ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส โรบอท อิน ดิสไกส์ 2015

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สร้างโดยฮาสโบร สตูดิโอ
ดาร์บี้ ป๊อป โปรดักชั่นส์
โพลีกอน พิคเจอร์ส
เขียนโดยอดัม บีเชน
ดูแอน คาพิซซี่
สตีเวน เมลชิง
กำกับโดยเดวิด ฮาร์ทแมน
สกูตเตอร์ ทิดเวลล์
ทอดด์ วอเตอร์แมน
เสียงพากย์เสียงภาษาอังกฤษ :
วีล เฟรดลี่
คอนสแตนส์ ซิมเมอร์
ดาร์เรน คริส
ปีเตอร์ คัลเลน
พากย์เสียงภาษาไทย (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) :
คมสรร รัตนากรบดี
นนท์ ศรีโพธิ์
จักรรัตน์ ศรีรักษ์
โสภิชา อุ่นสมัย
พากย์เสียงภาษาไทย (ฉบับช่อง 3 Family) :
อิทธิพล มามีเกตุ
ภิญโญ รุ่งสมัย
จรัสกร ทิพย์ศรี
สิทธิสม มุทธานุกูลวงศ์
ผู้ประพันธ์
ดนตรีท้องเรื่อง
Kevin Manthei
Kevin Kiner
จำนวนฤดูกาล2 ฤดูกาล
จำนวนตอน45 ตอน
การผลิต
ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหารเจฟฟ์ ไคลน์
ผู้อำนวยการสร้างอดัม บีเช่น
ความยาวตอน22 นาที
การแพร่ภาพ
เครือข่าย/ช่องการ์ตูนเน็ตเวิร์ก (อเมริกา)
ช่อง 3 Family (ไทย)
การออกอากาศแรก14 มีนาคม พ.ศ. 2558 – 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส โรบอท อิน ดิสไกส์ 2015 (Transformers : Robots in Disguise 2015) คือการ์ตูนชุดทรานส์ฟอร์มเมอร์สจบในตอนที่จัดสร้างโดย ฮาสโบร สตูดิโอ และ ดาร์บี้ ป๊อป โปรดักชั่นส์ โดยเป็นภาคที่มีความเกี่ยวเนื่องกับละครชุด ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส ไพร์ม ออกอากาศทางการ์ตูนเน็ตเวิร์ก ในสหรัฐอเมริกา โดยการ์ตูนชุดนี้ได้บริษัท โพลีกอน พิกเจอร์ส (Polygon Pictures) สตูดิโอผลิตแอนิเมชันชั้นนำ มาร่วมจัดทำแอนิเมชันในการ์ตูนเรื่องนี้ และยังได้นักพากย์ชั้นนำมาร่วมให้เสียงพากย์เหล่าหุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์มเมอร์สหลายท่าน อาทิ วีล เฟรดลี่ , คอนสแตนส์ ซิมเมอร์ , ดาร์เรน คริส , และ ปีเตอร์ คัลเลน ส่วนฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์กในประเทศไทยนั้น ก็ยังได้เหล่านักพากย์ชาวไทยชั้นนำอย่าง คมสรร รัตนากรบดี , จักรรัตน์ ศรีรักษ์ , นนท์ ศรีโพธิ์ , โสภิชา อุ่นสมัย และนักพากย์ไทยอีกมากมาย

สำหรับในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2558 ทางช่อง 3 Family ได้นำทรานส์ฟอร์มเมอร์ส โรบอท อิน ดิสไกส์ 2015 (เฉพาะฤดูกาลที่ 1) มาออกอากาศ เริ่มตอนแรกเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558 โดยใช้ชื่อเรื่องว่า "ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส จักรกลพิทักษ์โลก" และยังได้นักพากย์ไทยอีกหลาย ๆ ท่าน ที่มาร่วมให้เสียงพากย์ในฉบับ ช่อง 3 Family ด้วยเช่นกัน อาทิ อิทธิพล มามีเกตุ , ภิญโญ รุ่งสมัย ,จรัสกร ทิพย์ศรี , สิทธิสม มุทธานุกูลวงศ์ ฯลฯ

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

ฤดูกาลที่ 1[แก้]

