ผู้ใช้:Poonpun2016/กระบะทราย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา


รูเบน ลอฟตัส-ชีก
flie:Ruben Loftus-Cheek 2018-06-13 1.jpg
ลอฟตัส-ชีก ขณะฝึกซ้อมกับทีมชาติอังกฤษ เพื่อแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2018
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม รูเบน ไอรา ลอฟตัส-ชีก[1]
วันเกิด 23 มกราคม ค.ศ. 1996 (23 ปี)[2]
สถานที่เกิด ลอนดอน, อังกฤษ
ส่วนสูง 1.91 เมตร (6.3 ฟุต)[3]
ตำแหน่ง กองกลาง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
เชลซี
หมายเลข 12
สโมสรเยาวชน
2004–2014 เชลซี
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2014– เชลซี 23 (1)
2017–2018คริสตัล พาเลซ (ยืมตัว) 24 (2)
ทีมชาติ
2011 อังกฤษ อายุไม่เกิน 16 ปี 2 (1)
2012–2013 อังกฤษ อายุไม่เกิน 17 ปี 8 (1)
2013–2015 อังกฤษ อายุไม่เกิน 19 ปี 13 (6)
2015– อังกฤษ อายุไม่เกิน 21 ปี| 17 (7)
2017– อังกฤษ 8 (0)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้กับสโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 23:10, 11 สิงหาคม 2018 (UTC)
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้กับทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 23:10, 11 สิงหาคม 2018 (UTC)

รูเบน ไอรา ลอฟตัส-ชีก (เกิด 23 มกราคม พ.ศ. 2539) เป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษ เล่นให้กับสโมสรฟุตบอลเชลซี และทีมชาติอังกฤษ ในตำแหน่งกองกลาง

สโมสรอาชีพ[แก้]

เชลซี[แก้]

ลอฟตัส-ชีก เข้าร่วมกับชุดเยาวชนกับสโมสรฟุตบอลเชลซี เมื่ออายุแปดขวบ เขาทำผลงานได้น่าประทำใจในช่วงต้นของฤดูกาล 2011-12 ก่อนที่จะบาดเจ็บที่สะโพก และกลับมาลงเล่นอีกครั้งในในฐานะตัวสำรองในเอฟเอยูธคัพ 2012 นัดชิงชนะเลิศ [4]ในฤดูกาลถัดมาขณะที่เขาอายุ 16 ย่าง 17 ปีนั้นเขาลงเล่น 18 นัดให้กับชุดอายุไม่เกิน 18 ปีและยังทำประตูในนัดที่พบกับแมนเชสเตอร์ซิตีได้อีกด้วย และลงเล่น 9 นัดให้กับชุดอายุไม่เกิน 21 ปี เขาได้รับเลือกให้เดินทางไปกับทีมชุดใหญ่ในเดือนพฤษภาคมปี 2013 ที่สหรัฐอเมริกา สำหรับการแข่งขันกระชับมิตรสองนัดกับแมนเชสเตอร์ซิตีในเดิอนพฤษภาคม 2013 [5]ในฤดูกาล 2013-14 ลอฟตัส-ชีก ช่วยพาทีมเป็นแชมป์เอฟเอยูธคัพ และพรีเมียร์ลีก อายุไม่เกิน 21 ปี (ปัจจุบันเปลี่ยนนระบบเป็น รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี แล้ว)

ฤดูกาล 2014-15[แก้]

ลอฟตัส ชีก ลงเล่นให้กับเชลซีชุดใหญ่ครั้งแรกในเดือน ธันวาคม ค.ศ. 2014 ในรายการยูฟ่าแชมเปียนลีกส์ ppรอบแบ่งกลุ่ม]] ในนัดที่เชลซี เอาชนะ สปอร์ติงลิสบอน 3-1 ที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ โดยลงเล่นเป็นตัวสำรองแทนที่ของเซสก์ ฟาเบรกัส ในนาทีที่ 83 [6], และได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2015 ในเกมเสมอกับแมนเชสเตอร์ซิตี 1-1 โดยเป็นผู้เล่นสำรองลงมาแทน โอสการ์ ในช่วงทดเวลานาทีที่ 2 [7]

ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ โชเซ มูรีนโย ผู้จัดการทีมของเชลซี ในขณะนั้นได้เลือก ลอฟตัส-ชีกขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ๋พร้อมกับ อิซซัค บราวน์[8]

