติที่อยู่รายล้อมรอบตัวคือแหล่งการศึกษาเรียนรู้อันกว้างใหญ่ ล้ำลึก เป็นธรรมะใกล้ตัวที่ผู้มีปัญญาจะพึงค้นพบ

อาณาเขตของวัด[แก้]

วัดมีอาณาเขตเรียงตามเข็มนาฬิกา ดังนี้

พระประธานในอุโบสถ[แก้]

พระประธานในอุโบสถ มีพระนามว่า พระพุทธประธานญาณเวศกวโนดม หน้าตักกว้าง 59 นิ้ว ทำพิธีเททองที่ โรงหล่อ พระพุทธปฏิมาพรเลิศ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2541 นำเข้าประดิษฐานในอุโบสถ เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2542 ปิดทองเสร็จและสมโภช เมื่อวันที่ 12 มกราคม และ 17 มกราคม พ.ศ. 2542


ประเภทและลักษณะ[แก้]

เป็นวัดของมหานิกายที่มีสไตส์การตกแต่งและความเป็นอยู่แบบธรรมยุต เรียบง่ายธรรมชาติสะอาดดูดีไร้ตู้บริจาคเรี่ยราดแบบวัดอื่นๆไม่จำหน่ายเครื่องรางหรือสินค้าทุกชนิดแต่แจกตำราหนังสือเป็นธรรมทาน ภายในวัดรื่มรื่นไปด้วยต้นไม้แน่นหนาสดชื่นเงียบสงบกลางวัดเป็นสระน้ำใหญ่โดยมีโบสถ์ตั้งอยู่ข้างๆ ไม่มีรูปปั้นสักการะให้ขัดสายตามีเพียงองค์พระในโบสถ์เท่านั้น ที่จอดรถสะดวกสบายเงียบร่มรื่นธรรมชาติสะอาดตาห้องน้ำดีสวยสะอาด เหมาะกับผู้ที่ตั้งใจมาทำบุญ,ถวายสังฆทาน,นั่งสมาธิ,ฟังธรรมฟังเทศและพักผ่อนหย่อนใจได้ดีสถานที่หนึ่ง

การเดินทาง[แก้]

จากถนนพุทธมณฑลสาย4ที่มาจากเพชรเกษมจะมีซอยซ้ายมือก่อนถึงทางเข้าพุทธมณฑลนิดเดียว ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยประมาณสองกิโลเมตรและซ้ายมือจะเป็นทางเข้าไปวัดอีก500เมตร ทางเข้าถนนดีเรียบเงียบสงบด้านข้างถนนเป็นคลองชลประทานเล็กๆเรียบตลอดถนน ถ้ามาจากด้านถนนบรมราชชนนีให้เลยทางเข้าพุทธมณฑลไปแล้วยูเทิร์นกลับรถเสร็จแล้วชิดซ้ายเตรียมตัวเลี้ยวเข้าซอยก่อนถึงพุทธมณฑลนิดเดียว