มหาวิทยาลัยอุปซอลา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาวิทยาลัยอุปซอลา
Uppsala University / UU
thump
คติพจน์ Gratiae veritas naturae
Truth through God's mercy and nature
สถาปนา ค.ศ.1477
ประเภท มหาวิทยาลัยรัฐ
จำนวน ป.ตรี 30,450 (รวมปริญญาโท)[1]
จำนวน ป.เอก 2,400
ที่ตั้ง เมืองอุปซอลา สวีเดน สวีเดน
เว็บไซต์ http://www.uu.se
อันเดอส์ เซลเซียส

มหาวิทยาลัยอุปซอลา (สวีเดน: Uppsala Universitetet) เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยระดับนานาชาติ ตั้งอยู่ที่มณฑลอุปซอล่า ขึ้นไปทางตอนเหนือของกรุงสตอกโฮล์ม ประมาณ 60 กม. ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1477 ( พ.ศ. 2020 ) เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในจักรวรรดิสวีเดน และประเทศในกลุ่มนอร์ดิก [2]จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยในโลก มหาวิทยาลัยอุปซอลา มักจะอยู่ในลำดับที่ 100 แรกเสมอ [3]

มหาวิทยาลัยเจริญในยุครุ่งเรืองของจักรวรรดิสวีเดนในช่วงปลายคริสศตวรรษที่ 16 มหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากกษัตริย์กุสตาฟ อดอล์ฟ ที่2 ช่วงต้นของคริสศตวรรษที่ 17

มหาวิทยาลัยอุปซอลา มีลักษณะเป็นเมืองมหาวิทยาลัย มีอาคารของมหาวิทยาลัยกระจายอยู่ทั่วไปในเมืองอุปซอลา เมืองอุปซอลายังเป็นเมืองหลวงเก่าที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานของประเทศสวีเดน อัตลักษณ์และวัฒนธรรมของสวีเดนหลายๆอย่างทั้งทางด้านวรรณกรรม ดนตรี การเมืองเกิดขึ้นที่นี่ ประเพณีการมอบหมวกจบการศีกษาของสวีเดนก็มีจุดกำเนิดจากที่นี่เช่นกัน


มหาวิทยาลัยมีนักศีกษากว่า 24,000 คน นักศึกษาระดับปริญญาดุษฎีกว่า 2,400 คน อาจารย์ 1,800 คน ศาสตราจารย์ 700 คน ในจำนวนนี้มีศาสตราจารย์ที่เป็นผู้หญิงประมาณ 1 ใน 5 รวมเจ้าหน้าที่ทั้งหมดกว่า 6,500 คน มีเงินทุนหมุนเวียนในมหาวิทยาลัยกว่า 5.9 พันล้านโครน่าสวีเดน (ปี คศ. 2013) โดย 30% ใช้ในการเรียนการสอนระดับพื้นฐานและด้านเฉพาะทาง อีก 66% ใช้ในการทำวิจัยและการศึกษาระดับการวิจัย

ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยมีหลากหลาย รวมถึงบุคคลสำคัญของประเทศและประวัติศาสตร์ของโลก เช่น

แอนเดอร์ เซลเซียส ผู้คิดค้นระบบการแบ่งช่องการวัดอุณหภูมิเป็นองศาเซนติเกรด

คาโรลัส ลินเนียส บิดาแห่งอนุกรมวิธาน

นอกจากนั้นมหาวิทยาลัยมีศิษย์เก่าที่ได้รับรางวัลโนเบล 15 คน เป็นกษัตริย์ 8 พระองค์ นายกรัฐมนตรี 14 คน และเป็นสมาชิกของ swedish academy หรือกลุ่มผู้ที่ตัดสินผู้ได้รับรางวัลโนเบลในสาขาต่างๆกว่า 50 คน

การบริหารและองค์กรของมหาวิทยาลัย[แก้]

คณะ[แก้]

