นิสสัน คิกส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นิสสัน คิกส์
Nissan Kicks 01 China 2018-03-20.jpg
ภาพรวม
บริษัทผู้ผลิตนิสสัน
รุ่นปี2559–ปัจจุบัน
แหล่งผลิต
ตัวถังและช่วงล่าง
ประเภทรถยนต์นั่งขนาดเล็กมาก ครอสโอเวอร์ เอสยูวี
รูปแบบตัวถังรถยนต์อเนกประสงค์สมรรถนะสูงขนาดเล็กมาก 5 ประตู
โครงสร้างเครื่องวางหน้า, ขับเคลื่อนล้อหน้า
แพลตฟอร์มNissan V-platform
รุ่นที่คล้ายกันนิสสัน จู๊ค
ระบบส่งกำลัง
เครื่องยนต์
  • 1.6 L HR16DE (บราซิล, เบนซิน)
  • 1.5 L HR15 (จีน, เบนซิน)
  • 1.5 L H4K 106 แรงม้า (อินเดีย, เบนซิน)
  • 1.2 L HR12DE e-POWER Hybrid 79 แรงม้า (ไทย, ไฮบริดเบนซิน)
  • 1.5 L K9K 110 แรงม้า (อินเดีย, ดีเซล)
มอเตอร์ไฟฟ้าEM57 High Power AC synchronous 129 แรงม้า (Kicks e-Power)
ระบบเกียร์อัตโนมัติ X-Tronic CVT
อัตโนมัติ CVT
ธรรมดา 5 จังหวะ
ธรรมดา 6 จังหวะ
อัตโนมัติ Single Speed Gear Reduction (Kicks e-Power)
ระบบขับเคลื่อนรถไฮบริดไฮบริดแบบอนุกรม (Kicks e-Power)
แบตเตอรี่1.57 kWh 4 Modules lithium-ion (e-Power)
มิติ
ระยะฐานล้อ2,610 มม. (103.2 นิ้ว)
ความยาว4,295 มม. (169.1 นิ้ว)
ความกว้าง1,760 มม. ( 69.3 นิ้ว)
ความสูง1,590 มม. ( 62.6 นิ้ว)
น้ำหนักบราซิล: 1,109 กก.-1,136 กก.
จีน: 1,122 กก.-1,164 กก.
ระยะเหตุการณ์
รุ่นก่อนหน้า

นิสสัน คิกส์ เป็นรถยนต์ครอสโอเวอร์ผลิตโดยนิสสันตั้งแต่ปี 2559 รถรุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศบราซิลระหว่างงานฤดูร้อนปี 2559 เพื่อโปรโมทการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 2016 ซึ่งนิสสันนั้นเป็นผู้สนับสนุนหลัก[1] ได้เริ่มขายจริงเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2559 และต่อมาในปลายปีก็ได้เริ่มเปิดตัวในกลุ่มประเทศละตินอเมริกา และจะจำหน่ายต่ออีกมากกว่า 80 ประเทศ ในต้นปี พ.ศ. 2560 นิสสัน คิกส์ได้ทำตลาดแทนนิสสัน จู๊ค ในประเทศอเมริกาเหนือ[2][3] รวมถึงในประเทศไทย

สเปคในประเทศไทย (Nissan Kicks e-POWER)[แก้]

Nissan Kicks e-Power เปิดตัวในวันที่ 15 พ.ค. 2563 นี้ ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 889,000 บาท แต่กว่าจะเริ่มวางขายจริงในประเทศไทย ต้องใช้เวลา ถึงเดือนกรกฎาคม ราคาเปิดตัวในบางรุ่นเป็นราคาแนะนำเท่านั้น และจะมีการปรับขึ้นในภายหลัง[4] ในระยะแรกราคาดังกล่าว ยืนราคามาถึง วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 แต่เนื่องจากลูกค้าชาวไทยไม่ค่อยให้ความนิยม จึงมีการยืดราคาแนะนำต่อมาจนถึง วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2564 [5]

ประเทศไทย เป็นประเทศแรกในโลกที่ Nissan Kicks e-Power เปิดตัว เนื่องจากไทยเป็นฐานการผลิต เพื่อการส่งออกสำคัญของนิสสัน ตัวรถแนะนำด้วยทรวดทรงใหม่ทันสมัย กระจังหน้า V-Motion รุ่นใหม่ ให้ความสปอร์ตทั้งทางด้านหน้าและหลัง มีขนาดใกล้เคียงกับ อดีต Nissan Juke ที่เคยทำตลาดในไทย เน้นเป็นอเนกประสงค์ที่เหมาะใช้งานในเมือง และขับขี่ได้เมื่อต้องการเดินทางไกล

