วะกะมุระซะกิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ตำนานเก็นจิ "วะกะมุราซากิ"
ดอกมุราซากิ หรือ ชิคง
รากมุราซากิ
มุราซากิ - สีม่วง
ดอกฟุจิ หรือ วิสเทเรีย

วะกะมุราซากิ - เยาวมาลีสีม่วง (若紫, Wakamurasaki) "Lavander" "Young Murasaki" เป็นบทที่ 5 ของ ตำนานเก็นจิ ผลงานของ มุราซากิ ชิคิบุ ที่มีทั้งหมด 54 บท


ที่มาของชื่อบท วะกะมุราซากิ[แก้]

วะกะ (若) ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า อ่อนเยาว์

มุราซากิ(紫)

  • ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า สีม่วง
  • หมายถึงพืชชนิดหนึ่ง ชื่อว่า มุราซากิ หรือ ชิคง (紫根)ชื่อทางวิชาการคือ Lithospermum erythrorhizon ขยายพันธุ์เติบโตอยู่ในประเทศญี่ปุ่น คาบสมุทรเกาหลี และทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน รากใช้ทำเป็นสีย้อมผ้า ที่ให้สีม่วง ( มุราซากิ )[1] ในยุคเฮอัน อาภรณ์สีมุราซากินั้นสงวนไว้สำหรับสตรีชั้นสูงเช่นจักรพรรดินี หรือ นางในราชสำนักเท่านั้น
  • ภาษาของสีมุราซากิ สื่อความหมายถึง ความสนิทชิดเชื้อ และ ความปรารถนาชั่วนิรันดร์
  • ตัวละครหญิงของเรื่องตำนานเก็นจิ เขาเรียกเด็กหญิง (ศักดิ์เป็นหลานสาวของพระชายาฟุจิทสึโบะ)หน้าตาละม้ายคล้ายพระชายาฟุจิทสึโบะ ที่เขาพาตัวมาจากคิตะยามะและเลี้ยงดูนางในคฤหาสน์ นิโจ ว่า มุราซากิ(สีม่วง ) เพราะ สีม่วงคือสีของดอกฟุจิ( วิสเทเรีย ) ซึ่งหมายถึง พระชายาฟุจิทสึโบะที่เขารักแต่ไม่อาจเป็นเจ้าของได้ ด้วยนางเป็นภรรยาของบิดาของเขา ในบทวะกะมุราซากิมีร้อยกรองดังนี้[2]


「手(て)に摘(つ)みていつしかも見(み)む紫(むらさき)の根(ね)にかよひける野辺(のべ)の若草(わかくさ)」[3]


Te ni tsumi te itsushika mo mi mu murasaki no ne

ni kayohi keru nobe no wakakusa[4]


พลันปรารถนาเด็ดดอมเจ้าเยาวมาลี อันจุตีร่วมว่านเครือบุบฝากานดา สีม่วงพะพราวผการ่วมธาตรี


เก็นจิปรารถนาจะได้มุราซากิน้อยไปเป็นภรรยาโดยไว เพื่อเติมเต็มความรักไม่สมหวังที่เขามีต่อพระชายาฟุจิทสึโบะผู้เป็นอาของมุราซากิ

ตัวละครหลักในบท[แก้]

  • เก็นจิ

ยศ โคะโนะเอะจูโจ ( Konoe Chuujou พลโทราชองครักษ์ )อายุ 18

  • ภิกษุเจ้าอาวาสแห่งคิตะยามะ ( คิตะยามะ โนะ โซซุ Kitayama no Shouzu)
  • โยชิคิโยะ

ผู้ติดตามของเก็นจิ เป็นบุตรชายของเจ้าเมืองเมืองฮาริมะ

  • นักบวชแห่งอาคาชิ ( อาคาชิ โนะ นีวโด Akashi no Nyuudou )

