ข้ามไปเนื้อหา

พายุไต้ฝุ่นมรกต (พ.ศ. 2552)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พายุไต้ฝุ่นมรกต
พายุไต้ฝุ่นกีโก
พายุไต้ฝุ่นมรกตขณะมีกำลังแรงสูงสุดเมื่อวันที่
6 สิงหาคม พ.ศ. 2552
ประวัติทางอุตุนิยมวิทยา
ก่อตัว2 สิงหาคม พ.ศ. 2552
สลายตัว11 สิงหาคม พ.ศ. 2552
พายุไต้ฝุ่นกำลังแรง
10-นาที ของเฉลี่ยลม (JMA)
ความเร็วลมสูงสุด130 กม./ชม. (80 ไมล์/ชม.)
ความกดอากาศต่ำสุด945 เฮกโตปาสกาล (มิลลิบาร์)
; 27.91 นิ้วปรอท
พายุไต้ฝุ่น
10-นาที ของเฉลี่ยลม (TMD)
ความเร็วลมสูงสุด130 กม./ชม. (80 ไมล์/ชม.)
ความกดอากาศต่ำสุด945 เฮกโตปาสกาล (มิลลิบาร์)
; 27.91 นิ้วปรอท
พายุไต้ฝุ่นระดับ 1
1-นาที ของเฉลี่ยลม (SSHWS/JTWC)
ความเร็วลมสูงสุด150 กม./ชม. (90 ไมล์/ชม.)
ความกดอากาศต่ำสุด954 เฮกโตปาสกาล (มิลลิบาร์)
; 28.17 นิ้วปรอท
ผลกระทบ
ผู้เสียชีวิต789 ราย
ความเสียหาย$6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
(ค่าเงินปี พ.ศ. 2552 USD)
พื้นที่ได้รับผลกระทบฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น,
คาบสมุทรเกาหลี, จีน
IBTrACS

ส่วนหนึ่งของ ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2552

พายุไต้ฝุ่นมรกต (อักษรโรมัน: Morakot)[nb 1] หรือที่ในประเทศฟิลิปปินส์เรียกว่า พายุไต้ฝุ่นกีโก (ตากาล็อก: Kiko)[nb 2] เป็นพายุหมุนเขตร้อนที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เคลื่อนตัวพัดถล่มประเทศไต้หวัน พายุไต้ฝุ่นมรกตเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนลูกที่ 13, พายุโซนร้อนลูกที่ 8 และพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 4 ในฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2552 พายุได้สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงในประเทศไต้หวัน เช่น คร่าชีวิตประชาชนไปประมาณ 673 ราย มีผู้สูญหายประมาณ 26 ราย และสร้างความเสียหายมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 110 พันล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เป็นต้น ก่อตัวขึ้นจากหย่อมความกดอากาศต่ำเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552 พายุลูกนี้เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือก่อนที่จะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก และพัฒนาเป็นพายุโซนร้อน พายุค่อย ๆ ทวีกำลังแรงขึ้นเมื่อเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศไต้หวัน และทวีกำลังแรงขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 1 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พายุไต้ฝุ่นมรกตมีกำลังแรงสูงสุดด้วยความเร็วลมสูงสุด 1 นาทีที่ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (90 ไมล์ต่อชั่วโมง) และด้วยความเร็วลมสูงสุด 10 นาทีที่ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (80 ไมล์ต่อชั่วโมง)[nb 3] ความกดอากาศที่ 945 เฮกโตปาสกาล (มิลลิบาร์ 27.91 นิ้วของปรอท) ในวันที่ 6 สิงหาคม หลังจากนั้นพายุก็เคลื่อนตัวช้าลง และค่อย ๆ อ่อนกำลังลง จนขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศไต้หวันในช่วงบ่ายของวันนั้นโดยกลายเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง และในวันต่อมาพายุก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวผ่านประเทศไต้หวันก่อนที่จะเข้าสู่ช่องแคบของประเทศไต้หวัน และเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือก่อนจะขึ้นฝั่งประเทศจีนเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม หลังจากนั้นพายุก็เคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือพร้อมกับอ่อนกำลังลงก่อนที่จะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือในเวลาต่อมา พายุเริ่มเสื่อมถอยลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ และเศษซากของพายุที่เหลืออยู่ในทะเลจีนตะวันออกก่อนที่จะสลายตัวทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น

พายุไต้ฝุ่นมรกตได้ก่อให้เกิดฝนตกหนักโดยมีปริมาณน้ำฝนสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 2,777 มิลลิเมตร (109.3 นิ้ว) ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมอยู่ที่ประมาณ 1,736 มิลลิเมตร (68.35 นิ้ว) ที่พายุไต้ฝุ่นเฮิร์บก่อไว้ในปี พ.ศ. 2539 อย่างมาก พายุฝนฟ้าคะนองได้ทำให้เกิดโคลนถล่ม และน้ำท่วมรุนแรง ทั่วทางตอนใต้ของประเทศไต้หวัน ดินถล่มได้ฝังหมู่บ้านเซียวหลินทั้งหมด และคร่าชีวิตประชาชนไปประมาณกว่า 400 ราย พายุที่เคลื่อนตัวช้ายังสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในประเทศจีนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 8 ราย และสร้างความเสียหายมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ บ้านเรือนเกือบประมาณ 2,000 หลัง ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีรายงานว่าบ้านเรือนอีกประมาณ 136,000 หลัง ได้รับความเสียหาย หลังจากที่พายุลูกนี้เกิดขึ้นรัฐบาลของประเทศไต้หวันถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความล่าช้าในการตอบสนองต่อภัยพิบัติ ในช่วงแรกได้ส่งทหารเพียงประมาณ 2,100 นาย ไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และต่อมาจำนวนทหารที่เข้าไปช่วยเหลือผู้รอดชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 46,000 นาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้หลายพันคนจากหมู่บ้านที่ถูกฝังอยู่ และเมืองที่ห่างไกลทั่วเกาะ ไม่กี่วันต่อมาประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่ว ของประเทศไต้หวันได้ออกมาขอโทษต่อความล่าช้าในการตอบสนองของรัฐบาลต่อสาธารณชนเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม[1]

รัฐบาลของประเทศไต้หวันได้ประกาศว่าจะเริ่มแผนการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายทางตอนใต้ของประเทศไต้หวันมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 100 พันล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)[2] เป็นระยะเวลา 3 ปี ไม่กี่วันหลังจากที่พายุได้เคลื่อนตัวผ่านไป ความช่วยเหลือระหว่างประเทศก็เริ่มถูกส่งไปยังเกาะแห่งนี้ พายุไต้ฝุ่นมรกตยังทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงในทางตอนเหนือของประเทศฟิลิปปินส์อีกด้วย ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนไปประมาณ 26 ราย เนื่องจากลมมรสุมทางตะวันตกเฉียงใต้ที่แรงขึ้น และมูลค่าความเสียหายโดยรวมประมาณ 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ[3][nb 4]

ประวัติทางอุตุนิยมวิทยา

[แก้]
แผนที่แสดงเส้นทาง และความรุนแรงของพายุตามมาตราส่วนแซฟเฟอร์–ซิมป์สัน
ความรุนแรงของพายุ
  พายุดีเปรสชันเขตร้อน (≤62 กม./ชม.)
  พายุโซนร้อน (63–117 กม./ชม.)
  พายุเฮอริเคนระดับ 1 (118–153 กม./ชม.)
  พายุเฮอริเคนระดับ 2 (154–177 กม./ชม.)
  พายุเฮอริเคนระดับ 3 (178–208 กม./ชม.)
  พายุเฮอริเคนระดับ 4 (209–251 กม./ชม.)
  พายุเฮอริเคนระดับ 5 (≥252 กม./ชม.)
  พายุที่ไม่ทราบความเร็วลม
ประเภทของพายุ
■ พายุหมุนกึ่งเขตร้อน
▲ พายุหมุนนอกเขตร้อน / หย่อมความกดอากาศต่ำที่หลงเหลือ / รบกวนของเขตร้อน / ลมมรสุมพายุดีเปรสชันเขตร้อน
ภาพเคลื่อนไหวจากดาวเทียมของพายุไต้ฝุ่นมรกต

