ผู้ใช้:Chadarat.c/กระบะทราย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
Expedia, Inc.
ประเภทมหาชน
การซื้อขายNASDAQEXPE
S&P 500 Component
ที่ตั้งเบลวิว รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา
อุตสาหกรรมท่องเที่ยว
เทคโนโลยี
ผลิตภัณฑ์Expedia.com
Hotels.com
Hotwire.com
trivago
Egencia
Venere
Classic Vacations
Expedia Local Expert
Travelocity
Orbitz
HomeAway
CarRentals.com
รายได้แม่แบบ:เพิ่มขึ้น US$ 5.763 พันล้าน (2014)[1]
สินทรัพย์แม่แบบ:เพิ่มขึ้น US$ 9.02 พันล้าน (2014)[2]
พนักงาน18,000 (ธันวาคม 2014)[3]
เว็บไซต์www.expediainc.com

Expedia, Inc. เป็นบริษัทแม่ที่ตั้งอยู่ในอเมริกาของแบรนด์ ท่องเที่ยว ออนไลน์ระดับโลกหลายแบรนด์ ซึ่งรวมถึง Expedia.com, Hotels.com, Hotwire.com, trivago, Egencia (เดิมมีชื่อว่า Expedia Corporate Travel), Venere.com, Expedia Local Expert, Classic Vacations, Expedia CruiseShipCenters, Travelocity, Orbitz และ HomeAway บริษัทของ Expedia, Inc. ดำเนินจุดขายที่มีแบรนด์มากกว่า 100 จุดในมากกว่า 60 ประเทศ นอกจากนี้ Expedia ยังให้บริการจองการเดินทางให้แก่พันธมิตรมากกว่า 10,000 ราย เช่น สายการบินและโรงแรม แบรนด์ผู้บริโภค และเว็บไซต์ที่มีการใช้งานสูงผ่าน Expedia Affiliate Network โดย 80% ของพันธมิตรเหล่านี้ดำเนินงานผ่าน API ของตนเอง[4] Expedia Inc. มีชื่ออยู่ในตลาดหุ้น Nasdaq ภายใต้สัญลักษณ์ EXPE[5]

ประวัติ[แก้]

Expedia ซึ่งก่อตั้งในฐานะแผนกหนึ่งของ Microsoft ในเดือนตุลาคม ปี 1996 แยกตัวออกมา ในปี 1999 และในภายหลังถูก TicketMaster ซื้อไปในปี 2001[6] (TicketMaster เปลี่ยนชื่อของตนเป็น USA Networks ในปี 2001 และเปลี่ยนเป็น InterActiveCorp ในปี 2003[7]) IAC แตกธุรกิจกลุ่มการท่องเที่ยวของตนเองออกมาภายใต้ชื่อ Expedia, Inc. ในเดือนสิงหาคม ปี 2005 ซึ่งรวมถึง Expedia, Expedia Corporate Travel (Egencia ในปัจจุบัน), TripAdvisor, Classic Vacations, eLong, Hotels.com และ Hotwire.com[8] ในปลายปี 2011 Expedia, Inc. แยกตัวออกจาก TripAdvisor Media Group โดยยังคงรักษาความเป็นแบรนด์ธุรกิจการท่องเที่ยวของบริษัทเอาไว้[9] เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ปี 2012 Expedia ซื้อหุ้นส่วนมากใน Trivago ซึ่งเป็นเมตาเสิร์ชเอนจินด้านการท่องเที่ยวโดยผสมระหว่างเงินสดและผลประโยชน์ทางหุ้นเป็นมูลค่า €477 ล้าน (ประมาณ $630 ล้าน)[10]

Richard Barton ซึ่งเป็น CEO คนแรกระบุว่าคำว่า Expedia นั้นมาจากการผสมกันของคำว่า “การสำรวจและความเร็ว” และมีตัวอักษร "X" ที่มีคะแนนสูงในเกมสแคร็บเบิล

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2014 มีการประกาศว่า Expedia, Inc ได้ตกลงซื้อ Wotif.com Holdings Ltd ซึ่งเป็นบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ที่ครอบคลุมภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก แบรนด์ของ Wotif ได้แก่ Wotif.com, lastminute.com.au และ travel.com.au[11]

ในเดือนตุลาคม 2014 Australian Competition and Consumer Commission ได้อนุมัติการเข้าซื้อ Wotif.com ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านการจองของออสเตรเลียด้วยเงินจำนวน $US610 ล้าน[12]