บัมเบิลบี นายตำรวจยศร้อยโทที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยในดาวไซเบอร์ทรอน เขาได้พบกับเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์เมื่อเขาสามารถติดต่อกับ ออพติมัส ไพรม์ ได้ผ่านทางเงาของกระจกหรือสิ่งที่สะท้อนแสง โดยขณะนั้น ออพติมัสยังหลงทางอยู่ในโลกอีกมิติหนึ่งที่เรียกกันว่า โลกแห่งไพรม์ ออพติมัสมีคำสั่งให้บัมเบิลบีออกปฏิบัติภารกิจสำคัญและต้องประจำการอยู่ที่โลกมนุษย์ บัมเบิลบีจึงได้ใช้สะพานเชื่อมมิติหวนคืนสู่โลกอีกครั้ง โดยมี สตรองอาร์ม หุ่นยนต์เพศหญิงที่มีตำแหน่งเป็นนักเรียนฝึกงาน และ ไซด์สไวป์ หุ่นยนต์จอมกะล่อนที่ก่อเรื่องจนถูกสตรองอาร์มจับติดสอยห้อยตามมาด้วยโดยไม่ได้ตั้งใจ จนเวลาต่อมาบัมเบิลบีได้พบกับหุ่นยนต์ขนาดเล็ก นาม ฟิซิท ที่ขับยานบินนามว่า อัลคามอร์มาลงจอดฉุกเฉินที่โลกมนุษย์เช่นกัน และยังได้รู้จักกับ กริมล็อก หุ่นยนต์ไดโนเสาร์สีเขียวที่เป็นนักโทษในนั้น รวมถึง เดนนี่ เคลย์ และ รัสเซล เคลย์ มนุษย์สองพ่อลูกซึ่งทำอาชีพเก็บขยะ จึงเกิดเป็นทีมเล็ก ๆ ทีมหนึ่งที่คอยรักษาความปลอดภัยให้โลกมนุษย์และคอยปราบปรามดีเซปติคอนส์ที่เป็นพวกนักโทษที่ยังหลงเหลือ รวมถึงตามล่าตัวร้ายรายสำคัญอย่าง สตีลจอว์ อันเดอร์ไบต์ และตัวอื่น ๆ อย่างลับ ๆ โดยใช้ชื่อทีมว่า ทีมบี (Bee Team) ในช่วงท้ายของฤดูกาลนี้ ออพติมัส ไพรม์ สามารถออกจากโลกแห่งไพรม์และกลับสู่โลกมนุษย์ได้ด้วยความช่วยเหลือจากดวงวิญญาณเหล่าบรรพบุรุษของเขา และร่วมมือกับทีมบีปราบเมกะทรอนัสได้ในที่สุด ส่วนสตีลจอว์นั้นหลบหนีไปได้

การออกอากาศ[แก้]

ฤดูกาลที่ 1 เริ่มออกอากาศที่ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศแรก โดยเริ่มตอนแรกเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ขณะที่สหรัฐอเมริกาเริ่มออกอากาศตอนแรกเมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2558 จบวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2558 จำนวนตอนทั้งหมด 26 ตอน และในประเทศไทยเริ่มตอนแรกเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558 ออกอากาศทางช่อง 3 Family

ฤดูกาลที่ 2[แก้]

หลังจากภารกิจการกำจัดเมกะทรอนัสสิ้นสุดลงไปไม่นาน ฝ่ายดีเซปติคอนส์ก็ยังมีพรรคพวกของ สตีลจอว์ ที่ยังลอยนวลอยู่ รวมถึงหุ่นยนต์ดีเซปติคอนส์ตัวอื่น ๆ ที่เคยถูกทีมบัมเบิลบีจับขังไว้ในแคปซูลชนิดพิเศษ และบางตัวยังเป็นนักโทษที่ถูกขังในยานอัลคามอร์ ภายหลังสตีลจอว์ได้ปลดปล่อยนักโทษเหล่านี้ออกมาและพากันหลบหนีไป เพื่อเริ่มสร้างกลุ่มกันใหม่ สตีลจอว์ได้ขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการและไปสร้างกองทัพกันในยาน นี่จึงเป็นหน้าที่ของออพติมัส ไพรม์ บัมเบิลบี และเหล่าออโต้บอทส์ ที่จะต้องตามจับกุมพรรคพวกของสตีลจอว์และนักโทษเหล่านี้ให้เร็วที่สุด โดยการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้นั้น ออพติมัส ไพรม์ และบัมเบิลบี จะแยกกันทำงาน โดยแบ่งกองกำลังออกเป็นสองหน่วยเนื่องจากช่วงเวลาที่เปิดสะพานเชื่อมมิตินั้นเกิดขัดข้องบวกกับต้องใช้เวลาซ่อนตัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทีมบีตามไปเจอฐานทัพสตีลจอว์พร้อม ๆ กับการวางแผนติดตั้งระเบิดจำศีลเพื่อตามจับกุมและขังพวกดีเซปติคอนส์ที่ประจำอยู่ในยานไว้ในแคปซูลจำศีลขนาดใหญ่และส่งไปในช่องว่างของมิติจนสำเร็จ

การออกอากาศ[แก้]

ฤดูกาลที่ 2 เริ่มออกอากาศที่สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรก โดยเริ่มตอนแรกเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 จบวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 มีจำนวนตอนทั้งหมด 13 ตอน

ฤดูกาลที่ 2½[แก้]

