ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

แอลพี 750-4 โรดสเตอร์

Picto infobox automobil.png
ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์
แอลพี 700-4 / เอส แอลพี 740-4
Orange Lamborghini Aventador on HRE Wheels (12167671043).jpg
Lamborghini Aventador
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตลัมโบร์กีนี
เริ่มผลิตเมื่อกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011–2017 (LP700-4, LP750-4 SV coupe and roadster)
ค.ศ. 2017 – ปัจจุบัน (อะเวนตาโดร์ S, อะเวนตาโดร์ SVJ)
แหล่งผลิตSant'Agata Bolognese, ประเทศอิตาลี
ผู้ออกแบบฟิลิปโป เปอรินี (Filippo Perini)
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง (Sports car)
รูปแบบตัวถัง2 ประตู คูเป
2 ประตู โรดสเตอร์
โครงสร้างเครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสี่ล้อ (M4)
จำนวนประตู2 แบบลัมโบดอร์ (Lambo doors; คูเป)
2 แบบบานเปิดธรรมดา (โรดสเตอร์)
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์6.5 L L539 V12
ระบบเกียร์เกียร์กึ่งอัตโนมัติ ISR 7 จังหวะ
มิติ
ระยะฐานล้อ2,700 มม. (106.30 นิ้ว)
ความยาว4,780 มม. (188.19 นิ้ว)
ความกว้าง2,030 มม. (79.92 นิ้ว) (w/mirrors: 2,265 มม. (89.17 นิ้ว))[1]
ความสูง1,136 มม. (44.72 นิ้ว)
น้ำหนัก
  • 1,575 กก. (3,470 ปอนด์) (dry)
  • 1,731 กก. (3,820 ปอนด์) (w/ fluids, Eur)[2]
  • 1,852 กก. (4,080 ปอนด์) (w/ fluids, US)[3]
  • 1,769 กก. (3,900 ปอนด์) LP 750-4 SV (w/fluids, US) [4]
ระยะเหตุการณ์
รุ่นก่อนหน้าลัมโบร์กินี มูร์เซียลาโก

ลัมโบร์กีนี อะเวนทาดอร์ (อังกฤษ: Lamborghini Aventador) เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง เครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) 2 ประตู 2 ที่นั่ง ผลิตโดย บริษัทรถยนต์สัญชาติอิตาลี ลัมโบร์กีนี เปิดตัวครั้งแรกในงาน เจนีวา มอเตอร์ โชว์ ปี ค.ศ. 2011 อะเวนตาโดร์ ออกแบบมาเพื่อแทนที่ ลัมโบร์กีนี มูร์เซียลาโก ที่มีประวัติบนถนนมานาน กว่า 1 ทศวรรษ และต่อจาก ลัมโบร์กีนี เรเบนตัน ที่เป็นรุ่นจำกัดที่ผลิตออกมาเพียง 20 คัน หลังจากนั้นไม่นาน เมื่อได้รับการเปิดเผย ลัมโบร์กีนีก็ได้ออกมาประกาศว่าสามารถขายได้ ภายในช่วง 12 เดือน ตั้งแต่ผลิตรุ่นนี้ออกมา[5]

ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์ ได้รับคำชมว่า "เป็นรถลัมโบร์กีนีที่ดีที่สุดเท่าที่ลัมโบร์กีนีเคยสร้างมา" (The best Lamborghini ever) และ "รถซูเปอร์คาร์ เครื่อง V12 ที่เป็นมิตรมากที่สุดในโลก" (The friendliest V-12 supercar in the world) จากนิตยสาร Car and Driver and Motor Trend นอกจากนี้อะเวนตาโดร์ ยังชนะรางวัล "รถแห่งปี 2011)" (Supercar of the Year 2011) ของท็อปเกียร์อีกด้วย และยังขับเคลื่อน4ล้ออีกด้วย

