มาย ไลฟ์ แอส อะลิ โทมัส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มาย ไลฟ์ แอส อะลิ โทมัส
My Life as Ali Thomas
My Life As Ali Thomas.jpg
สมาชิกวง My Life as Ali Thomas
จากซ้ายไปขวา: ตาว, แร็ก, พาย, โอ๊ก
ข้อมูลพื้นฐาน
ที่เกิดไทย กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
แนวเพลงป๊อบ,ร็อค,อินดี้โฟล์ค,ออลเทอร์นาทิฟ
ช่วงปีพ.ศ. 2556 - ปัจจุบัน
ค่ายเพลงTigger Twins (พ.ศ. 2557)[1]
Warner Music Thailand (พ.ศ. 2558 - ปัจจุบัน)[2]
เว็บไซต์My Life as Ali Thomas (Facebook)
My Life as Ali Thomas (Instagram)
My Life as Ali Thomas (YouTube)
สมาชิกพาย - กัญญภัค วุธรา (ร้องนำ,กีต้าร์)
แร็ก - วิภาต เลิศปัญญา (กีต้าร์)
ตาว - วรรณพงศ์ แจงบำรุง (กลอง)
อดีตสมาชิกเจ - ธเนศ กมลธรรมกุล (กลอง)
โอ๊ก - โชติวัฒน์ ภูริพันธุ์ (เบส)
เบนซ์ - ชญานนท์ นวลประเสริฐสุข (เบส)

มาย ไลฟ์ แอส อะลิ โทมัส (อังกฤษ: My Life as Ali Thomas ตัวย่อ: MLAAT) วงดนตรีสัญชาติไทยจากค่ายเพลง "Warner Music Thailand" เป็นวงดนตรีที่สร้างชื่อจากการแสดงสดตามงานเทศกาลดนตรีต่างๆ ลักษณะดนตรีเป็นแนวโฟล์คอินดี้ มีการแต่งทำนอง เนื้อร้อง เรียบเรียงดนตรีเอง และการขับร้องเพลงภาษาอังกฤษ ถือว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของวงนี้[3]

ประวัติของวง[แก้]

My Life as Ali Thomas ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2556 โดยชื่ออ้างอิงมาจากความหมายของรากศัพท์กรีกโบราณ คำว่า Ali Thomas แปลว่า Another Twin มีความหมายที่ต้องการสื่อถึงความมีตัวตนในอีกมิติหนึ่งที่ตรงกันข้ามกับชีวิตจริง จุดเริ่มต้นมาจาก "พาย" กัญญภัค วุธรา ผู้ทำหน้าที่ร้องนำและเล่นกีต้าร์ นอกจากนี้ยังเขียนเนื้อเพลงและแต่งทำนองเพลงทุกเพลงด้วยตนเอง จากการร้องเพลงและเล่นกีต้าร์ภายในห้องนอน เนื้อเพลงจะเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชีวิต ด้านอารมณ์ ความรู้สึก ความรัก และความต้องการในเบื้องลึกของตน[4] ซึ่งจะใช้ความหมายเชิงสัญลักษณ์ในการเขียนเพลงเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นความถนัดเฉพาะตัวและรู้สึกว่าง่ายกว่าการสื่อสารออกไปแบบตรงๆ

พายเริ่มเขียนเพลงตั้งแต่เรียนไฮสคูลที่ Presbyterian Ladies' College โรงเรียนประจำในประเทศออสเตรเลีย การร้องเพลงและเล่นกีต้าร์ไปด้วย ทำให้เธอชอบดนตรีมากขึ้น เธอมีโอกาสได้เล่นดนตรีร่วมกับเพื่อนๆเมื่อครั้งศึกษาอยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะไปศึกษาด้านวารสารศาสตร์ที่ University of Oregon สหรัฐอเมริกา จากนั้นเธอได้รับการแนะนำให้รู้จักกับ "แร็ก" วิภาต เลิศปัญญา มือกีต้าร์ของวงในปัจจุบัน จนทั้งคู่ได้รู้จักมักคุ้นและเล่นดนตรีร่วมกันที่ร้าน "Cosmic Cafe" ต่อมาได้มีสมาชิกเป็นมือกลองและเบสเพิ่มเข้ามา 2 คน คือ "เจ" ธเนศ กมลธรรมกุล และ "โอ๊ก" โชติวัฒน์ ภูริพันธุ์ เซ็นสัญญาเป็นศิลปินกับค่ายเพลง "Tigger Twins" เริ่มมีผลงานและเป็นที่รู้จักในปี พ.ศ. 2557 ด้วยเพลง "Lover to Lover" และ "All My Inventions" ในรูปแบบ Live Session กับอัลบั้มที่มีชื่อว่า "พยัคฆ์ LIVE 001" ร่วมกับวง Young Man & The Sea[5]

