บริษัทอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ บริษัทอินเดียตะวันออก (แก้ความกำกวม)
บริษัทอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์
ประเภท บริษัทมหาชน
ผลลัพธ์ ล้มเลิก
ก่อตั้ง 20 มีนาคม มีนาคม ค.ศ. 1602 (1602-03-20)[1]
ปิดกิจการเมื่อ 31 ธันวาคม ธันวาคม ค.ศ. 1799 (1799-12-31)
อุตสาหกรรม การค้า
อู่ต่อเรือบริษัทอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ค.ศ. 1726 วาดโดยโจเซฟ มัลเดอร์
พันธบัตรออกโดยบริษัทอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ในวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2165 จำนวน 2,400 ฟลอริน
อาณานิคมของเนเธอร์แลนด์ บริเวณสีเขียวอ่อนคือดินแดนในปกครองของบริษัทอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์

สหบริษัทอินเดียตะวันออก (ดัตช์: Vereenigde Oostindische Compagnie) หรือที่ชาวอังกฤษเรียกว่า บริษัทอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ (อังกฤษ: Dutch East India Company) มีชื่อย่อว่า เฟโอเซ (ดัตช์: VOC) ได้รับก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1602 โดยในช่วงแรกรัฐสภาเนเธอร์แลนด์มอบสิทธิ์ขาดในการค้าเครื่องเทศแก่บริษัทเป็นเวลา 21 ปี บ่อยครั้งบริษัทนี้ได้รับการพิจารณาว่าเป็นบริษัทข้ามชาติบริษัทแรกในโลก[2] และเป็นบริษัทแรกที่ออกหุ้น[3]

สหบริษัทอินเดียตะวันออกเป็นบริษัทที่มีอำนาจสูงเกือบเทียบเท่ารัฐบาล โดยมีความสามารถที่จะเข้าร่วมสงคราม สั่งจำคุกและประหารชีวิตนักโทษ[4] เจรจาสนธิสัญญา ผลิตเหรียญกระษาปณ์เป็นของตนเอง และจัดตั้งอาณานิคม[5]

ประวัติ[แก้]

บริษัทอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ถือกำเนิดขึ้นด้วยการร่วมทุนของพ่อค้าและนายธนาคารดัตช์ที่ไม่พอใจกับการผูกขาดการค้าเครื่องเทศของโปรตุเกสซึ่งครอบครองเส้นทางการเดินเรือสู่เอเชียและผลผลิตเครื่องเทศอยู่ในขณะนั้น บริษัทฯ อยู่ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการใหญ่ 17 คน ได้รับอนุญาตจากรัฐบาลดัตช์ให้มีอำนาจผูกขาดการค้าเครื่องเทศในตะวันออก รวมถึงให้สามารถยึดครองดินแดนโพ้นทะเลที่ใดก็ได้ตามที่บริษัทฯ เห็นชอบ

ภูมิหลัง[แก้]

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่: การค้าเครื่องเทศ

หลังก่อตั้งบริษัทฯ ได้ไม่นาน กองเรือของบริษัทฯ ก็สามารถกำจัดเรือโปรตุเกสและยึดดินแดนเมืองท่าที่โปรตุเกสครอบครองอยู่ในเอเชีย ตั้งแต่ศรีลังกาไปจนถึงมะละกา จากนั้นใน พ.ศ. 2162 ได้ตั้งสำนักงานใหญ่ในเอเชียตะวันออกที่เมืองจาการ์ตา ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ปัตตาเวีย" หรือ "บาตาวียา" (Batavia) ตามชื่อภูมิภาคและชนเผ่าโบราณในเนเธอร์แลนด์ โปรตุเกสยังต้องสูญเสียหมู่เกาะเครื่องเทศหรือโมลุกกะแก่เนเธอร์แลนด์ด้วย ทำให้ผลผลิตเครื่องเทศสำคัญ เช่น พริกไทย กระวาน กานพลู จันทน์เทศ อยู่ภายใต้การผูกขาดของเนเธอร์แลนด์ในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 17 นอกจากนั้นบริษัทฯ ยังมีบทบาทในการจัดซื้อสินค้าและผลผลิตจากอาณาจักรต่าง ๆ เช่น ปัตตานี กัมพูชา อยุธยาหรือสยาม เวียดนาม จีน และญี่ปุ่น หลายครั้งได้ใช้ระบบการแลกเปลี่ยนสินค้าที่อาณาจักรเหล่านั้นต้องการ เช่น ปืนใหญ่ ปืนไฟแบบตะวันตก แลกกับผลผลิตพื้นเมือง