ภายในห้องโดยสารให้ความทันสมัย ด้วยการตกแต่ง 2 สี คือ สีดำ และ ทูโทน ดำ-ส้ม (เฉพาะรุ่น VL) มาพร้อมภายในที่เน้นให้ความทันสมัย ติดตั้งเบรกมือไฟฟ้า พร้อมปุ่มช่วยเบรกอัตโนมัติ (Brake Hold) ให้หน้าจอเครื่องเสียงขนาด 8 นิ้ว

สมรรถนะการขับขี่[แก้]

ขุมพลัง e-Power ที่แนะนำเข้ามาใน รถรุ่นนี้ เป็น e-Power เจนเนอร์เรชั่นใหม่ แต่ยังคงใช้เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 3 สูบ ในการปั่นไฟฟ้าไปยังแบตเตอร์รี่เท่านั้น มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนรถในทุกช่วงความเร็ว

  • เครื่องยนต์ ให้กำลังสูง 79 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 103 นิวตันเมตร สูงสุดที่ 3,600-5,200 รอบต่อนาที
  • มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า ที่ 4,000-8,992 รอบต่อนาที ทำแรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร ที่ 500-3,005 รอบต่อนาที

จากการทดสอบขับขี่บนถนนจริง ของ Ridebuster.com [6] มีการเปิดเผยข้อมูล ต่างที่น่าสนใจ ได้แก่

  • อัตราประหยัดขับขี่ในเมือง 16.76 ก.ม./ลิตร
  • อัตราประหยัดขับขี่นอกเมือง 17.36 ก.ม./ลิตร
  • อัตราเร่ง 0-100 ก.ม./ช.ม. ใน 9.0 วินาที
  • อัตราเร่ง 80-120 ก.ม./ช.ม. ใน 6.0 วินาที
  • ความร็วสูงสุด 162 ก.ม./ช.ม.

ความปลอดภัย[แก้]

Nissan Kicks e-Power เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่ได้รับการเพิ่มระบบความปลอดภัยมาให้มากมาย จนในการทดสอบ Asean NCAP รถรุ่นนี้ได้รับการประเมินความปลอดภัยในระดับ 5 ดาว [7][8]

Nissan e-POWER คว้ารางวัลเทคโนโลยียอดเยี่ยมแห่งปี[แก้]

เทคโนโลยีอี-เพาเวอร์ (e-POWER) เอกสิทธิ์เฉพาะของ Nissan (นิสสัน) ใน Kicks (คิคส์) ใหม่ ได้รับรางวัลเทคโนโลยียอดเยี่ยมแห่งปีในประเทศญี่ปุ่น จากการคัดเลือกของสมาคมนักวิจัยและนักข่าวด้านยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Automotive Researchers' and Journalists' Conference of Japan: RJC) ประจำปี 2021 เทคโนโลยีอี-เพาเวอร์ให้ประสบกาณ์ของการขับขี่เหมือนรถยนต์ไฟฟ้า 100 % แต่ไม่ต้องชาร์จไฟฟ้าจากภายนอก

Nissan Kicks e-POWER รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ผลิตและเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย เพื่อตลาดในประเทศ และส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย Nissan Kicks e-POWER เป็น 1 ใน 6 รถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีโดย RJC และเป็นหนึ่งในรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีจากการคัดเลือกโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (TAJA) อีกทั้งยังคว้ารางวัลผู้จำหน่ายรถยนต์นวัตกรรมและเทคโนโลยีโดดเด่นประจำปี 2563 จาก TAJA อีกด้วย

ราเมช นาราสิมัน ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การคว้ารางวัลเทคโนโลยีแห่งปีจาก RJC ในประเทศญี่ปุ่น พิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีอี-เพาเวอร์ สามารถให้อัตราเร่ง และแรงบิดที่ดีกว่าเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ในขณะที่ระบบทำงานได้เงียบกว่า และมีค่าบำรุงรักษาในระยะยาวที่ต่ำกว่า ผู้ขับขี่มั่นใจที่จะเดินทางไปไหนก็ได้เพราะไม่ต้องชาร์จไฟฟ้าจากภายนอก การเป็น 1 ใน 6 ของรถยนต์แห่งปี เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ารถยนต์ของเราดีอย่างไร และทำไมถึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น ที่สำคัญ คือ รถยนต์รุ่นนี้ผลิตในประเทศไทย และการคว้ารางวัลในประเทศญี่ปุ่นชี้ให้เห็นถึงคุณภาพการผลิตที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกของ Nissan