อดีตเจ้าเมืองฮาริมะ

  • ท่านหญิงแห่งอาคาชิ

บุตรีของนักบวชแห่งอาคาชิ

  • โคเรมิตสึ

คนสนิท และพี่น้องร่วมแม่นมเดียวกับเก็นจิ

  • มุราซากิ

เด็กหญิงอายุ 10 ปี

  • แม่ชีแห่งคิตะยามะ

ยายของมุราซากิ เป็นน้องสาวของภิกษุแห่งคิตะยามะ อายุพ้น 40 ปี

  • โชนะกอน

พี่เลี้ยงของมุรากิ

  • เฮียวบุเคียวโนะมิยะ

องค์ชายเจ้ากรมกลาโหม บิดาของมุราซากิ อายุ 33

  • โทโนะจูโจ

สหายและพี่ภรรยาของเก็นจิ

  • จักรพรรดิคิริสึโบะ

พระราชบิดาของเก็นจิ

  • สะไดจิน

เสนาบดีฝ่ายซ้าย พ่อตาของเก็นจิ อายุ 52

  • อาโออิ

บุตรีของสะไดจิน ภรรยาของเก็นจิ อายุ 22

  • พระชายาฟุจิทสึโบะ

พระชายาในจักรพรรดิคิริสึโบะ อายุ 23

  • โอเมียวบุ

นางกำนัลของฟุจิทสึโบะ

เรื่องย่อ[แก้]

เก็นจิป่วยเป็นไข้มาลาเรีย เขาจึงพาผู้ติดตาม 4-5คน ไปนมสการพระธุดงในคิตะยามะผู้มีชื่อเสียงด้านการปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ เก็นจิเคยส่งสาส์นให้ท่านมาพบ แต่ท่านตอบว่าชราเกินกว่าที่จะเดินทางออกจากที่พำนักไหวแล้ว พระธุดงชราอาศัยอยู่ในถ้ำหินบนภูเขาสูง ปลายเดือนมีนาคม ดอกซากุระในนครหลวงนั้นโรยราสิ้นแล้ว ทว่าบนภูเขาคิตะยามะ ดอกซากุระกลับกำลังเบ่งบานสะพรั่ง ทำให้เก็นจิยินดีปรีดามาก

ระหว่างการรักษาตัวช่วงกลางวัน เก็นจิออกเดินเล่นในหมู่บ้านใกล้เคียง เขาเห็นรั้วสานหน้าวัดแห่งหนึ่ง ที่มีฝีมือการสานปราณีตกว่ารั้วบริเวณใกล้เคียง ช่วงค่ำ เก็นจินำโคเรมิตสึไปชมดสถานที่นั้นอีกครั้ง เบื้องหลังรั้วสาน เก็นจิมองเห็นแม่ชีอ่านหนังสืออยู่กับโต๊ะเท้าแขน นางอายุราว 40 ปี และดูมุ่งมั่นกับการอ่าน ต่อมา เด็กหญิงน่ารักอายุราว 10 ปีวิ่งเข้ามาหาแม่ชีแล้วฟ้องน้องด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นว่า อินุกิ ปล่อยลูกนกกระจอกที่นางขังให้บินหนีไปแล้ว และนี่คือครั้งแรก ที่เก็นจิ เห็นหน้า มุราซากิ

เมื่อเก็นจิเข้านมัสการในวัด เขาถามเจ้าอาวาสถึงเด็กหญิงน้อยๆคนนั้น ได้ความว่า นางเป็น บุตรีของเฮียวบุเคียวโนะมิยะ พี่ชายของพระชายาฟุจิทสึโบะ มารดาของนางนั้นตายไปแล้ว ทิ้งบุตรสาวตัวน้อยให้ยายที่เป็นชีดูแลเลี้ยงดู เก็นจิเสนอจะนับดูแลเลี้ยงดูเด็กหญิงน้อยๆคนนั้นใน(ฐานะภรรยา) แต่ท่านเจ้าอาวาสปฏิเสธ เมื่อทำเจ้าอาวาสเข้าทำวัด เก็นจิเข้าพบแม่ชี และเอ่ยปากขอเลี้ยงดูเด็กหญิงกับผู้เป็นยาย แม่ชีลังเลใจ เพราะอายุของทั้งสองต่างกันมากเกินไป หลานสาวของนางยังเด็กนัก

