ธิดาวานร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ธิดาวานร (Jungle Girls) เป็นละครโทรทัศน์ ผลิตโดยดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น บทประพันธ์และบทโทรทัศน์โดยวรพันธ์ รวี ออกอากาศทางช่อง 7 สี มีจำนวนทั้งหมด 3 ภาคด้วยกัน[1]

ธิดาวานร
ประเภทละครโทรทัศน์
สร้างโดยบริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
เขียนโดยบทประพันธ์ :
วรพันธ์ รวี
บทโทรทัศน์ :
วรพันธ์ รวี
กำกับโดยสยม สังวริบุตร
แสดงนำวงศกร ปรมัตถากร
อาเมเรีย จาคอป
อติมา ธนเสนีวัฒน์
ปิยะ วิมุกตายน
(2551)
วงศกร ปรมัตถากร
อาเมเรีย จาคอป
เขตต์ ฐานทัพ
อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์
อติมา ธนเสนีวัฒน์
ปิยะ วิมุกตายน
ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์
นวพล ภูวดล
ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม
(2552)
วงศกร ปรมัตถากร
อาเมเรีย จาคอป
เขตต์ ฐานทัพ
อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์
อติมา ธนเสนีวัฒน์
ปิยะ วิมุกตายน
ณัฏฐ์ ทิวไผ่งาม
(2554)
จุติ จำเริญเกตุประทีป
ชรินพร เงินเจริญ
กรกฎ ตุ่นแก้ว
ปริตา ไชยรักษ์
พัฒนิดา พุ่มชูแสง
(2563)
ประเทศแหล่งกำเนิดประเทศไทย
จำนวนตอนตอน
การผลิต
ความยาวตอนภาค 1 : 60 นาที
ภาค 2 : 120 นาที
ภาค 3 : 70 นาที
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่องช่อง 7 เอชดี

เนื้อเรื่อง[แก้]

เนื้อเรื่องภาคแรก[แก้]

เรื่องราวของเมงกาเลีย สาวน้อยชาวป่าที่ถูกรับเลี้ยงดูจากลิงอุรังอุตังแม่ลูกคู่หนึ่งจนคิดว่าเธอมีแม่เป็นลิง เมงกาเลียหรือที่ใครๆเรียกว่า อิยวดี (อิ-ยะ-วะ-ดี) ต้องดำเนินใช้ชีวิตแบบชาวป่าทำให้ชาวบ้านต่างเรียกขานเธอว่าเป็นคนป่า, ผีสาง, เสือสมิง หรือแม้แต่ ปีศาจ จนกระทั่ง พนา ชายหนุ่มผู้รักการผจญภัย ได้รู้จักและสอนการใช้ชีวิตในแบบมนุษย์ปุถุชนทั่วไป

อิยวดี และพนา ต้องเผชิญหน้ากับการตามล่าเพชรสีชมพูจากโจรร้ายทั้ง2กลุ่ม โดยต้องหนีจากพรานเส็งกับสุชาติ ผู้ที่คิดครอบครองเพชรสีชมพูมาเป็นของตนพร้อมทั้งจับอิยวดีไปเป็นสินค้าของแปลกในงานวัดต่างๆ และคำรณ ผู้หมายจะเอาชีวิตอิยวดีและคิดต้องการครอบครองเพชรสีชมพูเพียงคนเดียว ซึ่งแผนร้ายทั้งหมดเกิดจากความละโมบของนาตยาและเอมฤดี 2แม่ลูก(ในฐานภรรยาน้อย)ของดำรง ที่คิดจะเป็นภรรยาหลวงโดยการกำจัดศัตรูหัวใจด้วยการแอบตัดสายเบกรถยนต์เมื่อ10ปีก่อนจนทำให้อิยวดีและบัวบาน(แม่ของเมงกาเลีย)ต้องประสบอุบัติเหตุรถตกเหวและต้องการทรัพย์สมบัติของดำรงเสียเอง

