ยุทธการที่อัลอะละมัยน์ครั้งที่หนึ่ง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ยุทธการที่อัลอะละมัยน์ครั้งที่หนึ่ง
เป็นส่วนหนึ่งของ การทัพทะเลทรายตะวันตกของ สงครามโลกครั้งที่สอง
1stAlameinBritDefense.jpg
ทหารราบอังกฤษได้เข้าประจำตำแหน่งแนวป้องกันบนถุงกระสอบทรายใกล้กับอัลอะละมัยน์,17 กรกฎาคม ค.ศ. 1942.
วันที่ 1–27 กรฏาคม ค.ศ. 1942
สถานที่ อัลอะละมัยน์, อียิปต์
ผลลัพธ์ กองทัพเครือจักรภพชนะ
คู่ขัดแย้ง
 ไรช์เยอรมัน
 ราชอาณาจักรอิตาลี
เครือจักรภพแห่งชาติ
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
นาซีเยอรมนี แอร์วีน ร็อมเมิล สหราชอาณาจักร คล้อด ออคินเล็ก
กำลัง
96,000 troops (40,000 German, 56,000 Italian)
70 tanks initially[a][1]
~500 planes
150,000 troops
179 tanks initially[b][2]
1,000+ artillery pieces
1,500+ planes
กำลังพลสูญเสีย
10,000 killed or wounded[3]
7,000 prisoners[4][5]
13,250 casualties[5]

ยุทธการที่อัลอะละมัยน์ครั้งที่หนึ่ง (1–27 กรฏาคม ค.ศ. 1942) เป็นการสู้รบของการทัพทะเลทรายตะวันตกของสงครามโลกครั้งที่สอง,ซึ่งได้ทำการต่อสู้รบกันบนแผ่นดินอียิปต์ระหว่างกองทัพฝ่ายอักษะ (เยอรมันและอิตาลี) ของกองทัพยานเกราะแอฟริกา (Panzerarmee Afrika, ซึ่งได้รวมถึงกองทัพน้อยแอฟริกา หรือ แอฟริกาคอร์) ภายใต้การบัญชาการของจอมพลแอร์วีน ร็อมเมิลและกองทัพฝ่ายสัมพันธมิตร (จักรวรรดิบริติชและเครือจักรภพ ซึ่งได้แก่ สหราชอาณาจักร, บริติชอินเดีย, ออสเตรเลีย, แอฟริกาใต้ และ นิวซีแลนด์) ของกองทัพที่แปด ภายใต้การบัญชาการของนายพล คล้อด ออคินเล็ก

ฝ่ายอังกฤษได้พยายามขัดขวางการเคลื่อนทัพครั้งที่สองของฝ่ายอักษะในการเข้าสู่อียิปต์.ฝ่ายอักษะได้อยู่ในตำแหน่งใกล้กับอัลอะละมัยน์เพียง 66 ไมล์ (106 กิโลเมตร) จากอะเล็กซานเดรีย,เป็นจุดที่อันตรายที่สุดเพราะอยู่ใกล้กับท่าเรือและเมืองของอียิปต์,ฐานที่มั่นของกองกำลังเครือจักรภพและคลองสุเอซ.อย่างไรก็ตาม,กองทัพฝ่ายอักษะได้อยู่ห่างไกลจากฐานของพวกเขาที่ตริโปลีในลิเบียทำให้พวกเขาจะต้องอยู่ที่อัลอะละมัยน์อย่างไม่มีกำหนด ซึ่งทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถสะสมยุทธภัณฑ์สำหรับการโจมตีได้มากขึ้น กับข้อจำกัดของเวลาและระยะทาง

หมายเหตุ[แก้]

  1. Reported strength on 30 June (55 German and 15 Italian tanks). An unknown number of tanks was also in repair workshops behind the front.
  2. Strength at the frontline on 1 July. 902 tanks in repair workshops behind the front, of which 34 were serviceable and many unrepairable.

อ้างอิง[แก้]

  1. Barr, p. 39
  2. Barr, p. 40
  3. Watson 2007, p. 6
  4. Barr, p. 184
  5. 5.0 5.1 Mackenzie 1951, p. 589