ประวัติทางอุตุนิยมวิทยาของพายุไต้ฝุ่นมรกต

  • วันที่ 2 สิงหาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA)[nb 5] รายงานว่ามีหย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวขึ้นภายในร่องมรสุมบริเวณประมาณ 1,000 กิโลเมตร (621 ไมล์) ทางตะวันออกของเกาะลูซอน อย่างไรก็ตาม พายุดังกล่าวยังคงทวีกำลังแรงขึ้นจนกลายเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน และต่อมาก็ได้อ่อนกำลังลงจนกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ก่อนที่จะมีการรวมตัวขึ้นอีกครั้งในวันเดียวกัน
  • วันที่ 3 สิงหาคม ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม (JTWC)[nb 6] ได้เริ่มติดตามพายุลูกนี้ในขณะอยู่ห่างไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดโอกินาวะอยู่ที่ประมาณ 700 กิโลเมตร (434 ไมล์) สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) ได้กำหนดชื่อท้องถิ่นว่า กีโก ส่วนทางด้านศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้ระบุว่าพายุในขณะนั้นประกอบด้วยกลุ่มเมฆพาความร้อน และมีแนวปะทุของกลุ่มเมฆพาความร้อนลึกทางตะวันตกของศูนย์กลางการหมุนระดับต่ำที่ยังไม่ปิดสนิท สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ยกระดับพายุดีเปรสชันเขตร้อนให้กลายเป็นพายุโซนร้อน และกำหนดให้ชื่อว่า มรกต ในเวลาเดียวกันศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้กำหนดหมายเลขอย่างเป็นทางการว่า 09W โดยระบุว่ามีการเพิ่มขึ้นของกลุ่มเมฆพาความร้อนรอบศูนย์กลาง และพายุกำลังเคลื่อนตัวโดยมีอิทธิพลจากสันเขาอากาศระดับต่ำที่อยู่ทางตะวันออกของศูนย์กลางของพายุ
  • วันที่ 4 สิงหาคม ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม (JTWC) รายงานว่าพายุเริ่มทวีกำลังแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยความเร็วลมที่ต่อเนื่องเพียง 1 นาทีที่ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (40 ไมล์ต่อชั่วโมง) และเริ่มมีการรวมตัวของแนวการพาความร้อนลึกห่อหุ้มศูนย์กลางชั้นล่างภายใต้อิทธิพลของสันเขากึ่งร้อนที่ตั้งอยู่ทางตะวันออก หลังจากนั้นไม่นานศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้ยกระดับพายุดีเปรสชันเขตร้อนให้กลายเป็นพายุโซนร้อน
  • วันที่ 5 สิงหาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ยกระดับพายุโซนร้อนให้กลายเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง
  • วันที่ 6 สิงหาคม ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม (JTWC) ได้ยกระดับพายุโซนร้อนให้กลายเป็นพายุไต้ฝุ่น และสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ยกระดับพายุโซนร้อนกำลังแรงให้กลายเป็นพายุไต้ฝุ่นเช่นกัน ในเบื้องต้นศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วมได้คาดการณ์ว่าพายุไต้ฝุ่นมรกตจะทวีกำลังแรงขึ้นจนถึงพายุไต้ฝุ่นระดับ 4 ในระดับลมมาตราส่วนแซฟเฟอร์–ซิมป์สัน เมื่อเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศจีน อย่างไรก็ตาม ด้วยมีขนาดใหญ่ของพายุ แม้ความกดอากาศจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ความเร็วลมสูงสุดกลับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย พายุไต้ฝุ่นมรกตมีกำลังแรงสูงสุดด้วยความเร็วลมสูงสุด 1 นาทีที่ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (90 ไมล์ต่อชั่วโมง) ซึ่งเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 1 และด้วยความเร็วลมสูงสุด 10 นาทีที่ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (80 ไมล์ต่อชั่วโมง) ความกดอากาศที่ 945 เฮกโตปาสกาล (มิลลิบาร์ 27.91 นิ้วของปรอท)
  • วันที่ 8 สิงหาคม การเคลื่อนตัวของพายุไต้ฝุ่นมรกตเริ่มช้าลง และพายุอ่อนกำลังลงเล็กน้อยก่อนที่จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศไต้หวันในช่วงเย็น หลังจากนั้นสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ลดระดับพายุไต้ฝุ่นให้กลายเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง และศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม (JTWC) ได้ลดระดับพายุไต้ฝุ่นให้กลายเป็นพายุโซนร้อนเช่นกัน
  • วันที่ 9 สิงหาคม พายุโซนร้อนกำลังแรงมรกตได้เคลื่อนตัวออกสู่ช่องแคบไต้หวัน และเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือก่อนที่จะขึ้นฝั่งประเทศจีน
  • วันที่ 10 สิงหาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ลดระดับพายุโซนร้อนกำลังแรงให้กลายเป็นพายุโซนร้อน และศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม (JTWC) ได้ลดระดับพายุโซนร้อนให้กลายเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน พายุอ่อนกำลังลงอย่างช้า ๆ ในขณะที่เคลื่อนตัวเข้าสู่แผ่นดินโดยเคลื่อนตัวช้าลง
  • วันที่ 11 สิงหาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ลดระดับพายุโซนร้อนให้กลายเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนในขณะที่พายุเริ่มเปลี่ยนทิศไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือก่อนที่พายุจะอ่อนกำลังลงจนกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำอยู่ในบริเวณทะเลจีนตะวันออกในช่วงบ่าย
  • วันที่ 12 สิงหาคม หย่อมความกดอากาศต่ำได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศเกาหลีใต้ และทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น เศษซากของพายุได้สลายตัวลงในเวลาไม่นานหลังจากนั้น

การเตรียมการ

[แก้]

ประเทศญี่ปุ่น

[แก้]
ท้องฟ้าก่อนพายุไต้ฝุ่นมรกตจะเคลื่อนตัวเข้าประเทศไต้หวัน

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ออกประกาศเตือนลมแรงครอบคลุมพื้นที่กระจายข่าวทางทะเลของคิตะกีวชู และโยโกฮามะ ต่อมาในเวลา 13:00 น. (06:00 น. เวลาสากลเชิงพิกัด) ได้ขยายคำเตือนลมแรงไปยังพื้นที่นาฮะอีกด้วย อย่างไรก็ตาม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ยกเลิกคำเตือนลมแรงในพื้นที่โยโกฮามะ แต่ในเช้าวันถัดมาเมื่อเวลา 13:00 น. (06:00 น. เวลาสากลเชิงพิกัด) ก็มีการออกคำเตือนลมแรงในพื้นที่โยโกฮามะอีกครั้ง และต่อมาเมื่อพายุโซนร้อนกำลังแรงมรกตทวีกำลังแรงขึ้นจนกลายเป็นพายุไต้ฝุ่นในวันที่ 5 สิงหาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับคำเตือนทั้งหมดจากลมแรงให้กลายเป็นคำเตือนพายุไต้ฝุ่นอย่างเป็นทางการ ในช่วงเช้าของวันที่ 6 สิงหาคม ฐานทัพของกองทัพสหรัฐในจังหวัดโอกินาวะได้ประกาศยกระดับสภาพความพร้อมต่อพายุหมุนเขตร้อนจากระดับ 4 ให้กลายเป็นระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับที่หมายถึง "มีแนวโน้มที่โอกินาวะจะได้รับผลกระทบจากลมที่มีความเร็วเกิน 93 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (57 ไมล์ต่อชั่วโมง) ภายใน 48 ชั่วโมงข้างหน้า" การเตือนภัยนี้เกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกับที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ยกเลิกคำเตือนในพื้นที่โยโกฮามะ[6]

ประเทศฟิลิปปินส์

[แก้]

ตั้งแต่ประกาศเตือนภัยฉบับแรกของสำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) ได้เตือนว่าหย่อมความกดอากาศต่ำดังกล่าวมีแนวโน้มจะ เสริมความรุนแรงของมรสุมทางตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดฝนตกหนักเป็นครั้งคราวในพื้นที่เกาะลูซอน และทางตะวันตกของวิซายัส[7] อย่างไรก็ตาม ในช่วงเช้าของวันที่ 6 สิงหาคม สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ ได้ออกประกาศเตือนภัยสาธารณะระดับ 1 สำหรับพื้นที่จังหวัดบาตาเนส และทางตอนเหนือของเกาะลูซอน ซึ่งหมายความว่าพื้นที่ดังกล่าวจะได้รับผลกระทบจากลมที่มีความเร็วสูงสุดประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (40 ไมล์ต่อชั่วโมง) ภายใน 36 ชั่วโมงข้างหน้า และต่อมาสำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ ได้ขยายการเตือนภัยระดับ 1 ไปยังพื้นที่ทางตอนเหนือของจังหวัดคากายัน จังหวัดอาปาเยา และทางตอนเหนือของจังหวัดอีโลโคสนอร์เต เนื่องจากพายุเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศไต้หวันมากขึ้นโดยประกาศเตือนภัยเหล่านี้ยังคงมีผลบังคับใช้จนถึงช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น

ชั้นเมฆที่ถูกพัดพาโดยลมจากพายุไต้ฝุ่นมรกตที่กำลังเคลื่อนตัวพัดเข้ามาในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

ในช่วงเช้าของวันที่ 8 สิงหาคม สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ ได้ปรับลดระดับการเตือนภัยสำหรับพื้นที่ทางตอนเหนือของจังหวัดคากายัน จังหวัดอาปาเยา และทางตอนเหนือของจังหวัดอีโลโคสนอร์เต พร้อมทั้งได้ออกประกาศเตือนภัยระดับ 1 สำหรับเกาะบาบูยัน และเกาะคาลายัน แทน และในช่วงเช้าของวันที่ 9 สิงหาคม สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ ได้ออกประกาศเตือนภัยฉบับสุดท้ายโดยระบุว่าได้ยกเลิกสัญญาณเตือนภัยทั้งหมดสำหรับประเทศฟิลิปปินส์ เนื่องจากพายุได้เคลื่อนตัวออกห่างจากประเทศ และความเสี่ยงลดลง[8]

