ทะเลสาบสุริยันจันทรา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ทะเลสาบสุริยันจันทรา (จีน: 日月潭; พินอิน: Rìyuètán; เวด-ไจลส์: Jih4-yüeh4-t'an2; Pe̍h-ōe-jī: Ji̍t-goa̍t-thâm; ซจึน ถอุน (Zintun) ภาษาของชาวเซา (Thao) คล้าย ทะเลสาบแคนดิเดียส) เป็นแหล่งน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในไต้หวัน เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากในไต้หวัน ทะเลสาบสุริยันจันทราตั้งอยู่ที่เขตหนานเถา เมืองหยูชี (Yuchi, Nantou) บริเวณโดยรอบของทะเลสาบเป็นบ้านเรืองของชาวเซา หนึ่งในชนเผ่าพื้นเมืองในไต้หวัน ทะเลสาบสุริยันจันทราล้อมรอบไปด้วยเกาะเล็ก ๆ ที่เรียกว่า ลาลู (Lalu) ทางด้านฝั่งตะวันออกของทะเลสาบคล้ายกับมีพระอาทิตย์ ในขณะเดียวกันทางด้านตะวันตกคล้ายกับมีพระจันทร์ จึงเป็นที่มาของชื่อทะเลสาบสุริยันจันทรา ทัศนียภาพของพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกเป็นที่ดึงดูดทุกคนที่ได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้

ภาพรวม[แก้]

ทะเลสาบสุริยันจันทรา ตั้งอยู่ในระดับ 748 เมตร (2,450 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเล 27 เมตร (89 ฟุต) จากพื้นผิวบริเวณโดยรอบ และพื้นที่รอบบริเวณทะเลสาป ประมาณ 7.93 ตารางกิโลเมตร (3.06 ตารางไมล์) บริเวณทะเลสาบห้อมล้อมไปด้วยทางเดินสำหรับการปีนเขาหลายเส้นทาง[1]

โดยทั่วไป ทะเลสาบสุริยันจันทราไม่อนุญาตให้ว่ายน้ำเล่น แต่จะมีการแข่งขันว่ายน้ำประจำปีระยะทาง 3 กิโลเมตร ชื่องานว่า "The Swimming Carnival of Sun Moon Lake" งานถูกจัดขึ้นในช่วงเทศกาลกลางฤดูใบไม้ผลิ ของทุกปี ในหลายปีช่วงหลัง ผู้เข้าแข่งขันมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นหลักหมื่น ส่วนเทศกาลอื่นที่จัดงานในช่วงเวลาเดียวกันจะมีทั้งดอกไม้ไฟ, การแสดงแสงสี และคอนเสิร์ตร่วมด้วย

ทะเลสาบและเมืองโดยรอบ เป็น 1 ใน 13 แห่งที่มีพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่สวยงามในไต้หวัน สถานที่บริเวณรอบทะเลสาบ ได้แก่ วัดเหวิน หวู่ (文武廟) ถูกสร้างหลังจากการเพิ่มระดับน้ำจากการสร้างเขื่อน จึงทำให้วัดเล็ก ๆ บริเวณนั้นถูกย้ายออกไป เจดีย์ซีอัน (慈恩塔) ถูกสร้างโดยอดีตประธาธิบดีเจียงไคเช็คในปี 1971 เพื่อระลึกถึงมารดาของท่าน ส่วนวัดอื่น ๆ ที่ได้มีการบันทึกไว้เพิ่มเติม เช่น วัดเจียนจิง (Jianjing) วัดเฉียนจาง (玄奘寺)[2] และวัดเฉียนกวง (Syuanguang Temple)[3]

ประวัติ[แก้]

Taiwanese aborigines at Sun Moon Lake, photo from a 1926 brochure of the Government of Formosa

