พระครูโพธิสารประสาธน์ (บุญมี อคฺคปุญฺโญ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พระครูโพธิสารประสาธน์
(บุญมี อคฺคปุญฺโญ)
อาจารย์บุญมี, พระครูปลัดบุญมี, หลวงพ่อบุญมี
ลพ.บุญมี วัดโพธิสัมพันธ์
เกิด 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2456
ชาวหนองเกตุใหญ่ ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
มรณภาพ 14 เมษายน พ.ศ. 2517
อายุ 60
อุปสมบท พ.ศ. 2477 วัดช่องลม (นาเกลือ)
พรรษา 40
วัด วัดโพธิสัมพันธ์
ท้องที่ ชลบุรี
สังกัด ธรรมยุต
วุฒิการศึกษา น.ธ.ตรี
ตำแหน่ง อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิสัมพันธ์

พระครูโพธิสารประสาธน์ (หลวงพ่อบุญมี อคฺคปุญฺโญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิสัมพันธ์องค์แรก ท่านเป็นผู้สร้างวัดโพธิสัมพันธ์ และริเริ่มสร้างโรงเรียนประถมภายในวัดคือ โรงเรียนวัดโพธิสัมพันธ์ (ปัจจุบันชื่อ โรงเรียนเมืองพัทยา 9 (วัดโพธิสัมพันธ์) และโรงเรียนมัธยมคือ โรงเรียนโพธิสัมพันธ์พิทยาคาร และริเริ่มสร้างถนนซอยโพธิสารในปัจจุบัน ท่านเชี่ยวชาญด้านยาสมุนไพรพื้นบ้าน (พระหมอ) และเชี่ยวชาญด้านการดูของหาย ด้านการนั่งสมาธิท่านเก่งมาก

ประวัติ[แก้]

หลวงพ่อบุญมี ท่านมีนามเดิมว่า " บุญมี " นามสกุล " บวบเอม " ท่านเกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 8 เดือน 8 ปีฉลู ตรงกับวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2456 เป็นบุตรของ นายเท - นางหวาน บวบเอม ท่านเป็นบุตรคนที่2 มีภูมิลำเนาเดิมเป็นชาวบ้านหนองเกตุใหญ่ ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดา คือ[1]

  1. นายชิม บวบเอม
  2. พระครูโพธิสารประสาธน์ (หลวงพ่อบุญมี บวบเอม)
  3. นายมัย บวบเอม

เมื่อเยาว์วัย อายุประมาณ 11 ขวบ บิดามารดาได้นำไปฝากให้อยู่วัดหนองเกตุใหญ่ เพื่อให้หัดอ่าน เขียน เรียนหนังสือ ได้เรียนหนังสือวัด หัดอ่าน ก. ข. ก. กา จนถึง กบ เกย อยู่ในเกณฑ์อ่านออก เขียนได้ อาจารย์ได้ให้เรียนหนังสือขอม เรียนอยู่ไม่นานก็พออ่านออก เขียนหนังสือขอมได้ เป็นที่พอใจของอาจารย์ แล้วจึงหัดให้ท่องหนังสือสวดมนต์ ทั้ง7 ตำนาน และ12 ตำนาน ต่อไปอีก ต่อมาไม่นานก็ได้ออกจากวัดกลับไปอยู่บ้านช่วยบิดาประกอบอาชีพ ทำไร่ ทำนา และทำสวน เพราะทางบ้านไม่มีใคร มารดาก็ได้ถึงแก่กรรมไปก่อนแล้ว ช่วยบิดาประกอบอาชีพมาจนอายุได้ 21 ปี บิดาได้ปรารภอยากให้บวช โดยมิได้เจาะจงว่าจะให้บวชที่วัดใด ให้เลือกเอาตามใจ ท่านได้เลือกอุปสมบทที่วัดช่องลม (นาเกลือ)

อุปสมบท[แก้]

ปี 2477 เมื่ออายุได้ 21 ปี ท่านได้อุปสมบท และจำพรรษาอยู่ที่วัดช่องลม (นาเกลือ) ตามความปรารถนาของบิดา

