พีพา มิดเดิลตัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พีพา มิดเดิลตัน
Pippa Middleton.jpg
พีพา มิดเดิลตันในงานสมรสของเลดีเมลิสซา เพอร์ซี เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556
เกิด ฟิลิปปา ชาร์ลอตต์ มิดเดิลตัน
6 กันยายน พ.ศ. 2526 (34 ปี)
เรดิง สหราชอาณาจักร
การศึกษา มหาวิทยาลัยเอดินบะระ[1]
คู่สมรส เจมส์ แมททิวส์ (2560–ปัจจุบัน)
บิดามารดา ไมเคิล ฟรันซิส มิดเดิลตัน
แคโรลด์ อีลิซาเบท มิดเดิลตัน
ญาติ แคเธอริน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ (พี่สาว)
เจมส์ วิลเลียม มิดเดิลตัน (น้องชาย)

ฟิลิปปา ชาร์ลอตต์ "พีพา" มิดเดิลตัน (อังกฤษ: Philippa Charlotte "Pippa" Middleton; 6 กันยายน พ.ศ. 2526)[2][3] เป็นสุภาพสตรีชาวสหราชอาณาจักรผู้มีชื่อเสียงทางสังคม ด้วยเป็นพระขนิษฐาของแคเธอริน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ซึ่งเธอเป็นเพื่อนเจ้าสาวในพระราชพิธีเสกสมรสของพี่สาวกับเจ้าชายวิลเลียม ดยุกแห่งเคมบริดจ์ พีพาจึงได้รับความสนใจจากเหล่าสื่อมวลชนจำนวนมากทั้งด้านแฟชันและชีวิตส่วนตัวของเธอ

ประวัติ[แก้]

เธอเกิดเมื่อวันที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2526 เป็นบุตรคนที่สองจากสามของไมเคิล ฟรันซิส มิดเดิลตัน อดีตผู้จัดการสายการบินบริติชแอร์เวย์ กับแคโรลด์ อีลิซาเบท มิดเดิลตัน (สกุลเดิม โกลด์สมิท) อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน[4][5][6]

ครอบครัวฝ่ายบิดามีพื้นเพมาจากลีดส์ ปัจจุบันอยู่ในเวสต์ยอร์กเชอร์ ย่าทวดคือ โอลีฟ ลัปตัน เจ้าของธุรกิจครอบครัวซึ่งสืบทอดกิจการหลายชั่วอายุคนในลีดส์[7][8][9] ส่วนครอบครัวฝ่ายมารดามีพื้นเพมาจากลอนดอน ซึ่งมีบรรพบุรุษเป็นกรรมกรและคนงานเหมืองในมณฑลเดอรัม[10]

ในปี พ.ศ. 2538 ครอบครัวของเธอได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองบักเคิลบิวรี บาร์กเชอร์[11][12] เธอและพี่สาวเข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนเซนต์แอนดรูว์แพงบอร์น และโรงเรียนดาวน์เฮาส์ ต่อมาได้ศึกษาต่อที่วิทยาลัยมาร์ลโบโรห์[13] และสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีสาขาวรรณกรรมภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยเอดินบะระ[14] ทั้งนี้เธออาศัยร่วมบ้านกับลอร์ดเอดเวิร์ด อินเนส-เกอร์ บุตรชายของดยุกแห่งรอกซ์เบิร์ก และเอิร์ลเพอร์ซี ทายาทของดยุกแห่งนอร์ททัมเบอร์แลนด์[14]

การทำงาน[แก้]

หลังจากสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2551 เธอได้ทำงานประชาสัมพันธ์โฆษณาสินค้าหรูหราระยะสั้น ๆ จากนั้นเธอได้ร่วมงานที่เทเบิล ทอล์ก ทำงานเกี่ยวกับการจัดงานอีเวนต์ ซึ่งเทเบิลทอล์กถือเป็นบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงลอนดอน บริษัทนี้รับจัดงานอีเวนต์และงานสังสรรค์ต่าง ๆ[13][15] ในปีเดียวกันนั้นนิตยสาร Tatler ได้จัดให้เธออยู่ในรายชื่อ "หนึ่งในคนโสดที่สังคมกล่าวถึง" (the Number 1 Society Singleton) นำหน้าเจมส์ บลันต์ และเจ้าหญิงยูจีนีแห่งยอร์ก[16] แม้ในบทความดังกล่าวจะให้คำอธิบายว่า "ไปงานสังสรรค์หลายงาน แต่มีหน้าที่หลักเป็นเพียงผู้ที่ทำหน้าที่จัดการเรื่องอาหารเครื่องดื่มในงาน" แต่ตั้งแต่นั้นมาเธอก็เป็นที่กล่าวถึงบ่อยครั้งในแวดวงสังคม[17] ในฐานะที่เธอเป็นน้องสาวของเคต มิดเดิลตัน ทั้งสองมักมีข่าวในวงกว้างจำนวนมากที่มุ่งเน้นด้านวิถีทางสังคมและการดำเนินชีวิต[18][19] ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2555 นิตยสาร Time ได้จัดให้เธอเป็นหนึ่งในร้อยบุคคลทรงอิทธิพลที่สุดของโลก[20]

ปัจจุบันพีพาทำงานอาทิตย์ละสองวันกับบริษัทของพ่อแม่ที่ชื่อ Party Pieces โดยทำงานแก้ไขเว็บของ นิตยสาร Party Time[13][21]

Penguin Books จ่ายเงินล่วงหน้าแก่พีพาจำนวน 400,000 ปอนด์ สำหรับหนังสือเกี่ยวกับการจัดงานปาร์ตี้ ชื่อเล่มว่า "Celebrate" ซึ่งถูกตีพิมพ์ในฤดูใบไม้ร่วงปี พ.ศ. 2555 แต่ยอดขายกลับต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่หลายคนวิจารณ์เย้ยหยันด้านความชัดเจนของเนื้อหา[22][23] ทั้งนี้พีพาได้ออกมายืนยันว่าไม่ได้ใช้นักเขียนเงา[24] และในเดือนมีนาคมปีถัดมาเธอออกจากงานเจ้าหน้าที่วรรณกรรม[25]

พระราชพิธีเสกสมรส[แก้]

ตราอาร์มของพีพา มิดเดิลตัน มีพื้นฐานตามตราของบิดา เป็นรูปข้าวหลามตัด มีริบบินสีฟ้าผูกอยู่ด้านบนอันมีความหมายว่าเป็นสตรีโสด[26][27]

ในพระราชพิธีหมั้นของเคต มิดเดิลตันพี่สาว เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 พีพาได้เป็นเพื่อนเจ้าสาว[28] ส่วนในพระราชพิธีเสกสมรส พีพาได้สวมชุดเดรสรูปกอดสีขาวเหมือนของเจ้าสาว สร้างขึ้นโดยซาราห์ เบอร์ตันจากอเล็กซานเดอร์ แมกควีน ทำจากผ้าย่นสีงาช้าง ซึ่งได้รับการยกย่องจากสื่อมวลชน ไม่นานหลังจากนั้นสำเนาชุดดังกล่าวก็มีให้เห็นในไฮสตรีท[29][30] ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการ[31][32][33]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

เดือนกันยายน พ.ศ. 2556 มีรายงานว่าพีพาได้ทำการหมั้นกับนิโค แจ็กสัน[34][35] แต่ภายหลังได้เลิกรากันหลังคาหาได้เพียงสองปี[36]

เดือนมกราคม พ.ศ. 2559 เธอคบหากับเจมส์ แมททิวส์ อดีตนักแข่งรถอาชีพ ปัจจุบันเป็นผู้บริหารกองทุนเฮดจ์ฟันด์ (hedge fund manager) ก่อนหมั้นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2559 ทั้งนี้แมททิวส์เป็นบุตรชายและทายาทของเดวิด แมททิวส์ แลดแห่งเกลนอัฟฟริก (Laird of Glen Affric) ซึ่งแหล่งข่าวรายงานว่าหลังคู่หมั้นของเธอรับมรดกจากบิดาแล้ว พีพาจะมีบรรดาศักดิ์เป็น "เลดีแห่งเกลนอัฟฟริก"[37][38][39][40][41][42]

