พระครูพินิจสุตคุณ (ทองสุข อินฺทโชโต)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

พระครูพินิจสุตคุณ เป็นหนึ่งในพระเกจิอาจารย์จากเมืองเพชร[1] มีนามเดิมว่า สุข นามสกุล ดีเลิศ เกิดวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2420 ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น 9 ค่ำ ปีฉลู บิดาชื่อนายจู มารดาชื่อนางทิม กำเนิด ณ บ้านทับใต้ ตำบลหินเหล็กไฟ แขวงเมืองเพชรบุรี ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน 6 คน

การศึกษา[แก้]

เมื่ออายุ 9 ปี ได้เข้าเรียนหนังสือที่วัดโพธิ์ อำเภอบ้านลาด โดยเป็นศิษย์เจ้าอาวาส หลวงพ่อก็เล่าเรียนจนอ่านออกเขียนได้ และยังได้เรียนหนังสือขอมและบาลี หลวงพ่อยังรักการต่อสู้ รักในวิชาหมัดมวย กระบี่กระบอง กระทั่งภายหลังได้มีลูกศิษย์ในวิชาเหล่านี้หลายคน[2]

ต่อมา เมื่ออายุ 15 ปี ย้ายไปอยู่ที่บ้านเพลง จังหวัดราชบุรี เป็นระยะหลวงพ่อเป็นวัยรุ่น หนุ่มคนอง จึงชอบเที่ยวเตร่คบเพื่อน ไม่ค่อยอยู่ติดบ้าน ชอบไปแสดงลิเก ละคร โขนหนัง จนขนาดเป็นครูสอนผู้อื่นได้ ครั้นเมื่อเบื่อการแสดง ลิเก ละคร ฯลฯ ก็เที่ยวเตร่ไปโดยไม่มีจุดหมาย จนไปคบพวกนักเลงอันธพาล จึงกลายเป็นนักเลงอันธพาล และในที่สุดเป็นอาชญากรสำคัญในย่านเพชรบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม ต้องคอยหลบนี้อาญาบ้านเมือง ซุกซ่อนอยู่ในป่าด้วยความลำบากยากแค้น ครั้นหนึ่งหลบหนี้เข้าไปในป่าจนไม่ได้กินอาหารเลย 3 วัน ตอนนี้เองได้สำนึกตัวได้ว่าตนได้ดำเนินชีวิตผิดทางเสียแล้ว ถ้าไม่กลับตัวย่อมจะได้รับความทุกข์ทรมารทั้งกายและใจ จึงตัดสินใจเล็ดลอดเข้าอุปสมบท ซึ่งขณะนั้นมีอายุได้ 32 ปี[2]

หลวงพ่อบวช ครั้งนั้น ตรงกับวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2452 ณ วัดปราโมทย์ ตำบลโรงหวี อำเภอบางคนฑี จังหวัดสมุทรสงคราม โดยมีหลวงพ่อตาด วัดบางวังทองเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่ออุปัชฌาย์ได้จำพรรษาอยุ่ที่วัดปราโมทย์ 4 พรรษา แล้วไปอยู่วัดแก้ว 2 พรรษา จังหวัดราชบุรี และไปอยู่วัดใหม่ 1 พรรษา ต่อจากนั้นก็ออกธุดงค์ไปกับสามเณรจันทร์ (พระครูจันทร์ ธมฺมสโร) เจ้าอาวาสวัดมฤคทายวัน) หลังจากธุดงค์ไปหลายจังหวัดแล้ว ในที่สุดก็มาถึงตำบลบางเก่า อำเภอชะอำ ขณะนั้นพอดีวัดโตนดหลวงขาดสมภาร ชาวบ้านไปพบหลวงพ่อก็เกิดเลื่อมใส จึงนิมนต์ไปอยู่วัดโตนดหลวง เพื่อให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เมื่อ พ.ศ. 2448 หลวงพ่ออายุได้ 38 ปี[2]

หลวงพ่อได้บำเพ็ญประโยชน์ต่อพระศาสนาและบ้านเมืองหลายด้าน เช่น บูรณะวัดโตนดหลวงเดิม ซึ่งชำรุดทรุดโทรมให้ดีขึ้น ทั้งมีเมตตาจิตสร้างวัดช้างแทงกระจาด วัดท่าขาม และวัดเขาลูกช้าง ในด้านการศีกษาก็ได้ช่วยสร้างอาคารเรียนให้ 3 ครั้ง ในที่สุดก็ได้สมณศักดิ์เป็นพระครูพินิจสุตคุณ

เรื่องอารมณ์ขัน[แก้]