ชื่อ อะเวนตาโดร์ มาจากประเพณีการแข่งกระทิงของสเปน เป็นชื่อของกระทิงผู้ชนะในงานครั้งนั้น ที่ชื่อ อะเวนตาโดร์ ในปี ค.ศ. 1993[6]

รุ่นต่างๆ[แก้]

แอลพี 700-4[แก้]

จะมีการผลิตเพียง 4,000 คันทั่วโลก (ลัมโบร์กีนี มูร์เซียลาโก จำนวน 4,099 คัน) โดยตัวถังทำจาก คาร์บอนไฟเบอร์ โมโนโคค ( carbon-fibre monocoque ) ด้วยรูปทรงและลวดลายต่างนำมาจาก รุ่นจำกัดของลัมโบร์กีนี ได้แก่ เรเบนตัน และ รุ่นคอนเซปต์ เอสโทคค์ โดยอะเวนตาโดร์ 1,000 คันแรก จะถูกผลิตให้เสร็จภายใน 15 เดือน[7]

แอลพี 700-4 โรดสเตอร์[แก้]

ในปี ค.ศ. 2013 ลัมโบร์กีนีก็ได้เปิดตัว อะเวนตาโดร์ โรดสเตอร์ มีการทำหลังคา ให้สามารถเปิดประทุนได้ โดยทำมาจาก คาร์บอนไฟเบอร์ ที่มีน้ำหนักประมาณ 6 ก.ก. ส่งผลให้ความเร็วสูงสุดลดลงกว่าเดิมเล็กน้อย และอัตราเร่งลดลงเล็กน้อย (ความเร็วอยู่ที่ 350 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 อยู่ที่ 3.0 วินาที) สำหรับ ราคาตั้งไว้ที่ $441,600 ในสหรัฐอเมริกา

แอลพี 750-4[แก้]

แอลพี 750-4 โรดสเตอร์[แก้]

อะเวนตาโดร์ เจ[แก้]

อะเวนตาโดร์ เจ

เปิดตัวครั้งแรกในงานเจนีวา มอเตอร์ โชว์ ปี ค.ศ. 2012 เป็นรุ่นจำกัดจำนวนในลักษณะ สปีดสเตอร์ ( Speedster ) คือไม่มีหลังคา นอกจากนี้ภายในยังไม่มีเครื่องปรับอากาศ รวมถึงเครื่องเล่นวิทยุ ทำให้รถ มีน้ำหนักเบาขึ้น โดยรถมีน้ำหนักเพียง 3,472 ปอนด์ (1,575 กิโลกรัม)[8][9] โดยตัวอักษร "เจ" ย่อมาจาก Jota ซึ่งอ้างถึง ลัมโบร์กีนี มิวร่า โจตา ( Lamborghini Miura Jota ) ในปี 1970 อะเวนตาโดร์ เจ ได้จำหน่ายในราคาสูงถึง 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลจำเพาะ[แก้]

อะเวนตาโดร์ แอลพี 700-4 ได้รับการออกแบบโดย ฟิลิปโป เปอร์รินี่ ใช้เครื่องยนต์ตัวใหม่ล่าสุดของค่าย มีกำลัง 700 แรงม้า (ที่ 8,250 รอบ/นาที) ตามชื่อรุ่น เครื่องยนต์ขนาด 6.5 ลิตร (6,498 ซีซี) 12 สูบ (V12) มีระบบกระจายน้ำหนักหน้า-หลัง 43/57% ใช้ระบบดิสเบรก 4 ล้อ แบบหน้า 6 Pod หลัง 4 Pod น้ำหนักรถรวม 1,625 ก.ก. ทำให้แรงม้ารับน้ำหนักของตัวรถเพียง 2.32 ก.ก./1แรงม้า เท่านั้น