พีพาสมรสกับเจมส์เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 ณ โบสถ์นักบุญมาระโกในเบิร์กเชอร์ใกล้บ้านของสกุลมิดเดิลตัน[43] ภายในงานมีเจ้าชายจอร์จ-เจ้าหญิงชาร์ลอตต์แห่งเคมบริดจ์ เอเวีย ออร์เนอร์ (Avia Horner, หลานสาวของสเปนเซอร์ คอมป์ตัน มาร์ควิสที่ 7 แห่งนอร์แทมป์ตัน) เอ็ดเวิร์ด เซเบียร์ (Edward Sebire) วิลเลียม วอร์ด (William Ward) แคซีเมียร์ แททูส (Casimir Tatos) ลีลี เฟรนช์ (Lily French) และเคาน์เตสฟีลิปปา ออยอส (Countess Philippa Hoyos) ส่วนชายที่เป็นที่กล่าวถึงที่สุดในงานนี้คือสเปนเซอร์ แมททิวส์ น้องชายเจ้าบ่าว[44][45]

เดือนกันยายน พ.ศ. 2559 ไอโฟนของพีพาถูกนักเลงคอมพิวเตอร์เจาะข้อมูล สำนักข่าวเดอะซันรายงานว่านักเลงคอมพิวเตอร์คนดังกล่าวอ้างว่ามีภาพของพีพาในบัญชีไอคลาวด์กว่า 3,000 ภาพ และเรียกร้องเงิน 50,000 ปอนด์ ที่สุดนักเลงคอมพิวเตอร์คนดังกล่าวก็ถูกจับกุมภายในเดือนนั้นเอง[46]

บรรพบุรุษ[แก้]

บรรพบุรุษของตระกูลมิดเดิลตันคือ เซอร์โทมัส แฟร์ (พ.ศ. 2017-2063) ส่วนที่พิสูจน์ได้แล้วคือ บาทหลวงโทมัส เดวิส นักบวชและนักประพันธ์เพลงสรรเสริญพระเจ้าแห่งคริสตจักรอังกฤษ มีหลานสาวคือ โอลีฟ คริสเตียนา ลัปตัน ย่าของไมเคิล มิดเดิลตัน[47][48] ส่วนตาเทียดฝ่ายมารดาของพีพาคือ จอห์น โกลด์สมิท สมรสกับเอสเทอร์ โจนส์ ในปี พ.ศ. 2390

ภาพยนตร์[แก้]

ใน William & Kate ภาพยนตร์โทรทัศน์ที่ออกฉายเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2554 มีเรื่องราวส่วนหนึ่งเกี่ยวกับพีพา มิดเดิลตัน ซึ่งแสดงโดยแมรี อีลีซ เฮย์เดน[49][50]