เนื้อเรื่องหลักในฤดูกาลนี้นั้นจะกล่าวถึงเหล่าดีเซปติคอนส์ที่เป็นนักล่าสมบัติที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญ คือ ออกค้นหาอาวุธชนิดพิเศษหลาย ๆ ชนิด ซึ่งเรียกกันว่า ไออาคอน (Iacon) โดยอาวุธบางชนิดนั้นเป็นอาวุธที่ได้เคยปรากฏอยู่ในภาค ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส ไพร์ม ซึ่งเป็นการ์ตูนชุดภาคที่แล้วอีกด้วย อาทิ ดาบ ดาร์กสตาร์เซเบอร์ (Dark Star Saber) ดาบที่ถูกหลอมขึ้นมาโดยใช้เลือดของ ยูนิครอน เป็นเชื้อเพลิงหลัก เป็นต้น และยังมีเรื่องราวการกลับมาทวงแค้นครั้งใหญ่ของ สตาร์สครีม โดยมีการออกแบบร่างกายของสตาร์สครีมในภาค โรบอท อิน ดิสไกส์ นี้ขึ้นใหม่ทุกส่วนจนมีความแตกต่างไปจากภาค ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส ไพร์ม ไปอย่างสิ้นเชิง แต่จะมีความคล้ายคลึงกับสตาร์สครีมในยุค ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส G1 เสียมากกว่า

การออกอากาศ[แก้]

ฤดูกาลที่ 2½ เริ่มออกอากาศที่ประเทศแคนาดาเป็นประเทศแรก โดยเริ่มตอนแรกเมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2559 และออกอากาศตอนจบเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ส่วนในสหรัฐอเมริกา เริ่มออกอากาศตอนแรกเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2559 และออกอากาศตอนจบไปเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 จำนวนตอนทั้งหมด 6 ตอน

ตัวละครและผู้ให้เสียง[แก้]

ออโต้บอทส์[แก้]