การปกป้องเพชรสีชมพูอันล่ำค่าและการตามหาความจำที่หายไปของอิยวดีได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับความรักที่มีต่อพนา ชายหนุ่มเพียงคนเดียวของเธอ

เนื้อเรื่องภาค 2 (ขุมทรัพย์สุสานอัญมณี)[แก้]

เนื้อเรื่องภาค 3[แก้]

ตัวละคร[แก้]

ตัวละครหลัก[แก้]

เมงกาเลีย /กาสะลอง /อิยวดี
เด็กสาวชาวป่านิสัยซุกซน อยากเห็นอยากรู้ไปเสียทุกเรื่อง และคิดว่า แม่ของเธอคือแม่มา ลิงอุรังอุตังที่พบเมื่อตอน 5 ขวบ แท้จริงแล้ว เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของบัวบานกับดำรง มหาเศรษฐีที่ครอบครองเพชรสีชมพูซึ่งมีค่ามหาศาลและเป็นที่ต้องการของใครหลายๆคน
พนา
ชายหนุ่มผู้รักการผจญภัยเดินทางในป่าลึก จนได้เจอกับเมงกาเลีย ความสามารถพิเศษคือการยิงธนู
ในอดีต พนา ได้เคยเจอกับเมงกาเลียในป่าก่อนที่จะเมงกาเลียจะตกหน้าผาทำให้พนาคิดไปเองว่าตนเองเป็นคนฆ่าเมงกาเลียเนื่องจากช่วยเหลือจากการตกหน้าผาไม่ได้ แต่ในที่สุดพนาได้รู้ว่าสาวชาวป่าที่เจอคือเด็กน้อยที่เขาไม่สามารถช่วยเหลือจากการตกหน้าผาครั้งนั้น ทำให้พนาหายจากอาการวิตก และได้คอยตามดูแลเมงกาเลียเพื่อไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกครั้ง
เอมฤดี / พวงมาลี
ลูกสาวของนาถยากับสามีเก่า มีนิสัยเอาแต่ใจ ชอบเอาชนะทุกอย่าง หลงรักพนาเพียงเพราะต้องการทรัพย์สมบัติ มีนิสัยคล้ายกับนาถยาราวกับพิมพ์เดียวกัน
นาตยา / แสงแก้ว
ภรรยาคนที่2ของดำรง ต้องการทรัพย์สมบัติของดำรงรวมไปถึงพชรสีชมพูจึงได้เข้ามาอยู่บ้านของดำรง และหมายจะสังหารบุคคลที่รู้เรื่องของเธอ ในอดีตเธอได้คบกับสามีเก่าและมีลูกสาวอยู่1คน(เอมฤดี) โดยสาเหตุการหย่านั้นยังไม่แน่ชัด
บัวบาน
แม่ของเมลกาเลีย หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุได้สูญเสียความทรงจำและอาศัยในถ้ำแห่งหนึ่ง ภายหลังได้อาศัยอยู่กับละเอ สาวใช้คนสนิทของเธอเพื่อฟื้นฟูความทรงจำให้กลับคืนมา
