ข้ามไปเนื้อหา

มูนีร์ ซาอิด ตาลิบ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มูนีร์ ซาอิด ตาลิบ
เกิด(1965-12-08)8 ธันวาคม ค.ศ. 1965
บาตู, ชวาตะวันออก, ประเทศอินโดนีเซีย
เสียชีวิต7 กันยายน ค.ศ. 2004(2004-09-07) (38 ปี)
บนเที่ยวบินของการูดาอินโดนีเซียจากจาการ์ตา ไป อัมสเตอร์ดัม
สาเหตุเสียชีวิต
วางพิษสารหนู
สัญชาติอินโดนีเศีย
การศึกษามหาวิทยาลัยบราวิชัย
อาชีพนักกฎหมาย
มีชื่อเสียงจากนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน
คู่สมรสซูจีวาตี
รางวัลไรต์ไลฟ์ลิฮูดอะวอร์ด

มูนีร์ ซาอิด ตาลิบ (อินโดนีเซีย: Munir Said Thalib; 8 ธันวาคม 1965 7 กันยายน 2004) เป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนชาวอินโดนีเซีย ผู้รับรางวัลไลต์ไลฟ์ลิฮูดประจำปี 2000 เขาถูกลอบสังหารในปี 2004 ขณะเดินทางบนเครื่องบินของการูดาอินโดนีเซียไปยังอัมสเตอร์ดัมเพื่อศึกษาต่อปริญญาเอกด้านกฎหมายระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยยูเทรกต์[1] เขาเป็นหนึ่งในนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนและนักเคลื่อนไหวต้านการคอร์รัปชั่นที่โด่งดังที่สุดของอินโดนีเซีย เขาเป็นผู้ก่อตั้งคณะกรรมการเพื่อคนหายและเหยื่อความรุนแรง (KontraS)[2] และดำรงตำแหน่งผู้ว่าการศูนย์เฝ้าระวังสิทธิมนุษยชนอินโดนีเซีย (Indonesian Human Rights Monitor หรือ IMPARSIAL) เป็นตำแหน่งสุดท้ายก่อนถูกลอบสังหาร

ในปี 2001 ขณะกำลังสอบสวนกรณีการลักพาตัวของโกปัซซุซ เขาเคยถูกข่มขู่ด้วยการส่งกล่องระเบิดมาที่บ้าน

การลอบสังหารและผลสืบเนื่อง

[แก้]

มูนีร์ถูกลอบสังหารด้วยการวางยาพิษจากสารหนูบนเที่ยวบินการูดาอินโดนีเซียของรัฐบาล จากจาการ์ตา ไปอัมสเตอร์ดัม ในวันที่ 7 กันยายน 2004 ผลชันสูตรพลิกศพและรายงานจากผู้เห็นเหตุการณ์ระบุตรงกันว่าเขาเสียชีวิตสองขั่วโมงก่อนเครื่องบินจะลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติสกิปโฮล เขาได้รับสารพิษนี้ขณะต่อเครื่องที่สิงคโปร์ นักบินของการูดา ปลลีการ์ปุซ ปรียันโต เป็นผู้ต้องสงสัยหลักในการสืบสวน แรกเริ่มมูนีร์เดินทางออกจากอินโดนีเซียโดยเป็นผู้ถือตั๋วฟรีภายใต้เอกสารระบุตนปลอมเพื่อช่วยให้เขาสามารถออกเดินทางบนเครื่องบินได้ มูนีร์เริ่มมีอาการท้องร่วงฉับพลันและอาเจียนอย่างหนักไม่นานหลังเครื่องออกจากสิงคโปร์มุ่งหน้าอัมสเตอร์ดัม ลูกเรือแจ้งแก่กัปตันว่ามีผู้โดยสารป่วยหนัก และมีแพทย์ที่บังเอิญโดยสารไปด้วยบนเครื่องได้รับการเรียกให้ให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ กระนั้นก็ไม่สามารถยื้อชีวิตมูนีร์ไว้ได้[3]