ในช่วง 50 ปีแรก บริษัทฯ มีเรือในเอเชียทั้งสิ้น 40 ลำ ลูกเรือ 5,000 คน จากนั้นตั้งแต่ราว พ.ศ. 2183 เป็นต้นไป เรือได้เพิ่มขึ้นเป็นถึง 150 ลำ เจ้าหน้าที่ลูกเรือรวมกว่า 15,000 คน[6]

การขยายตัวของบริษัท[แก้]

บริษัทฯ ยังคงมีความสำคัญทางการค้าเป็นเวลาเกือบสองศตวรรษ โดยจ่ายส่วนแบ่งประจำปีร้อยละ 18 เป็นเวลาเกือบ 200 ปี จนกระทั่งเกิดการล้มละลายและล้มเลิกกิจการอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2343[7] ทรัพย์สินต่าง ๆ และหนี้ของบริษัทได้ถูกครอบครองแทนโดยรัฐบาลของสาธารณรัฐบาเทเวีย ส่วนดินแดนในครอบครองของบริษัทฯ ได้กลายเป็นหมู่เกาะอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์และแผ่ขยายออกไปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 เพื่อรวมหมู่เกาะอินโดนีเซียทั้งหมดเข้าด้วยกัน และคริสต์ศตวรรษที่ 20 จึงเกิดเป็นประเทศอินโดนีเซีย

โครงสร้างบริษัท[แก้]

เรือเดินสมุทรสำคัญ[แก้]

เรือที่มีเครื่องหมาย (ร) กำกับคือเรือที่มีการสร้างรูปถอดแบบไว้
บาตาวียา ค.ศ. 1620–1629
เสากระโดงเรือและเสาแกฟบนเรืออัมสเตอร์ดัม ปล่อยเรือลงทะเล ค.ศ. 1748 และจมลงในปี ค.ศ. 1749
เรือ อัมสเตอร์ดัม ที่ได้รับการสร้างใหม่ จอดถาวรที่ท่าจอดเรือของพิพิธภัณฑสถานพาณิชยนาวีแห่งชาติ กรุงอัมสเตอร์ดัม
แบบจำลองเรือรบลำหนึ่งของบริษัทฯ

ดูเพิ่ม[แก้]

นิคมชาวดัตช์และชาวยุโรปชาติอื่น ๆ ในอินเดีย

บริษัทการค้าบริษัทอื่น ๆ ในยุคการเดินเรือ

ผู้ว่าราชการบริษัทอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์

อ้างอิง[แก้]

  1. "The Dutch East India Company (VOC)". Canon van Nederland. สืบค้นเมื่อ 19 March 2011. 
  2. http://www.kb.nl/themas/geschiedenis-en-cultuur/koloniaal-verleden/voc-1602-1799 VOC at the National Library of the Netherlands (in Dutch)
  3. Mondo Visione web site: Chambers, Clem. "Who needs stock exchanges?" Exchanges Handbook. – retrieved 21 August 2011.
  4. "Slave Ship Mutiny: Program Transcript". Secrets of the Dead. PBS. 11 November 2010. สืบค้นเมื่อ 12 November 2010. 
  5. Ames, Glenn J. (2008). The Globe Encompassed: The Age of European Discovery, 1500–1700. pp. 102–103. 
  6. http://www.colonialvoyage.com/eng/voc/index.html
  7. Ricklefs, M.C. (1991). A History of Modern Indonesia Since c.1300, 2nd Edition. London: MacMillan. pp. p.110. ISBN 0-333-57689-6. 
  8. Worden, N. van Heyningen, E. and Bickford-Smith, S.: Cape Town: The making of a City Cape Town: David Philip Publishers. ISBN 978-0-86486-435-2
  9. http://www.vocsite.nl/schepen/detail.html?id=11610

หนังสืออ่านเพิ่ม[แก้]

