จำปาเทศ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
จำปาเทศ
Campaathet.jpg
จำปาเทศ
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: พืช (Plantae)
หมวด: Magnoliophyta
ชั้น: Magnoliopsida
อันดับ: Malvales
วงศ์: Malvaceae
สกุล: Pterospermum
สปีชีส์: P.  littorale
ชื่อทวินาม
Pterospermum littorale
Craib.

จำปาเทศ หรือ กระหนาย (ชื่อวิทยาศาสตร์: Pterospermum littorale) เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางในสกุลกะหนานปลิง เปลือกลำต้นสีเทาแตกเป็นร่องเป็นสะเก็ดบิดเวียนตามยาว โคนลำต้นมักเป็นปุ่มเป็นโพรง แตกกิ่งจำนวนมาก กิ่งอ่อนยาว ปลายกิ่งห้อยลู่ กิ่งและก้านใบมีขนสีน้ำตาลปกคลุมทั่วไป ใบเดี่ยว เรียงระนาบเดียวกัน รูปขอบขนาน แผ่นใบด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีขาว ผิวใบด้านบนเป็นมัน หลังใบมีขนละเอียดสีเทาหนาแน่น เส้นกลางใบและเส้นแขนงใบเป็นสันนูนเด่นชัด โคนใบเว้าตื้นและเบี้ยวปลายใบแยกเป็นแฉก ออกดอกตามซอกใบบริเวณใกล้ปลายยอด กลีบเลี้ยงเป็นแผ่นหนาแข็ง กลีบดอกบาง สีขาว หอมเย็นตลอดวัน ออกดอกตลอดปี ผลเป็นทรงกระบอกสั้น เป็นเหลี่ยม มีขนบาง แก่แล้วแตก เมล็ดมีปีกเป็นแผ่นสีขาวออกดอกช่วงเมษายน–ตุลาคม

พบทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก เป็นไม้ถิ่นเดียวในประเทศไทย พบครั้งแรกโดยหมอคาร์ที่บริเวณใกล้ชายหาด อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ปัจจุบันใช้เป็นไม้ประดับ [1]การขยายพันธุ์ใช้วิธีตอนกิ่ง เพาะเมล็ด เปลือกใช้เป็นยาลดไข้[ต้องการอ้างอิง]

บทกวีที่กล่าวถึง[แก้]

กระดังงาจำปาเทศ เหมือนเสด็จแดนสวรรค์
อินทราและเทวัญ ทุกช่อชั้นมาชื่นชม
กาพย์เห่เรือ ตอนเห่ชมดอกไม้ - บทประพันธ์ของนายฉันท์ ขำวิไล

และบทร้องเพลงพม่าห้าท่อน 3 ชั้น[2]

เดินทางมาในหว่างกระถางไม้ ดอกใบรุกขชาติดาษดื่น
ลมหวนเกสรเมื่อค่อนคืน ชื่นชื่นชูกลิ่นถวิลใจ
จำปาเทศเกดแก้วพิกุลแกม ยี่สุ่นแซมสายหยุดพุดไสว
พยอมยงค์ดัดทรงสมละไม ชั้นในไว้กรงสาลิกา
นกแก้วจับคอนแล้วนอนเฉย เจ้าแก้วเอ๋ยสาวรักเจ้าหนักหนา
แปลงมาจากเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนที่ 17 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้างได้นางแก้วกิริยา)

อ้างอิง[แก้]

  • ป่าแม่คำมี: ความหลากหลายทางชีวภาพจากอดีตถึงปัจจุบัน. กทม. สำนักวิจัยและพัฒนาป่าไม้. 2556
  1. ปิยะ เฉลิมกลิ่น จิรพันธุ์ ศรีทองกุล และอนันต์ พิริยะภัทรกิจ. พรรณไม้ที่พบครั้งแรกในประเทศไทย. กทม. โครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพ. 2551หน้า 196
  2. รายการประชันปี่พาทย์เสภา วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2552 เวลา 15.30 น.