ดาโซราฟาล
| ราฟาล | |
|---|---|
| ข้อมูลทั่วไป | |
| บทบาท | เครื่องบินขับไล่พหุภารกิจ |
| ชาติกำเนิด | |
| สถานะ | ประจำการอยู่ |
| ประวัติ | |
| เที่ยวบินแรก | 4 กรกฎาคม 1986 |
ดาโซราฟาล (ฝรั่งเศส: Dassault Rafale) เป็นเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจแบบสองเครื่องยนต์ ออกแบบและสร้างโดยดาโซเอวิเอชันของฝรั่งเศส จุดเด่นของราฟาลคือสามารถทำภารกิจได้เกือบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น การครองอากาศ, การขัดขวาง, การลาดตระเวนทางอากาศ, การสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด, การโจมตีภาคพื้นทางลึก, การโจมตีภาคพื้นต่อต้านเรือ และการป้องปรามนิวเคลียร์ บริษัทดาโซโฆษณาว่าราฟาลเป็นเครื่องบิน "สรรพภารกิจ" (omnirole) หมายถึงเครื่องบินที่ทำได้ทุกบทบาทในลำเดียว
ปลายทศวรรษ 1970 กองทัพอากาศและกองทัพเรือฝรั่งเศสต้องการเครื่องบินรุ่นใหม่ทดแทนและยุบรวมฝูงบินที่มีอยู่ เพื่อประหยัดงบพัฒนาและเพิ่มโอกาสขาย ฝรั่งเศสจึงเข้าร่วมโครงการร่วมกับสหราชอาณาจักร เยอรมนี อิตาลี และสเปน ในการสร้างเครื่องบินขับไล่เอนกประสงค์ยุคใหม่ ซึ่งต่อมากลายเป็นยูโรไฟเตอร์ ไทฟูน แต่โครงการไทฟูนเกิดความขัดแย้งในประเด็นสัดส่วนการแบ่งภาระงานและความต้องการที่ไม่ตรงกัน ฝรั่งเศสจึงแยกตัวออกมาเองเป็นโครงการราฟาล และสร้างเครื่องบินทดสอบต้นแบบและบินครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 1986 ใช้เวลาทดสอบนานแปดปี ก่อนที่โครงการจะได้รับอนุมัติให้ผลิตจริง
ราฟาลแตกต่างจากเครื่องบินขับไล่ยุโรปรุ่นอื่น ตรงที่สร้างขึ้นแทบทั้งหมดโดยฝรั่งเศสเอง โดยมีบริษัทรักษาความมั่นคงรายใหญ่เข้าร่วม เช่น Dassault, Thales และ Safran อุปกรณ์การบินหลายอย่างถูกพัฒนาในประเทศโดยเฉพาะสำหรับราฟาล เช่น ระบบสั่งงานด้วยเสียง, เรดาร์ AESA แบบ RBE2 AA, และระบบตรวจจับและติดตามด้วยอินฟราเรดด้านหน้าลำ เดิมทีราฟาลมีกำหนดเข้าประจำการในปี 1996 แต่โครงการล่าช้าเพราะการตัดงบประมาณหลังสงครามเย็นและการปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญ รุ่นหลักมี 3 แบบ ได้แก่ Rafale C (แบบที่นั่งเดียว), Rafale B (แบบสองที่นั่ง) และ Rafale M (แบบที่นั่งเดียวสำหรับเรือบรรทุกอากาศยาน)
ราฟาลเข้าประจำการในปี 2001 ผลิตเพื่อทั้งกองทัพอากาศฝรั่งเศสและกองทัพเรือฝรั่งเศส รวมถึงมีการส่งออกไปหลายประเทศ เช่น อียิปต์ อินเดีย (ทั้งกองทัพอากาศและกองทัพเรือ) กาตาร์ กรีซ โครเอเชีย อินโดนีเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเซอร์เบีย ราฟาลได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเครื่องบินขับไล่ที่ล้ำสมัยและมีขีดความสามารถสูงที่สุดในโลก และยังประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ โดยถูกนำไปใช้งานจริงในหลายสมรภูมิ เช่น อัฟกานิสถาน ลิเบีย มาลี อิรัก ซีเรีย และโดยอินเดียในพื้นที่ชายแดนติดกับปากีสถาน