จุดเด่นที่ทำให้เทคโนโลยีอี-เพาเวอร์ ใน Nissan Kicks ได้รับรางวัล มาจากอัตราเร่งอันทรงพลังที่ตอบสนองการขับขี่เป็นเลิศ ตลอดจนความเงียบซึ่งเกิดจากการลดความถี่ในการทำงานของเครื่องยนต์ที่ความเร็วต่ำ Nissan Kicks ถูกยกให้เป็นรุ่นยอดนิยมเพราะการออกแบบ กับประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยม และเพื่อเป็นการท้าพิสูจน์เทคโนโลยีอี-เพาเวอร์ Nissan ได้ขยายการรับประกันแบทเตอรีลิเธียม-ไออน เป็นระยะเวลา 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง

เทคโนโลยีอี-เพาเวอร์จาก Nissan ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100 % ในขณะที่เครื่องยนต์เบนซินทำหน้าที่เพียงชาร์จไฟฟ้าให้แบทเตอรีกำลังสูงของรถ ซึ่งเครื่องจะทำงานในช่วงที่เหมาะสมกับการขับขี่ในขณะนั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความประหยัดน้ำมัน

Nissan Kicks e-POWER ได้รับการประเมินระดับความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาว จาก ASEAN NCAP ซึ่งเป็นโครงการการประเมินรถยนต์ใหม่สำหรับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Nissan ในการให้ความสำคัญกับความปลอดภัย

การปรับปรุง ใน พ.ศ. 2564 (MY2021)

หลังจากขายมา 6 เดือนเต็ม นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ได้เร่งปรับปรุง Nissan Kicks e-Power ให้สนองกับความต้องการลูกค้าชาวไทย ที่มีการวิจารณ์ ในเรื่องรายละเอียดในห้องโดยสารที่น่าจะทันสมัย รวมถึง ตัวเลือกสีส่งออก ทางนิสสัน จึง แนะนำ [9]

  • เปิดตัว Nissan Kicks e-Power 2 สีใหม่ล่าสุด สีเหลือง Sunlight Yellow และ สีน้ำเงิน Night Blue เฉพาะในรุ่น V และ VL
  • เพิ่ม Stylish Package ติดตั้งไฟ แอมเบี้ยนท์ไลท์ และ เพิ่มความหรูหราให้ห้องโดยสาร

การปรับปรุงเพิ่มเติมนี้ ทางนิสสัน ไม่ได้เพิ่มราคาขาย และยังขายในราคาแนะนำเหมือนเดิม

การปรับปรุง ใน พ.ศ. 2565 (MY2022)

ล่าสุด Nissan Motors (ประเทศไทย) เตรียมอัพเดทความสดใหม่ให้กับ Kicks e-POWER ด้วยรุ่นปรับอุปกรณ์ประจำปี 2022 (MY 2022) ซึ่งหลักใหญ่ใจความอยู่ที่การปรับปรุงรายละเอียดทางด้านระบบขับเคลื่อน e-POWER ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขุมพลังของ Nissan Kicks e-POWER (MY 2022) จะมีการปรับชุดมอเตอร์ไฟฟ้า และ Inverter ให้มีขนาดเล็กลง และน้ำหนักเบาขึ้น ในแง่ของการสะสมความร้อนอาจด้อยลงเล็กน้อย แต่ชดเชยด้วยการเพิ่มอุณหภูมิ Safe Mode (ไฟเต่าติดยากขึ้น) ขยายความจุแบตเตอรี่จาก 1.57 kwh เป็น 2.06 kWh (เพิ่มขึ้น 31%) นอกจากนี้ มอเตอร์ไฟฟ้ายังมีกำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นจาก 129 เป็น 136 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นจาก 260 เป็น 280 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่งได้เร็วขึ้น และทำความเร็วสูงสุด Top Speed ได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

เมื่อเทียบกับคู่แข่งใน Segment เดียวกัน พบว่า Nissan Kicks จะดูตัวเล็กกว่าเพื่อน รวมไปถึงวัสดุภายในห้องโดยสาร ค่อนข้างเป็นโดนติจากลูกค้าว่าไม่สมราคา เพราะเหมือนๆกับ Nissan Almera ที่ราคา และ Segment ต่ำกว่า รวมไปถึงการสื่อสารเทคโนโลยี e-POWER ที่ยังไม่สามารถทำให้ลูกค้าเข้าใจจุดเด่นได้มากนัก