ในเดือนมกราคม 2015 Expedia ได้ซื้อ Travelocity จาก Sabre Corp ด้วยเงิน $280 ล้าน โดยก่อนหน้านี้ Expedia ทำงานร่วมกับ Travelocity เพื่อให้บริการแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีสำหรับจุดขายในสหรัฐฯ และแคนาดาของ Travelocity[13]

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2015 Expedia ตกลงเข้าซื้อ Orbitz ด้วยเงินสด $1.2 พันล้าน[14] ในเดือนกันยายน 2015 Expedia ได้รับอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ป้องกันการผูกขาดของสหรัฐฯ ให้สามารถเข้าซื้อ Orbitz ได้[15]

ในปี 2015 Expedia ซื้อ HomeAway ด้วยเงิน $3.9 พันล้าน [16]

คดีภาษีในเซาท์แคโรไลนา[แก้]

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2011 Travelscape ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Expedia Inc. ที่ตั้งอยู่ใน ลาสเวกัส ได้รับคำสั่งจาก ศาลฎีกาของสหรัฐอเมริกา ให้ชำระเงินจำนวน $6.3 ล้านเป็นค่าภาษีการขายย้อนหลังให้แก่ เซาท์แคโรไลนา Travelscape โต้แย้งว่าความพยายามเก็บภาษีผู้ค้าปลีกออนไลน์ที่ตั้งอยู่นอกรัฐของเซาท์แคโรไลนานั้นละเมิดกฎหมาย Dormant Commerce Clause ในคำตัดสินที่เป็นเอกฉันท์ ศาลพิจารณาว่าบริษัทมีการแสดงตัวในรัฐมากเพียงพอที่จะต้องเรียกเก็บภาษีการขาย แม้ว่า Travelscape จะไม่ได้มีสิ่งก่อสร้างทางกายภาพในเซาท์แคโรไลนา แต่ศาลก็พิจารณาว่าการเดินทางเพื่อการขายของพนักงานบริษัทที่เกิดขึ้นเป็นประจำและข้อเท็จจริงที่บริษัทได้จัดหาห้องพักโรงแรมในรัฐนั้นพิสูจน์ให้เห็นถึงการปรากฏตัวเพื่อจุดประสงค์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาษี[17]

แบรนด์[แก้]

คู่แข่ง[แก้]

การควบรวมและการเข้าซื้อ[แก้]

การเข้าซื้อแรกของ Expedia คือ Travelscape ด้วยเงิน US$89.75 ล้าน และ VacationSpot.com ด้วยเงิน US$80 ล้านเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2000 หลังจากนั้นได้เข้าซื้อ Classic Custom Vacations ในเดือนมีนาคม 2002 ด้วยเงิน $78 ล้าน โดยบริษัทได้ทำการเลิกกิจการสี่ส่วน ซึ่งบางส่วนของบริษัทถูกขายให้กับบริษัทอื่น ในวันที่ 31 ธันวาคม 2000 Technology Crossover Ventures เข้าซื้อหุ้นส่วนน้อยซึ่งคิดเป็น 7% ใน Expedia ด้วยเงิน $50 ล้าน USA Networks เข้าซื้อหุ้นส่วนมากซึ่งคิดเป็น 65% ในบริษัทเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2002 ด้วยเงิน $1.372 พันล้าน และในปีต่อมา เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2003 USA Interactive ก็ได้เข้าซื้อ Expedia ด้วยเงิน $3.636 พันล้าน ในท้ายที่สุด Expedia ก็ถูกแยกออกมาเป็นนิติบุคคลอิสระโดยมีมูลค่า $7.981 พันล้าน บริษัทมีการเข้าซื้อกิจการมากที่สุดในปี 2002 โดยทำการเข้าซื้อสามบริษัท ซึ่งได้แก่ Classic Custom Vacations, Metropolitan Travel และ Newtrade Technologies[18]

ในเดือนมกราคม 2015 Expedia เข้าซื้อบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ Travelocity จาก Sabre Corporation ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีด้วยเงิน $280 ล้าน[19]

การเข้าซื้อ[แก้]