อย่างไรก็ตาม ราฟาลเผชิญกับข้อครหาหลายอย่าง ว่าเป็นเครื่องบินที่มีค่าตัวแพงและค่าบำรุงรักษาแพง นอกจากนี้ ข้อครหาใหญ่สุดคือการที่รัฐบาลฝรั่งเศสมักนำการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการส่งออกและการส่งมอบ การส่งเครื่องบินหรืออะไหล่ล่าช้าหลายครั้งไม่ใช่เพราะปัญหาทางเทคนิค แต่เพราะฝรั่งเศสใช้เครื่องบินรบเป็นเครื่องมือทางการทูต ประเด็นนี้จึทำให้หลายประเทศมองว่าฝรั่งเศสไม่น่าเชื่อถือเท่าสหรัฐและรัสเซีย
ต้นกำเนิด
[แก้]เครื่องบินได้พัฒนาเพื่อกองทัพอากาศและกองทัพเรือของประเทศฝรั่งเศส เมื่อฝรั่งเศสขอถอนตัวออกจากโครงการ EFA ( European Fighter Aircraft ) หรือ Eurofighter ในปี ค.ศ. 1985 ฝรั่งเศสตัดสินใจพัฒนาเครื่องบินรบด้วยตัวเอง และเลือกที่จะสร้าง ดาโซราฟาล เครื่องบินราฟาล ก็มีปีกเล็กที่ส่วนหน้า ที่เป็นรูปสามเหลี่ยม แต่มี มุมน้อยกว่า เครื่อง ของ EFA และโครงสร้างลำตัวก็สร้างด้วยวัสดุผสมเรียกว่า CFC (Carbon Fiber Composite)คล้ายๆกับเรื่องบินยูโรไฟเตอร์ (Euro fighter) และส่วนที่เป็นครีบรีดลมจะเป็นวัสดุผสมไททาเนียม เครื่องบินราฟาล เป็นเครื่องที่มีน้ำหนักเบา และเล็กกว่า Eurofighter แสดงให้ชมเป็นครั้งแรก คือ Rafale A, เริ่มทำการบินทดลอง เมื่อ วันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ. 1986 แผนการ คือ 140 เครื่องของ Rafale B และ 94 เครื่องของ Rafale C สำหรับกองทัพอากาศ และ 79 เครื่องของ Rafale M สำหรับกองทัพเรือ การส่งมอบจะดำเนินไปจนถึง ปี ค.ศ. 2009
ระบบเรดาร์และอิเล็กทรอนิกส์อากาศ
[แก้]ใช้ระบบเรดาร์หลายโหมด (Multi mode) ของอาร์บีอี (Radar & Balayae electronique)ซึ่งเป็นเรดาร์ของยุโรปรุ่นแรกและล่าสุดที่เป็นจานอากาศ (antenna) การค้นหาเป้าหมายในมุมต่าง ๆ ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และสามารถเปลี่ยนโหมดต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ระยะทางจับเป้าหมายได้ถึงประมาณ 54 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 100 กิโลเมตร แม้จะอยู่ในเป้าหมายที่ต่ำกว่า สามารถจับเป้าหมายหรือโจมตี 4 เป้าหมายในเวลาเดียวกัน ระบบเรดาร์อาร์บีอี สามารถทำงานร่วมกับระบบโอเอสเอฟและระบบวัดระยะทางด้วยแสงเลเซอร์ ซึ่งระบบต่าง ๆ สามารถติดตามและจับเป้าหมายด้วยรังสีความร้อนโดดยมีระยะปฏิบัติการไกลถึง 43 ไมล์ทะเล หรือ 80 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีระบบต่อสู่ทางอิเล็กทรอนิกส์และระบบตรวจจับเจ้งเตือนเมื่อถูกยิงด้วยอาวุธนำวิถี
รุ่นย่อย
[แก้]- Rafale A เป็นเครื่องต้นแบบบินครั้งแรกปี 1986 ใช้เครื่องยนต์ GE F404 และถูกสร้างขึ้นเพื่อทดสอบแนวคิดเครื่องบินขับไล่พหุภารกิจ
- Rafale B เป็นรุ่นสองที่นั่งสำหรับกองทัพอากาศฝรั่งเศส เน้นการฝึกและการโจมตีลึกโดยมีนักบินและนายทหารการอาวุธร่วมกันปฏิบัติการ เครื่องรุ่นนี้ได้รับความนิยมมากกว่าที่คาด จนมีการสั่งซื้อจำนวนมากแทน Rafale C สามารถใช้มิสไซน์ติดหัวรบนิวเคลียร์ ASMP-A