อัตราเร่ง 0-100[10] 2.9 วินาที และ 3.0 วินาที ในรุ่นโรดสเตอร์
ความเร็วสูงสุด 354 กม./ชม. และ 350 กม./ชม. ในรุ่นโรดสเตอร์
อัตราการปล่อย CO2 398 กรัม/กม. และ 370 กรัม/กม. ในรุ่นโรดสเตอร์
อัตราเร่ง ใน 1,000 เมตร 19.1 วินาที
จุดวางเครื่องยนต์ กลาง
จำนวนจังหวะเกียร์ 7 จังหวะ ออโต้เมติก และธรรมดา (Paddle Shift)
การขับเคลื่อน 4 ล้อ (Full time)
อัตราการสิ้นเปลือง 5.8 กม./ลิตร และ 6.2 กม./ลิตร (ที่ความเร็วไม่เกิน 135 กม./ชม.)
ความจุถังน้ำมัน 90 ลิตร
มิติรถ ยาว 4,780 มม. กว้าง (ไม่รวมกระจกมองข้าง) 2,030 มม. สูง 1,136 มม. ฐานล้อ 2,700 มม. ฐานล้อหน้ากว้าง 1,720 มม. ฐานล้อหลัง กว้าง 1,700 มม.

แอลพี 740-4 S[แก้]

Lamborghini Aventador S ในงาน 2017 Geneva Motor Show
ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์ S

Lamborghini Aventador S ตัวเลือกใหม่ ที่อัปเดตล่าสุดหลังจากทำตลาดมา 6 ปี ดีไซน์กันชนหน้าเปลี่ยนใหม่ ดุดันแข็งแรงมากขึ้น เครื่องยนต์จูนใหม่ได้กำลังเพิ่ม ขับเคลื่อน 4 ล้อ เหมือนเดิม เพิ่มเติม คือ ใส่ระบบเลี้ยวสี่ล้อเป็นครั้งแรกของค่ายนี้ เครื่องยนต์ Lamborghini Aventador S ขนาดเดิม V12 ความจุ 6.5 ลิตร แบบหายใจเอง จูนวาล์วแปรผันใหม่ และเพิ่มเรดไลน์สูงสุดจาก 8,350 เป็น 8,500 เพื่อกำลังเพิ่ม 40 ตัว เป็น 740 แรงม้า แรงบิด 690 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์คลัตช์กึ่งอัตโนมัติ 7 สปีด อัตราส่วนน้ำหนัก/แรงม้าน้อยลงเหลือแค่ 2.13 กก./แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ภายใน 2.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 350 กม./ชม.

แอลพี 740-4 S โรดสเตอร์[แก้]

ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์ S Roadster at the 2017 Frankfurt Motor Show
ภายในห้องโดยสาร

ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ค่ายกระทิงดุได้เปิดตัว Lamborghini Aventador S รุ่นหลังคาแข็ง ล่าสุดมีการขยายรุ่นย่อยมายังตัวถังเปิดประทุนในชื่อ Lamborghini Aventador S Roadster ซึ่งยังคงความโหดเอาไว้แทบมิผิดเพี้ยน เนื่องจากมีน้ำหนักตัวมากกว่ารุ่นหลังคาแข็งเพียง 50 กิโลกรัมเท่านั้น

แอลพี 770-4 SVJ[แก้]

ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์ SVJ ในงาน 2018 Paris Motor Show.
Rear view

เผยโฉมอย่างเป็นทางการ Lamborghini Aventador SVJ ซูเปอร์คาร์ตัวท็อปรุ่นใหม่ที่ปรากฏตัวสู่สาธารณชนครั้งแรกที่งาน Pebble Beach ในสหรัฐอเมริกา Aventador SVJ ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรุ่น SV ด้วยการเพิ่มพละกำลังและปรับปรุงระบบแอโรไดนามิกใหม่หมดจดตลอดทั้งคัน โดยค่ายรถตรากระทิงเปิดตัวรหัส SVJ 63 เพื่ออุทิศให้แก่ปีที่ก่อตั้งแบรนด์ขึ้นนั่นคือปี 1963

แอลพี 770-4 SVJ โรดสเตอร์[แก้]

ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์ SVJ โรดสเตอร์ ในงาน 2019 Geneva Motor Show.