ในวันที่ 13 เมษายน ลอฟตัส-ชีก กลับไปลงเล่นให้กับชุดเยาวชนของเขลซี ในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่ายูธลีก ฤดูกาล 2014-15 กับชัคตาร์โดเนตสค์ ที่ประเทสสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเชลซีเอาชนะด้วยผลคะแนน 3-2 [9] , ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2015 ลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับเชลซีชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในนัดที่เจอกับ ลิเวอร์พูล ,[10] โดยลงเล่น 60 นาทีโดยจ่ายบอลไม่พลาดเลยตลอดที่ลงเล่น แต่เนมันยา มาติช ก็ได้ถูกเปลี่ยนตัวเข้ามาแทนที่ในช่วงนาทีดังกล่าว ซึ่งจบลงด้วยผลการเสมอกันที่ 1-1 [11][12]

ถึงแม้ว่าลอฟตัส-ชีกจะลงเล่นเพีงแค่ 3 นัดในฤดูกาลนี้ หรือเวลารวมไม่ถึง 70 นาที แต่โชเซ มูรีนโย กล่าวว่าเขาจะได้รับเหรียญของผู้ชนะพรีเมียร์ลีก สำหรับผลงานของเขาในฤดูกาลนี้[13]

ฤดูกาล 2015-16[แก้]

ในวันที่ 29 สิงหาคม 2015 เขาลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับเชลซีในสแตมฟอร์ดบริดจ์ ในฐานะแชมป์เก่า พบกับ คริสตัล พาเลซ ซึ่งผลจบลงด้วยการแพ้ 2-1 ซึ่งเป็นการแพ้ในสแตมฟอร์ดบริดจ์ครั้งแรกในฤดูกาลนี้ของเชลซี [14],ในวันที่ 10 มกราคม 2016 ในเกมเอฟเอคัพ ที่เชลซี พบกับ สคันธอร์ป ยูไนเต็ด ลอฟตัส-ชีก ได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองลงมาแทน โอสการ์ ในช่วงพักครึ่ง และสามารถทำประตูแรกในอาชีพการค้าแข้งได้ในช่วงนาทีที่ 68 เป็นประตู 2-0 และผลก็จบลงด้วยคะแนนนี้ [15]

ในวันที่ 29 กุมภาพันธุ์ 2016 ลอฟตัส-ชีคได้เซ็นสัญญาเป็นเวลา 5 ปีหลังจากสร้างผลงานดีเมื่อได้ลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ , ในวันที่ 2 เมษายน ลอฟตัสชีคสามารถทำประตูแรกในลีกได้ในนัดที่พบกับ แอสตันวิลลา ที่วิลลาพาร์ก โดยเขาเป็นคนทำประตูขึ้นนำ 1-0 ซึ่งจบเกมเชลซีเอาชนะไป 4-0 และในอีก 2 นัดต่อมาซึ่งพบกับ สวอนซีซิตี และ แมนเชสเตอร์ซิตี (ตามลำดับ) เขาก็ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเช่นกัน


ฤดูกาล 2016-17[แก้]

ภายใต้การคุมทีมของอันโตนีโอ กอนเต ผู้จัดการทีมคนใหม่ในขณะนั้นในช่วงปรีซีซั่่นเขาถูกโยกไปเล่นกองหน้าอยู่บ่อยครั้ง โดยฤดูกาลเขาได้เปลี่ยนจากหมาเลขเสื้อจากเดิม 36 เป็นเลข 14 แทนที่ของเบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ ที่ย้ายออกจากทีมไปด้วยสัญญายืมตัว

ในวันที่ 29 สิงหาคม 2016 ลอฟตัส-ชีค ลงเล่นในฤดูกาลในเกม อีเอฟแอลคัพ รอบสอง ซึ่งเชลซีพบกับ บริสตอล โรเวอร์ส ในนาทีที่ 48 เขายังเปิดบอลให้มีชี บัตชัวยี ยิงประตูที่สามเป็นประตูชัยให้เชลซีชนะในเกมนั้นอีกด้วย เขายังได้รับเสียงปรบมือจากผู้ชมในสแตมฟอร์ดบริดจ์ ขณะเดินออกจากสนามในช่วงการเปลี่ยนตัวในนาทีที่ 82 โดยมีออสการ์ ลงสนามมาแทน

ถูกยืมตัวไป คริสตัล พาเลซ[แก้]