ประเทศไต้หวัน

[แก้]
  • วันที่ 5 สิงหาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยากลาง (CWB) ได้ออกประกาศเตือนภัยทางทะเลสำหรับพายุไต้ฝุ่นมรกต
  • วันที่ 6 สิงหาคม พายุโซนร้อนกำลังแรงมรกตได้ทวีกำลังแรงขึ้นจนกลายเป็นพายุไต้ฝุ่น
  • วันที่ 7 สิงหาคม พายุไต้ฝุ่นมรกตเริ่มเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศไต้หวันมากขึ้นโดยมีลักษณะเคลื่อนตัวที่ช้ามาก และขึ้นฝั่งในช่วงก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย

ต่อมาในช่วงหลังเที่ยงคืนของวันที่ 8 สิงหาคม หลายพื้นที่ในเขตทางตอนใต้ของประเทศไต้หวันเริ่มได้รับฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง เกือบทุกเขตในทางตอนใต้ของประเทศไต้หวันได้มีการบันทึกปริมาณน้ำฝนในระดับสูง ซึ่งนำไปสู่การเฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่

ประเทศจีน

[แก้]

รัฐบาลจีนได้ดำเนินการอพยพประชาชนมากกว่าประมาณ 953,000 คน ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยในมณฑลทางตะวันออก และทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวชายฝั่งทะเลในช่วงก่อนที่พายุไต้ฝุ่นมรกตจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่ง[9] มีเรือประมงมากกว่าประมาณ 35,000 ลำ ได้ถูกเรียกกลับเข้าฝั่งเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากพายุ[10] นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเรือประมงลำหนึ่งอับปาง และส่งผลให้มีชาวประมงสูญหายประมาณ 9 ราย[11] โดยรวมแล้วประเทศจีนได้อพยพประชาชนออกจากแนวชายฝั่งทะเลล่วงหน้ารวมประมาณ 1.5 ล้านคน และมีเรือทุกชนิดจำนวนรวมประมาณกว่า 34,000 ลำ ที่เข้าหลบภัยตามท่าเรือต่าง ๆ ก่อนที่พายุจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่ง[12]

ผลกระทบ

[แก้]

ประเทศญี่ปุ่น

[แก้]

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม เวลาหลังเที่ยงไม่นานพายุไต้ฝุ่นมรกตได้เคลื่อนตัวพัดถล่มเกาะโอกินาวะด้วยความเร็วลมสูงสุดถึง 105 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (65 ไมล์ต่อชั่วโมง) ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากติดค้างในช่วงวันหยุดฤดูร้อน ท่าอากาศยานนาฮะได้เผชิญกับลมด้านข้างจากทางตะวันออก ซึ่งมีความเร็วลมสูงสุดถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (50 ไมล์ต่อชั่วโมง) จนทำให้สนามบินต้องระงับการให้บริการเกือบทั้งหมดทั้งเที่ยวบินภายในประเทศ และระหว่างประเทศ โดยมีเที่ยวบินยกเลิกทั้งหมดประมาณ 252 เที่ยวบิน ส่งผลให้มีผู้โดยสารติดค้างสูงถึงประมาณ 41,648 คน ซึ่งเป็นช่วงสูงสุดของเทศกาลบง ก่อนที่พายุจะเคลื่อนตัวเข้าสู่ฐานทัพของกองทัพสหรัฐในคาเดนาบางแห่งได้อพยพอากาศยานออกไปก่อนล่วงหน้า พื้นที่หมู่เกาะทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น เช่น หมู่เกาะยาเอยามะ ซึ่งรวมถึงเกาะโยนากูนิ และเกาะอิชิงากิ เป็นต้น ต่างก็ได้รับผลกระทบจากลมแรงระดับพายุ[13]

ประเทศฟิลิปปินส์

[แก้]
น้ำท่วมในประเทศฟิลิปปินส์

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม เขื่อนปีนาตูโบได้เกิดล้นตลิ่งส่งผลให้หมู่บ้านอย่างน้อย 11 แห่ง เช่น ปากุดพอด ซานฮวน บาตอนลาโพก คาราเอล แทมโป ปาโก ซานมิเกล บีนิง บังกาน และคาปายาวัน เป็นต้น ถูกน้ำท่วมลึกประมาณ 1.2 ถึง 1.5 เมตร เมื่อเวลา 23:00 น. (16:00 น. เวลาสากลเชิงพิกัด)[14] หน่วยกู้ภัยร่วมระหว่างทหาร และตำรวจ สามารถช่วยเหลือชาวต่างชาติได้ 12 คน ประกอบด้วยชาวเกาหลีใต้ 3 คน และชาวแคนาดา 9 คน โดยภาพรวมมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพายุครั้งนี้ประมาณ 29,000 คน[15] มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยประมาณ 9 ราย โดยในจำนวนนี้รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส 3 ราย และไกด์ชาวฟิลิปปินส์ 2 ราย ที่เสียชีวิตจากกระแสน้ำหลากเฉียบพลันที่เกิดจากดินถล่ม[16] นอกจากนี้ มีประชาชนหลายพันคนที่ติดค้างอยู่บนหลังคาบ้านเรือน หรือบนต้นไม้ เพื่อรอการช่วยเหลือจากเฮลิคอปเตอร์ และในขณะเดียวกันก็มีบ้านเรือนอีกหลายพันหลังที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์น้ำท่วม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย จากน้ำท่วม และยังมีรายงานว่าดินถล่มได้คร่าชีวิตของคนงานเหมืองอย่างน้อยประมาณ 12 ราย ภายหลังเหมืองถล่มลงมา โรงเรียนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักต้องสั่งปิดการเรียนการสอนชั่วคราว และในขณะที่ถนนทางหลวงหลายสายก็ไม่สามารถสัญจรได้ เนื่องจากเกิดเหตุดินถล่มปิดทางถนน[17]

ประเทศไต้หวัน

[แก้]
ชายฝั่งจีหลง ประเทศไต้หวัน ซึ่งโรงเรียนปิดก่อนที่พายุไต้ฝุ่นมรกตจะเคลื่อนตัวเข้ามา พายุได้ทำให้เกิดดินถล่ม น้ำท่วมรุนแรง ต้นไม้กับป้ายโฆษณาได้โค่นล้มลง และหลังคาอาคารพังเสียหาย

หลังจากพายุไต้ฝุ่นมรกตเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 8 สิงหาคม เกือบทั้งทางตอนใต้ของประเทศไต้หวันรวมถึงเทศมณฑลเจียอี้ ไถหนาน เกาสฺยง และเทศมณฑลผิงตง ตลอดจนบางส่วนของเทศมณฑลไถตง และเทศมณฑลหนานโถว ล้วนต้องเผชิญกับอุทกภัยอย่างรุนแรงจากฝนตกหนักในระดับทำลายสถิติโดยเฉพาะที่เทศมณฑลผิงตงวัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่าประมาณ 2,600 มิลลิเมตร (100 นิ้ว) ซึ่งนับเป็นสถิติสูงสุดของปริมาณน้ำฝนจากพายุลูกเดียวในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งของประเทศไต้หวัน[18] สายการบินภายในประเทศยังคงให้บริการในบางเส้นทาง อย่างไรก็ตาม ท่าเรือถูกสั่งปิดทั้งหมด และกระแสไฟฟ้าถูกตัดในบ้านเรือนประมาณ 25,000 หลัง[19] หมู่บ้านเซียวหลิน ซึ่งเป็นหมู่บ้านในภูเขาที่ตั้งอยู่ในตำบลเจียเซียนที่มีประชากรราวประมาณ 1,300 คน ถูกดินถล่มครั้งใหญ่ถมทับพร้อมกับน้ำหลากจนทำให้หมู่บ้านทั้งแห่งได้รับความเสียหายอย่างหนักส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 465 ราย[20] รายงานระบุว่าถนนเส้นทางทั้งหมดที่มุ่งหน้าสู่ตำบลหนานสือได้ถูกโคลนถล่ม หรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก ชาวบ้านหลายร้อยคนติดอยู่ในพื้นที่นานถึง 4 วัน โดยเสบียงอาหาร และน้ำดื่มเริ่มร่อยหรอ อีกทั้งระบบประปา และไฟฟ้าก็ถูกตัดขาด[21] พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอื่น ๆ ได้แก่ ปากแม่น้ำไถมาเหลย พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำจือเปิ่น สะพานข้ามแม่น้ำเกาเผิงที่เชื่อมระหว่างตำบลหลินหยวนกับตำบลซินหยวนบริเวณพรมแดนระหว่างเกาสฺยง และเทศมณฑลผิงตง รวมถึงแอ่งรับน้ำหลายแห่งในเทศมณฑลผิงตง ซึ่งไหลลงทะเลจีนตะวันออก[22] เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากโคลนถล่มได้ประสบอุบัติเหตุพุ่งชนไหล่เขาเมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 11 สิงหาคม ส่งผลให้ลูกเรือทั้ง 3 ราย ได้เสียชีวิตลง และหน่วยกู้ภัยไม่สามารถเข้าถึงซากเครื่องบินได้ เนื่องจากภูมิประเทศที่ลาดชัน[23]

