ลมค้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ลมค้า (ลูกศรสีเหลืองและน้ำตาล) และลมตะวันตก (ลูกศรสีน้ำเงิน)

ลมค้า (อังกฤษ: trade wind) เป็นลมประจำปีทางทิศตะวันออก เป็นลมที่มีความเร็วลมปานกลางถึงแรงจัด ทำให้อากาศแจ่มใสและใช้ประโยชน์ได้ในด้านการเดินเรือและการบิน[1]

ที่มาของชื่อลม[แก้]

คำว่า "trade" มาจากคำในภาษาอังกฤษกลาง แปลว่า "เส้นทาง" ชาวโปรตุเกสตระหนักถึงความสำคัญของลมนี้มาตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 15[2] และมีความพยายามในการค้นหาเส้นทางที่มุ่งตรงไปสู่จุดหมายโดยใช้ลมนี้ช่วย การใช้ประโยชน์จากลมค้าทำให้เกิดการสร้างอาณาจักรทางการค้าของชาวยุโรปในเวลาต่อมา[3]

ความสำคัญของลมค้ายังส่งผลให้ในช่วงศตวรรษที่ 18 มีการกำหนดความหมายของคำว่า "trade" ใหม่[4] ระหว่าง ค.ศ. 1847–1849 แมตทิว ฟอนเทน มอรี นักสมุทรศาสตร์และนักทำแผนที่ชาวอังกฤษ ได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เพื่อจัดทำแผนที่กระแสน้ำและกระแสลมของมหาสมุทรทั่วโลก[5]

ลักษณะ[6][แก้]

ลมค้าเป็นลมที่พัดออกจากบริเวณความกดอากาศสูงกึ่งโซนร้อนไปยังบริเวณความกดอากาศต่ำที่เส้นศูนย์สูตร ในซีกโลกเหนือจะพัดมาจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนในซีกโลกใต้จะพัดมาจากทิศตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็วประมาณ 16-24 กิโลเมตร/ชั่วโมง เนื่องจากลมค้านี้พัดสม่ำเสมอ มีกำลังแรงปานกลาง และมีทิศทางที่แน่นอน จึงมีประโยชน์ต่อการเดินเรือเป็นอย่างมาก ลมค้าตะวันออกเฉียงใต้ช่วยพัดพากระแสน้ำอุ่นจากฝั่งแปซิฟิกตะวันออกไปยังฝั่งแปซิฟิกตะวันตก ทำให้บริเวณฝั่งตะวันตก (อินโดนีเซีย, ออสเตรเลีย) มีความชุ่มชื้นและฝนตกชุก ในขณะที่ฝั่งตะวันออก (เปรู, ชิลี) ทำให้มีสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์

อ้างอิง[แก้]

  1. ลม (WIND) โดย ศูนย์สารสนเทศ สำนักชลประทานที่ 14
  2. Hermann R. Muelder (2007). Years of This Land - A Geographical History of the United States. Read Books. p. 38. ISBN 978-1-4067-7740-6. สืบค้นเมื่อ 2009-11-09. 
  3. Cyrus Cornelius Adams (1904). A text-book of commercial geography. D. Appleton and company. p. 19. สืบค้นเมื่อ 2009-11-07. 
  4. Oxford English Dictionary (2 ed.). p. 225. 
  5. Derek Hayes (2001). Historical atlas of the North Pacific Ocean: maps of discovery and scientific exploration, 1500-2000. Douglas & McIntyre. p. 152. ISBN 978-1-55054-865-5. สืบค้นเมื่อ 2009-11-08. 
  6. Climate change2009