โถงทางเข้าของอาคารหลัก สร้างในปี ค.ศ. 1887

มหาวิทยาลัยของสวีเดนจะแบ่งการเรียนเป็นโปรแกรมและคอร์สมากกว่าจะแบ่งเป็นคณะ มหาวิทยาลัยเปิดสอนกว่า 70 โปรแกรม มากกว่า 2000 คอร์ส ในระดับปริญญาตรี และเกือบ 70 โปรแกรมในระดับปริญญาโท หากจะแบ่งการเรียนเป็นรายคณะ จะแบ่งได้ 9 คณะดังนี้

กลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

  • คณะมนุษยศาสตร์ ประวัติศาสตร์และปรัชญา
  • คณะสังคมศาสตร์
  • คณะภาษาศาสตร์
  • คณะศาสนศาสตร์
  • คณะนิติศาสตร์
  • คณะครุศาสตร์

กลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ

  • คณะแพทยศาสตร์
  • คณะเภสัชศาสตร์

กลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

  • คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หอสมุดมหาวิทยาลัยอุปซอลา[แก้]

อาคารหอสมุดคาโรลินา เรียดิวิวา

หอสมุดแห่งมหาวิทยาลัยอุปซอลามีหนังสือมากกว่า 5.25 ล้านเล่ม ต้นฉบับประมาณ 62,000 เล่ม หนึ่งในต้นฉบับที่สำคัญคือหนังสือ Codex Argenteus หรือ ‘’หนังสือสีเงิน’’ ในสมัยศตวรรษที่ 6 เป็นไบเบิ้ลที่แปลเป็นภาษาโกธิก

หอสมุดของมหาวิทยาลัยชื่อว่า หอสมุดคาโรลินา เรียดิวิวา (Carolina Rediviva) เป็นอาคารหลังใหม่สร้างและเปิดใช้เมื่อ คศ.ที่ 18 ซึ่งตั้งชื่อตามชื่ออาคารเก่าที่ใช้เป็นห้องสมุดตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัย คศ.ที่ 15 จนถึงปลาย คศ.ที่17 หอสมุดคาโรลินา เรียดิวิวา เป็นอาคารหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในประเทศสวีเดน

ปัจจุบันระบบของห้องสมุดมหาวิทยาลัยอุปซอลาประกอบไปด้วยห้องสมุด 19 แห่ง

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยอุปซอลา[แก้]

หรือ Academic Hospital ใช้ในการเรียนการสอนของคณะแพทยศาสตร์และโรงเรียนพยาบาล ดำเนินการโดยสภามณฑลอุปซอลาร่วมกับมหาวิทยาลัย เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ขนาด 1080 เตียง มีเจ้าหน้าที่กว่า 7,700 คน โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยนั้นมีอายุเก่าแก่กว่ามหาวิทยาลัยอุปซอลา ก่อตั้งในปี คศ.1302 ภายหลังได้ควบรวมกับคลินิคของมหาวิทยาลัยและใช้งานมากว่า 400 ปี จนกระทั่งเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ในเมืองอุปซอลาในปี 1702 สร้างความเสียหายเกือบทั้งเมือง โรงพยาบาลแห่งใหม่ถูกสร้างขึ้นในบริเวณเดิมที่ถูกไฟไหม้ และได้ย้ายออกมานอกเมืองบนที่ตั้งในปัจจุบันตั้งแต่ปี คศ.1811

ห้องแลบ สเวียดแบร์ก The Svedberg Laboratory[แก้]

ตั้งชื่อตาม Theodore the svedberg นักเคมี ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีชาวสวีเดน ใช้เป็นศูนย์วิจัยเรื่อง proton therapy [4] ในการรักษาโรคมะเร็งร่วมกับคลินิคมะเร็งวิทยาของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย

อันดับของมหาวิทยาลัย[แก้]

มหาวิทยาลัยอุปซอลามักถูกจัดให้อยู่ในลำดับ 100 แรกเสมอ

อันดับ (ปี) อันดับโลก อันดับในยุโรป อันดับในประเทศ
Academic Ranking of World Universities (2014)[5] # 60 # 18 # 2
QS World University Rankings[6] (2012) # 81 # 29 # 2
Times Higher Education (2014/2015)[7] # 98 # 32 # 3



ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]