ทางหลวงหมายเลข 16 ของจังหวัดได้พังถล่มส่งผลให้รถยนต์ 7 คัน ถูกน้ำพัดลงสู่แม่น้ำจั๋วสุ่ย

แม่น้ำที่ไหลบ่าล้นตลิ่งในเทศมณฑลไถตงยังได้กัดเซาะบ้านเรือนถึงประมาณ 51 หลัง ให้พังถล่มลงมหาสมุทรแปซิฟิกส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากไร้ที่อยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้พักอาศัยอยู่ภายในบ้านในขณะเกิดเหตุ[24] บริเวณน้ำพุร้อนจือเปิ่น ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โรงแรมจินซ่วยสูง 6 ชั้น ได้พังถล่มลงแม่น้ำจือเปิ่นหลังถูกน้ำกัดเซาะเป็นเวลาหลายวัน ร้านค้าหลายแห่งบริเวณด้านหน้าโรงแรมถูกน้ำพัดหายไปก่อนหน้านั้น เนื่องจากแม่น้ำล้นตลิ่งอย่างต่อเนื่อง และเข้าท่วมชุมชนโดยรอบ ระบบประปาในไถหนานได้ถูกตัดขาดส่งผลให้ประชาชนประมาณกว่า 280,000 คน ไม่มีน้ำใช้เพราะแหล่งเก็บน้ำถูกน้ำท่วมปนเปื้อน[25][26] สะพานประมาณ 20 แห่ง ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากพายุไต้ฝุ่นมรกตโดยสะพาน 8 แห่ง อยู่บนทางหลวงประจำจังหวัด และสะพาน 7 แห่ง ในจำนวนนี้อยู่ในเกาสฺยง และเทศมณฑลผิงตง[27] นอกจากนี้ ยังมีเขื่อนดินถล่มอย่างน้อยประมาณ 16 แห่ง ในช่วงที่พายุกำลังเคลื่อนตัวพัดผ่าน[28][29] เส้นทางรถไฟที่ได้รับความเสียหายส่วนใหญ่อยู่ในทางตอนใต้ เข่น สายผิงตง สายไถตง และสายเชื่อมต่อทางตอนใต้ รวมถึงทางรถไฟป่าเขาอาลีซานก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก[30] กระทรวงศึกษาธิการรายงานว่าโรงเรียนประมาณ 1,273 แห่ง ได้รับผลกระทบจากพายุ พายุได้สร้างความเสียหายรวมประมาณกว่า 18.7 พันล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (568 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) พิพิธภัณฑ์ยุคก่อนประวัติศาสตร์แห่งชาติ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และสวนเชิงนิเวศนกและธรรมชาติฟ่งหวงกู่ ล้วนได้รับความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นมรกต[31][32]

สะพานรถไฟของสำนักงานบริหารการรถไฟไต้หวันสายใต้ได้พังในเขตตำบลไท่หมาหลี่

จากข้อมูลของสภาบูรณะภัยพิบัติพายุไต้ฝุ่นมรกตในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 677 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสประมาณ 4 ราย และมีผู้สูญหายอีกประมาณ 22 ราย พร้อมทั้งมีผู้เสียชีวิตที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้อีกประมาณ 25 ราย โดยรวมผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นประมาณ 728 ราย[33] ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างทำลายสถิติยังสร้างความเสียหายรุนแรงต่อภาคเกษตรกรรมโดยในช่วงสูงสุดมีประชาชนประมาณกว่า 1.58 ล้านคน ไม่มีไฟฟ้าใช้[34][35] และประชาชนอีกประมาณ 710,000 คน ไม่มีน้ำประปาใช้[36] รายได้จากภาคการท่องเที่ยวสูญเสียไม่ต่ำกว่า 800 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (24.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)[37][38] สภาเกษตรประเมินว่าความเสียหายรวมจากไต้ฝุ่นมรกตมีมูลค่าราว 19.2 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน (586 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยแบ่งเป็นภาคเกษตรกรรม 12.9 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน (430 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) การประมง 4.7 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน (156 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และปศุสัตว์ 1.62 พันล้านดอลลาร์ไต้หวัน (54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)[39] อย่างไรก็ตาม พายุไต้ฝุ่นมรกตยังช่วยยุติภัยแล้งที่ยืดเยื้อมานานหนึ่งเดือน และเติมน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำจนสามารถยกเลิกมาตรการจำกัดน้ำได้[40][41] อ่างเก็บน้ำเจิงเหวินได้ประสบปัญหาน้ำขาดแคลนอย่างหนัก หลังจากพายุเคลื่อนตัวผ่านอ่างเก็บน้ำได้รับน้ำในระดับเกินความจุ[42] และต้องระบายน้ำออกมากกว่าประมาณ 100 ล้านลิตร หรือราวประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ ของความจุของเขื่อน[43][44] ซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมหนักในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจิงเหวินโดยเฉพาะในหมู่บ้านเซียวเป่ยของตำบลหม่าโต้ว และระดับน้ำขึ้นสูงเทียบเท่าหนึ่งชั้นของอาคาร[45] การเดินเรือเชื่อมระหว่างหมู่เกาะจินเหมินของประเทศไต้หวัน และเซี่ยเหมินของประเทศจีน ได้ถูกระงับเกือบทั้งหมด อ่างเก็บน้ำแทบทุกแห่งในหมู่เกาะจินเหมินมีระดับน้ำเต็มความจุ และในขณะที่หมู่เกาะหมาจู่มีรายงานความเร็วลมสูงสุดเทียบเท่าระดับ 13 ตามมาตราโบฟอร์ต คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (NDPPC) เป็นหน่วยงานเฉพาะกิจภายใต้กฎหมายการป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย ได้เป็นผู้อำนวยการหลักในการรับมือวิกฤติครั้งนี้[46]

เกาสฺยง

[แก้]
ปัจจุบันวิทยาเขตเก่าของโรงเรียนประถมศึกษาหลงฮว่าได้พังทลายลงไปในแม่น้ำ และรายล้อมไปด้วยดินกับหินจำนวนมากที่พายุไต้ฝุ่นมรกตได้ก่อไว้

ในเกาสฺยงมีปริมาณน้ำฝนสะสมมากกว่าประมาณ 2,500 มิลลิเมตร (98 นิ้ว) ภายในระยะเวลาเพียง 3 วัน ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณน้ำฝนตลอดทั้งปีโดยเฉลี่ยของพื้นที่ พายุได้ส่งผลให้เกิดอุทกภัยอย่างรุนแรงในเขตที่ราบ และดินถล่มในเขตภูเขา เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม หมู่บ้านเซียวหลินถูกฝังกลบทั้งหมู่บ้าน เนื่องจากเหตุการณ์ดินถล่ม และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 398 ราย ฝนตกหนักยังส่งผลให้สะพานหลายแห่งถูกน้ำพัดพังเสียหายรวมถึงสะพานบนทางหลวงหมายเลข 20 หมายเลข 21 และหมายเลข 27 ของจังหวัด ตลอดจนสะพานทางเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติเม่าหลิน และในขณะเดียวกันมีรายงานว่ามีผู้สูญหายประมาณ 14 ราย หลังจากเขื่อนอยู่ระหว่างการก่อสร้างได้ถูกน้ำพัดหายไป[47]

เทศมณฑลหนานโถว

[แก้]

พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดในเทศมณฑลหนานโถว คือ เขตซิ่นอี้ ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนสะสมมากที่สุดในพื้นที่[48] กระแสน้ำเชี่ยวกรากจากแม่น้ำเฉินโหยวหลานได้พัดพาฐานรากของถนน และสิ่งปลูกสร้างให้พังทลาย[49] อาคารหลังหนึ่งในโรงเรียนประถมศึกษาหลงฮว่าเอียงถึง 30 องศา เนื่องจากฐานรากถูกน้ำกัดเซาะ และเสี่ยงต่อการพังถล่มลงสู่แม่น้ำ[50] ถนนทางหลวงหมายเลข 16 ของจังหวัดได้เกิดการทรุดตัวระหว่างจี๋จี๋ และสุ่ยหลี่ ส่งผลให้รถยนต์ 7 คัน ถูกพัดตกลงไปในแม่น้ำจั๋วสุ่ย และในเบื้องต้นสามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตกลับขึ้นมาได้เพียง 4 ราย จากจำนวนทั้งหมด 15 ราย[51]