"ผมมีความคิดย้ายมาพาเลซ ผมคิดว่านี่คือโอกาสดีสำหรับตัวผม ผมอาศัยอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ผมเกิดในลูอิสแฮม พาเลซคือสโมสรที่ดี ดังนั้นมันคือเรื่องดีที่ได้ลงเล่นที่นี่และเป็นส่วนหนึ่งกับทีม พวกเขาคือทีมที่แข็งแกร่งและผมอยากเป็นส่วหนึ่งในฤดูกาลนี้""

ลอฟตัส-ชีค กล่าวผ่านเว็บไซต์ต้นสังกัดใหม่[16]

ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2017 ลอฟตัส-ชีค ได้ตกลงไปร่วมทีมกับคริสตัล พาเลซ ด้วยสัญญายืมตัวภายใต้การคุมทีมของฟรังก์ เดอ บูร์ เขาลงเล่นเต็มเกมในนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีกซึ่งพบกับ ฮัดเดอส์ฟีลด์ทาวน์ ที่เซลเฮิสต์พาร์ก ซึ่งทีมของเขาแพ้ไป 3-0 , ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2017 ลอฟตัส-ชีค ทำประตูแรกให้กับทีมในเกมที่เปิดสนามพบกับสโตกซิตี แต่สุดท้ายคริสตัล พาเลซแพ้ไป 2-1

ระดับทีมชาติ[แก้]

ลอฟตัส-ชีค ลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ ในรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ในปี ค.ศ. 2011 และเล่นต่อไปในระดับ รุ่นอายุ 17 ปี , 19 ปี หลักจากทำผลงานได้ดีในรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ใน ค.ศ. 2015 เขาได้รับโอกาสได้ลงเล่นในทีมชาติอังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี [17] เพื่อแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 21

ในปีค.ศ. 2016 ลอฟตัส-ชีค เข้าร่วมการแข่งขันตูลงทัวร์นาเมนต์ กับทีมชาติอังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี และเขายังทำประตูได้ในรอบชิงชนะเลิศกับฝรั่งเศส เป็นประตูขึ้นนำ 2-0 ก่อนที่จะจบลงที่อังกฤษชนะด้วยผล 2-1 และยังได้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน[18]ซึ่งเขากลายเป็นนักเตะคนแรกของอังกฤษที่ได้รับรางวัลดังกล่าวตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 ที่แอลัน เชียเรอร์ ได้รางวัลนี้[19]

ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เขาติดทีมชาติอังกฤษ ชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ลอฟตัส-ชีค ได้ลงเล่นเป็นครั้งแรกในนัดที่พบกับเยอรมนี ซึ่งเขาได้ลงเล่นครบ 90 นาทีและยังได้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำการแข่งขัน อีกด้วยซึ่งผลจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 [20]

ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2018,แกเร็ท เซาท์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ชุดใหญ่ ได้เรียกลอฟตัส-ชีค ให้เป็นหนึ่งใน 23 คนเพื่อแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 [21]และได้ลงเล่นในนัดเปิดสนามซึ่งชนะ ทีมชาติตูนิเซีย ด้วยผล 2-1 ในวันที่ 18 มิถุนายน 2018[22]

สถิติ[แก้]

นับจนถึงนัดล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 2018

สโมสร ฤดูกาล ลีก เอฟเอคัพ ลีกคัพ ยุโรป อื่นๆ รวม
ดิวิชั่น ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู
เชลซี 2014–15[23] พรีเมียร์ลีก 3 0 0 0 0 0 1[a] 0 4 0
2015–16[24] พรีเมียร์ลีก 13 1 2 1 1 0 1[a] 0 0 0 17 2
2016–17[25] พรีเมียร์ลีก 6 0 3 0 2 0 11 0
2017–18[26] พรีเมียร์ลีก 0 0 0 0
2018–19[27] พรีเมียร์ลีก 2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 2 0
รวม 24 1 5 1 3 0 2 0 0 0 34 2
คริสตัล พาเลซ (ยืมตัว) 2017–18[26] พรีเมียร์ลีก 24 2 0 0 1 0 25 2
รวมทั้งหมด 48 3 5 1 4 0 2 0 0 0 59 4

ทีมชาติ[แก้]

นับจนถึงนัดล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 2018[28]

ทีมชาติ ปีr ลงเล่น ประตู
อังกฤษ 2017 2 0
2018 6 0
รวม 8 0

เกียรติประวัติ[แก้]

เชลซี (ชุดเยาวชน)

เชลซี

อังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี

อังกฤษ

รางวัลส่วนบุคคล'

  • ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำการแข่งขันตูลงทัวร์นาเมนต์: 2016

อ้างอิง[แก้]

