ดักลาส แมกอาเธอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ดักลาส แม็กอาร์เธอร์)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ดักลาส แมกอาเธอร์
26 มกราคม พ.ศ. 2423 – 5 เมษายน พ.ศ.2507 (84ปี)
MacArthur(2).jpg
DMacarthur Signature.svg
พลเอกดักลาส แมกอาร์เธอร์ (ถ่ายเมื่อปี พ.ศ. 2486 หรือ 2487)
ฉายา/ราชทินนาม "Gaijin Shogun"
"Dugout Doug"
"หัวหน้าใหญ่(Big Chief)"
เกิดที่ ลิตเทิลร็อก อาร์คันซอ สหรัฐอเมริกา
อนิจกรรมที่ วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา
เหล่าทัพ  กองทัพบกสหรัฐ
Flag of the Philippine Army.svg กองทัพฟิลิปปินส์
ปีปฏิบัติงาน พ.ศ. 2446-2507
ยศสูงสุด US-O11 insignia.svg พลเอกแห่งกองทัพ (กองทัพสหรัฐ)
จอมพล (กองทัพฟิลิปปินส์)
รับใช้ สหรัฐ สหรัฐอเมริกา
ฟิลิปปินส์ สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
บัญชาการ ผู้บัญชาการกองกำลังความมั่นคงแห่งสหประชาติ
ผู้บัญชาการทหารสูงสุดฝ่ายสัมพันธมิตร
ผู้บัญชาการทหารแปซิฟิกตะวันตกเฉียงใต้
กองทัพสหรัฐแห่งตะวันออกไกล
เสนาธิการทหารฟิลิปปินส์
เสนาธิการทหารสหรัฐฯ
กองกำลังฟิลิปปินส์
ผู้กำกับการโรงเรียนทหารสหรัฐฯ
กองพลทหารราบที่ 42
กองพลทหารราบที่ 84
การยุทธ สงครามปฏิวัติเม็กซิกัน
 ● การยึดครองที่เบรากรุซ
สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
 ● การยุทธที่มาร์น
 ● ยุทธการเซนต์มิฮิเอล
 ● ปฏิบัติการมูส-อาร์กอนน์
สงครามโลกครั้งที่สอง
 ● การทัพฟิลิปปินส์ครั่งที่หนึ่ง(พ.ศ.2484–2485)
 ● การทัพนิวกินี
 ● การทัพฟิลิปปินส์ครั่งที่สอง(พ.ศ.2487–2488)]]
 ● การทัพบอร์เนียว พ.ศ. 2488
 ● การยึดครองญี่ปุ่น
สงครามเกาหลี
 ● การยุทธที่อินช็อน
 ● การทัพสหประชาติ พ.ศ.2493
 ● การทัพจีนฤดูหนาว
 ● การทัพสหประชาติ พ.ศ.2494
บำเหน็จ Medal of Honor
Distinguished Service Cross (3)
Army Distinguished Service Medal (5)
Navy Distinguished Service Medal
Silver Star (7)
Distinguished Flying Cross
Bronze Star
Air Medal
Purple Heart (2)
Complete list
พลเอกแมกอาร์เธอร์กลับคืนสู่ฟิลิปปินส์ในการรบที่อ่าวเลเต หลังจากถอยจากการบุกของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2

จอมพลดักลาส แมกอาร์เธอร์ (Douglas MacArthur; 26 มกราคม พ.ศ. 2423 - 5 เมษายน 2507) เป็นพลเอกชาวอเมริกัน ที่มีชื่อเสียงในการบัญชาการรบภาคพื้นแปซิฟิก ในสมัยสงครามสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นผู้บัญชาการผู้ที่ให้ญี่ปุ่นจดสนธิสัญญาพ่ายแพ้ให้กับฝ่ายพันธมิตร ณ เรือประจัญบานยูเอสเอส มิสซูรี นอกจากนี้เขายังเป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้ ญี่ปุ่น พัฒนาอย่างรวดเร็ว และยังเป็นผู้บัญชาการสมัยสงครามเย็น ในสงครามเกาหลี อีกด้วย

ประวัติ[แก้]