เทศมณฑลผิงตง

[แก้]
น้ำท่วมในจีหลง ประเทศไต้หวัน

เทศมณฑลผิงตงนับเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นมรกตอย่างรุนแรงที่สุด เนื่องจากเขื่อนกั้นน้ำตามแม่น้ำหลินเปียนได้รับความเสียหายอย่างหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหนักในพื้นที่ตำบลหลินเปียน และตำบลเจียตง โดยในตำบลเจียตงมีรายงานว่าน้ำท่วมมีความสูงถึงบ้านเรือน 2 ชั้น เขื่อนกั้นน้ำริมแม่น้ำเหล่าโหน่งก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักเช่นกันส่งผลให้ตำบลเกาชู่ประสบอุทกภัยอย่างหนัก สะพานบนทางหลวงหมายเลข 24 ของจังหวัดได้รับความเสียหายอย่างหนัก จึงทำให้ตำบลอูไถถูกตัดขาดจากพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศอย่างสิ้นเชิง จากข้อมูลของสำนักงานทรัพยากรน้ำพบว่าพื้นที่ที่มีอัตราการน้ำฝนมากที่สุดอยู่ในตำบลว่านหลวนโดยมีปริมาณน้ำฝนอยู่ที่ประมาณ 135 มิลลิเมตร (5.3 นิ้ว) ต่อชั่วโมง และมีการวัดปริมาณน้ำฝนสะสมสูงสุดในตำบลซานตี้เหมิน ซึ่งเกินกว่าประมาณ 2,500 มิลลิเมตร (98 นิ้ว)[52] ระบบรถไฟในเทศมณฑลผิงตงได้รับความเสียหายอย่างหนักโดยเส้นทางรถไฟสายผิงตงต้องใช้เวลาซ่อมนานถึงประมาณ 6 เดือน[53] สถานีรถไฟหลินเปียนมีรางรถไฟถูกโคลนถมทับทั้งหมด หลังจากเกิดน้ำท่วมรุนแรงในพื้นที่[54]

เทศมณฑลไถตง

[แก้]

เทศมณฑลไถตงได้ประสบอุทกภัยเป็นวงกว้างโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ทางตอนใต้ของเทศมณฑลไถตงโดยตำบลต๋าเหริน ตำบลไท่หมาหลี่ และตำบลต้าอู่ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง บริเวณบ่อน้ำพุร้อนจือเปิ่นได้รับผลกระทบอย่างหนักโดยถนนสายหลักในพื้นที่ถูกน้ำพัดพังเสียหายไปยาวประมาณกว่า 200 เมตร โรงแรมจินซ่วย ซึ่งเป็นโรงแรมสูง 8 ชั้น ได้ถูกน้ำกัดเซาะฐานรากจนถล่มลงไปในแม่น้ำจือเปิ่น หลังจากนั้นไม่นานชั้นบนสุด 3 ชั้น ของโรงแรมก็ถูกกระแสน้ำพัดหายไปเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม[55] ทางรถไฟสายใต้ได้รับความเสียหายอย่างหนักโดยสะพานรถไฟ 2 แห่ง ในตำบลไท่หมาหลี่ถูกน้ำพัดพังทลาย[56] และแม่น้ำไท่หมาหลี่เกิดน้ำหลากรุนแรงส่งผลกระทบให้หมู่บ้านไท่เหอในตำบลไท่หมาหลี่ได้รับผลกระทบอย่างหนักไปเป็นบริเวณกว้าง[57][58]

พื้นที่อื่น ๆ ในประเทศไต้หวัน

[แก้]
หมู่บ้านแห่งหนึ่งอยู่ภายใต้พายุไต้ฝุ่นมรกตในเทศมณฑลเจียอี้ ประเทศไต้หวัน

ตลิ่งแม่น้ำปาจาง และแม่น้ำผู่จื่อ เกิดการพังทลายส่งผลให้น้ำท่วมในตำบลผู่จื่อ[59] พื้นที่ชายฝั่งทะเลที่อยู่ในระดับต่ำกว่าบริเวณโดยรอบก็เผชิญกับน้ำท่วมเป็นวงกว้างโดยเฉพาะในตำบลตงฉือ ปู้ไต้ และตำบลอี้จู๋ ในขณะที่หลายหมู่บ้านในตำบลอาหลี่ชาน ตำบลเหมย์ชาน และตำบลจู๋ฉี ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก[60] ทางรถไฟป่าอาหลีซันได้รับความเสียหายอย่างหนัก และต้องใช้เวลาซ่อมแซมนานถึงหนึ่งปี ในเทศมณฑลเจียอี้[61] ทางตอนเหนือ และตอนกลางของประเทศไต้หวัน ได้ประสบกับน้ำท่วมในระดับที่ไม่รุนแรงนักโดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด คือ พื้นที่ตำบลต้าเฉิง และเอ้อร์หลิน ในเทศมณฑลจางฮว่า[62]

ประเทศจีน

[แก้]

ในช่วงระยะเวลา 4 วัน พายุไต้ฝุ่นมรกตได้ทำให้เกิดฝนตกสะสมสูงสุดถึงประมาณ 1,240 มิลลิเมตร (48 นิ้ว) ในมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นปริมาณน้ำฝนที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 60 ปี ของภูมิภาคดังกล่าว ดินถล่มที่ตำบลเผิงซีอยู่ในบริเวณเชิงเขาได้ทำให้อาคารอพาร์ตเมนต์สูง 3 ชั้น ซึ่งมีผู้อยู่อาศัย 6 คน ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ภายหลังหน่วยกู้ภัยสามารถนำตัวทั้งหมดออกจากซากอาคารได้สำเร็จ แต่มีประชาชน 2 ราย เสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่เวินโจวเกิดเหตุดินถล่มขนาดใหญ่ได้ทำให้อาคารอพาร์ตเมนต์ได้รับความเสียหายอย่างหนักประมาณ 6 หลัง โดยมีผู้ถูกฝังอยู่ใต้ซากอาคารเป็นจำนวนมาก ซึ่งบางรายคาดว่าอาจเสียชีวิต[63] หนึ่งในผู้เสียชีวิตเกิดจากบ้านพักที่พังถล่มลงมาหลังฝนตกหนัก และยังมีบ้านเรือนอีกประมาณ 4 หลัง ในบริเวณเดียวกันได้รับความเสียหาย[64] ในอำเภอเซี่ยผู่เป็นจุดขึ้นฝั่งของพายุในประเทศจีนที่มีประชาชนมากถึงประมาณ 136,000 คน ที่ได้รับความเสียหายต่อบ้านเรือนจากเหตุอุทกภัย และดินถล่ม ภาคการประมงเป็นอุตสาหกรรมหลักของพื้นที่ได้รับความเสียหายคิดเป็นมูลค่าประมาณ 200 ล้านหยวนจีน (29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในอำเภอดังกล่าวมี 14 ตำบล ถูกน้ำท่วมทั้งหมด ทั่วทั้งมณฑลเจ้อเจียงมีผู้ประสบความเสียหายด้านทรัพย์สินมากถึงประมาณ 3.4 ล้านคน โดยมีบ้านเรือนอย่างน้อยประมาณ 1,600 หลัง ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากพายุ และรวมถึงบ้านเรือนประมาณกว่า 10,000 หลัง ที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติครั้งนี้ พื้นที่เกษตรกรรมประมาณกว่า 1 ล้านเอเคอร์ ได้ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด ความเสียหายโดยรวมในประเทศจีนจากพายุไต้ฝุ่นมรกตอยู่ที่ประมาณ 10 พันล้านหยวนจีน (1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากกว่าประมาณ 11 ล้านคน ในทางตะวันออกของประเทศจีน[65]

ฮ่องกง

[แก้]
ทางรถไฟป่าเขาอาลีซานที่ได้รับความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นมรกต

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม เที่ยวบินบางส่วนที่เดินทางจากฮ่องกงไปยังประเทศไต้หวันได้ถูกยกเลิก เนื่องจากสภาพอากาศที่ได้รับอิทธิพลจากพายุไต้ฝุ่นมรกต ซึ่งแม้ศูนย์กลางของพายุจะอยู่ห่างออกไป แต่กระแสอากาศจมตัวรอบนอกของพายุส่งผลทำให้อุณหภูมิในฮ่องกงเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงบ่าย อุณหภูมิในหลายพื้นที่ของฮ่องกงสูงอยู่ที่ประมาณ 33 องศาเซลเซียส ขึ้นไป โดยเฉพาะในเขตหว่องไท่ซิน เขตเถินมุน เขตซาถิ่น เขตไท่โป และเขตไซกง ที่อุณหภูมิพุ่งเกินไปประมาณ 34 องศาเซลเซียส เป็นบริเวณกว้าง เมื่อพายุไต้ฝุ่นมรกตเคลื่อนตัวเข้าสู่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีในช่วงหลัง อิทธิพลของพายุก็เริ่มอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว วงลมพายุที่เคยปกคลุมบริเวณกว้างกลับกระจายตัว และอ่อนกำลังลงอย่างเห็นได้ชัด แถบฝนของพายุที่เหลืออยู่ได้รวมตัวกันกับแถบฝนที่หลงเหลือจากพายุโซนร้อนโคนีที่สลายตัวไปก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นก็กลายเป็นร่องความกดอากาศต่ำ ซึ่งทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองในพื้นที่ชายฝั่งมณฑลกวางตุ้ง

การขนส่งน้ำมัน

[แก้]