- Rafale C คือรุ่นที่นั่งเดี่ยวของกองทัพอากาศฝรั่งเศส เข้าประจำการช่วงปี 2004 เน้นการควบคุมปฏิบัติการโดยนักบินเพียงคนเดียว โครงสร้างเบากว่ารุ่นสองที่นั่ง จึงมีรัศมีการรบและน้ำหนักบรรทุกใกล้เคียงแต่คล่องตัวกว่า
- Rafale M เป็นรุ่นที่ออกแบบเฉพาะสำหรับกองทัพเรือฝรั่งเศส เริ่มประจำการปี 2001 มีโครงสร้างเสริมความแข็งแรง ระบบลงจอดด้วยตะขอเกี่ยว และล้อหน้าแข็งแรงเพื่อรองรับการปล่อยจากแคทาพัลท์ของเรือบรรทุกอากาศยาน ชาร์ล เดอ โกล
- Rafale F1 เป็นมาตรฐานแรกของ Rafale M สำหรับกองทัพเรือ เน้นภารกิจครองอากาศ ยังไม่มีขีดความสามารถพหุภารกิจอย่างสมบูรณ์ ถูกใช้ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 และต่อมาได้รับการอัปเกรดสู่มาตรฐาน F3
- Rafale F2 เพิ่มขีดความสามารถโจมตีภาคพื้นดิน เข้าประจำการปี 2006 รองรับระเบิดนำวิถีเช่น GBU-12 และ SCALP-EG
- Rafale F3/F3R ขยายขีดความสามารถสู่การโจมตีนิวเคลียร์ (ASMP-A) และภารกิจลาดตระเวนด้วยกระเปาะของ AREOS ส่วน Rafale F3R เพิ่มเรดาร์ AESA แบบ RBE2, มิสไซล์ Meteor และระบบเซนเซอร์ Talios ทำให้ Rafale ก้าวสู่มาตรฐานสมรรถนะระดับสูง
- Rafale F4 เปิดตัวปี 2019 และเริ่มเข้าประจำการทศวรรษ 2020 เป็นมาตรฐานยุคเครือข่ายรวมศูนย์เต็มรูปแบบ อัปเกรดการเดต้าลิงก์ การสื่อสารดาวเทียม ปรับปรุงระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ SPECTRA และรองรับมิสไซล์ MICA NG
ประเทศผู้ใช้งาน
[แก้]
รายละเอียด
[แก้]- เครื่องยนต์ เทอร์โบแฟน สแนคม่า เอ็ม888-3 (SNECMA) จำนวนเครื่องยนต์ 2 เครื่อง พร้อมสันดาปท้าย
- แรงขับเครื่องยนต์ 19,558 ปอนด์
- กางปีก 10.9 เมตร (35 ฟุต 9 นิ้ว)
- ฟื้นที่ปีก 47.5 ตารางเมตร
- ยาว 15.3 เมตร (50 ฟุต 3 นิ้ว)
- ความเร็ว 2,125 กิโลเมตร/ชั่วโมง (1,321 ไมล์/ชั่วโมง)
- 1,390 กิโลเมตร/ชั่วโมง (864 ไมล์/ชั่วโมง) ที่ความสูงระดับทะเล
- ความเร็วสูงสุด 1.8 มัค (2,130 กิโลเมตร/ชั่วโมง)
- น้ำหนักตัวเปล่า 21,319 ปอนด์
- น้ำหนักสูงสุดในการขึ้นบิน 47,399 ปอนด์
- ระยะทางวิ่งขึ้นบิน 400-600 เมตร
- ระยะทางวิ่งลงจอด 450 เมตร (1,475 ฟุต)
- รัศมีการบิน 1,853 กิโลเมตร (1,151 ไมล์)
- เพดานบิน 60,000 ฟุต
- จำนวนเจ้าหน้าที่ Rafale B = 2 นาย Rafale C & Rafale M = 1 นาย
- ความจุเชื้อเพลิงภายในลำตัว 4,500 กิโลกรัม (9,900 ปอนด์)
- น้ำหนักบรรทุกอาวุธ มากกว่า 13,228 ปอนด์
- อาวุธ ปืนใหญ่อากาศเดฟา 791 ขนาด 30 มม. 14 Hardpoints for Air Force version13 Hardpoints for Naval DEFA 791 Cannon, 30mm. with 2500 r / minBombs, Rockets, Missilesone 1,985 lbs ASMP nuclear cruise missile
อ้างอิง
[แก้]- อภิวัตน์ โควินทรานนท์,อากาศยาน1979ฉบับเครื่องบิน,เอวิเอชั่น ออบเซิร์ฟเวอร์,กรุงเทพ,2522
- [ลิงก์เสีย]