  • บัมเบิลบี (Bumblebee) ในภาคนี้ได้กลายเป็นพระเอกเต็มตัวเป็นครั้งแรก เขาได้กลายเป็นผู้บัญชาการทีมเล็กๆ นามว่า ทีมบี แต่บางครั้งการออกคำสั่งของเขาไม่น่าเชื่อถือนักเนื่องจากเขายังอ่อนประสบการณ์ทางด้านนี้ ขณะที่ฝีมือการรบนั้นก็มีความสามารถพอตัว ให้เสียงภาษาไทยโดย คมสรร รัตนากรบดี (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ อิทธิพล มามีเกตุ (ฉบับช่อง 3 Family)
  • สตรองอาร์ม (Strongarm) หุ่นยนต์เพศหญิงที่มีบทบาทหน้าที่เป็นนักเรียนฝึกหัดของไซเบอร์ทรอน มีอุปนิสัยเป็นผู้ที่เคร่งครัดในกฎกติกาที่มีการบัญญัติไว้อย่างเข้มงวดกวดขัน ให้เสียงภาษาไทยโดย โสภิชา อุ่นสมัย (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ จรัสกร ทิพย์ศรี (ฉบับช่อง 3 Family)
  • ไซด์สไวป์ (Sideswipe) แปลงร่างเป็นรถยนต์สีแดง บุคลิกของเขานั้นจะมีนิสัยขี้เล่น และมีความกะล่อนอยู่ในตัว มักจะได้ทำงานร่วมกับสตรองอาร์ม แต่บางครั้งไซด์สไวป์มีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันกับสตรองอาร์ม ทำให้เกิดการทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง ให้เสียงภาษาไทยโดย นนท์ ศรีโพธิ์ (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ ภิญโญ รุ่งสมัย (ฉบับช่อง 3 Family)
  • ฟิซิท (Fixit) หุ่นยนต์ขนาดเล็ก หรือ มินิ-คอน มีร่างกายสีส้ม ที่ทำหน้าที่เป็นนักบินขับยานบินที่ใช้ขังนักโทษมาลงจอดฉุกเฉินในโลกจนพบกับบัมเบิลบี เขาเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการจับสัญญาณชีพของข้าศึก กับแพทย์รักษาออโต้บอท และช่างซ่อมกับสร้างห้องขังใหม่ให้ ดีเซปติคอนส์ แต่ข้อเสียคือในบางเวลาระบบร่างกายของเขาจะรวน ทำให้การพูดคุยสนทนาในหลาย ๆ ครั้ง จะติดอ่างเป็นประจำ แจ่จะมีวิธีแก้คือต้องทำให้ร่างกายของเขาได้รับแรงกระแทก ให้เสียงภาษาไทยโดย จักรรัตน์ ศรีรักษ์ (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ พิชาภพ ภัทรกูลนิยม (ฉบับ ช่อง 3 Family)
  • กริมล็อก (Grimlock) หุ่นยนต์ไดโนเสาร์ร่างกายสีเขียวที่สามารถแปลงร่างเป็นได้ทั้งหุ่นยนต์โหมดไดโนเสาร์และโหมดปกติ กริมล็อกเป็นคู่ปรับกับอันเดอร์ไบต์ และในอดีตกริมล็อกเคยเป็นดีเซปติคอนส์ จึงถูกจับขังไว้ในยานอัลคามอร์เช่นเดียวกับดีเซปติคอนส์ตัวอื่น ๆ แต่เมื่อกริมล็อกได้รับความช่วยเหลือจากทีมบัมเบิลบี กริมล็อกจึงขอติดตามและร่วมทำการกับทีมบัมเบิลบีต่อไป ให้เสียงภาษาไทยโดย กริน อักษรดี (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ สิทธิสม มุทธานุกูลวงศ์ (ฉบับช่อง 3 Family)
  • แจ็ส (Jazz) แปลงร่างเป็นรถยนต์สีขาวกับสีฟ้า เขารู้จักกับบัมเบิลบีซึ่งถือว่าเป็นหุ่นยนต์ออโต้บอทส์รุ่นเดียวกัน เป็นตัวละครรับเชิญที่มาแสดงเพียงไม่กี่ตอน ให้เสียงภาษาไทยโดย จักรรัตน์ ศรีรักษ์ (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ สิทธิสม มุทธานุกูลวงศ์ (ฉบับช่อง 3 Family)
  • ออพติมัส ไพรม์ (Optimus Prime) ผู้นำของฝ่ายออโต้บอทส์ ซึ่งในภาคนี้ มีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เขาหลงทางอยู่ในโลกแห่งไพรม์ แต่เขาจะติดต่อพูดคุยกับบัมเบิลบีได้โดยผ่านทางเงาของกระจก ในช่วงปลายฤดูกาลที่ 1 ออพติมัสทราบข่าวเรื่องการกลับมาของ เมกะทรอนัส จึงยื่นคำขอร้องถึงเหล่าดวงวิญญาณบรรพบุรุษแห่งไพรม์ รวมถึง ไมโครนัส ครูผู้ฝึกสอนของเขาเพื่อออกจากโลกแห่งไพรม์กลับไปยังโลก เพื่อไปปราบเมกะทรอนัส สุดท้ายออพติมัส ไพรม์ จึงได้กลับสู่โลก และปราบเมกะทรอนัสได้ แต่ผลจากการที่เขาออกจากโลกแห่งไพรม์มานานเกินไป ทำให้เขาอ่อนแอลง โชคดีที่เขายังได้ประสบการณ์จากการต่อสู้ครั้งใหม่ บวกกับการดำรงตำแหน่งผู้นำของทีมร่วมกับบัมเบิลบี เขาจึงได้พลังกลับคืน เมื่อเวลาผ่านไป กลุ่มนักโทษในยานอัลคามอร์ถูกจับไปหมด ออพติมัสจึงกลับสู่ไซเบอร์ทรอน แต่เขายังคอยติดต่อกับทีมบัมเบิลบีเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจต่าง ๆ และจะกลับมายังโลกเมื่อทีมบัมเบิลบีประสบปัญหาร้ายแรง ให้เสียงภาษาไทยโดย ธงชัย ชาญชำนิ (ฉบับ การ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ สิทธิสม มุทธานุกูลวงศ์ (ฉบับช่อง 3 Family)
  • ดริฟต์ (Drift) หุ่นยนต์ฝ่ายออโต้บอทส์ซึ่งเป็นนักล่าค่าหัว มาล่าตัวบัมเบิลบี แต่เมื่อมีเหตุการณ์ที่เขาได้รับการช่วยเหลือจากบัมเบิลบี เขาจึงสำนึกในบุญคุณและร่วมเข้าทีม ดริฟต์มีลูกศิษย์สองคนนามว่า สลิปสตรีม และ เจ็ทสตอร์ม ข้อเสียของดริฟต์คือมักจะไม่ค่อยเอาใจใส่และชอบต่อว่าลูกศิษย์ทั้งสองหลาย ๆ เรื่อง แม้เพียงแค่เรื่องการขัดดาบผิดวิธี แต่ภายหลังเขาได้รับคำแนะนำจากรัสเซล มนุษย์คนหนึ่งที่รู้จักกับทีมบัมเบิลบีโดยบังเอิญว่า ให้เลิกต่อว่าลูกศิษย์ทั้งสองเสีย นับแต่นั้นมาดริฟต์จึงเปลี่ยนวิธีการสั่งสอนลูกศิษย์ด้วยการใช้ความอ่อนโยนมากขึ้น ดริฟต์แปลงร่างเป็นรถสีส้มสลับดำ ให้เสียงภาษาไทยโดย กริน อักษรดี (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ ภิญโญ รุ่งสมัย (ฉบับช่อง 3 Family)
  • เจ็ทสตอร์ม (Jetstorm) หุ่นยนต์ขนาดเล็ก เป็นลูกศิษย์ของดริฟต์ ให้เสียงภาษาไทยโดย นนท์ ศรีโพธิ์ (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ พิชาภพ ภัทรกูลนิยม (ฉบับช่อง 3 Family)
  • สลิปสตรีม (Slipstream) หุ่นยนต์ขนาดเล็ก เป็นลูกศิษย์ของดริฟต์เช่นเดียวกับเจ็ทสตอร์ม ให้เสียงภาษาไทยโดย จักรรัตน์ ศรีรักษ์ (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ ธวัช รัตตะชัย (ฉบับช่อง 3 Family)
  • วินด์เบลด (Windblade) หุ่นยนต์เพศหญิงอีกหนึ่งตัว เป็นตัวละครรับเชิญ เริ่มปรากฏตัวในช่วงปลายฤดูกาลที่ 1 โดยการปรากฏตัวของวินด์เบลดได้เริ่มขึ้นเพื่อตามจับกุมดีเซปติคอนส์เพศหญิงที่มีนามว่า ซิซซา จนได้รู้จักกับทีมบัมเบิลบีวินด์เบลดมักจะชอบเรียกชื่อไซด์สไวป์ผิดกลายเป็น สลิป
  • ไมโครนัส (Micronus) ครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาต่าง ๆ ให้แก่ออพติมัส ไพรม์ ในช่วงเวลาที่ออพติมัสยังหลงอยู่ในโลกแห่งไพรม์ และก็เป็นไมโครนัสนี้เองที่เป็นผู้ส่งออพติมัสกลับไปยังโลกตามเดิม
  • แร็ดเชต (Ratchet) เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของออพติมัส ไพรม์ นอกจากนี้ แร็ดเชตยังมีผู้ติดตามเป็นหุ่นยนต์ขนาดเล็ก(มินิ-คอน)เป็นของตัวเองอยู่หนึ่งตัว มีนามว่า อันเดอร์โทน (Undertone) แต่อันเดอร์โทนพูดไม่ได้ แร็ดเชตในภาคนี้เริ่มปรากฏตัวครั้งแรกในช่วงปลายฤดูกาลที่ 2 ในฐานะตัวละครรับเชิญ