คุณประสิทธ์ พ่วงพี ได้พบกับหลวงพ่อที่วัดเพรียง ซึ่งนิมนต์หลวงพ่อปลุกเสกวัตถุมงคลเพื่อหาเงินสร้างโรงเรียน เมื่อปี พ.ศ. 2498 คุณประสิทธิไปหาหวงพ่อให้กระหม่อม พร้อมด้วยผู้สนใจอีกหลายคน เมื่อหลวงพ่อปลุกเสกเสร็จแล้ว ได้พูดกับผุ้ที่ไปชุมนุมอยู่รอบ ๆ ตัวหลวงพ่อว่า “อย่าเชื่อฉันให้มากนักนะ ฉันมันบ้า ๆ อยู่” หลวงพ่อพูดพร้อมกับหัวเราะหึ ๆ ทำให้ทุกคนทั้งขบขันและทั้งยิ่งศัรธาในความถ่อมตนของท่าน

หลวงพ่อเพียบพร้อมทั้งคุณธรรมและความรู้หลายอย่าง เช่นมีความรู้ในทางแพทย์แผนโบราณ และยังมีความขลังทางวิชาไสยาศาสตร์มาก จนมีผู้เลื่อมในนับถืออยู่ทั่วไป มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของประเทศนับถือเป็นจำนวนมาก เท่าที่สืบได้ พลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ได้เคยไปลงกระหม่อม พ.อ.พระยาศรีสรุสงคราม ได้ไปให้ลงกระหม่อม และนิมนต์ไปร่วมปลุกเสกแหวนมงคล 9 และพระกริ่งยอดหมุด ณ พระอุโบสถวัดราชบพิธ ร่วมกับอาจารย์คนสำคัญรวม 18 องค์ เมื่อปี พ.ศ. 2495 และทางกองทัพบกได้นิมนต์ไปประพรมพระพุทธมนต์ และปลุกเสกเครื่องรางของขลัง ให้แก่ทหารในคราวสงครามอินโดจีน ครั้งสุดท้ายได้นิมนต์ไปปลุกเสกพระเครื่องในงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ

ของขลังของหลวงพ่อ[แก้]

ที่ขึ้นชื่อลือชา มีดังนี้

  1. สักยันต์ที่เหนือราวนม ทำให้คงกระพันชาตรี อาวุธมีด ปืน ฟันแทง ยิงไม่เข้า
  2. ลูกอม ปืนยิงไม่ออก คนทำร้ายไม่ถูก
  3. เหรียญรูปหลวงพ่อ ใช้ทางคงกระพัน รวมทั้งครั่งด้านหลังสำหรับรักษาพวกสัตว์มีพิษ และออกวัดเพรียงกฐินสามัคคี ปี พ.ศ. 2498
  4. แหวน ใช้ป้องกันอสรพิษและสัตว์ร้ายต่าง ๆ
  5. ตะกรุด ตะกรุดของหลวงพ่อมีหลายชนิดด้วยกัน คือชนิดเจ็ดดอก สามกษัตริย์ ใช้ทางคงกระพันชาตรีและแคล้วคลาด ชนิดคลอดง่ายใช้ทางคลอดบุตร ชนิดสาริกา ใช้ทางเมตตามหานิยม

ภาคอภิณญาของหลวงพ่อ ครั้งหนึ่ง ณ วัดท่าขาม มีคนมาขอยาต้มจากหลวงพ่อ บังเอิญยาต้มขนานนั้นต้องลงพระเจ้า 5 พระองค์ในใบมะกาด้วย แต่ใบมะกามาก ท่านจึงให้พระเณร และศิษย์ช่วยกันลง คณะศิษย์และพระเณรก็ช่วยกันลงทีละใบ ท่านรำคาญจึ่งเอ่ยว่า “ลงอย่างนี้เมื่อไรจะหมด เรียงซ้อน ๆ มาข้าลงเอง ลูกศิษย์ก็ช่วยเรียงใบมะกาซ้อน ๆ กันประมาณ 10–20 ใบ ท่านลงใบเดียว แต่ปรากฏว่าใบล่าง ๆ ทุกใบติด นะ โม พท ธา ยะ ทั้งหมด[ต้องการอ้างอิง]

ลูกศิษย์ที่เคยเรียนวิชาจากท่าน[แก้]

หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง, หลวงพ่อหวล ยติธัมโม วัดนิคมวชิราราม, หลวงพ่อยิด จันทสุวัณโน วัดหนองจอก, หลวงพ่อจันทร์ ธัมมสโร วัดมฤคทายวัน, หลวงพ่อนิ่ม มังคโล วัดเขาน้อย, หลวงพ่อแผ่ว วัดโตนดหลวง, หลวงพ่อย้อน วัดโตนดหลวง, หลวงพ่อทองศุข วัดสะพานสูง, ลป.ฟัก วัดนิคมประชาสรรค์ (ทุกท่านมรณภาพแล้ว)

ที่ยังมีชีวิตอยู่รูปเดียวคือ หลวงพ่อเฮง วัดห้วยทรายใต้ (หลวงพ่อทองศุขบวชให้ปี พ.ศ. 2499)

อ้างอิง[แก้]