พาร์กาลึ อีบราฮิม พาชา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ปาร์กาลิ อิบราฮิม ปาชา)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
พาร์กาลึ อีบราฮิม พาชา
Pargalı İbrahim Pasha
มหาเสนาบดีแห่งจักรวรรดิออตโตมัน
Pargalı İbrahim Paşa.jpg

ชาติ ออตโตมัน
อาชีพ นักการเมืองและนักการทหาร
ข้อมูลส่วนตัว
เกิด ค.ศ. 1493
ปาร์กา สาธารณรัฐเวนิส
เสียชีวิต 15 มีนาคม ค.ศ. 1536 (ราว 43 ปี)
คอนสแตนติโนเปิล จักรวรรดิออตโตมัน
คู่สมรส มูฮ์ซีแน ฮาตุน[1]
นักการเมือง / ทหาร

พาร์กาลึ อีบราฮิม พาชา (ตุรกี: Pargalı İbrahim Pasha "อีบราฮิม พาชาแห่งปาร์กา"; ค.ศ. 1493 – 15 มีนาคม ค.ศ. 1536) หรืออาจรู้จักในนาม เฟรงก์ อีบราฮิม พาชา (Frenk İbrahim Pasha "ชาวตะวันตก") หรือ มักบุล อีบราฮิม พาชา (Makbul İbrahim Paşa "ผู้เป็นที่โปรดปราน") ภายหลังเรียกว่า มักตุล อีบราฮิม พาชา (Maktul İbrahim Paşa "ผู้ถูกประหาร") เป็นมหาเสนาบดีแห่งจักรวรรดิออตโตมันคนแรกในรัชกาลสุลต่านสุลัยมานผู้เกรียงไกร

เบื้องต้นเขาเป็นชาวกรีกที่นับถือศาสนาคริสต์จากเมืองปาร์กาแถบอีไพรัส (ปัจจุบันคือประเทศกรีซ) ซึ่งขณะนั้นที่นั่นยังเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐเวนิส[2][3][4][5][6][7]

พาร์กาลึ อีบราฮิม พาชาเป็นมหาเสนาบดี (Grand Vizier) คนแรกที่ได้รับการแต่งตั้งโดยสุลต่านสุลัยมานแห่งจักรวรรดิออตโตมัน ในปี ค.ศ. 1523 พาร์กาลึรับตำแหน่งต่อจากพีรี เมห์เมด พาชา (Piri Mehmed Pasha) ผู้ได้รับการแต่งตั้งโดยพระราชบิดาของสุลต่านสุลัยมานสุลต่านเซลิมที่ 1 และดำรงตำแหน่งอยู่ 13 ปี ปาร์กาลิเป็นผู้ที่มีความใกล้ชิดกับสุลต่านสุลัยมานเป็นอันมากและเป็นผู้ที่มีอำนาจเท่าเทียมกับอัครเสนาบดีคนอื่นอีกเพียงคนสองคนในจักรวรรดิ แต่ในปี ค.ศ. 1536 ปาร์กาลิก็โดนใส่ร้ายป้ายสี และในที่สุดก็ถูกสังหารโดยสุลต่านทั้งที่เคยให้คำมั่นสัญญาไว้ก่อนหน้านั้นว่าจะไม่ยอมให้ถูกทำร้ายถึงแก่ชีวิตไม่ว่าจะด้วยกรณีใด ๆ ทั้งสิ้น[8]

อ้างอิง[แก้]

  1. Turan, Ebru (2009). "The Marriage of Ibrahim Pasha (ca. 1495-1536): The Rise of Sultan Süleyman's Favorite to the Grand Vizierate and the Politics of the Elites in the Early Sixteenth-Century Ottoman Empire". Turcica. 41: 3–36.
    • Şahin, Kaya (2013). Empire and Power in the reign of Süleyman: Narrating the Sixteenth-Century Ottoman World. Cambridge University Press. p. 51. ISBN 978-1-107-03442-6.
    • Peirce, Leslie (2017). Empress of the East: How a European Slave Girl Became Queen of the Ottoman Empire. Basic Books. p. 157. มูฮ์ซีแน หลานสาวของท่านรัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ ขณะนี้ได้รับการยอมรับแล้วว่าเป็นภรรยาของอีบราฮิม (Muhsine, granddaughter of an illustrious statesman, is now largely accepted as Ibrahim's wife.)
  2. Margaret Rich Greer, Walter Mignolo, Maureen Quilligan. Rereading the Black Legend: the discourses of religious and racial difference in the Renaissance empires., University of Chicago Press, 2007. ISBN 978-0-226-30722-0, p. 41: "Ibrahim Pasha, his intimate and grand vezir, a Greek from Parga in Epirus"
  3. Willem Frederik Bakker.Studia Byzantina et Neohellenica Neerlandica. BRILL, 1972. ISBN 978-90-04-03552-2 ,p. 312
  4. Roger Bigelow Merriman.Suleiman the Magnificent 1520-1566. READ BOOKS, 2008. ISBN 978-1-4437-3145-4, p. 76
  5. Walter G. Andrews, Najaat Black, Mehmet Kalpaklı.Ottoman lyric poetry: an anthology. University of Washington Press, 2006. ISBN 978-0-295-98595-4, p. 230.
  6. Machiel Kiel. on the Ottoman architecture of the Balkans. Variorum, 1990. ISBN 9780860782766, p. 416.
  7. Ostle, Robin (2008-10-14). [books.google.com/books?id=t_khAQAAIAAJ Sensibilities of the Islamic Mediterranean: self-expression in a Muslim culture from post-classical times to the present day] Check |url= value (help). I.B. Tauris. p. 75. ISBN 978-1-84511-650-7. สืบค้นเมื่อ 11 December 2011.
  8. Clot, André (1992). Suleiman the Magnificent : The Man, His Life, His Epoch. London: Saqi Books. ISBN 978-0-86356-126-9, p. 49

ดูเพิ่ม[แก้]