เผยโฉมอย่างเป็นทางการ ค่ายกระทิงดุได้เปิดตัวสมาชิกใหม่ในฐานะรุ่นพิเศษนาม Lamborghini Aventador SVJ Roadster โดย SVJ ย่อมาจากคำว่า Super Veloce Jota สื่อถึงสมรรถนะขั้นสุดยอด พร้อมสานต่อตำนานรุ่นหลังคาแข็ง ที่สร้างสถิติในสนาม Nürburgring เอาไว้ Lamborghini Aventador SVJ Roadster เปิดตัวไปแล้วในงาน Geneva Motor Show 2019 และ จะผลิตจำนวนจำกัดเพียง 800 คัน โดยจะเริ่มส่งมอบในฤดูร้อนของยุโรป หรือช่วงเดือนมิถุนายน – กันยายน

รุ่นพัฒนาต่อจากอะเวนตาโดร์[แก้]

เวเนโน[แก้]

Picto infobox automobil.png
ลัมโบร์กีนี เวเนโน
Geneva MotorShow 2013 - Lamborghini Veneno 1.jpg
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตลัมโบร์กีนี
เริ่มผลิตเมื่อค.ศ. 2013 - 2014
(14 คัน; คูเป้ 5 คัน, โรดสเตอร์ 9 คัน)
แหล่งผลิตSant'Agata Bolognese, ประเทศอิตาลี
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง (Sports car)
รูปแบบตัวถัง2 ประตู คูเป้
2 ประตู โรดสเตอร์
โครงสร้างเครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสี่ล้อ (M4)
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์6.5 L V12
ระบบเกียร์เกียร์เซมิออโตเมติก 7 จังหวะ ISR
มิติ
ระยะฐานล้อ2,700 มม. (106.30 นิ้ว) (โรดสเตอร์)
ความยาว5,020 มม. (197.64 นิ้ว) (โรดสเตอร์)
ความกว้าง2,075 มม. (81.69 นิ้ว) (โรดสเตอร์)
ความสูง1,165 มม. (45.87 นิ้ว) (โรดสเตอร์)
น้ำหนัก1,490 กก. (3,300 ปอนด์) (โรดสเตอร์; แห้ง) 1,450 กก. (3,200 ปอนด์) (คูเป้; แห้ง)

ลัมโบร์กีนี เวเนโน (อังกฤษ: Lamborghini Veneno; ในภาษาอิตาลี อ่านว่า "เบเนโน") คือรถยนต์นั่งสมรรถนะสูงจำกัดจำนวน โดยคันแรกของเวเนโน ใช้รหัสว่า "Car Zero" ได้โชว์ตัวครั้งแรกที่งาน เจนีวา มอเตอร์ โชว์ ปี ค.ศ. 2013 ในรูปลักษณ์ใหม่และทาด้วยสีเทา ส่วนเครื่องยนต์ ได้นำมาจากอะเวนตาโดร์ทั้งหมด คือ 6.5 ลิตร V12 รถได้ออกแบบมาเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีบริษัทลัมโบร์กีนี

เวเนโน จะมีเพียง 3 คันเท่านั้น[11][12] ที่จะผลิตออกมา โดยจะใช้สีต่างกัน คือ สีเขียว สีขาว และสีแดง ซึ่งหมายถึงธงอิตาลี (ไม่นับคันที่ 0 "Car Zero" ซึ่งใช้สีเทา โดยคัน Car Zero สีเทา ที่โชว์ในงานเจนีวา จะถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ของลัมโบร์กีนี) เวเนโนแต่ละคันมีราคาสูงถึง 3.12 ล้านดอลลาร์ ทำให้เวเนโน เป็นรถที่มีราคาสูงที่สุดประจำปี ค.ศ. 2013 และเวเนโนทั้ง 3 คัน ก็ได้ถูกจำหน่ายออกไปเรียบร้อยแล้ว