ในปี พ.ศ. 2558 เซ็นสัญญาเป็นศิลปินใหม่กับค่ายเพลง "Warner Music Thailand" พร้อมกับเปิดตัวสมาชิกใหม่ "ตาว" วรรณพงศ์ แจงบำรุง มือกลองที่เข้ามาแทนคนเก่า[6] เป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงมากขึ้นจากเพลง "Daughter and Son" เพลงที่เขียนขึ้นในปี พ.ศ. 2557 เริ่มแรกเพลงนี้มีลักษณะเป็น Acoustic Arrangement หลังจากนั้นได้ถูกเรียบเรียงดนตรีใหม่ และด้วยความชัดเจนด้านอารมณ์ของเพลง รวมถึงลักษณะการเรียบเรียงดนตรี ทำให้เพลง "Daughter and Son" ถูกเลือกเป็นเพลงแรกในอัลบั้ม[7]

ในปี พ.ศ. 2559 ช่วงปลายเดือนมกราคม เปิดตัวเพลงที่ 2 คือ "Winter’s Love"[8] เพลงเศร้าที่นำเรื่องราวจากคนรอบตัวมาร้อยเรียง ถ่ายทอดออกมาในด้านอารมณ์ของความรัก ความหวัง ความสิ้นหวัง หรือการรอคอย ขึ้นอยู่กับการตีความของคนฟังที่แตกต่างกันออกไป[9] ต้นเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน เปิดตัวเพลงที่ 3 คือ "Cordelia" เพลงที่ใช้จินตนาการเขียนบนพื้นฐานของความรู้สึกของมนุษย์ที่จมอยู่กับความคิด การพิจารณาตัวเอง การมองคนรอบข้างด้วยมุมมองแบบบุคคลที่สาม เนื้อร้องและดนตรีสามารถเข้ากันได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะดนตรีที่มีความเคลื่อนไหวที่หลากหลาย แทนความคิดและอารมณ์ของตัวละครในเพลง เป็นเพลงที่สามารถสื่อสารและรวมไปถึงการแทนความรู้สึกของผู้ฟังได้เป็นอย่างดี[10]

วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2559 ผลงานเพลงชุดแรกของวง My Life as Ali Thomas ออกจำหน่ายเป็นครั้งแรกในรูปแบบดาวน์โหลด และวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559 วางจำหน่ายในรูปแบบซีดี โดยใช้ชื่ออัลบั้มว่า "Paper"[11] ต่อมาช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน เปิดตัวเพลงที่ 4 คือ "Lover to Lover" เพลงที่เปรียบความรักเป็นความหวานขม หมายถึงความรักที่ตายไปแล้ว เป็นเพลงที่เคยเปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2557 ในรูปแบบ Live Session นำมาขับร้องและเรียบเรียงดนตรีใหม่ พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสมาชิกของวงที่เหลือเพียง 3 คน หลังจากที่มือเบส คือ "โอ๊ก" โชติวัฒน์ ภูริพันธุ์ ได้ลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัว[12]

ในปี พ.ศ. 2560 ขับร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "รักของเรา (The moment)" ชื่อเพลง "Only Reason" พูดถึงความรักที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บางครั้งความรู้สึกกับความคิดมีความขัดแย้งกัน เราจึงเลือกทำตามความรู้สึก โดยไม่ได้ฟังความคิดตัวเองหรือเหตุผลอื่น แต่งเนื้อร้องโดย "พาย" กัญญภัค วุธรา เรียบเรียงดนตรีโดย "แร็ก" วิภาต เลิศปัญญา และ "ตาว" วรรณพงศ์ แจงบำรุง[13][14] ช่วงกลางเดือนเมษายนปีเดียวกัน เปิดตัวเพลง "Kiss" เพลงรักที่มีกลิ่นอายของดนตรีโฟล์ค เป็นการนำเสียงสังเคราะห์เข้ามาผสมผสานกับเพลงและดนตรี[15]