  1. "2018 FIFA World Cup Russia: List of players: England" (PDF). FIFA. 28 June 2018. p. 10. สืบค้นเมื่อ 28 June 2018.
  2. "Ruben Loftus-Cheek". 11v11.com. AFS Enterprises. สืบค้นเมื่อ 16 December 2017.
  3. "R. Loftus-Cheek: Summary". Soccerway. Perform Group. สืบค้นเมื่อ 28 June 2018.
  4. Benson, Ryan (9 May 2012). "Blackburn 1–0 Chelsea (Agg 1–4): Visitors win FA Youth Cup despite Payne-inspired defeat in second leg". Goal.com. Perform Group. สืบค้นเมื่อ 22 May 2018.
  5. "Ruben Loftus-Cheek Profile". Chelsea F.C.
  6. Williams, Adam (10 December 2014). "Chelsea 3–1 Sporting Lisbon". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 22 May 2018.
  7. McNulty, Phil (31 January 2015). "Chelsea 1–1 Manchester City". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 22 May 2018.
  8. "More Academy graduates in first team squad". Chelsea F.C. 3 February 2015. สืบค้นเมื่อ 3 February 2015.
  9. "Brown inspires Chelsea to Youth League glory". UEFA. 13 April 2015. Archived from the original on 15 November 2017.
  10. "Ruben Loftus-Cheek gets first Chelsea start against Liverpool". ESPN FC. 10 May 2015. สืบค้นเมื่อ 10 May 2015.
  11. Higginson, Marc (10 May 2015). "Chelsea 1–1 Liverpool". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 22 May 2018.
  12. "Ruben Loftus-Cheek: Analysis of the Chelsea midfielder's full debut".
  13. "Every Chelsea player to get a Premier League medal says Jose Mourinho". ESPN FC.
  14. "Crystal Palace claim shock win over Chelsea at Stamford Bridge". ESPN FC. 29 August 2015.
  15. Emons, Michael (10 January 2016). "Chelsea 2–0 Scunthorpe United". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 22 May 2018.
  16. {{http://www.goal.com/th/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7/official-%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%8B%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%9F%E0%B8%95%E0%B8%AA-%E0%B8%8A%E0%B8%84%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%AB-1-%E0%B8%9B/1hrglfwz4gatr1tvz0wzaq2wco}}
  17. "Ruben Loftus-Cheek". The Football Association. สืบค้นเมื่อ 11 November 2017.
  18. "England beat France to win Toulon Tournament for first time in 22 years". The Guardian. London. Press Association. 29 May 2016. สืบค้นเมื่อ 16 December 2017.
  19. Maston, Tom (29 May 2016). "Chelsea's Loftus-Cheek named Player of the Toulon Tournament". Goal.com. Perform Group. สืบค้นเมื่อ 22 May 2018.
  20. McNulty, Phil (10 November 2017). "England 0–0 Germany". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 11 November 2017.
  21. "England World Cup squad: Trent Alexander-Arnold in 23-man squad". BBC Sport. 16 May 2018. สืบค้นเมื่อ 17 May 2018.
  22. Taylor, Daniel (19 June 2018). "Kane double ensures England defeat Tunisia in World Cup opener". The Guardian. London. สืบค้นเมื่อ 19 June 2018.
  23. "Games played by Poonpun2016/กระบะทราย in 2014/2015". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 18 October 2017.
  24. "Games played by Poonpun2016/กระบะทราย in 2015/2016". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 16 December 2017.
  25. "Games played by Poonpun2016/กระบะทราย in 2016/2017". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 18 October 2017.
  26. 26.0 26.1 "Games played by Poonpun2016/กระบะทราย in 20167/20168". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 12 August 2018.
  27. "Games played by Poonpun2016/กระบะทราย in 2018/2019". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 12 August 2018.
  28. Loftus-Cheek, Ruben เว็บไซต์ National-Football-Teams.com (อังกฤษ)
  29. "Ruben Loftus-Cheek: Overview". Premier League. สืบค้นเมื่อ 16 December 2017.
  30. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Toulon
  31. McNulty, Phil (14 July 2018). "Belgium 2–0 England". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 11 August 2018.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]


สนามกีฬานิจนีนอฟโกรอด
Nizhny Novgorod Stadium (06 May 2018).jpg
Interior of the stadium in May 2018