วันที่ บริษัท ธุรกิจ ประเทศ มูลค่า (USD) อ้างอิง
มีนาคม 17, 2000 Travelscape ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ธงของสหรัฐ สหรัฐ $89,750,000 [20]
มีนาคม 17, 2001 Vacationspot ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ธงของสหรัฐ สหรัฐ $70,850,000 [21]
มีนาคม 11, 2002 Classic Custom Vacations[note 1] บริษัทท่องเที่ยว ธงของสหรัฐ สหรัฐ $78,000,000 [22]
กรกฎาคม 11, 2002 Metropolitan Travel บริษัทท่องเที่ยว ธงของสหรัฐ สหรัฐ [23]
ตุลาคม 28, 2002 Newtrade Technologies ซอฟต์แวร์การจอง ธงของประเทศแคนาดา แคนาดา [24]
เมษายน 5, 2004 Activity World การเดินทางและการท่องเที่ยว ธงของสหรัฐ สหรัฐ [25]
เมษายน 12, 2004 Egencia บริษัทท่องเที่ยว ธงของประเทศฝรั่งเศส ฝรั่งเศส [26]
กรกฎาคม 15, 2008 Venere.com เครื่องมือในการจองโรงแรม ธงของประเทศอิตาลี อิตาลี 200,000,000 [27]
ตุลาคม 18, 2010 Mobiata นักพัฒนาแอพมือถือ ธงของสหรัฐ สหรัฐ [28]
เมษายน 27, 2012 VIA Travel บริษัทจัดการการเดินทาง ธงของประเทศนอร์เวย์ นอร์เวย์ [29]
มีนาคม 12, 2013 trivago GmbH เมตาเสิร์ชเอนจินด้านโรงแรม ธงของประเทศเยอรมนี เยอรมนี $564,000,000 [30]
กรกฎาคม 6, 2014 Wotif บริษัทท่องเที่ยว ธงของประเทศออสเตรเลีย ออสเตรเลีย $657,000,000 [31]
มกราคม 23, 2015 Travelocity บริษัทท่องเที่ยว ธงของสหรัฐ สหรัฐ $280,000,000 [32]
กันยายน 17, 2015 Orbitz บริษัทท่องเที่ยว ธงของสหรัฐ สหรัฐ $1,600,000,000 [33]
November 4, 2015 HomeAway บริการให้เช่าที่พักในช่วงวันหยุด ธงของสหรัฐ สหรัฐ $3,900,000,000 [34]

การขาย[แก้]

วันที่ ผู้เข้าซื้อ บริษัทเป้าหมาย ธุรกิจเป้าหมาย ประเทศของผู้เข้าซื้อ มูลค่า (USD) อ้างอิง
ธันวาคม 31, 2000 Technology Crossover Ventures Expedia, Inc.[note 2] การท่องเที่ยวออนไลน์ ธงของสหรัฐ สหรัฐ $50,000,000 [35]
กุมภาพันธ์ 5, 2002 USA Networks Expedia, Inc.[note 3] การท่องเที่ยวออนไลน์ ธงของสหรัฐ สหรัฐ $1,372,000,000 [36]
สิงหาคม 8, 2003 USA Interactive Expedia, Inc.[note 4] การท่องเที่ยวออนไลน์ ธงของสหรัฐ สหรัฐ $3,636,000,000 [37]
สิงหาคม 9, 2005 IAC/InterActiveCorp Expedia Inc.[note 5] การท่องเที่ยวออนไลน์ ธงของสหรัฐ สหรัฐ $7,981,000,000 [38]

ที่ตั้ง[แก้]

Expedia Inc. ยังคงตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ในใจกลางเมืองเบลวิว รัฐวอชิงตัน ในอาคารที่มีชื่อว่า ตึก Expedia Expedia ครองพื้นที่ชั้น 3 ถึง 19 (และบางส่วนของชั้น 20) ของอาคาร 20 ชั้น ที่สร้างเสร็จเมื่อปี 2008 ในตอนแรกนั้น มีการคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่า Google ต้องการครอบครองพื้นที่ส่วนมากของอาคาร แต่อุบัติเหตุของปั้นจั่นในปี 2006 ทำให้เกิดความล่าช้า และ Google ก็ถอนตัวออกจากโครงการ[39]

เมื่อวันที่2 เมษายน 2015 Expedia ประกาศว่าพวกเขาอาจย้ายสำนักงานใหญ่ของตนไปยังย่าน อินเทอร์เบย์ ของ ซีแอตเทิล ในปลายปี 2018 โดยซื้อพื้นที่ของ Amgen บนพื้นที่ริมน้ำของ อ่าวเอลเลียต ด้วยเงิน $228.9 ล้าน[40][41][42] ในส่วนหนึ่งของการย้าย Expedia เสนอการขยายพื้นที่สำนักงานที่พื้นที่ แม่แบบ:Convert/เอเคอร์ เป็น แม่แบบ:Convert/e6sqft เพื่อจัดหาที่อยู่ให้แก่พนักงาน 4,500 คน ซึ่งออกแบบโดย Bohlin Cywinski Jackson[43][44]

