ลัมโบร์กีนี มูร์เซียลาโก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ลัมโบร์กีนี มูร์เซียลาโก
12-08 Trips-Fahrt 82-3 dunkler.jpg
มูร์เซียลาโก คูเป
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิต ลัมโบร์กีนี
เริ่มผลิตเมื่อ ค.ศ. 2001 – 2010
จำนวน 4,099 คัน[1]
แหล่งผลิต Sant'Agata Bolognese, ประเทศอิตาลี
ผู้ออกแบบ ลุก ดังเคอร์เวิร์ค (Luc Donckerwolke)
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภท รถยนต์นั่งสมรรถนะสูง (Sports car)
รูปแบบตัวถัง 2 ประตู คูเป
2 ประตู โรดสเตอร์
โครงสร้าง เครื่องยนต์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสี่ล้อ (M4)
จำนวนประตู 2 แบบลัมโบดอร์ (Lambo doors; คูเป)
2 แบบประตูบานเปิดธรรมดา (โรดสเตอร์)
รุ่นที่คล้ายกัน ลัมโบร์กีนี เรเบนตัน
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์ 6.2 L V12 (572 HP) (426.5 kW)
6.5 L V12 (640 HP) (477.3 kW)
6.5 L V12 (650 HP) (484.7 kW)
6.5 L V12 (670 HP) (499.6 kW)
ระบบเกียร์ เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ
เกียร์กึ่งอัตโนมัติ อี-เกียร์ 6 จังหวะ
มิติ
ระยะฐานล้อ 2,665 มม. (104.9 นิ้ว)
ความยาว 2002–06: 4,580 มม. (180.3 นิ้ว)
2007–10: 4,610 มม. (181.5 นิ้ว)
ความกว้าง 2002–06: 2,045 มม. (80.5 นิ้ว)
2007–10: 2,057 มม. (81.0 นิ้ว)
ความสูง 1,135 มม. (44.7 นิ้ว)
น้ำหนัก

1,841 กก. (4,058 ปอนด์)[2]
1,860 กก. (4,100 ปอนด์) Roadster[3]
1,746 กก. (3,850 ปอนด์) LP640[4]
1,860 กก. (4,100 ปอนด์) LP640 Roadster[5]

1,746 กก. (3,850 ปอนด์) LP670-4 SV[6]
ระยะเหตุการณ์
รุ่นก่อนหน้า ลัมโบร์กีนี ไดอะโบล
รุ่นต่อไป ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์

ลัมโบร์กีนี เมอร์ซีเอลาโก (สเปน: Lamborghini Murciélago; ในภาษาสเปนแปลว่า "ค้างคาว") เป็นรถยนต์นั่งสมรรถนะสูง เครื่องยนตร์กลางลำหลัง ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) 2 ประตู 2 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัทลัมโบร์กีนีจากอิตาลี ระหว่างปี ค.ศ. 2001 - 2010[7] เมอร์ซีเอลาโก นับรุ่นต่อจาก ไดอะโบล ซึ่งได้ยุติสารการผลิตไปเมื่อปี ค.ศ. 2001 มูร์เซียลาโก ได้เปิดตัวคันแรกในรูปแบบคูเป เมื่อปี ค.ศ. 2001 ซึ่งถือเป็นแบบใหม่ล่าสุดในรอบ 11 ปีของ บริษัทลัมโบร์กีนี และเช่นกัน มูร์เซียลาโก ถือเป็นรุ่นที่เกิดขึ้นภายใต้แบรนด์การค้าใหม่ของเอาดี้ เอจี ในเครือโฟล์คสวาเกนกรุ๊ป ของเยอรมัน โดยมีบริษัทลัมโบร์กีนี เป็นบริษัทลูกอีกที

โฉมโรสเตอร์ ได้เปิดตัวในปี 2004 โดยใช้ชื่อว่า LP 640 coupé and roadster และจำกัดจำนวน limited edition LP 650–4 Roadster[8] โฉมสุดท้ายของมูร์เซียลาโก คือ LP 670–4 SuperVeloce (SV) ซึ่งเป็นโฉมแต่งภายนอก ภายในพิเศษ ซึ่งจำกัดเพียง 350 คันทั่วโลก จึงถือเป็นโฉมที่ราคาสูงที่สุดของทุกโฉมในรุ่นมูร์เซียลาโก

มูร์เซียลาโก ใช้เครื่องยนต์ 12 สูบ ระบบ V12 ซึ่งถือเป็นการนำเครื่องยนตร์ V12 ของลัมโบร์กีนีขนาด 6.5 ลิตร มาใช้เป็นครั้งสุดท้าย นอกจากนี้รถยังมีความโดเด่นที่มีการใช้ประตูแบบ "ลัมโบร์ดอร์" รถได้รับการออกแบบโดย ลุก ดังเคอร์เวิร์ค (Luc Donckerwolke) นักออกแบบรถชาวเบลเยียม ที่ได้รับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการออกแบบของค่ายลัมโบร์กินีตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 ถึง ค.ศ. 2005[9] นับตั้งแต่เปิดสายการผลิตของมูร์เซียลาโก ในปี ค.ศ. 2001 จนถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน ค.ศ. 2010 ได้มีการผลิตรถรุ่นนี้ออกมาทั้งหมดแล้ว 4,099 คัน นับเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ประสบความสำเร็จในด้านยอดขาย จนมีการนำไปพัฒนาต่อเป็นรุ่นต่อไปคือ ลัมโบร์กีนี อะเวนตาโดร์ ซึ่งได้เปิดตัวในงานเจนีวามอเตอร์โชว์ ปี ค.ศ. 2011[10]