แมกอาเธอร์ นับว่าเป็นบุคคลที่มีต้นตระกูลทางทหารเรือมาตลอด โดยที่บิดาก็เป็นผู้บัญชาการทหารเรือในยุค ศตวรรษที่ 19 หรือแม้แต่ในสมัยสงครามกลางเมือง ตระกูลเพอร์รี่ อย่างเช่น โอลิเวอร์ แฮซาร์ด เพอร์รี ผู้ที่บัญชาการทัพเรือสหรัฐในยุทธการทะเลสาบอีรีจนชนะ และ แมทธิว ซี. เพอร์รีผู้บัญชาการเรือ ที่สามารถทำให้ญี่ปุ่นในสมัยนั้นที่ปิดประเทศอยู่เปิดประเทศได้ พวกเขาก็ล้วนแล้วแต่เป็นบรรพบุรุษของ แมกอาเธอร์ นับว่าตระกูลของเขาเป็นตระกูลใหญ่ และเกี่ยวข้องกับกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมาก แมกอาเธอร์ เกิดที่เมืองลิตเติล ร็อก รัฐอาร์คันซอ เข้ารับการศึกษาวิชาทหารที่โรงเรียนนายร้อยเวสพอยต์ เข้าเป็นทหารที่กรมทหารช่างเป็นครั้งแรก ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ได้เข้าสู่สมรภูมิที่ประเทศฝรั่งเศสและได้รับเหรียญกล้าหาญ จำนวนมาก

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แมกอาร์เธอร์ได้เป็นผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกไกลและได้ช่วงชิงพื้นที่มหาสมุทรแปซิฟิก ด้านตะวันตกเฉียงใต้จากประเทศญี่ปุ่น (พ.ศ. 2485-2488) โดยใช้ประเทศออสเตรเลียเป็นฐาน ถ้อยวลีที่มีชื่อเสียงที่แมกอาเธอร์กล่าวแก่ชาวฟิลิปปินส์ระหว่างถอยหนีกองทัพญี่ปุ่นในฟิลิปปินส์คือ "ข้าพเจ้าจะกลับมา" (I Shall Return) และเมื่อกลับมาตามคำสัญญาหลังการถอยไปตั้งหลักที่ออสเตรเลีย แมกอาเธอร์ได้ประกาศอีกครั้งในขณะที่เดินลุยน้ำลงจากเรือที่อ่าวเลย์เตว่า "ข้าพเจ้ากลับมาแล้ว" (I Have Returned) เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2487 ซึ่งเป็นภาพถ่ายข่าวสงครามที่ดีที่สุดภาพหนึ่ง

พลเอกแมกอาร์เธอร์ทำหน้าที่เป็นผู้รับการยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไขเป็นทางการของญี่ปุ่น เนื่องจากเขามีเชื้อสายของ พลเรือจัตวา แมททิว คราวเรท เพอรี่ ผู้ที่เคยบีบให้ญี่ปุ่นเปิดประเทศในปี พ.ศ. 2397 และดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการยึดครองประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ พ.ศ. 2488-2494 เป็นผู้จัดการให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของญี่ปุ่นที่กำหนดให้สมเด็จพระจักรพรรดิอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและห้ามมีกองกำลังทหาร ทำให้ญี่ปุ่นมุ่งเน้นด้านเศรษฐกิจและฟื้นตัวได้เร็วขึ้นเนื่องจากไม่ต้องใช้งบประมาณและทรัพยากรเพื่อการป้องกันประเทศ

ในปี พ.ศ. 2493 แมกอาร์เธอร์ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังสหประชาชาติในสงครามเกาหลี เกือบจะสามารถเอาชนะเกาหลีเหนือ แต่ก็ถูกปลดออกจากหน้าที่ เนื่องจากการเตรียมบุกประเทศจีน และเสนอให้มีการใช้ระเบิดปรมาณู กับประเทศจีนซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของเกาหลีเหนือในสงครามเกาหลี ซึ่งเป็นการพยายามฝ่าฝืนคำสั่งของประธานาธิบดีแฮร์รี เอส. ทรูแมน