การย้ายถูกเลื่อนออกไปยังปี 2019 ในภายหลัง โดยอ้างถึงอุปสรรคด้านโลจิสติกบางอย่าง ซึ่งรวมถึงการเดินทางจาก ฝั่งตะวันออก ไปยังซีแอตเทิลและการจราจรที่ติดขัดในพื้นที่[45] นอกจากนี้ ยังมีการประกาศมอบรางวัลจูงใจให้แก่พนักงานที่มองหาการคมนาคมรูปแบบอื่น โดยบริษัทมีบริการ รถรับส่งของบริษัท จาก ลานจอดรถ ใน เรดมอนด์[46]

รางวัล[แก้]

ในปี 2008 Expedia ได้รับขนานนามว่าเป็นบริษัทบนอินเทอร์เน็ตที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดในรายชื่อของสหรัฐอเมริกาที่เปิดเผยโดย Fortune โดย Expedia ติดอันดับที่สามรองจาก IAC และ Google และตามมาด้วย Amazon.com ในอันดับที่สี่[47] National Travel ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ American Express Travel ประกาศว่าได้เพิ่ม Expedia Vacations ลงในกลุ่มผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวของบริษัท

Expedia Inc. ติดอันดับสูงในรายชื่อผู้ที่ที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดของ Fortune โดยในปี 2008 นั้น Expedia ติดอันดับที่ 3 ในประเภทอุตสาหกรรมการบริการทางอินเทอร์เน็ต/ค้าปลีก และติดอยู่ในรายชื่อของบริษัทที่ได้รับการชื่นชมมากที่สุดในรัฐวอชิงตัน[47]

Expedia Inc. ได้รับการขนานนามว่าเป็น “บริษัทที่มีการบริหารจัดการยอดเยี่ยมที่สุดของอเมริกา” โดยนิตยสาร Forbes ซึ่ง Expedia มีชื่ออยู่ในรายชื่อบริษัทมหาชนของอเมริกาที่มีผลกำไรไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีการบริหารจัดการยอดเยี่ยมที่สุด 400 อันดับแรกของ Forbes เป็นครั้งแรก[48]

หมายเหตุ[แก้]

  1. Classic Custom Vacations was acquired from Global Vacation Group.
  2. Technology Crossover Ventures acquired a 7% minority stake in Expedia Inc.
  3. USA Networks acquired a 65% majority stake of Expedia Inc.
  4. USA Interactive acquired remaining interests in Expedia Inc.
  5. IAC/InterActiveCorp spun off Expedia Inc.

อ้างอิง[แก้]