มนุษย์[แก้]

  • เดนนี่ เคลย์ (Denny Clay) ฝ่ายมนุษย์ มีลูกชายหนึ่งคนชื่อ รัสเซล เคลย์ โดยแดนนี่ ทำอาชีพเป็นคนเก็บขยะ หาเลี้ยงตัวเองและลูกชาย ให้เสียงภาษาไทยโดย วรวุฒิ วรเนตร (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ค) และ ธวัช รัตตะชัย (ฉบับช่อง 3 Family)
  • รัสเซล เคลย์ (Russell Clay) ลูกชายคนเดียวของแดนนี่ เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อระหว่างที่เขาเดินเล่นอยู่ในป่า ทำให้เขาพบกับไซด์สไวป์ รวมถึงทีมบัมเบิลบีโดยบังเอิญ นับจากนั้นเป็นต้นมารัสเซลและพ่อของเขาจึงได้คอยช่วยเหลือบัมเบิลบีอยู่ตลอด ให้เสียงภาษาไทยโดย ชินพรรธน์ กิตติชัยวรางค์กูร (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ รัตติยากร ริมสินธุ (ฉบับช่อง 3 Family)
  • แฮงค์ (Hank) เพื่อนสาวของรัสเซล ให้เสียงภาษาไทยโดย โสภิชา อุ่นสมัย (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ จุฑามาศ ชวนเจริญ (ฉบับช่อง 3 Family)

ดีเซปติคอนส์[แก้]

กลุ่มของสตีลจอว์[แก้]

