พระสุทธิสารวินิจฉัย (มะลิ บุนนาค)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระสุทธิสารวินิจฉัย
(มะลิ บุนนาค)
พระสุทธิสารวินิจฉัย (มะลิ บุนนาค).jpg
เกิด25 กรกฎาคม พ.ศ. 2439
เสียชีวิต16 ตุลาคม พ.ศ. 2520 (81 ปี)
ถิ่นพำนักจังหวัดพระนคร ประเทศสยาม
คู่สมรสผ่องศรี เวภาระ
บุตร3 คน

พระสุทธิสารวินิจฉัย (25 กรกฎาคม 2439 - 16 ตุลาคม 2520) อดีตข้าราชการกระทรวงยุติธรรม ผู้เป็นเจ้าของที่ดินซึ่งได้บริจาคให้ทางราชการไทยเป็นสาธารณสมบัติเพื่อสร้างถนนสุทธิสารวินิจฉัย ซึ่งเป็นถนนสายสำคัญสายหนึ่งของกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน

ประวัติ[แก้]

นามเดิม มะลิ บุนนาค เป็นบุตรคนที่สองของ นายราชจินดา (อรุณ บุนนาค-ผู้สืบเชื้อสายจาก สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัด)) กับ หม่อมหลวงแฉล้ม อิศรางกูรฯ เกิดเมื่อวันเสาร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2439 (ปีวอก) ณ บ้านเลขที่ 251 ถนนกรุงเกษม ตำบลหัวลำโพง อำเภอปทุมวัน จังหวัดพระนคร มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 4 คน คือ

  • นางจรูญ สิทธิพยากรณ์
  • พระสุทธิสารวินิจฉัย (มะลิ บุนนาค)
  • ขุนสิทธิเศรษฐกรรม (สิทธิ บุนนาค)
  • หลวงจรัสการคุรุกรรม (จรัส บุนนาค)

พระสุทธิสารวินิจฉัยสมรสกับนางสาวผ่องศรี เวภาระ ธิดาของขุนหลวงพระยาไกรสี (เปล่ง เวภาระ) กับคุณหญิงทองคำ ไกรสีห์ เมื่อปี พ.ศ. 2463 มีบุตรธิดาด้วยกัน 3 คน คือ

  • คุณจิรายุวัต บุนนาค มี ทายาท เป็นหลานปู่ ของคุณพระสุทธิสารวินิจฉัย 2 คน คือ ดร. อนวัช และ กนกนพ บุนนาค
  • คุณลาลีวัณย์ บุนนาค มี ทายาท เป็นหลานตา ของคุณพระสุทธิสารวินิจฉัย 2 คน คือ กฤตลักษณ์ และ รศ.อัจจิมา เศรษฐบุตร
  • คุณมารุต บุนนาคมี ทายาท เป็นหลานปู่ ของคุณพระสุทธิสารวินิจฉัย 2 คน คือ มฤทุ และ รุจิระ บุนนาค

คุณพระสุทธิสารวินิจฉัย ย้ายมาอยู่ที่บ้านถนนประดิพัทธ์ ริมคลองประปา กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2484 และอาศัยอยู่กับบุตรธิดา ตลอดมาจนกระทั่งถึงอนิจกรรมในปี 16 ตุลาคม พ.ศ. 2520

การศึกษา[แก้]

พระสุทธิสารวินิจฉัย เรียนจบชั้นมัธยมปลายภาคภาษาไทย และ มัธยม 6 พิเศษ ภาคภาษาอังกฤษ จากโรงเรียนเทพศิรินทร์

เข้าศึกษากฎหมายที่โรงเรียนกฎหมายของกระทรวงยุติธรรม ผ่านการสอบข้อเขียนได้ทั้งหมด ในปี พ.ศ. 2455 ขณะมีอายุเพียง 16 ปี แต่เนื่องจากอายุน้อยจึงไม่ได้รับอนุญาตให้สอบปากเปล่า จึงต้องกลับไปเรียนใหม่อีก 1 ปี จนสอบได้ในปี 2456 อายุเพียง 17 ปี แต่เนี่องจาก เกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ทางกระทรวงฯ จึงไม่ได้ส่งไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ แต่ท่านก็มีความรู้ภาษาอังกฤษแตกฉาน และได้สะสมตำรากฎหมายของประเทศต่างๆไว้มากมาย

การรับราชการ[แก้]

  • 12 พฤศจิกายน 2456 เริ่มเป็นเสมียนฝึกหัด ในศาลฎีกา
  • 27 เมษายน 2458 มีคำสั่งจากเสนาบดี ให้ไปฝึกหัดวิธีพิจารณาคดีที่ศาลแพ่ง และได้รับแต่งตั้งเป็น ผู้พิพาษารอง ศาลเมืองขอนแก่น ได้รับยศ รองอำมาตย์โท
  • 22 เมษายน 2459 โปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็น ผู้พิพากษาศาลพระราชอาญา บรรดาศักดิ์เป็น หลวงพรหมประชา ขณะอายุเพียง 19ปีเศษ
  • พ.ศ. 2463 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระศรีวิกรมาทิตย์ ตำแหน่งปลัดซ้ายของพระสมุหพระนิติศาสตร์ (ขณะนั้นคือ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา) กรมพระนิติศาสตร์ กระทรวงวัง
  • 2 กันยายน 2465 ได้ย้ายกลับเข้ากระทรวงยุติธรรม และได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปเป็น อธิบดีผู้พิพากษาศาลจังหวัดตรัง
  • 6 ธันวาคม 2466 โปรดเกล้าฯเปลี่ยนนามบรรดาศักดิ์ จากพระศรีวิกรมาทิตย์ เป็น พระสุทธิสารวินิจฉัย เพื่อให้ตรงกับตำแหน่งผู้พิพากษาแห่งกระทรวงยุติธรรม จากนั้นโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายกลับมาเป็นผู้พิพากษาศาลพระราชอาญา ตามเดิม
  • พ.ศ. 2467 กราบถวายบังคมลาออกจากราชการ ด้วยเหตุผลทางสุขภาพ เมื่ออายุได้เพียง 28 ปี
  • พ.ศ. 2499 บริจาคที่ดินริมถนน พหลโยธิน ตอนสี่แยกสะพานควาย ให้เป็นสมบัติของราชการโดยยกให้เป็นถนนสาธารณะ และได้รับเกียรติตั้งราชทินนามเป็นชื่อถนนว่า "ถนนสุทธิสารวินิจฉัย" ซึ่งปรากฏเป็นที่รู้จักแก่ชาวกรุงเทพมหานครโดยทั่วไป จวบจนปัจจุบัน

อ้างอิง[แก้]

  • หนังสือที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ พระสุทธิสารวินิจฉัย ณ เมรุวัดธาตุทอง กรุงเทพมหานคร วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2521,สยามอาร์คิดการพิมพ์ 664/113 ซ.ธีระ ถนนจรัลสนิทวงศ์ :2521