UEFA 4/4 starsStar full.svgStar full.svgStar full.svg

ที่ตั้งนิจนีนอฟโกรอด, รัสเซีย
พิกัด56°20′15″N 43°57′48″E / 56.33750°N 43.96333°E / 56.33750; 43.96333พิกัดภูมิศาสตร์: 56°20′15″N 43°57′48″E / 56.33750°N 43.96333°E / 56.33750; 43.96333
พื้นสนามเดสโซกราสมาสเตอร์
ขนส่งสาธารณะNNMetro Line 2.svg Strelka
ความจุ44,899 (ใช้งานปกติ)
43,319 (ฟุตบอลโลก 2018)[1]
ขนาดสนาม105 x 68 เมตร
การก่อสร้าง
ก่อสร้าง2018
ลงเสาเข็ม2015
มูลค่าการก่อสร้าง17,9 พันล้าน
ผู้ใช้งาน
สโมสรฟุตบอลโอลิมปีเยตส์ นิจนีนอฟโกรอด (2018–ปัจจุบัน)
เอสเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ
150px
ตราสัญลักษร์ในปีค.ศ. 2013
ก่อตั้ง1993; 26 ปีที่แล้ว (1993) ในชื่อ SAARC Gold Cup
ภูมิภาคเอสเอเอฟเอฟ
จำนวนทีม
ทีมชนะล่าสุดธงชาติอินเดีย อินเดีย (สมัยที่ 7)
ทีมที่ประสบความสำเร็จที่สุดธงชาติอินเดีย อินเดีย (7 สมัย)
เว็บไซต์www.saffsuzukicup.org/2018/index.html/
ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียใต้ 2018
# Image Stadium Capacity Location Opened Home Team
1 RajamangalaStadium.jpg ราชมังคลากีฬาสถาน 49,722 กรุงเทพมหานคร 1998 ฟุตบอลทีมชาติไทย
2 Suphachalasai Stadium 2015.jpg สนามศุภชลาศัย 19,793 กรุงเทพ 1935 ฟุตบอลทีมชาติำทย
3 Tinsulanonstadium2014.jpg สนามกีฬาติณสูลานนท์ 35,000 สงขลา 1995 สงขลา ยูไนเต็ด
4 Isan, Mueang Buri Ram District, Buri Ram 31000, Thailand - panoramio (6).jpg ช้างอารีนา 32,600 บุรีรัมย์ 2011 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
5 Korat v Thailand XI.JPG สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 28,141 นครราชสีมา 2007 นครราชสีมา
6 Thammasat Stadium.jpg สนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ รังสิต 25,000 ปทุมธานีi 2012 แบงค็อก ยูไนเต็ด, โดท 7 FC Suphamburi Stadium.jpg สนนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรีm 25,000 สุพรรณบุรี 1947 สโมสรฟุตบอลจังหวัดสุพรรณบุรี 8 Thupatemee Stadium.jpg สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) 25,000 ปทุมธานี แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล
9 700th Anniversary Stadium.jpg สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี 25,000 เชียงใหม่ 1995 เชียงใหม่
10 สนามกีฬาจิระนคร 25,000 สงขลา 1944 สดมสรฟุตบอลหาดใหญ๋
12 Thai Army Sports Stadium.jpg สนามกีฬากองทัพบก 20,000 กรุงเทพ 2012 อาร์มี่ ยูไนเต็ด, ทหารบก เอฟซี
13 Pttrayongstadium2014.jpg พีทีที สเตเดียม 15,000 ระยอง 2012 พีทีที ระยอง
14 Chulalongkorn Stadium.jpg สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 20,000 กรุงเทพ จามจุรี ยูไนเต็ด
14 ScG Stadium.jpg เอสซีจี สเตเดียม 15,000 นนทบุรี 1998 เมืองทอง ยูไนเต็ด, อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด
17 Chiangrai Stadium.jpg [[สิงห์ สเตเดียม}] 15,000 เชียงราย 2012 สโมสรฟุตบอลเชียงราย
18 ASEAN Cup 2008.JPG สนามกีฬาสุระกุล 15,000 ภูเก็ต สโมสรฟุตบอลจังหวัดภูเก็ต
19 พิจิตร สเตเดียม 15,000 พิจิตร สโมสรฟุตบอลจังหวัดพิจิตร
20 สนามกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ 15,000 นครสวรรค์ สโมสรฟุตบอลจังหวัดนครสวรรค์
21 เอราวัณ สเตเดียม 15,000 สุรินทร์ 2002
22 เขากระโดง สเตเดียม 14,000 บุรีรัมย์ 2010
23 LEO Stadium 2017.jpg ลีโอสเตเดียม 13,000 ปทุมธานี 2010 สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส, สโมสรฟุตบอลบีจีซี
24 สนามกลีบบัว 13,000 กาญจนบุรี 2009 เมืองกาญจน์ ยูไนเต็ด
25 Mitr Phol Stadium 2017.jpg มิตรผล สเตเดียม 13,000 ราชบุรี 2016 ราชบุรี มิตรผลl
26 NavyStadium.jpg สนามกีฬาราชนาวี สัตหีบ 12,500 Chonburi 2001 ราชนาวี, กองเรือยุทธการ
27 Thai Port Stadium.jpg แพตสเตเดียม 12,308 กรุงเทพ 1967 สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ, สโมสรฟุตบอลกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
28 Khaopong Stadium.jpg สนามกีฬากลางจังหวัดชัยนาท 12,000 ชัยนาท 2011 ชัยนาท ฮอร์นบิลl
29 IPE Chonburi Stadium.JPG IPE Chonburi Stadium 12,000 Chonburi 2010 พานทอง
30 Thai-Japanese Stadium.jpg Thai-Japanese Stadium 10,320 Bangkok 1982
31 Surat Thani stadium.jpg Surat Thani Stadium 10,175 Surat Thani Surat Thani
32 Stadium of Chaloermprakiat 72 punsa.jpg 72-years Anniversary Stadium 10,000 Bangkok 2010 Thai Honda Ladkrabang
