ข้ามไปเนื้อหา

ปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร
ดำรงตำแหน่ง
3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554  20 มีนาคม พ.ศ. 2566
(11 ปี 260 วัน)
ก่อนหน้าณิรัฐกานต์ ศรีลาภ
ถัดไปสุภาพร สลับศรี
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด28 มิถุนายน พ.ศ. 2515 (54 ปี)
อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร ประเทศไทย
พรรคการเมืองเพื่อไทย (2554–2568)
พลังประชารัฐ (2568–ปัจจุบัน)
คู่สมรสศุภมาศ พันธ์สายเชื้อ

ปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ[1] (เกิด 28 มิถุนายน พ.ศ. 2515) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต 1 อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร เขตอำเภอเมืองยโสธร

ประวัติ

[แก้]

ปิยวัฒน เกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2515 เป็นบุตรนายเรืองวิทย์ นางสุริยา พันธ์สายเชื้อ สมรสกับนางศุภมาศ พันธ์สายเชื้อ มีบุตร 2 คน

สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนยโสธรพิทยาคม และระดับศาสนศาสตร์บัณฑิต สาขารัฐศาสตร์การปกครอง จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

งานการเมือง

[แก้]

อดีตเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด เขตอำเภอเมืองยโสธร พ.ศ. 2554 ลาออกมาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี พ.ศ. 2554 สังกัดพรรคเพื่อไทย และได้รับการเลือกตั้งเป็นครั้งแรก โดยเอาชนะณิรัฐกานต์ ศรีลาภ อดีต สส. จากพรรคประชาธิปัตย์ ต่อมาในปี 2568 ได้ย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ[2]

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

[แก้]

ปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 2 สมัย คือ

  1. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2554 จังหวัดยโสธร สังกัดพรรคเพื่อไทย
  2. การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 จังหวัดยโสธร สังกัดพรรคเพื่อไทย

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. สนามเมืองบั้งไฟเขต 1 สูสี อดีตส.อบจ. "โอเล่" พท. "หายใจรดต้นคอ" "บ๊อบบี้" แชมป์เก่า "เด็กปชป."
  2. https://mgronline.com/politics/detail/9680000066508
  3. ราชกิจจานุเบกษา, พระบรมราชโองการ ประกาศ เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นสายสะพาย ประจำปี ๒๕๖๖, เล่ม ๑๔๐ ตอนพิเศษ ๔ ข หน้า ๓, ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๖
  4. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือกและเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ประจำปี ๒๕๖๓, เล่ม ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๑ ข หน้า ๘, ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]