คำว่า 'เบเนโน' หรือ 'วือเนนู' มาจากภาษาสเปนและภาษาโปรตุเกส หมายถึง 'เวนอม' (Venom) ซึ่งแปลว่า พิษ ในภาษาไทย

ถึงอย่างไรก็ดี แม้ว่า เวเนโนจะมีราคาสูงถึง 3.12 ล้านดอลลาร์ และจำกัดจำนวนไว้ที่ 3 คัน แต่ก็ยังมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ถึงรูปทรงของรถคันนี้ จอห์น เพียร์ลีย์ ฮัฟแมน (John Pearley Huffman) นักวิจารณ์รถยนต์ชื่อดัง ผู้เป็นเจ้าของเว็บไซด์ เอ๊ดมันส์ (edmunds.com) ได้จัดอันดับให้เวเนโนเป็นอันดับหนึ่งของรถที่ขี้เหร่ที่สุดตลอดกาล[13] นอกจากนี้ยังวิจารณ์ว่า "รถซูเปอร์คาร์โบราณทุก ๆ คัน และทุก ๆ ความคิดแย่ ๆ ของลัมโบร์กีนี ได้มายัดลงในรถราคาเว่อร์ ๆ ที่โชว์อยู่ตรงนี้ มันคือสิ่งที่แย่ที่สุดที่สุดของอิตาลีนับตั้งแต่ลัทธิฟาสซิสต์ นี่นับว่ามีเมตตาที่อุตส่าห์ผลิตมาถึง 3 คัน ซึ่งนับว่าเยอะมากเลย"[14][15]

เซนเทนารีโอ[แก้]

Picto infobox automobil.png
ลัมโบร์กีนี เซนเทนารีโอ
2016-03-01 Geneva Motor Show 1360.JPG
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตลัมโบร์กีนี
เริ่มผลิตเมื่อค.ศ. 2016 - 2017 (อย่างละ 20 คัน)
แหล่งผลิตSant'Agata Bolognese, ประเทศอิตาลี
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง (Sports car)
รูปแบบตัวถัง2 ประตู คูเป้
2 ประตู โรดสเตอร์
โครงสร้างเครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสี่ล้อ (M4)
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์6.5 L V12
ระบบเกียร์เกียร์เซมิออโตเมติก 7 จังหวะ ISR
มิติ
ระยะฐานล้อ2,700 มม. (106.30 นิ้ว)
ความยาว4,924 มม. (193.86 นิ้ว)
ความกว้าง2,062 มม. (81.18 นิ้ว)
ความสูง1,143 มม. (45.00 นิ้ว)
น้ำหนัก1,520 กก. (3,400 ปอนด์) (คูเป้, แห้ง)

1,764 กก. (3,890 ปอนด์) (คูเป้, w/ fluids)
1,570 กก. (3,500 ปอนด์) (โรดสเตอร์, แห้ง)

1,814 กก. (4,000 ปอนด์) (โรดสเตอร์, w/ fluids)

ลัมโบร์กีนี เซนเทนารีโอ (อังกฤษ: Lamborghini Centenario; ในภาษาอิตาลี อ่านว่า "เซเทนารี") คือรถยนต์นั่งสมรรถนะสูงจำกัดจำนวน โดยคันแรกของเซนเทนารีโอ ได้โชว์ตัวครั้งแรกที่งาน เจนีวา มอเตอร์ โชว์ ปี ค.ศ. 2016 ในรูปลักษณ์ใหม่และทาด้วยสีเทา ส่วนเครื่องยนต์ ได้นำมาจากอะเวนตาโดร์ทั้งหมด คือ 6.5 ลิตร V12 รถได้ออกแบบมาเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ของนักอุตสาหกรรมชาวอิตาลี เฟอร์รุชโช ลัมโบร์กีนี