บันทึกวรรณคดีอังกฤษของ มิชชันนารี จอร์เจียส แคนดิเดียส ในสมัยศตวรรษที่ 17 เรียกทะเลสาบนี้ว่า ทะเลสาบแคนดิเดียส ช่วงตอนกลางของทะเลสาบ คือ เกาะลาลู เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่าเซา ในตำนานชาวเซาเป็นนักล่าสัตว์ที่ค้นพบทะเลสาบสุริยันจันทราขณะที่กำลังไล่ล่ากวางขาวผ่านบริเวณหุบเขา และนั่นเอง กวางได้นำพวกเขาไปยังทะเลสาบ นอกจากจะค้นพบทะเลสาบที่สวยงามแล้วพวกเขายังค้นพบแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ด้วยปลา ทุกวันนี้กวางขาวตัวนั้นยังเป็นตำนานที่ไม่มีวันลืมโดยมีรูปปั้นหินอ่อนเป็นสัญลักษณ์บนเกาะลาลู

ช่วงที่ไต้หวันอยู่ภายใต้ยุคอาณานิคมของญี่ปุ่น ญีปุ่นได้ตั้งชื่อเกาะนี้ว่า "เกาะหยก" หลังจากรัฐบาลแห่งชาติของเจียง ไคเชก ย้ายมาที่ไต้หวัน เกาะดังกล่าวก็ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น กวงฮัว ("จีนรุ่งโรจน์") และในปี 1978 รัฐบาลท้องถิ่นได้สร้างศาลาใช้สำหรับจัดงานแต่งประจำปี ในปี 1999 เกิดแผ่นดินไหว ชื่อ แผ่นดินไหว921 ได้ทำลายศาลาและจมหายไปในเกาะนั้น ในปีต่อมา การรับรู้ทางด้านสังคมและการเมืองเพิ่มขึ้นทำให้เกิดความระลึกและเคารพถึงชนพื้นเมืองไต้หวันมากขึ้น ดังนั้น หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว921 จึงได้เปลี่ยนชื่อเกาะตามภาษาดั้งเดิมของชาวเซา ซึ่งก็คือ "เกาะลาลู"

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ หลายแห่งได้ถูกสร้างขึ้นที่ทะเลสาบสุริยันจันทราตั้งแต่ปี 1919 รวมถึงเขื่อนหมิงถาน และหมิงฮู เมื่อครั้งที่โรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งแรกสร้างเสร็จในปี 1934 โรงไฟฟ้าแห่งนี้ได้ถูกนำมาพิจารณาถึงเรื่องโครงสร้างพื้นฐานในครั้งหน้า ต่อมา เขื่อนหวู่เจีย ได้ถูกสร้างและสร้างเสร็จในปี 1934 มีการผันน้ำจากแม่น้ำซูโจว ทำให้เพิ่มพลังน้ำในทะเลสาบได้มากขึ้นจากเขื่อนแรก ทางรถไฟสายจีจิ จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้อำนวยความสะดวกในการก่อสร้าง

หนังสือเดินทางสาธารณรัฐประชาชนจีน[แก้]

ภาพของทะเลสาบสุริยันจันทราได้ปรากฏอยู่ในหนังสือเดินทางของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ออกใหม่ในปี 2012 เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เกิดการประท้วงจากกรุงไทเป ไปยังกรุงปักกิ่ง[4]

ภาพประกอบ[แก้]

ไฟล์: Time for sunrise and sunset 日月潭 : http://mingyatraval.myweb.hinet.net/pic/map/sun01.jpg http://mingyatraval.myweb.hinet.net/pic/map/sun02.jpg

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Sun Moon Lake has it all for tourists". The China Post. 2007-12-27. สืบค้นเมื่อ 2010-07-27. 
  2. "Syuentzang Temple". Sun Moon Lake National Scenic Area Administration. สืบค้นเมื่อ 2010-07-27. 
  3. "Syuanguang Temple". Sun Moon Lake National Scenic Area Administration. สืบค้นเมื่อ 2010-07-27. 
  4. "Taipei protests China’s new passports". Taipei Times. 2012-11-24. สืบค้นเมื่อ 2012-11-24. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 23°52′00″N 120°55′00″E / 23.866667°N 120.916667°E / 23.866667; 120.916667