ดำรง
พ่อของเมงกาเลีย ยังรักและห่วงบัวบานกับเมงกาเลีย แม้ว่าตนเองจะแต่งงานกับนาถยาแล้วก็ตาม
พินิจ
พ่อของพนา เป็นคนที่เชื่อมั่นในหลักวิทยาศาสตร์
อรุณี
แม่ของพนา มีความฝันที่จะสามารถพูดคุยกับสัตว์นานาชนิด หรือแม้แต่ มนุษย์ต่างดาว เป็นคนที่มีจินตนาการสูงและอารมณ์ดี
สุชาติ
นักล่าสมบัติที่ต้องการเพชรสีชมพู แต่เมื่อเจอเมงกาเลีย จึงคิดที่จะจับเมงกาเลียไปเป็นเครื่องมือในการดำรงชีพของตนโดยการออกเร่โชว์ของแปลกตามงานวัดต่างๆ , สุชาติเป็นคนละโมบแต่มักจะเจ็บตัวเสียทุกครั้งเนื่องจากความสะเพร่าของตนและแผนการของคำรณ
พรานเส็ง
พรานป่าประจำหมู่บ้าน ได้รับการว่าจ้างจากสุชาติ ในการตามหาเพชสีชมพู เป็นคู่หูที่ดีของสุชาติ
ภายหลังจาการตามล่าเพชรสีชมพู พรานเส็งได้ใช้ชีวิตเป็นพรานป่า โดยที่เขาเปิดเผยตนเองว่าเป็นเกย์
พรานเส็ง มีศักดิ์เป็นลุง(ป้า)ของลีกอ โดยพรานเส็งรับเลี้ยงดูลีกอเป็นลูกบุญธรรมคนหนึ่ง
คำรณ / ส่างหม่อง
นักล่าสมบัติที่ได้รับการว่าจ้างจากนาถยา มีจิตใตโหดร้ายและหวังจะครอบครองเพชรสีชมพูแต่เพียงคนเดียว สามารถทรยศได้แม้แต่ผู้ว่าจ้างเพียงเพื่อเพชรเพียงชิ้นเดียว
ภายหลังจากที่คำรณถูกระเบิดจนร่างกายบาดเจ็บอย่างหนัก พิการตาซ้ายบอด และแขนขวาขาด เขาได้รับการช่วยเหลือและชุบชีวิตใหม่จากสะมะแอ ยอมเข้าร่วมกลุ่มและฝึกฝนวิชาไสยศาสตร์กับสะมะแอเพื่อต้องการล้างแค้นพนา และต้องการครอบครองขุมทรัพย์ของรมยนคร ทำให้มความชั่วร้ายมากกว่าเดิม
ส่างหม่อง คือ ชื่อที่คำรณตั้งขึ้นเพื่อใช้ในการแก้แค้นครอบครัวของพนาและใช้เป็นรหัสลับระหว่างเขากับเอมฤดีและนาตยา
ละเอ
สาวใช้ชาวพม่า เป็นคนรับใช้คนสนิทของบัวบาน มีสัมผัสพิเศษในการเรียกบุคคลสาบสูญจึงทำให้บางครั้งถูกมองว่าเป็นคนไม่เต็มบาท คอยช่วยเหลือบัวบานและเมงกาเลียอย่างเต็มใจหลังจากที่ทั้ง2ได้อาศัยในเมืองแล้ว