  1. [1], ExpediaInc.com, ข้อมูลทางการเงินปี 2014
  2. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ รายได้ของ Expedia, Inc. ปี 2014
  3. [2], ExpediaInc.com, คำถามที่พบบ่อยของนักลงทุน
  4. "Driving Real-World Enterprise & B2B Results With APIs" (PDF). Mashery. สืบค้นเมื่อ 7 February 2013.
  5. "Expedia". NASDAQ. สืบค้นเมื่อ 7 February 2013.
  6. Expedia Press Room - Press Releases
  7. USA Interactive to Change Name to InterActiveCorp iac.com
  8. IAC Completes Spin-Off of Expedia, Inc., ExpediaInc.com, press release
  9. Expedia, Inc. Completes Spin-Off of TripAdvisor, Inc., ExpediaInc.com, press release
  10. [3]
  11. "Expedia Agrees to Buy Wotif for $658M". ABC News. ABC News. สืบค้นเมื่อ 7 July 2014.
  12. Australia clears Expedia's $610 million Wotif.com takeover Reuters, 1 October 2014
  13. Expedia Inc acquires Travelocity in $280 million deal Reuters, 23 January 2015
  14. Expedia Buys Orbitz For $1.6B In Cash To Square Up To Priceline
  15. http://www.cnet.com/news/expedias-1-3b-acquisition-of-rival-orbitz-wins-us-approval/
  16. "Expedia to Buy HomeAway for $3.9 Billion". The New York Times. THE ASSOCIATED PRESS. 2015-11-04.
  17. Travelscape told to pay back sales-tax revenue, by Valerie Miller, Las Vegas Business Press, 31 January 2011
  18. "Expedia, Inc. Mergers and Acquisitions". Thomson Financial. สืบค้นเมื่อ 2008-10-31.
  19. Expedia Inc acquires Travelocity in $280 million deal Reuters, 26 January 2015
  20. "Expedia Inc acquires Travelscape.com (2000/03/17)". Thomson Financial. สืบค้นเมื่อ 2008-10-28.
  21. "Expedia Inc acquires Vacationspot.com (2001/03/17)". Thomson Financial. สืบค้นเมื่อ 2008-10-28.
  22. "Expedia Inc acquires Classic Custom Vacations from Global Vacation Group Inc (2002/03/11)". Thomson Financial. สืบค้นเมื่อ 2008-10-28.
  23. "Expedia Inc acquires Metropolitan Travel Inc (2002/07/11)". Thomson Financial. สืบค้นเมื่อ 2008-10-28.
  24. "Expedia Inc acquires Newtrade Technologies Inc (2002/10/28)". Thomson Financial. สืบค้นเมื่อ 2008-10-28.
  25. "Expedia Inc acquires Activity World (2004/04/05)". Thomson Financial. สืบค้นเมื่อ 2008-10-28.
  26. "Expedia Inc acquires Egencia.com (2004/04/12)". Thomson Financial. สืบค้นเมื่อ 2008-10-28.
  27. "Expedia acquires Venere but what does it mean?Expedia acquires Venere but what does it mean?". Mediaroom.Expedia. สืบค้นเมื่อ 2008-07-17.
  28. "Expedia Inc acquires Mobiata LLC (2010/10/18)". Thomson Financial. สืบค้นเมื่อ 2011-06-06.
  29. "Egencia Completes Acquisition of Nordic Travel Management Company VIA Travel (2012/5/3)".
  30. "Expedia Completes Acquisition Of Majority Interest In trivago (2013/3/13)".
  31. "Expedia Scores $703M Deal for Australia's Wotif (2014/07/07)". FOXBusiness. สืบค้นเมื่อ 2014-07-07.
  32. "Expedia Buys Travelocity for 280 Million in Cash". Techcrunch. สืบค้นเมื่อ 2015-01-23.
  33. "Expedia begins integration of Orbitz after deal closes". Reuters.
  34. Lardinois, Frederic. "Expedia Acquires Airbnb Rival HomeAway For $3.9B". TechCrunch. สืบค้นเมื่อ 2015-11-05.
  35. "Technology Crossover Ventures acquires a minority stake in Expedia Inc from Microsoft Corp (2000/12/31)". Thomson Financial. สืบค้นเมื่อ 2008-10-28.
  36. "USA Networks Inc acquires Expedia Inc from Microsoft Corp (2002/02/05)". Thomson Financial. สืบค้นเมื่อ 2008-10-28.
  37. "USA Interactive acquires remaining interest in Expedia Inc from USA Networks Inc (2003/08/08)". Thomson Financial. สืบค้นเมื่อ 2008-10-28.
  38. "IAC/InterActiveCorp spins off Expedia Inc (2005/08/09)". Thomson Financial. สืบค้นเมื่อ 2008-10-28.
  39. "Expedia moving to downtown Bellevue", article in Seattle P-I, June 27, 2007
  40. Office of Mayor Ed Murray (April 2, 2015). "Mayor Murray announces Expedia, Inc. headquarters will move to Seattle" (Press release). Office of the Mayor of Seattle. สืบค้นเมื่อ December 5, 2015.
  41. "Expedia's new Seattle HQ will have 4,500 employees in a few years". The Seattle Times. April 2, 2015. สืบค้นเมื่อ December 5, 2015.
  42. "Expedia Announces Plans for New Headquarters in Seattle" (Press release). Expedia, Inc. April 2, 2015. สืบค้นเมื่อ December 5, 2015.
  43. Bhatt, Sanjay (August 6, 2015). "Expedia has long-term plan to vastly expand new campus". The Seattle Times. สืบค้นเมื่อ December 5, 2015.
  44. "Expedia picks BCJ to design new HQ". Seattle Daily Journal of Commerce. August 4, 2015. สืบค้นเมื่อ December 5, 2015.
  45. Demmitt, Jacob (September 23, 2015). "Expedia pushes back target date for Seattle move until 2019, will test new commuter shuttle". GeekWire. สืบค้นเมื่อ December 5, 2015.
  46. Bhatt, Sanjay (September 24, 2015). "Expedia offers incentives to reduce staff solo commutes". The Seattle Times. สืบค้นเมื่อ December 5, 2015.
  47. 47.0 47.1 "America's Most Admired Companies 2008: Industry: Internet Services, Retailing". CNN.
  48. "Expedia". Forbes.

ลิงก์ภายนอก[แก้]

แม่แบบ:Expedia, Inc. แม่แบบ:Liberty Interactive