ลำดับสาแหรก[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Pippa Middleton biography". Biography.com.
  2. "Pippa Middleton". People.
  3. "Pippa Middleton's Birthday: A Look Back At A Year Of Style (PHOTOS)". Huffington Post. September 6, 2011.
  4. Joseph, Claudia (21 November 2010). "The intriguing story of the woman who gave Kate her looks – and family wealth". Daily Mail. สืบค้นเมื่อ 4 January 2011. 
  5. Lundy, Darryl. "Philippa Charlotte Middleton". The Peerage. p. 19582. สืบค้นเมื่อ January 2011. [แหล่งอ้างอิงไม่น่าเชื่อถือ]
  6. "Ancestry of Kate Middleton". wargs.com. สืบค้นเมื่อ 4 January 2011. 
  7. Nikkhah, Roya. "Sunday Telegraph". Sunday Telegraph Dec 16, 2012 Page 9. Sunday Telegraph. สืบค้นเมื่อ Feb 22 2013. 
  8. Nikkhah, Roya (16th Dec 2012). "So, Kate's a blue blood after all". Sunday Telegraph. 
  9. Claudia Joseph, Revealed: secrets of the Middletons' money in Daily Mail (22 March 2009)
  10. Christopher Wilson, Kate, the coal miner's girl in Daily Mail (22 December 2006), accessed 4 January 2011.
  11. Party Pieces Princess in News of the World (21 November 2010), p. 4.
  12. Profiles: Kate Middleton in Hello! dated August 2001.
  13. 13.0 13.1 13.2 Nick Curtis, Everything you never knew about Pippa Middleton in the London Evening Standard dated 10 May 2011 at thisislondon.co.uk, accessed 10 May 2011.
  14. 14.0 14.1 Anna Pukas (20 November 2010). "Kate Middleton's eligible little sister". Daily Express. สืบค้นเมื่อ 19 February 2011. 
  15. Welcome to the Firm at channel4.com, accessed 4 January 2011.
  16. Ashley Peskoe, Pippa Middleton: 5 Things You Need to Know at abcnews.go.com, accessed 17 February 2011.
  17. Kate Middleton's Sister, Pippa: a socialite butterfly at royalweddings.org.uk, accessed 16 April 2011.
  18. Katie Nicholl, First Kate, now sister Pippa splits from heir in Daily Mail (21 April 2007).
  19. Katie Nicholl, A Churchill snaps up the other Miss Middleton (26 September 2009) Daily Mail.
  20. Robin Levinson, Pippa Middleton in gun photo controversy one day... Time Magazine's 100 most influential people the next in National Post (18 April 2012).
  21. Tim Walker, Wedding is good business for Pippa Middleton Daily Telegraph (17 November 2010), accessed 17 February 2011.
  22. http://www.businessinsider.com/pippa-middletons-new-book-2012-11
  23. http://www.telegraph.co.uk/culture/books/bookreviews/9648130/Celebrate-by-Pippa-Middleton-review.html
  24. Russell Myers & Amanda Perthen, She was paid £400k for her book of party advice, now Pippa gives wedding tips to her best friend - for free dated 28 April 2012 from The Daily Mail online at dailymail.co.uk, accessed 29 April 2012
  25. http://www.telegraph.co.uk/news/uknews/theroyalfamily/9947485/Pippa-Middleton-parts-from-agent-after-just-one-book.html
  26. "Royal wedding: Kate Middleton coat of arms unveiled". BBC News. 19 April 2011. สืบค้นเมื่อ 19 April 2011. 
  27. Bates, Stephen (19 April 2011). "Kate Middleton family gets coat of arms". The Guardian (UK). สืบค้นเมื่อ 19 April 2011. 
  28. Gregory Katz, Tamara Baluja, Royal wedding update: Prince Harry to be best man, Kate's sister Pippa is maid of honour[ลิงก์เสีย] at Yahoo Canada (The Associated Press, The Canadian Press) (14 February 2011).
  29. [1] Debenhams produce £170 copy of Pippa Middletons bridesmaid dress
  30. [2] pippa middleton bridesmaid dress replicas hit debenhams
  31. Anita Singh (29 April 2011), "Pippa Middleton shines as maid of honour", Daily Telegraph (London) 
  32. Who Is Pippa Middleton? at news.com.au.
  33. Olivia Bergin (4 August 2011), "Debenhams produce £170 copy of Pippa Middleton's bridesmaid dress", The Daily Telegraph 
  34. http://www.usatoday.com/story/life/people/2013/09/01/pippa-middleton-might-be-secretly-engaged/2753167/