33 Ratchaburi Stadium.jpg สนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี 10,000 ราชบุรีi
34 Sri Nakhon Rumduan stadium.jpg สนามศรีนครลำดวน 10,000 ศรีสะเกษ สโมสรฟุตบอลศรีสะเกษ, ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด
35 สนามกีฬากลางจังหวัดนนทบุรี 10,000 นนทบุรี สโมสรฟุตบอลจังหวัดนนทบุรี
36 สนามทุ่งบูรพา 10,000 อุบลราชธานีi
37 Chonburi Stadium.jpg ชลบุรีสเตเดียม 8,500 ชลบุรี 2010 สโมสรฟุตบอลจังหวัดชลบุรี
38 BangModStadium.jpg สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ บางมด 8,000 กรุงเทพ 1988
39 สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น 8,000 ขอนแก่น สโมสรฟุตบอลจังหวัดขอนแก่น
40 Thung Thalay Luang Stadium 2016.jpg สนามทุ่งทะเลหลวง 8,000 Sukhothai 2014 สโมสรฟุตบอลจังหวัดสุโขทัย
41 Krabi Provincial Stadium.jpg สนามกีฬากลางจังหวัดกระบี่ 8,000 Krabi สโมสรฟุตบอลจังหวัดกระบี่i
42 สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส 8,000 นราธิวาส นรา ยูไนเต็ด
43 เรนโบว์ สเตเดียม 8,000 ปัตตานี สโมสรฟุตบอลปัตตานี
44 สนามกีฬากลางจังหวัดพัทลุง 8,000 พัทลุง สดมสรฟุตบอลจังหวัดพัทลุง
45 RayongCentralStadium.JPG ระยองสเตเดียม 7,500 ระยอง สโมสรฟุตบอลจังหวัดระยอง
46 สนามกีฬาจังหวัดระนอง 7,212 ระยอง ระนอง ยูไนเต็ด
47 Sam-Ao Mainstand.jpg สนามกีฬากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 7,000 ประจวบขิรีขันธ์ สโมสรฟุตบอลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
48 สนามกีฬากลางจังหวัดเพชรบุรี 6,575 เพชรบุรี สโมสรฟุตบอลเพชรบุรี
49 สนามกีฬากลางจังหวัดอ่างทอง 6,500 อ่างทอง Ang Thong
50 สนามกีฬาสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสมุทรสาคร 6,378 สมุทรสาคร
51 Thephasadin Stadium.jpg สนามฟุตบอลเทพหัสดิน 6,378 กรุงเทพ
52 สนามกีฬากลางจังหวัดหนองบัวลำภู 6,053 หนองบัวลำภู สโมสรฟุตบอลจังหวัดหนองบัวลำภู พิชญ
53 Saraburi Stadium.jpg สนามกีฬากลางจังหวัดสระบุรี 6,000 สระบุรี สโมสรฟุตบอลสระบุรี, สระบุรี ทีอาร์ยู 54 [[สนามกีฬาศูนย์เยาวชนเฉลิมพระเกียรติ นนทบุรี] 6,000 นนทบุรี
55 Chonburi F.C. vd Samut.jpg สนามกีฬากลางจังหวัดสมุทรสงคราม 6,000 Samut Songkhram สมุทรสงคราม อาร์แอร์ไลน์,
56 Sport School Stadium Nakhon Pathom.jpg สนามกีฬาโรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครปฐม 6,000 นครปฐม o8ix{, p^wog9Hf
57 สนามกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 6,000 พระนครศรีอยุธยา อยุธยา ยูไนเต็ด
58 สนามกีฬากลางจังหวัดตราด 6,000 ตราด สโมสรฟุตบอลจังหวัดตราด
59 สนามกีฬาเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา 6,000 ฉะเชิงเทรา ฉะเชิงเทรา ไฮ-เทค
60 สนามเทศบาลหนองปรือ 2 6,000 ชลบุรี
61 สนามกีฬาองการบริหารส่วนจังหวัดพะเยา 6,000 พะเยา สโมสรฟุตบอลพะเยา
62 สนามเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ 6,000 กาฬสินธ์ สโมสรฟุตบอลกาฬสินธ์
63 สนามกีฬามหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี 6,000 ชลบุรี
64 สนามกีฬาพระราชวังสนามจันทร์ 6,000 นครพนม
65 ยูเอ็มที สเตเดียม 6,000 อุบลราชธานี 2017 อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด
66 สนามกีฬาศรีณรงค์ 5,673 สุรินทร์ 1994 สุรินทร์ ซิตี้
67 Nong Prue.jpg สนามกีฬาหนองปรือ 5,500 ชลบุรี 1999 สโมสรฟุตบอล พัทยา ยูไนเต็ด, สโมสรฟุตบอลพัทยา เอฟซี
68 Pic lampangstadium.jpg สนามกีฬาจังหวัดลําปาง 5,500 ลำปาง สโมสรฟุตบอลจังหวัดลำปาง
69 ASSR.JPG สนามกีฬาสิรินธร 5,207 ชลบุรี
70 TOT Stadium.jpg สนามทีโอที แจ้งวัฒนะ 5,000 กรุงเทพ 2010
71 สนามกีฬามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี 5,000 กรุงเทพ สโมสรฟุตบอลบีทียู ยูไนเต็ด
72 [สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา บางบอน]] 5,000 กรุงเทพ Thonburi City
73 Saharue industrial factory field 5,000 มุกดาหาร มุกดาหาร ซิตี้
74 สนามกีฬาจังหวัดเชียงราย 5,000 เชียงรายi เชียงรายซอตี้
75 Nong Chok Sport Stadium.jpg สนามกีฬาหนองจอก 5,000 กรุงเทพ
76 สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา 5,000 ปทุมธานี
77 สนามกีฬามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร 5,000 กรุงเทพ
78 Boonyachinda Stadium 20180303 02.jpg สนามบุณยะจินดา 5,000 กรุงเทพ โปลิศ เทโร