เมื่ออาการป่วยของเก็นจิทุเลา ท่านเจ้าอาวาสเตรียมอาหารเช้าซึ่งประกอบด้วยผลไม้และสุราแปลกตามาเลี้ยง เก็นจิ ท่านเจ้าอาวาส และพระธุดง ร่วมกันแต่งโคลงกลอนอำลาอาลัย ท่านเจ้าอาวาสมอบลูกประคำงาช้างในกล่องแบบจีน ที่เจ้าชายโชโตคุ ได้มาจากเกาหลีให้เก็นจิ อีกทั้งยังมอบกิ่งสนที่ผูกพันด้วยมอบขวดยาสีครามลายดอกซากุระและฟุจิให้เก็นจิหลายขวด พระธุดงมอบยันต์คุ้มครองจากภยันต์อันตราย และเมื่อโทโนะจูโจตามมาสมทบ จึงเกิดงานเลี้ยงตามมา

พระชายาฟุจิทสึโบะป่วย จึงลาราชการจากวังกลับมาพำนักที่บ้านเดิม เก็นจิลอบเข้าหานาง โดยบังคับให้โอเมียวบุนำทาง คืนนั้นเป็นคืนในฤดูร้อนอันแสนสั้นราวกับความฝัน ฟุจิทสึโบะตกตะลึงเมื่อเห็นเก็นจิลอบเข้ามา นางไม่สามารถขัดขืนเก็นจิได้ เก็นจิทอดถอนใจ เสียดายที่ไม่อาจจะแสดงความรักอัดแน่นในใจของเขาได้เต็มที่ ฟุจิทสึโบะตัดสินใจจะมีความสัมพันธ์เก็นจิอีก ต่อมาฟุจิทสีโบะตั้งครรภ์ลูกของเก็นจิพร้อมทุกทรมานกับความผิดบาปในใจ

เก็นจิไปหาภรรยาที่คฤหาสน์ถนนซันโจ แต่นางยังคงเย็นชาจนทำให้เขาอึดอัด ยายของมุราซากิเสียชีวิต หลังการทำบุญครบรอบ 49 วัน เก็นจิไปเยี่ยมเยือนที่คฤหาสน์ของท่านหญิงน้อยมุราซากิ คฤหาสน์นั้นรกร้าง ขาดการดูแล โชนะกอนพี่เลี้ยงของมุราซากิ ห่วงใยในอนาคตของท่านหญิงน้อยที่ขาดผ้ดูแลคุ้มครอง เก็นจิสัญญาว่า เขาจะดูแลนางเอง ท่านหยิงน้อยวิ่งเข้ามาหาเก็นจิ นางช่างเป็นเด็กหญิงที่แจ่มใสน่ารักนัก คืนนั้นเป็นคือพายุโหมกระหน่ำ เก็นจินอนข้างๆมุราซากิน้อย คอยปลอบโยนปกป้องนางจากเสียงอสุนิบาตและพายุร้าย

เก็นจิลากลับตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เขาสัญญาว่าจะกลับมาอีกครั้ง ระหว่างเดินทางเก็นจิกลับท่ามกลางหมอกลงจัด เขาจึงส่งคนไปเคาะประตูบ้านชู้รักที่เคยคบหากัน แต่กลับไม่มีใครตอบรับ

ก่อนที่เฮียวบุเคียวโนะมิยะ บิดาของมุราซากิจะมารับนางไป เก็นจิลักพาตัวท่านหญิงน้อยไปคฤหาสน์นิโจ มีเพียงโชนะกอนพี่เลี้ยงเท่านั้นที่ติดตามไปด้วย เก็นจิเตรียมห้องด้านปีกตะวันตกที่ยังว่างให้นางพำนัก ในตอนแรกมุราซากิและโชนะกอน ต่งตื่นตระหนกไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกนาง แต่ต่อมาก็ค่อยๆคุ้นชินกับชีวิตใหม่ เก็นจิพยายามทุกวิถีทางที่จะให้พวกนางอุ่นใจยอมรับว่าที่นี่คือบ้านของพวกนาง เขาสอนให้มุราซากิแต่งกวีและวาดภาพ โดยทำเป็นตัวอย่างให้นางลอกตาม[5]

อ้างอิง[แก้]