  35. http://m.ibtimes.com/pippa-middleton-engaged-duchess-sister-planning-marry-boyfriend-nico-jackson-photo-1336015
  36. "Pippa Middleton น้องสาวเจ้าหญิงเคทกำลังจะแต่งงาน และนี่คือเรื่องราวความรักของเธอ". Vogue. 11 พฤษภาคม 2560. สืบค้นเมื่อ 28 พฤษภาคม 2560. 
  37. Betts, Hannah (22 July 2016). "Kate, Pippa and how to spot 'old money' and 'new money'". Daily Telegraph (UK). สืบค้นเมื่อ 3 August 2016. "It's been reported that, in time, Pippa will even acquire a title: the suitably racy sounding “Lady Glen Affric,”..." 
  38. London, Bianca (21 July 2016). "Pippa Middleton flashes her '£200,000' engagement ring walking her dog Rafa - as it's revealed she will get her own title as Lady Glen Affric when she marries James Matthews". Daily Mail. UK. สืบค้นเมื่อ 21 July 2016. "As Australian art historian Michael Reed explained: 'In coming years and particularly as the future Lady Glenaffric, Pippa Middleton will be able to entertain lavishly on her husband's grand Scottish Glen Affric Estate....Pippa's future father-in-law, David Matthews, is the Laird of Glen Affric and owns a 10,000-acre Scottish estate near Loch Ness in the Scottish highlands. When David dies, James will inherit the title and Pippa will have her own title bestowed upon her as his wife, which she can use in the Commonwealth." 
  39. "Pippa Middleton confirms engagement to James Matthews". BBC (BBC News). 19 July 2016. สืบค้นเมื่อ 19 July 2016. 
  40. Gutteridge, Nick (20 July 2016). "Middleton of the Glen! How Pippa will get a title to rival her sister Kate after engagement". Daily Express. UK. สืบค้นเมื่อ 21 July 2016. "...following her engagement to the son of a Scottish Laird...Mr Matthews is the son of David Matthews, the Laird of Glen Affric....The 32 year old sister of the Duchess of Cambridge will one day become Lady Glen Affric and have access to a sprawling 10,000 acre Scottish estate....Pippa will be able to use the courtesy title...bestowed on her as the heir's wife" 
  41. Matthews, Spencer (1 October 2013). Confessions of a Chelsea Boy. Pan Macmillan UK. ISBN 1743513216. 
  42. Whitworth, Damian (15 May 2017). "Pippa maid of honour no more". The Times. UK. สืบค้นเมื่อ 23 May 2017. "(Glen Affric Estate/Lodge) has been expensively refurbished and is let out to hunting parties wishing to enjoy its splendid 10,000 acres. That may not be a patch on Balmoral’s 50,000 acres, but Glen Affric is regarded as a particularly beautiful estate and it comes with a title: Laird of Glen Affric. The prospect of photographers stalking in the hills might be off-putting to Pippa, but she might enjoy spending the start of her married life playing at being Lady Glen Affric. The Times." 
  43. "Pippa Middleton marries James Matthews in Englefield". The Guardian. 
  44. "The wave that says it went without a hitch!". Daily Mail. 
  45. "Prince George filmed stomping on Pippa Middleton's wedding dress". © 2017 Nine Digital Pty Ltd - 21 May 2017. สืบค้นเมื่อ 21 May 2017. 
  46. Liptak, Andrew (25 September 2016). "Police have arrested the man alleged to have hacked Pippa Middleton’s iPhone". The Verge. สืบค้นเมื่อ 25 September 2016. 
  47. Lundy, Darryl. "Reverend Thomas Davis". The Peerage. สืบค้นเมื่อ March 2011. [แหล่งอ้างอิงไม่น่าเชื่อถือ]
  48. Lundy, Darryl. "Olive Christiana Lupton". The Peerage. สืบค้นเมื่อ March 2011. [แหล่งอ้างอิงไม่น่าเชื่อถือ]
  49. William and Kate at imdb.com, accessed 19 February 2011.
  50. Magrath, Andrea (21 February 2011). "First Look: The actors portraying William and Kate in TV movie in character as the royal couple... but doesn't he look more like Harry?". The Daily Mail (London). สืบค้นเมื่อ 9 May 2011. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]