  • Ames, Glenn J. The Globe Encompassed: The Age of European Discovery, 1500–1700. Pearson Prentice Hall, 2008.
  • Blussé, L. et al., eds. The Deshima [sic] Dagregisters: Their Original Tables of Content. Leiden, 1995–2001.
  • Blussé, L. et al., eds. The Deshima Diaries Marginalia 1740–1800. Tokyo, 2004.
  • Boxer, Charles Ralph. Jan Compagnie in War and Peace, 1602-1799: A Short History of the Dutch East-India Company (Heinemann Asia, 1979)
  • Boxer, Charles R. Jan Compagnie in Japan, 1600–1850: An Essay on the Cultural Artistic and Scientific Influence Exercised by the Hollanders in Japan from the Seventeenth to the Nineteenth Centuries. Den Haag, 1950.
  • Boxer, Charles R. The Dutch Seaborne Empire: 1600–1800 (London, 1965.)
  • Braam Houckgeest, Andre Everard Van (1798), An authentic account of the embassy of the Dutch East-India Company, to the court of the emperor of China, in the years 1794 and 1795, London: R. Phillips, OCLC 002094734  v.2
  • Bruijn, J.R., Femme Gaastra, and I. Schöffer, eds., Dutch-Asiatic shipping in the 17th and 18th centuries. Rijks geschiedkundige publicatiën. Grote serie, vol. 165-167. (The Hague: Nijhoff, 1979, 1987).
  • Burger, M. "The Forgotten Gold? The Importance of the Dutch opium trade in the Seventeenth Century", in Eidos. University College Utrecht Academic Magazine. (2003), Issue 2/2003 Utrecht University
  • Chaudhuri, K.N., and Israel, J.I. "The English and Dutch East India Companies and the Glorious Revolution of 1688-9", in Jonathan I. Israel, ed. The Anglo-Dutch moment. Essays on the Glorious Revolution and its world impact (Cambridge U.P. 1991), ISBN 0-521-39075-3, pp. 407–438
  • De Lange, William. Pars Japonica: the first Dutch expedition to reach the shores of Japan, (Floating World Editions 2006) . ISBN 1-891640-23-2
  • Furber, Holden, Rival Empires of Trade in the Orient 1600–1800. Minneapolis, 1976
  • Gelderblom, Oscar, and Joost Jonker. "Completing a financial revolution: The finance of the Dutch East India trade and the rise of the Amsterdam capital market, 1595–1612." Journal of Economic History 64.03 (2004): 641-672. online
  • Glamann, Kristof., Dutch-Asiatic Trade 1620–1740. (The Hague, 1958)
  • Irwin, Douglas A. "Mercantilism as strategic trade policy: the Anglo-Dutch rivalry for the East India trade." Journal of Political Economy (1991): 1296-1314. in JSTOR
  • Israel, Jonathan I., Dutch Primacy in World Trade 1585–1740. (Oxford, 1989)
  • Prakash, Om. The Dutch East India Company and the Economy of Bengal1630-1720 (Princeton University Press, 1985)
  • Steengaard, Niels. The Dutch East India Company as an Institutional Innovation (1982)
  • Taylor, Jean Gelman. The Social World of Batavia: Europeans and Eurasians in Colonial Indonesia (University of Wisconsin Press, 2nd ed. 2009)
  • Theal, George McCall. History of South Africa Under the Administration of the Dutch East India Company 1652 to 1795 Vol. 2. (1897) online.
  • Vries, Jan de, and A. van der Woude. The First Modern Economy. Success, Failure, and Perseverance of the Dutch Economy, 1500–1815, (Cambridge University Press, 1997), ISBN 978-0-521-57825-7
  • Wills, John Elliot. Pepper, Guns, and Parleys: The Dutch East India Company and China, 1662-1681 (Harvard University Press, 1974)

แหล่งข้อมูลสำคัญในภาษาดัตช์[แก้]

  • Femme Gaastra, The Dutch East India Company: expansion and decline. Zutphen: Walburg Pers, 2003.
  • Femme Gaastra, Particuliere geldstromen binnen het VOC-bedrijf 1640–1795. Leiden: Rijksmuseum Het Koninklijk Penningkabinet, 2002.
  • On the eighteenth century as a category of Asian history: Van Leur in retrospect, edited by Leonard Blussé and Femme Gaastra. Aldershot: Ashgate, 1998.
  • Ships, sailors and spices: East India companies and their shipping in the 16th, 17th and 18th centuries, ed. by Jaap R. Bruijn and Femme Gaastra. Amsterdam: NEHA, 1993.
  • De archieven van de Verenigde Oostindische Compagnie = The archives of the Dutch East India Company: (1602–1795), M.A.P. Meilink-Roelofsz (inventaris); R. Raben en H. Spijkerman. eds. 's-Gravenhage: Sdu Uitgeverij, 1992.
  • Dutch-Asiatic shipping in the 17th and 18th centuries, by J. R. Bruijn, Femme Gaastra and I. Schöffer; with assist. from A.C.J. Vermeulen. Three Volumes. Rijks geschiedkundige publicatiën, Grote serie, 165-167. The Hague: Nijhoff, 1979–1987.
  • Companies and trade: essays on overseas trading companies during the Ancien Régime, by P. H. Boulle et al.; ed. by Leonard Blussé and Femme Gaastra. The Hague: Leiden University Press, 1981.
  • Bewind en Belied bij de VOC: De financiële politik van de bewindhebbers, 1672–1702 by Femme Gaastra. Zutphen: De Walburg Pers, 1968.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]