  • สตีลจอว์ (Stealjaw) เป็นหุ่นยนต์ตัวร้ายที่สุดในเรื่อง เป็นหุ่นหมาป่าที่สู้โดยใช้กรงเล็บ เมื่อเขาออกมาจากห้องขังจึงคิดจะสร้างกองทัพดีเซปติคอนส์ขึ้นใหม่เพื่อยึดครองโลก ตอนแรกคิดจะรวบรวมทีละคนมา โดยทำลายตราของทุกคนในกลุ่มจึงพังเครื่องติดตามไปด้วยเพื่อบอกว่าเป็นกลุ่มใหม่ กับเตรียมแผนการแต่มักจะพลาดเสมอ แล้วก็ถูกเมกะทรอนัส หลอกใช้พอรู้ว่าโดนหลอกก็ถูกจัดการแล้วหนีไป ในซีซั่น 2 จึงเป็นคนเดียวที่รอดจากการจับกุมกับหาทางสร้างกองทัพขึ้นมาใหม่ โดยไปหาคิกแบค แต่ถูกปฏิเสธจึงสงสัยกับแอบตามมาจบพบยานขนนักโทษที่มีดีเซปติคอนส์จำนวนมาก จึงไปต่อรองกับทำงานกับวางแผนปล่อยนักโทษที่ถูกขังในแคปซูลออกมาสำเร็จ แต่ปล่อยออกมาได้แค่ 7 คน กับนำทางไปรวมตัวที่ฐานกับไต่เต้าหวังเป็นใหญ่ แต่สุดท้ายก็โดนพวกออโต้บอทจับกุมทั้งยาน ในซีซั่น 3 ถูกทางสภาปล่อยตัวออกมากับนำทีมอีก 4 คน ไปโลกเพื่อล้างแค้น กับทำงานให้บุคคลลึกลับ พอลูกทีมถูกจับกุมหมด กับแผนใกล้สำเร็จกับต่อรองขอเจอตัวจนพบว่าคือซาวด์เวฟจงใจเรียกเมกะทรอนกลับมา สตีลจอว์ แล้วตนก็หนีไป จนสตีลจอว์เป็นนักโทษคนสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่กับพอพวกออโต้บอทไปสืบเรื่องสภา สตีลจอว์ก็แอบตามไปด้วยกับช่วยแค่ครึ่งทางแล้วหนีกลับโลกมาเริ่มแผนอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็โดนจับในที่สุด ให้เสียงภาษาไทยโดย วรวุฒิ วรเนตร (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ พิชาภพ ภัทรกูลนิยม,ธวัช รัตตะชัย (ฉบับช่อง 3 Family)
  • ธันเดอร์ฮูฟ (Thunderhoof) เป็นบุคคลที่จัดเป็หัวหน้าอาชญากรอันลือเลื่องไปทั่วดาวบ้านเกิดไซเบอร์ทรอน เป็นสมาชิกคนแรกในกลุ่มของสตีลจอว์ และได้ดำรงตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการของกลุ่ม กับไม่ชอบใจที่สตีลจอว์ล้มเหลวเสมอ ภายหลังธันเดอร์ฮูฟถูกจับในฤดูกาลที่ 1 และถูกสตีลจอว์ปลดปล่อยในฤดูกาลที่ 2 แต่สุดท้าย ธันเดอร์ฮูฟก็ถูกจับขังไว้ในยานเช่นเดิม ในซีซ่น 3 เป็น 1 ในลูกทีม 4 คนที่มาล้างแค้นออโต้บอท แต่ก็โดนจับด้วย ให้เสียงภาษาไทยโดย กริน อักษรดี,สิทธิสม มุทธานุกูลวงศ์ (ฉบับ การ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ ภิญโญ รุ่งสมัย (ฉบับช่อง 3 Family)
  • อันเดอร์ไบต์ (Underbite) หุ่นยนต์ฝ่ายดีเซปติคอนส์ที่กินของจำพวกเศษเหล็ก , ขยะ หรือตัวตึกอาคารเป็นอาหาร กับเพิ่มเป็นพลังให้แข็งแกร่งกว่าเดิม มีลักษณะร่างกายคล้ายไดโนเสาร์หรือหมา โดยในซีซั่น 1 เป็นตัวแรกที่ถูกทีมบีจับขัง แล้วถูกสตีลจอว์ช่วยออกมาเข้าทีมกับในตอนจบซีซั่น 1 ก็ถูกจับ ในซีซั่น 3 เป็น 1 ในลูกทีม 4 คนที่มาล้างแค้นออโต้บอท แต่ก็โดนจับด้วย ให้เสียงภาษาไทยโดย วรวุฒิ วรเนตร,จักรรัตน์ ศรีรักษ์ (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ พิชาภพ ภัทรกูลนิยม (ฉบับช่อง 3 Family)
  • แฟรคเทอร์ (Fractor) เป็นหุ่นยนต์ประเภทนักล่าเงินรางวัลที่มายังโลกเพื่อตามจับทีมบัมเบิลบี แต่พอพลาด ก็เจอสตีลจอว์จึงเข้าร่วมทีม แล้วในช่วงปลายซีซั่น 1 ก็รับหน้าที่ไปปล่อยพวกนักโทษแต่ล้มเหลวถูกออตติมัส ไพรม์จัดการอย่างง่ายดาย จนโดนจับกุม ให้เสียงภาษาไทยโดย วรวุฒิ วรเนตร (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ พิชาภพ ภัทรกูลนิยม (ฉบับช่อง 3 Family)
  • ไอราซอร์ (Airazor) หนึ่งในผู้ที่ติดตามแฟรคเทอร์มาที่โลกเพื่อตามล่าบัมเบิลบี ภายหลังไอราซอร์ถูกจับตัวได้และถูกนำเข้าสู่สภาวะหยุดนิ่งอยู่ในแคปซูลห้องขังชนิดพิเศษ ให้เสียงภาษาไทยโดย นนท์ ศรีโพธิ์ (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ สิทธิสม มุทธานุกูลวงศ์ (ฉบับช่อง 3 Family)
  • ไดว์บอมบ์ (Divebomb) หนึ่งในผู้ที่ติดตามแฟรคเทอร์มาที่โลก เช่นเดียวกับไอราซอร์ ให้เสียงภาษาไทยโดย จักรรัตน์ ศรีรักษ์ (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ ธวัช รัตตะชัย (ฉบับช่อง 3 Family)
  • แคลมป์ดาวน์ (Clampdown) มีลักษณะร่างกายคล้ายปู ตัวสีแดง แต่สามารถแปลงร่างเป็นรถยนต์ได้เช่นกัน ลักษณะนิสัยของแคลมป์ดาวน์นั้นจะมีนิสัยขี้ขลาด และชอบแฉความลับของคนอื่น ถูกจับในปลายซีซั่น 1 ในซีซั่น 2 ถูกปล่อยตัวออกมา แต่ก็ถูกจับสอบปากคำเรื่องฐานจนโดนจับขัง ในซีซั่น 3 เป็น 1 ในลูกทีม 4 คนที่มาล้างแค้นออโต้บอท แต่ก็โดนจับด้วย ให้เสียงภาษาไทยโดย นนท์ ศรีโพธิ์ (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ สิทธิสม มุทธานุกูลวงศ์ (ฉบับ ช่อง 3 Family)