พระอุปัชฌาย์ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ญาณวโรเถระ) วัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร
พระกรรมวาจาจารย์ เจ้าคุณพระเขมทัสสีชลธีสมานคุณ (เอี่ยม เมฆียเถร) วัดเขาบางทราย อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
พระอนุสาวนาจารย์ พระครูพิบูลย์ธรรมกิจ (หลวงปู่เผือก)[2] วัดช่องลม นาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

ท่านได้รับฉายาทางธรรมว่า " อคฺคปญฺโญ "

เมื่อสิ้นพรรษานั้นท่านคิดจะลาสิกขาบท เพื่อไปประกอบอาชีพ แต่ท่านพระครูพิบูลย์ธรรมกิจ (เผือก) เจ้าอาวาสไม่ยอมอนุญาต และกำหนดให้ท่านท่องปาฏิโมกข์ ได้เพียรพยายามท่องอยู่หนึ่งเดือนก็จบ แต่ยังไม่ได้สวด จนปี พ.ศ. 2478 ท่านจึงได้สวดพระปาฏิโมกข์ทุกกึ่งเดือน เมื่อเห็นว่าไม่ได้โอกาศที่จะลาสิกขา เพราะไม่ประสงค์จะขัดความปรารถนาของท่านพระครูอาจารย์

วิทยฐานะ[แก้]

  • ปี 2477 สอบได้ น.ธ. ตรี วัดช่องลม (นาเกลือ)

งานปกครอง[แก้]

  • ปี 2498 เป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิสัมพันธ์
  • ปี - เป็นพระกรรมวาจารย์
  • ปี - เป็นพระอุปัชฌาย์

สมณศักดิ์[แก้]

  • ปี (ไม่ทราบปี) เป็นพระครูปลัดบุญมี
  • ปี 2504 เป็นพระครูโพธิสารประสารธน์

งานพัฒนา[แก้]

  • ปี 2498 ท่านดำเนินการสร้างวัดโพธิสัมพันธ์ (ด้วยปัจจัยเพียง 40 บาท)
  • ปี 2500 เริ่มวางศิลาฤกษ์อุโบสถวัดโพธิสัมพันธ์
  • ปี 2502 ท่านได้ขอให้ทางราชการเปิดโรงเรียนชั้นประถมขึ้นในวัด ปัจจุบันคือ โรงเรียนวัดโพธิสัมพันธ์
  • ปี 2503 ท่านได้ดำเนินการติดต่อขอเปิดโรงเรียนมัธยมขึ้น คือ โรงเรียนโพธิสัมพันธ์พิทยาคาร[3]
  • ปี 2511 ท่านดำเนินการสร้างวัดโชติการาม (ปัจจุบันคือ วัดสว่างอารมณ์)
  • ปี 2511 ท่านเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนวัดโชติการาม (ปัจจุบันคือ โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์)[4]
  • ปี – ท่านริเริ่มสร้างถนนตัดไปถึงถนนสุขุมวิท จนสำเร็จ (ปัจจุบันชื่อ ซอยโพธิสาร)

มรณภาพ[แก้]

ปี 2516 ท่านเริ่มอาพาธด้วยโรคไต และความดันโลหิตสูง จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี แม้ว่าสุขภาพท่านไม่แข็งแรง ท่านก็มุ่งมั่นดำเนินการขยายชั้นเรียน เพื่อให้เยาวชนในท้องถิ่นได้รับความสะดวกในการศึกษาหาความรู้ระดับสูง

จนกระทั่งวันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2517 ท่านเป็นลมล้มฟุบเนื่องจากโรคเก่ากำเริบ จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสัตหีบ แต่อาการป่วยของท่านไม่ดีขึ้น จึงย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี และเมื่อเวลา 24.30 น. ของวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2517 ท่านได้มรณภาพ รวมสิริอายุ 60 ปี พรรษาที่ 40

ในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2518 จัดพิธีงานพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุวัดโพธิสัมพันธ์ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]