ฌอร์ดี อัลบา
Alba 2018-19.jpg
อัลบาขณะเล่นให้กับบาร์เซโลนาในปี ค.ศ. 2018
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ฌอร์ดี อัลบา อี ราโมส
เกิด 21 มีนาคม ค.ศ. 1989 (30 ปี)
เกิดที่ ลุสปีตาเลตเดยูเบรกัต ประเทศสเปน
สูง 1.70 เมตร (5.6 ฟุต)
ตำแหน่ง กองหลังฝั่งซ้าย, กองกลาง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาบาร์เซโลนา
หมายเลข 18
ชุดเยาวชน
1998–2005 สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาบาร์เซโลนา
2005–2007 กูร์เน็ลยา
2007–2008 บาเลนเซีย
ชุดใหญ่*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2007–2008 บาเลนเซีย เบ 18 (5)
2008–2012 บาเลนเซีย 74 (5)
2008–2009ฌิมนัสติก (ยืมตัว) 35 (4)
2012– บาร์เซโลนา 168 (7)
ทีมชาติ
2006 สเปนอายุไม่เกิน 19 ปี 6 (1)
2009 สเปนอายุไม่เกิน 20 ปี 9 (0)
2008–2011 สเปนอายุไม่เกิน 21 ปี 4 (0)
2012 สเปนอายุไม่เกิน 23 ปี 4 (0)
2011– สเปน 66 (8)
2008 กาตาลุญญา 5 (0)
  • จำนวนนัดที่ลงเล่นให้ชุดใหญ่และจำนวนประตูนับเฉพาะลีกท้องถิ่นเท่านั้น และ เป็นข้อมูล ณ วันที่ 29 กันยายน 2018.