สมาชิก[แก้]

  • "พาย" กัญญภัค วุธรา เกิดวันจันทร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2531 สำเร็จการศึกษาระดับไฮสคูลจาก Presbyterian Ladies' College (PLC) โรงเรียนประจำหญิงล้วนในประเทศออสเตรเลีย เข้าศึกษาที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ระยะหนึ่ง จากนั้นจึงย้ายไปศึกษาจนสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก School of Journalism and Communication (SOJC) University of Oregon สหรัฐอเมริกา[16] และศึกษาต่อด้านดนตรี สาขา Electronic Music Production (EMP) ที่ SAE Institute Bangkok[17] เคยเป็นช่างภาพให้กับนิตยสาร LIPS คอลัมน์ Lazy Day | Lookbook Oct 15 ปักษ์หลังเดือนมีนาคม พ.ศ. 2559 เป็นนางแบบให้กับกระเป๋า "ISAWAN" และเสื้อผ้า "Greyhound"[18] เป็นหนึ่งในนักแสดงภาพยนตร์เรื่อง "Die Tomorrow (พรุ่งนี้ตาย)" กำกับโดย นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์[19]
  • "แร็ก" วิภาต เลิศปัญญา เกิดเมื่อ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2519 สำเร็จการศึกษาจากคณะศิลปกรรม ภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยรังสิต[20] และเป็น Art Director เกี่ยวกับงานโฆษณา[21]
  • "ตาว" วรรณพงศ์ แจงบำรุง เกิดเมื่อ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2530 สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ สาขาวิชาดนตรีแจ๊ส มหาวิทยาลัยมหิดล เคยเป็นมือกลองให้กับวง August[22] และ Present Perfect[23]

อัลบั้ม[แก้]

พยัคฆ์ LIVE 001 (จำหน่าย 6 ตุลาคม พ.ศ. 2557)

รูปแบบ : ดาวน์โหลด ค่ายเพลง : Tigger Twins

  1. Lover to Lover
  2. All My Inventions
Paper (จำหน่าย 23 กันยายน พ.ศ. 2559)

รูปแบบ : ดาวน์โหลด/ซีดี/แผ่นเสียง ค่ายเพลง : Warner Music Thailand

ปกอัลบั้ม Paper
  1. All My Inventions
  2. Daughter and Son
  3. Winter's Love
  4. Cordelia
  5. Ellephant
  6. Kiss
  7. Lover to Lover
  8. Felt
  9. Paper
  10. Forget You

ซิงเกิ้ลเพลง[แก้]

ปี วันที่เผยแพร่ ชื่อเพลง หมายเหตุ อัลบั้ม
2557 18 กันยายน "Lover to Lover" Live Session พยัคฆ์ LIVE 001[24]
1 ตุลาคม "All My Inventions"
2558 31 ตุลาคม "Daughter and Son"[25] - Paper
2559 22 มกราคม "Winter's Love"
5 สิงหาคม "Cordelia"[26]
4 พฤศจิกายน "Echo" เพลงพระราชนิพนธ์ -
22 พฤศจิกายน "Lover to Lover"[27] - Paper
1 ธันวาคม "แผ่นดินของเรา" เพลงพระราชนิพนธ์ -
2560 10 กุมภาพันธ์ "Only Reason"[28] เพลงประกอบภาพยนตร์
18 เมษายน "Kiss" - Paper
2561 22 มิถุนายน "Paper" ภาพยนตร์สั้น ชื่อว่า "The Other Place"[29]
16 พฤศจิกายน "Daydreaming" - -
2562 22 กุมภาพันธ์ "Goodbye, Baby"

ผลงานอื่น[แก้]