พายุไต้ฝุ่นมรกตได้ส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันในแถบเอเชียตะวันออก แม้จะอยู่ในระดับจำกัดแต่สามารถระบุได้ พายุได้ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันเตาอย่างน้อย 2 ลำ ที่มีจุดหมายปลายทางในทางตะวันออกของประเทศจีนต้องเผชิญกับความล่าช้า เรือลำแรกเป็นเรือบรรทุกน้ำมันเตาขนาดประมาณ 90,000 เมตริกตัน จากประเทศเวเนซุเอลา ซึ่งมีกำหนดส่งมอบที่ท่าเรือโจวซานในมณฑลเจ้อเจียง และเรืออีกลำเป็นเรือที่ขนส่งน้ำมันเตาขนาดประมาณ 18,000 เมตริกตัน จากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเดิมมีกำหนดส่งมอบที่จางเจียกังในมณฑลเจียงซูในวันที่ 10 สิงหาคม แต่ต้องเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 15 สิงหาคม ท่าเรือหลายแห่งในทางตะวันออกของประเทศจีนได้ถูกสั่งปิดชั่วคราวรวมถึงท่าเรือไว่เกาเฉียว จินซาน และหยางซาน ในเซี่ยงไฮ้ ท่าเรือโจวซาน และหนิงปัว ในมณฑลเจ้อเจียง และท่าเรือจางเจียกัง หนานทง และเจียงอิ่น ในมณฑลเจียงซู ในช่วงวันที่ 8 สิงหาคม เป็นต้นไป

ผลที่ตามมา

[แก้]

ประเทศไต้หวัน

[แก้]
กองทัพสาธารณรัฐจีนช่วยทำความสะอาดตำบลเจียตง เทศมณฑลผิงตง หลังพายุไต้ฝุ่นมรกตผ่านไป

หลังจากพายุไต้ฝุ่นมรกตเคลื่อนตัวผ่านประเทศไต้หวันได้เผชิญกับดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลาก ในหลายพื้นที่ หน่วยกู้ภัยถูกระดมไปทั่วประเทศโดยเฉพาะเฮลิคอปเตอร์ที่เร่งเข้าไปช่วยชาวบ้านในหมู่บ้านเซียวหลิน และเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยไปยังศูนย์พักพิง โดยในวันที่ 11 สิงหาคม มีผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือเกือบประมาณ 300 คน อย่างไรก็ตาม เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งตกในช่วงบ่ายในขณะกำลังทำภารกิจโดยลูกเรือ 3 นาย เสียชีวิตทั้งหมด รัฐบาลประเทศไต้หวันได้ดำเนินการเยียวยาผู้ประสบภัยโดยให้เงินช่วยเหลือประมาณ 1 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (34,121 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อสมาชิกครอบครัวที่เสียชีวิต หรือสูญหาย และเงินประมาณ 250,000 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (8,529 ดอลลาร์สหรัฐ) แก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส[66] กองทัพถูกระดมเพื่อแจกจ่ายอาหาร และสิ่งของบรรเทาทุกข์[67][68] รวมถึงทำหน้าที่ฟื้นฟูพื้นที่เสียหายโดยมีทหารเข้าร่วมภารกิจประมาณกว่า 15,800 นาย[69] และมีผู้ถูกช่วยเหลือรวมประมาณกว่า 41,700 คน[70] โดยเฉพาะในหมู่บ้านเซียวหลินที่เข้าถึงได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ทหารเท่านั้นเพราะบ้านเรือนประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ ถูกดินถล่มกลืนหายไป[71][72] เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม สำนักนายกรัฐมนตรีได้จัดตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูหลังพายุไต้ฝุ่นมรกตจำนวน 37 คน มีงบประมาณ 116.5 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (3.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน และเยียวยาความเสียหายทางเศรษฐกิจ โดยได้สร้างบ้านใหม่ประมาณ 3,481 หลัง และซ่อมแซมถนนที่เสียหายเกือบทั้งหมด[73] ทั้งนี้มีข้อถกเถียงเกี่ยวกับการโยกย้ายชาวบ้านบางส่วนจากพื้นที่เดิม[74] รัฐบาลประกาศให้ลดธงครึ่งเสาในระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม จนถึงวันที่ 24 สิงหาคม เพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิต[75]

ประธานาธิบดีเยี่ยมชมพื้นที่ภัยพิบัติในเกาสฺยงเพื่อรับการบรรยายสรุปเกี่ยวกับความพยายามบรรเทาภัยพิบัติของกองทัพชาตินิยม

หลังเกิดภัยพิบัติทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ได้จัดกิจกรรมระดมทุนเพื่อช่วยฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ มีรายการพิเศษทางโทรทัศน์ระดับชาติ และเทศกาลเผยแพร่ความรักที่มีพิธีกรชื่อดังอย่าง เตาเจินอิง จางเสี่ยวเหยียน และเฉินชุนหัว ซึ่งออกอากาศต่อเนื่อง 7 ชั่วโมง และสามารถระดมทุนได้ถึงประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) นอกจากนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง เช่น บริษัท ชีเหมย คอร์ปอเรชั่น เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ฟ็อกซ์คอนน์ ทีเอสเอ็มซี และเอซุส เป็นต้น[76] ได้ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือ และไปรษณีย์ไต้หวันได้ออกแสตมป์พิเศษเพื่อสมทบทุนการฟื้นฟู อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่ว ถูกวิจารณ์อย่างหนักในเรื่องการตอบสนองล่าช้ารวมถึงการปฏิเสธความช่วยเหลือจากต่างประเทศในเบื้องต้น ซึ่งต่อมาได้กลับคำตัดสินใจดังกล่าว ภายหลังรองรัฐมนตรีต่างประเทศแอนดรูว์ เซี่ย ได้ยื่นใบลาออกจากกรณีที่อนุญาตให้ปฏิเสธความช่วยเหลือโดยไม่ได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง[77] หน่วยกู้ภัยทั้งทหาร และพลเรือน ถูกส่งไปยังหลายหมู่บ้านในเขตภูเขาโดยเฉพาะเซียวหลิน ซึ่งพบว่ามีผู้สูญหายเกือบประมาณ 400 ราย และคาดว่าถูกฝังอยู่ใต้ดินโคลนถล่มที่กวาดล้างหมู่บ้านเกือบทั้งหมู่บ้าน[78][79] ความเสียหายทางการเกษตรมีมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 14.59 พันล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (443 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)[80] ประเทศไต้หวันกับฮ่องกงได้จัดงานแคมเปญระดมทุนของศิลปิน 88[81][82] กลุ่มชาวพื้นเมืองรูไกบางส่วนประท้วงการมาเยือนประเทศไต้หวันของทะไลลามะที่ 14 โดยมองว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมือง[83] หลังจากรัฐบาลได้โยกย้ายชาวรูไกหลายหมู่บ้านจากทางตอนใต้ของประเทศไต้หวัน ซึ่งเป็นเหตุให้ชุมชนต้องจัดตั้งโครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมเพื่อรักษาอัตลักษณ์ และดินแดนของตนเอง[84]

สมาคมเพื่อความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบไต้หวัน (ARATS) ได้บริจาคเงินประมาณ 2 พันล้านหยวนจีน (278 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยกำหนดว่า 150 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับสร้างบ้านประมาณ 500 หลัง และเงินประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน[85] บริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศไต้หวันในประเทศจีนก็ร่วมบริจาคอีกประมาณ 130 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (4.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เช่นกัน[86] ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2555 รัฐบาลได้เปิดสวนอนุสรณ์หมู่บ้านเซียวหลินเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้[87]

ประเทศฟิลิปปินส์

[แก้]

องค์กรเวิลด์วิชันรายงานว่าได้จัดส่งน้ำดื่มประมาณ 40 แกลลอน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยราวประมาณ 800 คน ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นมรกต และในขณะเดียวกันคณะกรรมการลดและจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติแห่งชาติ (NDRRMC) ได้ประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติในจังหวัดซัมบาเลสหลังมีรายงานว่ามีประชาชนประมาณมากกว่า 13,000 คน ไร้ที่อยู่อาศัยจากเหตุน้ำท่วม และลมแรง ที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของพายุ[88]

การถอนออกจากรายชื่อ

[แก้]

หลังจากที่พายุลูกนี้ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย และคร่าชีวิตประชาชนไปเป็นจำนวนมาก จึงทำให้ชื่อ มรกต ถูกถอนออกจากรายชื่อพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิกอย่างเป็นทางการในภายหลัง คณะกรรมการไต้ฝุ่นได้เลือกชื่อ อัสนี เป็นชื่อแทนในรายชื่อพายุหมุนเขตร้อนเริ่มใช้ในปี พ.ศ. 2554 และถูกใช้เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2558