ผลชันสูตรพลิกศพที่รายงานในสองเดือนหลังเสียชีวิต โดยสถาบันนิติเวชเนเธอร์แลนด์ระบุว่าร่างกายของมูนีร์มีระดับสารหนูสูงกว่าระดับที่เป็นอันตรายถึงชีวิตถึงสามเท่า รายงานนี้ต่อมาได้รับการยืนยันโดยตำรวจอินโดนีเซีย และเข้าใจกันว่าสารหนูถูกใส่ในน้ำส้มที่มูนีร์ดื่มขณะเดินทางบนเครื่องบินของการูดา

ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโน ประกาศว่าเขายืนยันจะตามหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษและให้มีการสืบสวนแยกเป็นการด่วน อย่างไรก็ตาม หลักฐานไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่ระดับสูงไม่ร่วมมือ และท้ายที่สุดการสืบสวนก็สิ้นสุดลงโดยไม่มีผลออกมา[2][4]

มีการกล่าวโทษว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยข่าวกรองรัฐอินโดนีเซีย (BIN) มีส่วนเกี่ยวข้องในการฆาตกรรมนี้ หัวหน้าหน่วยในเวลานั้น ซูตันโต ถูกกล่าวหาว่ารู้เห็นว่า BIN มีบทบาท ส่วนรองผู้บังคับการหน่วย มุคดี ปูร์โวปรันโจโน ถูกนำตัวขึ้นศาลก่อนจะตัดสินพ้นผิด การตัดสินนี้ถูกประนามในระดับนานาชาติว่าเป็น "การตัดสินคดีแบบแกล้งแสดง"[2][4] เชื่อว่ามุคดีสั่งฆ่ามูนีร์เพราะเขาไปวิจารณ์การนำโกปัซซุซของเขา[5]

การรั่วไหลของบทสนทนาทูตอเมริกาชิ้นหนึ่งกล่าวโทษอดีตหัวหน้าหน่วย BIN อา. เอ็ม. เฮ็นโดรปรีโยโน ว่า "นำการประชุมสองครั้งที่ซึ่งวางแผนการสังหารมูนีร์"[5]

ในปี 2014 เฮ็นโดรปรีโยโนยอมรับต่อนักข่าว Allan Nairn ว่าเขามีส่วน "รับผิดชอบในการสั่งการ" สังหารมูนีร์ และพร้อมจะถูกดำเนินการทางยุติธรรมต่อไป[6]

หลังเสียชีวิต

[แก้]

มูนีร์ได้รับรางวัลซิวิลเคอเรจจากสมาคมเทรนหลังเสียชีวิต[7] ในปี 2013 มีการเปิดตัวพิพิธภัณฑ์ในมาลังเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา[8]

ชีวิตส่วนตัว

[แก้]

มูนีร์สมรสกับนักกิจกรรมสิทธิแรงงาน ซูจีวาตี และมีลูกด้วยกันสองคน ภรรยาของเขาเป็นตัวตั้งตัวตีสำคัญในการสืบสวนการเสียชีวิตของมูนีร์[9]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Munir murder conviction quashed BBC News
  2. 1 2 3 Tibke, Patrick (2 กันยายน 2014). "Jokowi's Challenge – Part 3: An end to impunity or same old injustices?". Asian Correspondent. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2014-09-06. สืบค้นเมื่อ 6 กันยายน 2014.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. "Rights campaigner Munir dies on plane". The Jakarta Post. 8 กันยายน 2004. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 16 พฤศจิกายน 2004.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. 1 2 "Secretary Kerry's Trip to Indonesia Should Promote Human Rights". Targeted News Service. 4 ตุลาคม 2013. ProQuest 1439503188.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. 1 2 Osman, Nurfika (10 กันยายน 2011). "WikiLeaks US Cables Point to BIN Role in Munir Murder". Jakarta Globe. สืบค้นเมื่อ 6 กันยายน 2014.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. "As Indonesia's New President Takes Office, Cabinet Includes Officials Tied to Atrocities of Old". Democracy Now. สืบค้นเมื่อ 29 ตุลาคม 2014.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. "Honorees". Civil Courage Prize. 2010. สืบค้นเมื่อ 26 พฤษภาคม 2011.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  8. Ayu Pitaloka, Dyah (9 ธันวาคม 2013). "New Museum Brings Munir's Cases, Death To Public View". Jakarta Globe. สืบค้นเมื่อ 31 มีนาคม 2014.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. Hegarty, Stephanie (24 พฤษภาคม 2011). "Indonesian human rights widow fights for justice". BBC.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]