สมาชิกเพิ่มในซีซั่น 2[แก้]

  • กราวด์พาวเดอร์ (Groundpounder) มีร่างกายสีฟ้า ส่วนศีรษะมีลักษณะคล้ายกับลิงกอริลล่า กราวด์พาวเดอร์เป็นตัวละครรับเชิญที่อาศัยอยู่ในโลกมนุษย์ โดยแฝงตัวเป็นรถก่อสร้าง แล้วไปทำงานอยู่ในเวทีมวยประเภทสังเวียนหุ่นเหล็ก เนื่องจากกราวด์พาวเดอร์นั้นมีนิสัยชอบเรื่องหมัดมวยเป็นอย่างมาก จนกระทั่งทีมบัมเบิลบีมีภารกิจตามจับกุมกราวด์พาวเดอร์ ทำให้กริมล็อกได้แฝงตัวเป็นนักสู้ในสังเวียนเดียวกับเขาบ้าง กราวด์พาวเดอร์จึงถูกกริมล็อกโค่นแชมป์ไปในทันที จนถูกทีมของบัมเบิลบีจับตัวในฤดูกาลที่ 1 แต่ฤดูกาลที่ 2 กราวด์พาวเดอร์เป็นหนึ่งในนักโทษที่ถูกสตีลจอว์ปล่อยตัวออกมาและเข้าร่วมกลุ่มกับสตีลจอว์ แต่ภายหลังกราวด์พาวเดอร์ก็ถูกจับเข้าไปในแคปซูลห้องขังอีก
  • ควิลล์ไฟร์ (Quillfire) หุ่นยนต์ดีเซปติคอนส์ที่มีร่างเป็นเม่น ส่วนของเส้นขนนั้นเป็นหนามมีพิษ ผู้ใดที่โดนเข้าไปนั้นจะมีอาการที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละบุคคล แต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต จนถูกทีมบีจับขัง แล้วพอออกมาจากห้องขังโดยบังเอิญก็ร่วมมือกับสปริ๊งโหลดเพื่อหนี แต่ก็ถูกจับทั้งคู่ ในซีซั่น 2 ก็ถูกปล่อยออกมาแล้วทำภารกิจของสตีลจอว์แต่ก็ถูกจับ ในซีซั่น 3 เป็น 1 ในลูกทีม 4 คนที่มาล้างแค้นออโต้บอท แต่ก็โดนจับด้วย ให้เสียงภาษาไทยโดย วรวุฒิ วรเนตร (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ ธวัช รัตตะชัย (ฉบับ ช่อง 3 Family)
  • สปริ๊งโหลด (Springload) หุ่นดีเซปติคอนส์มีร่างเป็นกบกับมีผิวหนังเป็นกรด โดยเชื่อเรื่องตำนานโดราดัส กับหาทางไปเสมอ แต่ถูกจับ แล้วถูกควิลล์ไฟร์ปล่อยตัวมาเพื่อหนี แต่ก็ถูกจับอีก ในซีซะน 2 เป็น 1 ในที่ถูกปล่อยออกมาแต่ช่วงปลายซีซั่น 2 นั้หนีออกจากกลุ่มไปก่อน กับในซีซั่น 3 เจอแผนที่ไปโดราดัสแต่ก็ถูกทีมบีจับกับแผนที่ถูกทำลาย ให้เสียงภาษาไทยโดย วรวุฒิ วรเนตร (ฉบับการ์ตูนเน็ตเวิร์ก) และ สิทธิสม มุทธานุกูลวงศ์ (ฉบับช่อง 3 Family)
  • บิส (Bisk) หุ่นดีเซปติคอนส์มีร่างเป็นกุ้ง กับสติเพี้ยนจนถูกจับ ในซีซั่น 2 ถูกปล่อยตัวออกมาโดยสตีลจอว์ แต่ก็ทำภารกิจจนโดนจับ
  • โอเวอร์โหลด (Overload) ตัวละครรับเชิญ มีบทบาทเป็นจารชนอันเลื่องชื่อในช่วงเวลาการเกิดสงครามกลางเมือง ณ ดาวไซเบอร์ทรอน ลักษณะนิสัยของเขาจะมีความสุภาพ แต่มีจุดอ่อนคือไม่ยอมให้ถูกใครทำร้ายเข้าที่ใบหน้า