† ลงเล่น (ประตู)

‡ จำนวนนัดที่ลงเล่นและจำนวนประตูให้ทีมชาติ ข้อมูล ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2018

ฌอร์ดี อัลบา อี ราโมส (กาตาลา: Jordi Alba i Ramos) เกิดวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 1989 เป็นนักฟุตบอลชาวสเปน เล่นให้กับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาในลาลีกา โดยหลักแล้วเล่นตำแหน่งกองหลังด้านซ้าย (แบ็กซ้าย)

ประวัติ[แก้]

ระดับเยาวชน[แก้]

อัลบาเกิดในลุสปิตาแล็ตดายูบรากัต, บาร์เซโลน่า, แค้วนคาตาลัน อัลบาเริ่มต้นอาชีพในศูนย์ฝึกเยาวชนลามาเซียของบาร์เซโลน่าเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย (left winger) แต่ได้รับการปล่อยตัวจากสโมสรเมื่อปี พ.ศ. 2548 เนื่องจากด้วยสภาพร่างกายที่เล็กเกินไป[2] จากนั้นเขาก็เข้าร่วม กูร์เน็ลยา ซึ่งอยู่ในแค้วนคาตาลันเช่นกันโดยอยู่กับทีมเกือบสองปีและก็ย้ายไปบาเลนเซียและเขาก็จบการศึกษาฟุตบอล[3]

หลังจากอัลบาพาทีมบาเลนเซียเม็สตายา ขึ้นชั้นสู่ เตร์เซราดีบีซีออน ในฤดูกาล 2007–08, ในฤดูกาลถัดมาอัลบาก็ถูกสโมสร ฌิมนัสติก ทีมในเซกุนดาดิบิซิออน ดึงเข้ามาสู่ทีม[4]

อัลบา ขณะเล่นให้กับบาเลนเซีย ในฤดูกาล 2011–12

บาเลนเซีย[แก้]

หลังจากกลับมาอยู่กับบาเลนเซีย ในฤดูกาล 2009–10 เมื่อวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 2009 อัลบาได้ลงเล่นเป็นนัดแรกในเกมที่เอาชนะ เรอัล บายาโดลิด 4-2 โดยเขาถูกส่งมาเป็นตัวสำรองแทนที่ ดาบิด ซิลบา ในนาทีที่ 80 เมื่อวันที่ 17 กันยายน ค.ศ. 2009 เขายังได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงนัดแรกในเกมยูฟ่ายูโรปาลีก รอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งทีมของเขาพบกับ ล็อสก์ลีล ซึ่งเสมอกันที่ 1-1 หลังจากอัลบาได้รับบาดเจ็บ เขาได้เลือกที่จะเปลี่ยนตำปหน่งการเล่นจากกองกลางตัวรับ เป็น แบ็กซ้าย (กองหลังด้านซ้าย) โดยทำผลงานได้ดีในตำแหน่งนี้ ในวันที่ 11 เมษายน ค.ศ. 2010 อัลบาทำประตูแรกให้กับทีมได้ได้นัดที่บาเลนเซีย ออกไปเยือนมายอร์กา ซึ่งผลจบลงด้วยการแพ้ 2–3

บาร์เซโลนา[แก้]

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2555 อัลบาเซ็นสัญญากับบาร์เซโลนาเป็นระยะเวลา 5 ปีโดยมีค่าตัวจำนวน 14 ล้านยูโร [5] เขาลงเล่นเป็นนัดแรกเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ในนัดเปิดฤดูกาลลาลีกาโดยเปิดกัมนอว์เอาชนะ เรอัลโซซิเอดัด 5-1 ตัวเขายังเล่นครบ 90 นาที อีกด้วย

อัลบายิงประตูแรกของเขาบาร์เซโลนาเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ค.ศ. 2012, ในนัดที่ออกไปเยือน 5-4 ชนะเดปอร์ติโบเดลาโกรุญญา โดยเขายิงประตูขึ้นนำ 0-1 ในนาทีที่ 3 ก่อนที่ผลจะจบลงด้วยชัยชนะที่ 4-5 ในอีก 3 วันต่อมาในเกม ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2012-13 รอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งบาร์เซโลนาเปิดบ้านพบกับ เซลติก เข้ายังเป็นคนทำประตูชัยในนาทีที่ 93 ช่วยให้บาร์เซโลนาชนะไปด้วยผล 2-1

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]