ดูเพิ่ม

[แก้]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. "มรกต" เป็นชื่อพายุหมุนเขตร้อนในรายชื่อชุดที่ 3 ลำดับที่ 26 ของมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกฝั่งเหนือ และส่งโดยประเทศไทย
  2. พายุไต้ฝุ่น "กีโก" (3 ถึง 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552) จากรายงานของสำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA)
  3. ความเร็วลมเฉลี่ยนี้ใช้ความเร็วลมเฉลี่ยใน 10 นาที เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอื่น ๆ
  4. ตัวเลขความเสียหายในบทความนี้เป็นค่าเงินในปี พ.ศ. 2552 เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอื่น ๆ
  5. สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเป็นศูนย์อุตุนิยมวิทยาชำนัญพิเศษประจำภูมิภาคอย่างเป็นทางการในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก[4]
  6. ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม เป็นหน่วยงานเฉพาะกิจร่วมระหว่างกองทัพเรือสหรัฐ กองทัพอากาศสหรัฐ ซึ่งจะออกประกาศเตือนภัยพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก และภูมิภาคอื่น ๆ[5]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Staff Writer (2009-08-20). "Billions allocated for reconstruction in wake of typhoon Morakot". AsiaNews (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 21 August 2009.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  2. "'Kiko' death toll rises to 10" (ภาษาอังกฤษ). ABS-CBN News. 2009-08-07. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 August 2009. สืบค้นเมื่อ 6 December 2009.
  3. "'Kiko' death toll rises to 10; 30K folks affected in Luzon" (ภาษาอังกฤษ). GMANews. 2009-08-07. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 September 2009. สืบค้นเมื่อ 6 December 2009.
  4. "Annual Report on Activities of the RSMC Tokyo – Typhoon Center 2000" (PDF). Japan Meteorological Agency. February 2001. p. 3. สืบค้นเมื่อ December 25, 2011.
  5. "Joint Typhoon Warning Center Mission Statement". Joint Typhoon Warning Center. United States Navy. 2011. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ July 26, 2007. สืบค้นเมื่อ December 25, 2011.
  6. Dave Ornauer (2009-08-14). "Okinawa on alert as tropical storm Morakot approaches". Stars and Stripes (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 14 August 2009.
  7. "PAGASA Advisory 2009-08-03 21z" (ภาษาอังกฤษ). Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. 2009-08-03. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 July 2009. สืบค้นเมื่อ 9 August 2009.{{cite web}}: CS1 maint: unfit URL (ลิงก์)
  8. "PAGASA Advisory 2009-08-09 03z" (ภาษาอังกฤษ). Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. 2009-08-09. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 July 2009. สืบค้นเมื่อ 14 August 2009.{{cite web}}: CS1 maint: unfit URL (ลิงก์)
  9. "One million in China flee typhoon". BBC News (ภาษาอังกฤษ). 2009-08-09. สืบค้นเมื่อ 9 August 2009.
  10. Mu Xuequan (2009-08-08). "20,000 evacuated in SE China as typhoon Morakot nears; nine fishermen missing" (ภาษาอังกฤษ). Xinhua. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 August 2009. สืบค้นเมื่อ 7 August 2009.
  11. Annie Huang, Gillian Wong and Christopher Bodeen (2009-08-11). "Taiwan military rescues some 300 typhoon victims" (ภาษาอังกฤษ). Associated Press. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 August 2009. สืบค้นเมื่อ 11 August 2009.{{cite web}}: CS1 maint: unfit URL (ลิงก์)
  12. "2 dead, 4 missing after typhoon slams Taiwan". CBC News (ภาษาอังกฤษ). 2009-08-08. สืบค้นเมื่อ 8 August 2009.
  13. "Typhoon Morakot lashes Okinawa | Stars and Stripes" (ภาษาอังกฤษ). 2009-08-14. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 August 2009. สืบค้นเมื่อ 14 August 2009.
  14. "'Kiko' intensifies further, 4 areas under signal 1 - Nation — Official Website of GMA News and Public Affairs — Latest Philippine News". GMANews.TV (ภาษาอังกฤษ). 2009-08-10. สืบค้นเมื่อ 10 August 2009.
  15. "'Kiko' death toll rises to 10". ABS-CBN News (ภาษาอังกฤษ). 2009-08-07. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 August 2009. สืบค้นเมื่อ 7 August 2009.
  16. "'Kiko' death toll rises to 10; 30K folks affected in Luzon". GMANews.TV (ภาษาอังกฤษ). 2009-08-07. สืบค้นเมื่อ 7 August 2009.
  17. "Landslide, floods kill 12 in RP". Sun Star (ภาษาอังกฤษ). 2009-08-08. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 9 August 2009. สืบค้นเมื่อ 8 August 2009.
  18. "Record rains in south". The China Post (ภาษาอังกฤษ). 2009-08-09. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 August 2009. สืบค้นเมื่อ 9 August 2009.
  19. "Taiwan braces for Typhoon Morakot". BBC News (ภาษาอังกฤษ). 2009-08-07. สืบค้นเมื่อ 8 August 2009.
  20. Wu, CH., Chen, SC. & Feng, ZY. (June 2014). "Formation, failure, and consequences of the Siaolin landslide dam, triggered by extreme rainfall from Typhoon Morakot, Taiwan". Landslides (ภาษาอังกฤษ). 11 (3): 359. Bibcode:2014Lands..11..357W. doi:10.1007/s10346-013-0394-4.{{cite journal}}: CS1 maint: multiple names: authors list (ลิงก์)
  21. Staff writer (2009-08-10). "八八水災/那瑪夏鄉斷水、斷電如孤島 民眾手機簡求救". NOWNews (ภาษาจีน). สืบค้นเมื่อ 10 August 2009.
  22. Chanson, H. (2010). The Impact of Typhoon Morakot on the Southern Taiwan Coast. Shore & Beach (ภาษาอังกฤษ). Vol. 78. pp. 33–37. ISSN 0037-4237.
  23. Lilian Wu (2009-08-11). "Typhoon death toll climbs to 62". Taiwan News (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 August 2009. สืบค้นเมื่อ 11 August 2009.
  24. Staff Writer (2009-08-11). "51 houses in Taitung disappear into Pacific". The China Post (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 11 August 2009.
  25. Meggie Lu, Shelley Shan and Flora Wang (2009-08-10). "Downpour continues to pummel south". Taipei Times (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 11 August 2009.
  26. "風災初估20橋斷裂 比921更慘" (ภาษาจีน). 聯合報. 2009-08-10. สืบค้นเมื่อ 10 August 2009.
  27. "公路總局 公路防救災管理系統/沖毀橋樑一覽表" (ภาษาจีน). 2021-08-26. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 29 May 2009. สืบค้นเมื่อ 26 August 2021.
  28. "全台20橋斷 比921慘" (ภาษาจีน). 蘋果日報. 2009-08-10. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-08-10. สืบค้นเมื่อ 10 August 2009.
  29. "17堰塞湖4處警戒" (ภาษาจีน). 中國時報. 2009-08-15. สืบค้นเมื่อ 15 August 2009.
  30. "高東屏5堰塞湖 嚴密監測" (ภาษาจีน). 自由時報. 2009-08-15. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 17 September 2009. สืบค้นเมื่อ 15 August 2009.
  31. "10多處堰塞湖 成恐怖炸彈" (ภาษาจีน). 民視. 2009-08-14. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 July 2018. สืบค้นเมื่อ 15 August 2009.
  32. "10多處堰塞湖 成恐怖炸彈" (ภาษาจีน). 民視. 2009-08-14. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 July 2018. สืบค้นเมื่อ 15 August 2009.
  33. 八八水災/阿里山鐵路崩塌290處 修復得花2年光景 (ภาษาจีน). 東森新聞. 2009-08-16. สืบค้นเมื่อ 16 August 2009.
  34. "教科書泡水 教部協助學校負責到底" (ภาษาจีน). 國立教育廣. 2009-08-12. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 July 2012. สืบค้นเมื่อ 12 August 2009.
  35. "學校災損 竄升至1273校、187億元" (ภาษาจีน). 聯合報. 2009-08-13. สืบค้นเมื่อ 13 August 2009.
  36. Hui Hsuan Yang, Su Ying Chen, Sung Ying Chien, and Wei Sen Li (May 2014). "Forensic Investigation of Typhoon Morakot Disaster: Nansalu and Daniao Village Case Study" (PDF) (ภาษาอังกฤษ). p. 2. สืบค้นเมื่อ 19 November 2016.{{cite web}}: CS1 maint: multiple names: authors list (ลิงก์)
  37. Yan (2009-08-11). "Typhoon Morakot kills 62, injures 35 in Taiwan" (ภาษาอังกฤษ). Xinhua. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 August 2009. สืบค้นเมื่อ 11 August 2009.