  • "พาย" กัญญภัค วุธรา เคยเป็นนักร้องร่วมให้กับเพลง "หักหลัง (Betrayed)" ของวง Retrospect[30] ยังได้ขับร้องและแต่งเนื้อร้องภาษาอังกฤษให้กับเพลง "แมวอ้วน" สำหรับงานเทศกาลดนตรี "Cat Radio" จัดขึ้นในปี พ.ศ. 2557 ร่วมกับศิลปินจากค่ายเพลง "Tigger Twins"[31]
  • ระหว่างปี พ.ศ. 2556 - พ.ศ. 2557 พายแต่งเพลงและขับร้องเป็นภาษาอังกฤษเผยแพร่ในสื่อสังคมที่มีชื่อว่า "SoundCloud" ได้แก่ Lover to Lover, Ellephant, Train Song (to Paris), Seagarette, Friday Untitled และมีเพลงที่เผยแพร่ลงใน YouTube คือ "Signs and Notes"[32]
  • My Life as Ali Thomas ได้นำเพลงของวงดนตรีร็อคสัญชาติญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า One Ok Rock มาขับร้องใหม่ เนื่องจาก One Ok Rock เข้ามาแสดงคอนเสิร์ตในประเทศไทย ได้แก่ "Good Goodbye" และอีก 1 เพลง คือ "Last Dance" ขับร้องร่วมกับ "พีช" ปณิชา เมธาวิชิตชัย นักร้องนำวง The 38 Years Ago[33]
  • พายแต่งและขับร้องเพลงประกอบโฆษณาปากกา "Quantum" ภายใต้สโลแกน "คุณก็เขียนชีวิตให้ตัวเองได้ เพราะชีวิตเป็นของคุณ" โดยมี "เมญ่า" นนธวรรณ ฌรรวนธร เป็นนางแบบโฆษณา[34]
  • My Life as Ali Thomas และวง Roof ร่วมกันขับร้องบรรเลงเพลง "Echo" เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 41 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระราชนิพนธ์ทำนองและคำร้องในปี พ.ศ. 2508[35] และเป็นนักร้องร่วมให้กับเพลง "Father Bhumibol" ของยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาว[36] นอกจากนี้ "พาย" กัญญภัค วุธรา ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับร้องเพลง "แผ่นดินของเรา" เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 34 ร่วมกับศิลปินจากค่ายเพลง "Wayfer Records" และ "Warner Music Thailand"[37]

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้]

  • Eagles, Jeff Buckley, Andrew Bird, Marilyn Manson และ Jenny Lewis นักร้องนำแห่งวง Rilo Kiley เป็นศิลปินที่มีอิทธิพลสำคัญต่อการสร้างตัวตนในการเป็นนักร้องและนักแต่งเพลงของ "พาย" กัญญภัค วุธรา[38]
  • My Life as Ali Thomas เป็น 1 ใน 2 วงดนตรีของไทยที่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมเทศกาลดนตรี "Music Matters Festival" จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-15 กันยายน พ.ศ. 2559 ที่ประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับ Slot Machine และวงดนตรีอื่นๆจากทั่วโลก[39] นอกจากนี้ยังได้รับเชิญให้เข้าร่วมแสดงในงาน "Taichung International Cuisines Festival" ระหว่างวันที่ 24-25 กันยายน พ.ศ. 2559 ที่ประเทศไต้หวัน ร่วมกับวงดนตรีของไทย คือ Ebola[40]
  • My Life as Ali Thomas เป็นหนึ่งในวงดนตรีที่ทำการแสดงเปิดคอนเสิร์ต Soundbox : Tattoo Colour x Polycat เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 จัดขึ้นที่เมืองไทย จีเอ็มเอ็มไลฟ์เฮาส์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร[41]
  • My Life as Ali Thomas ได้รับเชิญให้แสดงดนตรีและเข้าร่วมงาน "Golden Melody Awards & Festival 2017" เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2560 ที่ประเทศไต้หวัน[42]
  • My Life as Ali Thomas เป็น 1 ใน 4 วงดนตรีของไทย ร่วมกับ Yellow Fang, DCNXTR และ Chanudom ที่ได้เข้าร่วมแสดงในงาน "South by Southwest Music Festival 2019" ระหว่างวันที่ 8-17 มีนาคม พ.ศ. 2562 ณ เมืองออสติน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา[43]

อ้างอิง[แก้]