รุ่นของเมอร์ซีเอลาโก[แก้]

โฉมแรก[แก้]

  1. Murciélago - ผลิตระหว่างปี ค.ศ. 2001-2006 เป็นโฉมแรกสุดของสายการผลิตนี้ เปิดตัวยหลังคาแข็ง แบบคูเป
  2. Murciélago Roadster - เปิดตัวในปี ค.ศ. 2004 โฉมเสริมต่อจาก มูร์เซียลาโก คูเป โดยโฉมนี้ได้ปรับแต่งเป็นหลังคาผ้าใบ ทำให้โฉมนี้เปิดประทุนได้

โฉมที่สอง[แก้]

  1. Murciélago LP 640 - เปิดตัวในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2006 ในเจนีวามอเตอร์โชว์ สำหรับรุ่นที่ 2 ถ้าดูจากรูปลักษณ์ภายนอกอาจไม่แตกต่างกับรุ่นที่ 1 มากนัก แต่มีการปรับปรุง ทั้งความเร็ว ความเร่ง เครื่องอำนวยคามสะดวกภายใน และชุดแต่งภายนอก ซึ่งทำให้เกิดความแตกต่างกันออกไปบ้าง นอกจากนี้รถรุ่นนี้ยังเคยถูกนำไปใช้ในภาพยนตร์เรื่อง แบทแมน อัศวินรัตติกาล อีกด้วย
  2. Murciélago LP 640 Roadster - โฉม เปิดประทุน เปิดตัวในปี ค.ศ. 2006 ที่งานลอสแอนเจลิส ออโต้ โชว์
  3. Murciélago LP 670–4 SuperVeloce (SV) - เปิดตัวในปี ค.ศ. 2009 ที่งานเจนีวา มอเตอร์ โชว์ เป็นโฉมสุดท้ายของ มูร์เซียลาโกร์ โดยภายนอกได้มีการแต่งออกไปแนวรถแข่งมากขึ้น เช่น การติดตั้งสปอยเลอร์ ทำให้แตกต่างจากโฉมอื่นอย่างเห็นได้ชัด โดยความเร็วสูงสุดทำไว้ที่ 336 กม./ชม. และความเร่ง 0-100 ใช้เวลาเพียง 2.9 วินาที จึงถือเป็นโฉมที่มีมูลค่าสูงสุด ที่สหรัฐตั้งราคามาตราฐานไว้ที่ $400,000 โดยจะผลิตมาเพียง 350 คันเท่านั้น และทุกคันจะมีลาย SV บริเวณประตูทั้ง 2 ข้าง ทั้ง 350 คัน

รุ่นจำกัดจำนวน[แก้]

  1. 40th Anniversary Edition - รุ่นฉลองครบ 40 ปี บริษัทลัมโบร์กีนี ในปี ค.ศ. 2004 จำกัดจำนวนไว้ที่ 50 คันเท่านั้น โดยทุกคันจะมีสีประจำคือ สีหยก-เขียว (Jade-Green)
  2. LP 640 Versace - เปิดตัวในงานปารีส มอเตอร์ โชว์ ปี ค.ศ. 2006 จำหน่ายเพียง 2 สีเท่านั้น คือ สีขาว กับ สีดำ ทั้งแบบคูเป้หรือโรสเตอร์ และจำกัดจำนวนที่ 20 คัน[11]
  3. LP 650–4 Roadster - ชื่ออาจคล้ายกับโฉมที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ แต่คันนี้คือโฉมพิเศษ ของปี ค.ศ. 2009 ที่ได้ปรับแต่งเครื่องจนมีความเร็วและสมถนะดีกว่า โรสเตอร์ ก่อนหน้านี้ รวมถึงสี ซึ่งจะเป็นสีเทาโทนเข้ม (Grigio Telesto gray) และมีขอบลายเป็นสีส้ม (Arancio orange) เท่านั้น[12]
  4. LP 670–4 SuperVeloce China Limited Edition - เปิดตัวในงานปักกิ่ง ออโต้ โชว์ ถึงแม้จะมีแรงม้าถึง 670 เท่ากับ LP 670–4 SuperVeloce แต่ความเร็วและสมถนะยังคงเทียบกันไม่ได้ โฉมนี้ก็คือ LP 670–4 SuperVeloce เพียงแค่ใช้สีเทาโทนเข้ม และขอบลายสีส้ม ที่ต่างกันเท่านั้นเอง และแน่นอนโฉมนี้จะจำกัดจำนวนนี้เฉพาะที่จีนเท่านั้น[13]

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]