  38. Flor Wang (2009-08-11). "Tourism losses estimated at over NT$800 million: Tourism Bureau chief". Taiwan News (ภาษาอังกฤษ). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 August 2009. สืบค้นเมื่อ 11 August 2009.
  39. "災後重建區產業重建計畫" (PDF) (ภาษาจีน). 行政院莫拉克颱風災後重建推動委員會. 2013-04-19. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2 June 2013. สืบค้นเมื่อ 19 April 2013.
  40. "Typhoon Morakot lashes Taiwan" (ภาษาอังกฤษ). CNN. 2009-08-07. สืบค้นเมื่อ 7 August 2009.
  41. "「八八水災/曾文洩洪成箭靶 水利署:不洩洪29鄉鎮恐泡湯」" (ภาษาจีน). NOWnews. 2009-08-10. สืบค้นเมื่อ 11 August 2009.
  42. "「莫拉克颱風/曾文水庫晚上8點30分洩洪」" (ภาษาจีน). NOWnews. 2009-08-08. สืบค้นเมื่อ 11 August 2009.
  43. 曾文水庫 水文資料表 (ภาษาจีน). 南區水資源局. 2009-08-11. สืบค้นเมื่อ 11 August 2009.
  44. 曾文溪善化段潰堤 蘇煥智籲中央助搶修 (ภาษาจีน). 自由時報. 2009-08-12. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 August 2009. สืบค้นเมื่อ 4 July 2010.
  45. "范道南基金會 捐3800個便當" (ภาษาจีน). 民眾日報. 2009-08-12. สืบค้นเมื่อ 28 August 2009.
  46. National Disaster Prevention and Protection Commission (ภาษาอังกฤษ). 2009-08-13. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 August 2009. สืบค้นเมื่อ 4 July 2010.
  47. "莫拉克/荖濃溪暴漲 堤防潰堤大津橋斷" (ภาษาจีน). TVBS. 2009-08-09. สืบค้นเมื่อ 9 August 2009.
  48. "土石流紅色警戒 南投全在信義鄉" (ภาษาจีน). 中央社. 2009-08-08. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 August 2009. สืบค้นเมื่อ 8 August 2009.
  49. "信義路斷 三千餘人受困山區" (ภาษาจีน). 自由時報. 2009-08-11. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 August 2009. สืบค้นเมื่อ 12 August 2009.
  50. "危急!溪水淘空 隆華國小傾斜30度" (ภาษาจีน). TVBS. 2009-08-11. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 August 2009. สืบค้นเมื่อ 12 August 2009.
  51. "八八水災/尋車尋人 台16線濁水溪河床瀰漫屍臭味" (ภาษาจีน). 華視. 2009-08-08. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 14 August 2009. สืบค้นเมื่อ 13 August 2009.
  52. "莫拉克屏東發威 佳冬塭豐積水2樓高" (ภาษาจีน). 中央社. 2009-08-08. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 August 2009. สืบค้นเมื่อ 8 August 2009.
  53. "台鐵南下只到新營 南迴停駛至少3個月" (ภาษาจีน). 聯合報. 2009-08-09. สืบค้นเมื่อ 9 August 2009.
  54. "林邊火車站污泥比車高 步步難" (ภาษาจีน). 民視. 2009-08-12. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 May 2018. สืบค้นเมื่อ 13 August 2009.
  55. "莫拉克/〈快訊〉垮了!知本金帥飯店 橫躺溪谷" (ภาษาจีน). TVBS. 2009-08-09. สืบค้นเมื่อ 9 August 2009.
  56. "台鐵南下只到新營 南迴停駛至少3個月" (ภาษาจีน). 聯合報. 2009-08-10. สืบค้นเมื่อ 10 August 2009.
  57. "太麻里淹大水 「我家被沖進太平洋了!」" (ภาษาจีน). 聯合報. 2009-08-09. สืบค้นเมื่อ 13 August 2009.
  58. "莫拉克颱風/汪洋一片! 台東太麻里災情50年來之最" (ภาษาจีน). NOWnews. 2009-08-08. สืบค้นเมื่อ 13 August 2009.
  59. "朴子溪、八掌溪潰堤 嘉縣逾萬人受困" (ภาษาจีน). 自由時報. 2009-08-09. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 August 2009. สืบค้นเมื่อ 18 August 2009.
  60. "路斷廿多條 救災難" (ภาษาจีน). 中國時報. 2009-08-11. สืบค้นเมื่อ 13 August 2009.
  61. "直升機一飛來 大家抱一起哭" (ภาษาจีน). 聯合報. 2009-08-13. สืบค้นเมื่อ 13 August 2009.
  62. "風災意外/中埔土石流 母子2屍尋獲" (ภาษาจีน). 聯合報. 2009-08-12. สืบค้นเมื่อ 16 August 2009.
  63. Staff Writer (2009-08-11). "Aftermath of Typhoon Morakot in Zhejiang" (ภาษาอังกฤษ). Xinhua. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 August 2009. สืบค้นเมื่อ 11 August 2009.
  64. Lin Liyu (2009-08-11). "Typhoon Morakot leaves 6 dead, 3 missing in SE China" (ภาษาอังกฤษ). Xinhua. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 13 August 2009. สืบค้นเมื่อ 11 August 2009.
  65. William Ide (2009-08-11). "Mudslide Buries Village in Taiwan, Fate of Hundreds Unknown" (ภาษาอังกฤษ). Voice of America. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 12 August 2009. สืบค้นเมื่อ 11 August 2009.
  66. Staff Writer (2009-08-11). "Typhoon relief helicopter crashes in Taiwan mountain area". Taiwan News (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 11 August 2009.
  67. "【國防部青年日報社】軍事新聞網". news.gpwb.gov.tw (ภาษาจีน). 2025-07-23. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 September 2009. สืบค้นเมื่อ 23 July 2025.
  68. 內政部消防署 (2008-06-25). "內政部消防署全球資訊網". www.nfa.gov.tw (ภาษาจีน). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 November 2011. สืบค้นเมื่อ 23 July 2025.
  69. "救災急先鋒 張瑞賢英勇捨身令人敬佩" (ภาษาจีน). 自由時報|自由時報電子報. 2009-08-14. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 23 September 2009. สืบค้นเมื่อ 15 August 2009.
  70. Staff Writer (2009-08-11). "TV says Taiwan helicopter crashes during rescue" (ภาษาอังกฤษ). Associated Press. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 23 May 2024. สืบค้นเมื่อ 11 August 2009.{{cite web}}: CS1 maint: unfit URL (ลิงก์)
  71. "Taiwan rescues nearly 1,000 in landslide villages". Yahoo! News (ภาษาอังกฤษ). AFP. 2009-08-12. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 16 August 2009. สืบค้นเมื่อ 12 August 2009.
  72. Staff Writer (2009-08-11). "八八水災/好消息! 軍方發現小林村等地待援700居民". NOW News (ภาษาจีน). สืบค้นเมื่อ 13 August 2009.
  73. "行政院莫拉克颱風災後重建推動委員會 - 執行長的話" (ภาษาจีน). 行政院莫拉克颱風災後重建推動委員會. 2013-02-18. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2 May 2013. สืบค้นเมื่อ 17 April 2013.
  74. 鐘聖雄 (2013-03-05). "回家真好" (ภาษาจีน). PNN公視新聞議題中心. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 1 February 2016. สืบค้นเมื่อ 17 April 2013.
  75. "台灣將為颱風死者哀悼三天" (ภาษาจีน). BBC中文網. 2009-08-20. สืบค้นเมื่อ 20 August 2009.
  76. Jacobs, Andrew (2009-08-12). "Taiwan President Is Target of Anger After Typhoon (Published 2009)". The New York Times (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 February 2021. สืบค้นเมื่อ 12 August 2009.
  77. Jacobs, Andrew (2009-08-14). "Death Toll Is Still Rising After Storm in Taiwan (Published 2009)". The New York Times (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 February 2021. สืบค้นเมื่อ 14 August 2009.
  78. "MORAKOT: THE AFTERMATH : MOFA's Hsia tenders resignation - Taipei Times". www.taipeitimes.com (ภาษาอังกฤษ). 2009-08-19. สืบค้นเมื่อ 19 August 2009.
  79. "莫拉克災情 461死192失蹤". Lin, Kuen-shu (ภาษาจีน). CNA. 2009-08-25. สืบค้นเมื่อ 25 August 2009.
  80. AFP (2009-08-31). "Protesters accuse Dalai Lama of staging 'political show' in Taiwan". asiaone news (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 March 2016. สืบค้นเมื่อ 31 August 2009.
  81. Wang, Amber (2009-08-31). "Dalai Lama visits Taiwan typhoon victims". The Sydney Morning Herald (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 31 August 2009.
  82. Staff Writers (2009-08-31). "Dalai Lama visits Taiwan typhoon victims amid Chinese anger". Terra Daily (ภาษาอังกฤษ). Kaohsiung, Taiwan (AFP). สืบค้นเมื่อ 31 August 2009.
  83. "Dalai Lama Visits Taiwan". The Wall Street Journal (ภาษาอังกฤษ). 2009-09-02. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 9 April 2023. สืบค้นเมื่อ 2 September 2009.
  84. Taiban, Sasala; Lin, Hui-Nien; Pei, Kurtis Jia-Chyi; Lu, Dau-Jye; Gau, Hwa-Sheng (2020). "Indigenous Conservation in Taiwan". ใน Esarey, Ashley; Haddad, Mary Alice; Lewis, Joanna I.; Harrell, Stevan (บ.ก.). Greening East Asia: The Rise of the Eco-Developmental State (ภาษาอังกฤษ). Seattle: University of Washington Press. ISBN 978-0-295-74791-0. JSTOR j.ctv19rs1b2.
  85. 財團法人海峽交流基金會 (2020-07-17). "財團法人海峽交流基金會". 財團法人海峽交流基金會 (ภาษาจีน). สืบค้นเมื่อ 17 July 2020.
  86. 八八水災大陸捐款 台灣實收已逾新台幣33億 (2010-08-26) 八八水災大陸捐款 台灣實收已逾新台幣33億 (ภาษาจีน). สืบค้นเมื่อ 26 August 2010.
  87. "維護公告". news.sina.com.tw (ภาษาจีน). 2025-07-23. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 1 May 2020. สืบค้นเมื่อ 23 July 2025.
  88. World Vision (2009-08-11). "Philippines: World Vision provides aid after Typhoon Morakot" (ภาษาอังกฤษ). Reuters. สืบค้นเมื่อ 11 August 2009.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]