อื่นๆ[แก้]

  • ซิซซา (Zizza) เป็นตัวละครรับเชิญที่ปรากฏตัวช่วงปลายฤดูกาลที่ 1 เธอมีความสามารถพิเศษในการสะกดจิตให้มนุษย์กลายเป็นทาส แต่เธอก็มีอุปนิสัยส่วนตัวคือไม่ชอบอากาศหนาวเอามาก ๆ ภายหลังเธอถูกสตรองอาร์มกับวินด์เบลดร่วมมือกันจับตัวไว้ได้
  • โกลว์สไตรค์ (Glowstrike) เป็นตัวละครรับเชิญที่ปรากฏตัวเพียงไม่กี่ตอน เธอเป็นหุ่นยนต์เพศหญิงที่มีอุปนิสัยไม่เหมือนดีเซปติคอนส์ตัวอื่น ๆ และไม่ค่อยเข้าสังคมเท่าใดนัก
  • ซูโด (Zudo) ตัวละครรับเชิญที่ปรากฏตัวในช่วงปลายฤดูกาลที่ 1 มีความสามารถพิเศษคือ สามารถแปลงกายเป็นหุ่นยนต์ตัวใดก็ได้ตามประสงค์ แต่ภายหลังซูโดก็ไปไม่รอด ถูกทีมบัมเบิลบีจับขังไว้ในแคปซูลชนิดพิเศษเช่นเดียวกับหุ่นยนต์ตัวอื่น ๆ
  • เมกะทรอนัส (Megatronus) คืออีกชื่อหนึ่งของ เดอะ ฟอลเลน (The Fallen) เป็นตัวละครรับเชิญที่ปรากฏตัวช่วงปลายฤดูกาลที่ 1 มีหลักฐานปรากฏว่าเมกะทรอนัสเคยร่วมมือกับเหล่าบรรพบุรุษของออพติมัส ไพรม์ทั้งสิบสามตัว ซึ่งเรียกกันว่า เดอะ เธอร์ทีน (The Thirteen) เพื่อกำจัดยูนิครอน แต่ภายหลังเมกะทรอนัสได้หักหลังพวกเขาด้วยการสังหาร โซลัส ไพรม์ บรรพบุรุษของออพติมัส ไพรม์ ตัวหนึ่งสิ้นชีพไป และถูกจับขังไปมิติอื่นที่ว่างเปล่าจนถึงบัดนี้ สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือ การกำจัด ออพติมัส ไพรม์ ให้ได้ แต่สุดท้ายเมกะทรอนัสก็ถูกออพติมัส ไพรม์ และทีมบัมเบิลบี ร่วมกันกำจัดเขาได้สำเร็จ

กลุ่มของสตาร์สครีม[แก้]

  • สตาร์สครีม (Starscream) เป็นตัวละครรับเชิญที่ปรากฏตัวครั้งแรกในฤดูกาลที่ 2½ เขากลับมาเพื่อตามหาอาวุธพิเศษที่ยังหลงเหลือจาก ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส ไพร์ม (การ์ตูนชุดภาคที่แล้ว) และเพื่อล้างแค้นบัมเบิลบีอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ในการ์ตูนชุดภาคที่แล้ว บัมเบิลบีฆ่าเมกะทรอนตายที่ยานบินของตนเอง ต่อมายูนิครอนได้ยึดร่างเมกะทรอน สตาร์สครีมจึงคิดจะสร้างดีเซปติคอนส์เสียใหม่ แต่ถูกพวกพรีเดคอนส์มาล้างแค้นอันเนื่องมาจากการที่สตาร์สครีมเคยไปกดขี่ข่มเหงพรีเดคิง หัวหน้าของพรีเดคอนส์ แต่สตาร์สครีมก็หนีรอดมาได้ หลายปีผ่านไปเขาได้ดัดแปลงร่างกายเป็นแบบใหม่ และสร้างกองทัพขึ้นใหม่อีกครั้งโดยร่วมกันทำการอย่างลับ ๆ เมื่อเขาได้พบดาบดาร์กสตาร์เซเบอร์ จึงถามข้อมูลเรื่องเวพอลไรเซอร์ หุ่นยนต์ขนาดเล็ก หรือ มินิ-คอน ที่สกาเวนเจอร์ใช้เป็นอาวุธ จนเวลาต่อมาสตาร์สครีมใช้กลโกงลักพาตัวฟิซิท สลิปสตรีม และเจ็ทสตอร์มด้วยความเข้าใจผิดไปเพื่อล่อให้บัมเบิลบีออกมาสู้

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส โรบอท อิน ดิสไกส์ 2015 ฉบับภาษาอังกฤษ