ทำให้ยอดขายไม่เป็นอย่างที่คาดหวังเท่าไหร่ ล่าสุด Nissan ประเทศไทย เตรียมเปิดตัว Kicks e-POWER Minorchange อย่างเป็นทางการช่วงเดือน กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ โดยเลื่อนจากช่วงพฤษภาคม เนื่องจากปัญหาชิปขาดแคลน

ความเปลี่ยนแปลงของ Nissan Kicks Minorchange เวอร์ชั่นไทย ที่สำคัญ มีดังนี้

  • เพิ่ม พละกำลัง มอเตอร์ไฟฟ้า จาก 129 เป็น 136 แรงม้า, แรงบิด มอเตอร์ไฟฟ้า จาก 260 เป็น 280 นิวตันเมตร, ความจุแบตเตอรี่ จาก 1.57 เป็น 2.06 kWh
  • เปลี่ยน ไฟท้าย ดีไซน์ใหม่ พร้อม Light Guiding แบบยาว และ แผงข้างประตู พร้อมที่วางแขน ดีไซน์ใหม่
  • เพิ่ม ไฟแสดงสถานะไฟเบรก บนมาตรวัด, ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร Ambient & Welcome Light, เครื่องเสียงรองรับ Android Auto, ระบบไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist, ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning และ ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย) เป็นมาตรฐานทุกรุ่นย่อย
  • ปรับรุ่นย่อยใหม่ จากเดิม S / E / V / VL เป็น
    • Kicks E
    • Kicks V
    • Kicks VL
    • Kicks AUTECH (ชุดแต่งรอบคัน)
  • ปรับราคาให้รุ่นเริ่มต้น Kicks E 7xx,000 บาท / รุ่น Top Kicks AUTECH 9xx,000 บาท (จากเดิมราคา 899,000 – 1,099,000 บาท)

นอกจากนี้ Nissan ประเทศไทย ปรับเปลี่ยนชุดแต่งจากเดิม Sportech / NISMO ให้เป็น AUTECH เหมือนในประเทศญี่ปุ่น และ Kicks e-POWER Minorchange เวอร์ชั่นไทย จะได้ชุดไฟท้ายแบบยาวเหมือนในเวอร์ชั่นประเทศจีนอีกด้วย

จุดสำคัญนอกเหนือจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ปรับแต่งแล้ว ยังมีการปรับสเป็คระบบขับเคลื่อน เพิ่มพละกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า ทั้งแรงม้า และ แรงบิด รวมถึงความจุแบตเตอรี่ รวมถึงภายในห้องโดยสาร จะได้คันเกียร์ไฟฟ้าแบบใหม่ Electronic e-Shifter เหมือนใน Nissan Ariya รถยนต์ไฟฟ้า100%

อ้างอิง[แก้]

  1. "New Nissan Kicks crossover revealed but no word on UK launch". สืบค้นเมื่อ 2016-07-28.
  2. Stocksdale, Joel (2014-11-30). "Nissan Kicks is a terrible Juke replacement". Autoblog. สืบค้นเมื่อ 2017-12-01.
  3. George, Patrick (2014-11-29). "The 2018 Nissan Kicks The Juke Into The Grave As Boring Rules The Day". Jalopnik. สืบค้นเมื่อ 2017-12-01.
  4. Ridebuster (2020-07-31). "นิสสัน เริ่มส่งมอบ Nissan kicks e-power ให้ลูกค้าชาวไทย". Ridebuster.com.
  5. Ridebuster (2021-01-27). "ราคา แนะนำ Nissan kicks e-Power ขยายช่วง ถึง 31 มี.ค. 64". Ridebuster.com.
  6. Ridebuster (2020-08-20). "รีวิว Nissan Kicks e-Power สนุกสุดเหวี่ยงประหยัดได้ใจ". Ridebuster.com.
  7. "NISSAN KICKS". Aseancap (ภาษาอังกฤษ). 2020-10-30.
  8. ชูบรรจง, ณัฐยศ (2020-11-04). "Nissan kicks e-power คว้า 5 ดาว ทดสอบ Asean N Cap". Ridebuster.com.
  9. ชูบรรจง, ณัฐยศ (2020-12-01). "Nissan kicks e-Power เพิ่ม 2 สีใหม่ เหลือง -น้ำเงิน ไม่เพิ่มราคา". Ridebuster.com.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ นิสสัน คิกส์