  1. นางเอกรักหมดแก้ว นักร้องคนแรกค่ายทิกเกอร์ ทวินส์
  2. My Life As Ali Thomas วงดนตรีหน้าใหม่ เท่ มีสไตล์ เฉพาะตัว
  3. วอร์นเนอร์ มิวสิก เปิดตัววงดนตรีหน้าใหม่ My Life As Ali Thomas ที่มาพร้อมกับดนตรีสุดล้ำ
  4. ประวัติ My Life As Ali Thomas
  5. Song from the Girls talk รู้จักกับศิลปินหญิงในวงการเพลงนอกกระแส ที่ทำเพลงออกมาดีไม่แพ้ใคร
  6. My Life As Ali Thomas วงอินดี้โฟล์คไทยหน้าใหม่ฝีมือไม่ธรรมดา
  7. Daughter and Son - My Life As Ali Thomas
  8. My Life As Ali Thomas วงนี้ดี ฟังกันหรือยัง?
  9. My Life As Ali Thomas ส่งซิงเกิ้ลสอง Winter’s Love
  10. "My Life As Ali Thomas" ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ Cordelia เพลงเก๋ ดนตรีดี มีเสน่ห์ เติมรสชาติใหม่วงการเพลงไทย
  11. จัดว่าเยี่ยมทั้งดนตรีเนื้อหา Paper อัลบั้มแรกของ My Life As Ali Thomas
  12. My Life As Ali Thomas เหงาๆ แต่อบอุ่นกับ "Lover to Lover"
  13. งานเปิดตัวภาพยนตร์ "รักของเรา" The moment
  14. My Life As Ali Thomas ร้อง "Only Reason" ประกอบหนัง "รักของเรา The moment"
  15. My Life as Ali Thomas - Kiss (Official Music Video)
  16. Reporting from the hot computers and sharp minds of budding journos at the U of Oregon
  17. รายชื่อศิษย์เก่า SAE Institute Bangkok
  18. Lazy Day | Lookbook Oct 15
  19. หนังใหม่ "เต๋อ นวพล" DIE TOMORROW แฟนๆฮือฮา รวมนักแสดงระดับ Avengers เมืองไทย
  20. วิภาต เลิศปัญญา - สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยรังสิต
  21. ภาพยนตร์โฆษณาทเวลฟ์ พลัส ชุด Cheer Leader
  22. วงออกัส pop ไทยไกลถึงจีน
  23. ประวัติของศิลปิน Present Perfect แฟนเพลงห้ามพลาด
  24. อัลบั้ม : พยัคฆ์ Live 001
  25. Daughter and Son - My Life As Ali Thomas จาก Music MThai
  26. "มาย ไลฟ์ แอส อะลิ โทมัส" ปล่อยซิงเกิ้ลที่สาม
  27. อย่างเท่ Lover to Lover ซิงเกิ้ลใหม่จาก My Life As Ali Thomas เพลงดี งดงาม
  28. Only Reason (เพลงประกอบภาพยนตร์ "รักของเรา the moment")
  29. The Other Place - short film for Paper
  30. หูรุนแรงห้ามพลาด วงร็อคไทยชื่อดังปล่อยเพลงใหม่
  31. "เชาวเลข" Tigger Twins ส่งซิงเกิ้ล "แมวอ้วน" เพื่อการกุศล สำหรับงาน Cat Expo
  32. My Life As Ali Thomas - SoundCloud
  33. งานดนตรีของวงอินดี้สุดฮิป My Life As Ali Thomas
  34. อันนี้! ขายของ หรือ แฟชั่นวีค - DHA Siamwalla Channel
  35. ECHO โดย My Life As Ali Thomas และ Roof
  36. แอ๊ด คาราบาว แต่ง Father Bhumibol สื่อหัวใจคนไทยสู่ต่างชาติ
  37. แผ่นดินของเรา โดย รวมศิลปิน Wayfer Records
  38. Music That Made Me : พาย My Life as Ali Thomas
  39. Music Matters Festival Returns to Singapore
  40. Maude to Perform in Taiwanese Music Festival
  41. "ซาวด์บ็อกซ์" ระดมวงดนตรีรุ่นใหม่ฝีมือดีขึ้นเวทีเดียวกันครั้งแรก
  42. GMA Partners with Music Festivals in Japan and Thailand for International Exchanges
  43. 4 วงดนตรีไทยที่จะไปโลดแล่นบนเวที "SXSW Music Festival 2019"