SC18 Alston[แก้]

Sián FKP 37[แก้]

ยอดผลิต[แก้]

ปี จำนวน คูเป โรดสเตอร์
2011[16] 447 447
2012[16] 976 (จำหน่ายไปแล้ว 922 คัน[17]) 958 18
2013[18] 1,113 (จำหน่ายไปแล้ว 1,001 คัน[18]) 710 403
2014[19] 1,110 (จำหน่ายไปแล้ว 1,128 คัน[20]) 456 654
2015[21] 1,079 (จำหน่ายไปแล้ว 1,003 คัน[22]) 666 413
2016 1,160 587 573
2017 1,286 1,008 278
2018
ทั้งหมด 7,171 4,832 2,339

อ้างอิง[แก้]

  1. "Official website for the Lamborghini Aventador". สืบค้นเมื่อ 4 March 2011.
  2. Lago, Carlos (30 January 2012). "2012 Lamborghini Aventador LP 700-4 European Spec First Test". Motor Trend. สืบค้นเมื่อ 4 February 2016.
  3. "2012-Lamborghini-Aventador-LP700-4-specs" (PDF). Car and Driver. สืบค้นเมื่อ 4 February 2016.
  4. Evans, Scott (15 February 2016). "2015 Lamborghini-Avenatdor SV First Test". Motor Trend. สืบค้นเมื่อ 7 March 2016.
  5. http://www.edmunds.com/whats-hot/
  6. http://www.motortrend.com/features/travel/1202_search_of_lamborghini_aventador_death_in_the_afternoon/viewall.html
  7. https://wot.motortrend.com/lamborghini-builds-1000-aventador-lp700-4-supercars-in-15-months-235435.html
  8. "Lamborghini Aventador J 2012". DieselStation.com. 14 March 2012. สืบค้นเมื่อ 14 March 2012.
  9. "Lamborghini Aventador J at Geneva 2012". Automoblog.net. 7 March 2012. สืบค้นเมื่อ 8 March 2012.
  10. http://fastestlaps.com/cars/lamborghini_aventador_lp700-4.html
  11. http://www.caranddriver.com/news/lamborghini-veneno-photos-and-info-news
  12. http://www.autotrader.com/research/article/car-news/203745/lamborghini-veneno-2013-geneva-auto-show.jsp
  13. http://www.edmunds.com/car-reviews/features/100-ugliest-cars-of-all-time.html
  14. http://www.autoevolution.com/news/lamborghini-veneno-named-worlds-ugliest-car-58033.html
  15. http://news.drive.com.au/drive/motor-news/lamborghini-veneno-named-worlds-ugliest-car-20130409-2hjaf.html
  16. 16.0 16.1 "Volkswagen AG Annual Report 2012, p.109" (PDF). สืบค้นเมื่อ 16 March 2013.
  17. "Aventador sales drive record revenue at Lamborghini". Autoblog. 11 March 2014. สืบค้นเมื่อ 4 October 2014.
  18. 18.0 18.1 "Volkswagen Group Annual Report 2013, p.27" (PDF). สืบค้นเมื่อ 30 March 2014.
  19. "Volkswagen Group Annual Report 2014, p.59" (PDF). สืบค้นเมื่อ 19 March 2015.
  20. "Audi Annual Report 2014, p.167" (PDF). สืบค้นเมื่อ 19 March 2015.
  21. "Volkswagen Group Annual Report 2015, p.27" (PDF). 28 April 2016. สืบค้นเมื่อ 19 July 2016.
  22. "Audi Annual Report 2015, p.160" (PDF). สืบค้นเมื่อ 19 July 2016.

ดูเพิ่ม[แก้]

ลัมโบร์วิธีประกอบ lamborghini