ตัวละครเพิ่มเติมในภาค 2[แก้]

บุราณ
นักโบราณคดีหนุ่ม ศึกษาเรื่องอารยธรรมโบราณเกี่ยวกับรมยนคร เป็นเพื่อนสนิทกับพนา ชื่นชอบในธรรมชาติมากกว่าชีวิตในเมืองกรุง
สะมะแอ
พ่อมดผู้ชั่วร้าย มีเวทมนตร์อันชั่วร้ายและมีความถนัดทางด้านการชุบชีวิตรวมไปถึงการดัดแปลงร่างกายมนุษย์ ต้นตระกูลของสะมะแอเคยเป็นขุนนางของรมยนคร
สะมะแอ ได้สังหารศรีไพร ภรรยาของตนเนื่องด้วยอารมย์ชั่ววูบในขณะที่ศรีไพรกำลังเดินทางในป่าลึกลับ สะมะแอเสียใจกับสิ่งที่ตนเองทำไว้ในอดีตจึงพยายามตามหาลูกชายของตน และรู้ว่าลูกชายของตนคือลีกอ
แสนไท
ลูกน้องของสะมะแอ มีความชั่วร้ายไม่ต่างอะไรกับสะมะแอ นับถือสะมะแอเหมือนพ่อคนหนึ่ง
มะเมี๊ยะ
หญิงสาวผู้รอดชีวิตจากเมืองต้องสาป มีความสามารถในการสื่อสารกับจระเข้ เป็นคู่หมั้นของแสนไท ภายหลังได้พบรักกับพนาจึงพยายามขัดขวางความรักระหว่างพนาและเมงกาเลีย แต่ในทีสุดมะเมี๊ยะได้คนรักเป็นบุราณ แทน
ลีกอ
หลานชายของพรานเส็ง เป็นผู้ช่วยของพนาในการสำรวจป่า อาศัยอยู่กับพรานเส็งผู้เป็นญาติเพียงคนเดียวของเขา
แท้จริงแล้ว ลีกอ เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของสะมะแอกับศรีไพร
เจ้าหญิงทรายคำ
ผู้ปกครองรมยนคร มีใบหน้าคล้ายกับเมงกาเลีย ทำให้สามารถสื่อสารและติดต่อทางจิตกับเมงกาเลียได้ในบางครั้งเมื่อถึงคราวที่เมงกาเลียตกอยู่ในอันตราย
แสงจิ่ง
หญิงชาวบ้านที่ถูกเอมฤดีสังหารเพื่อต้องการใบหน้าเพียงอย่างเดียว แสงจิ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของจันสม
จันสม
หญิงชาวบ้านที่ถูกนาตยาสังหารเพื่อต้องการใบหน้าเพียงอย่างเดียว จันสมมีลูกสาวคือแสงจิ่ง ซึ่งถูกสังหารพร้อมกัน
แท้จริงแล้ว จันสม คือ ร่างในภพปัจจุบันของมเหสีที่รอคอยการกลับชาติมาเกิดของเจ้าหญิงทรายคำ เมื่อถูกนาตยาสังหารจึงมีความแค้นต่อนาตยาที่ช่วงชิงใบหน้าและช่วงชิงชีวิตของธอไปอย่างไมมีวันกลับ

ตัวละครเพิ่มเติมในภาค 3[แก้]

เชิงดอย

นักแสดง[แก้]

บทบาท นักแสดงหลัก ฤดูกาล
1 2 3
พนา วงศกร ปรมัตถากร
จุติ จำเริญเกตุประทีป
อิยวดี เมงกาเลีย หรือ กาสะลอง / เจ้าหญิงทรายคำ อาเมเรีย จาคอป
ชรินพร เงินเจริญ
บุราณ เขตต์ ฐานทัพ
กรกฎ ตุ่นแก้ว
มะเมี๊ยะ อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์
ปริตา ไชยรักษ์
เอมฤดี / พวงมาลี อติมา ธนเสนีวัฒน์
พัฒนิดา พุ่มชูแสง
นาตยา / แสงแก้ว รชยา รักกสิกรณ์
วรัญภรณ์ พัฒช่วย
บัวบาน ฐรินดา กรรณสูต
น้ำทิพย์ เสียมทอง
ดำรง ศตวรรษ ดุลยวิจิตร
พลพจน์ พูลนิล
พินิจ ทูน หิรัญทรัพย์
ดิลก ทองวัฒนา
อรุณี ดวงดาว จารุจินดา
สาวิตรี สามิภักดิ์
สุชาติ วสันต์ อุตตมะโยธิน
ตี๋ ดอกสะเดา
พรานเส็ง เกริก ชิลเลอร์
กพล ทองพลับ
คำรณ / ส่างหม่อง ปิยะ วิมุกตายน
เกริก ชิลเลอร์
แสนไท ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์
พบศิลป์ โตสกุล
ละเอ ปู โลกเบี้ยว
อรศศิพัชร์ มามีเกตุรัตน์

เกร็ดความรู้[แก้]

  • แรกเริ่ม ธิดาวานร มีกำหนดฉายทั้งหมด 40 ตอน ในภายหลังมีอำนาจคำสั่งจากบอร์ดคณะกรรมการพิจารณาการบริหารช่องเจ็ดสั่งอนุมัติเพิ่มเป็น 60 ตอนเนื่องด้วยได้รับความนิยมจากประชาชนจึงได้มีการเพิ่มตอนเพื่อตอบรับกระแสความนิยมของละคร

ละครธิดาวานร ผ่านการพิจารณาอนุมัติของบอร์ดคณะกรรมการพิจารณาการบริหารช่องเจ็ด

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]