จาก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับปาล์มในสกุล Eugeissona ดูจากเขา
จาก
ช่วงเวลาที่มีชีวิตอยู่: 70 Ma
ครีเตเชียสตอนปลาย - ปัจจุบัน
ดงต้นจากในประเทศฟิลิปปินส์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
หมวด: Magnoliophyta
ชั้น: Liliopsida
อันดับ: Arecales
วงศ์: Arecaceae
วงศ์ย่อย: Nypoideae
Griff.
สกุล: Nypa
Steck
สปีชีส์: N. fruticans
ชื่อทวินาม
Nypa fruticans
Wurmb
ชื่อพ้อง[1]
  • Cocos nypa Lour.
  • Nipa arborescens Wurmb ex H.Wendl.
  • Nipa fruticans (Wurmb) Thunb.
  • Nipa litoralis Blanco
  • Nypa fruticans var. neameana F.M.Bailey
ลำต้นของจากอยู่ใต้ดิน ส่วนที่โผล่ขึ้นคือใบ
ช่อดอกของจาก เกาะเป็นก้อนกลม

จาก เป็นพืชจำพวกปาล์ม โดยมีการจัดอยู่ที่ในวงศ์ย่อย Nypoideae ซึ่งมีสกุลเดียว และเป็นปาล์มเพียงชนิดเดียวที่เป็นพืชในป่าชายเลน และมีลำต้นอยู่ใต้ดิน นับเป็นพืชเก่าแก่มากชนิดหนึ่ง ที่มีซากดึกดำบรรพ์อายุถึง 70 ล้านปี จากพบได้ทั่วไปในเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในบริเวณน้ำจืด และน้ำกร่อย ที่มีน้ำเค็มขึ้นถึง มักจะขึ้นเป็นดงขนาดใหญ่ เรียกว่า ป่าจาก หรือดงจาก จากสามารถเติบโตได้ดีในดินโคลน ตามป่าชายเลน หรือบริเวณริมคลองที่มีไม้ให้ร่มเงาปะปนอยู่ด้วย มักอยู่ในช่วงที่มีน้ำจืดและน้ำกร่อยปนกัน แต่บนบกที่น้ำท่วมถึงก็พบจากได้บ้างเช่นกัน หากดินไม่แห้งแล้งนานจนเกินไป

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์[แก้]

โหม่งจากหรือทลายของผลจาก

จากเป็นพืชที่มีลำต้นอยู่ใต้ดิน ต้นตั้งตรง ใบแทงขึ้นจากกอ ช่อดอกแทงเป็นงวงออกมาจากกาบใย ส่วนที่เราเห็นของจาก คือส่วนใบและช่อดอกเท่านั้น ที่โคนใบมีกะเปาะอากาศ ช่วยพยุงให้ใบชูขึ้นเหมือนชูชีพ ส่วนกาบใบนี้บางครั้งเรียก "พอนใบ" ส่วนช่อดอกที่แทงออกมาเรียก "นกจาก" [2] ใบที่โผล่ขึ้นมานั้น อาจชูขึ้นไปสูงได้ถึง 9 เมตร โดยไม่มีส่วนของลำต้นให้เห็นเลย ดอกของปาล์มเป็นลักษณะช่อ สีเหลืองแสด กลม ดอกตัวเมียที่ปลาย ดอกตัวผู้อยู่ตรงโคนช่อดอก ส่วนผลนั้นมีเปลือกแข็ง กระจุกเป็นทะลายหลายผล เปลือกสีน้ำตาล เรียกว่า "โหม่งจาก"[2] ข้างในมีเนื้อเมล็ดสีขาว มีปริมาณเนื้อไม่มากนัก รับประทานได้ รสชาติคล้ายลูกตาลสด เมื่อสุกเต็มที่ผลจะแยกจากกลุ่ม ลอยน้ำ สามารถแพร่พันธุ์ไปได้ไกล ๆ บางครั้งก็แตกหน่อขณะยังลอยน้ำ

การปลูกจาก[แก้]

เนื่องจากความรู้เรื่องการปลูก อัตราการเจริญเติบโตและการจัดการเกี่ยวกับจากยังมีน้อย นอกจากเคยมีผู้ศึกษาเรื่องการเพาะกล้าจากโดยใช้แผ่นพลาสติกรองพื้นโคลน เนื่องจากจำนวนรากของจากมากและขนาดใหญ่ เมื่อถอนไปปลูกอาจทำให้รากขาดได้ วิธีนี้ประสบผลสำเร็จ 75 เปอร์เซ็นต์ หากเพาะผลจากในเรือนเพาะชำ ต้องให้กล้าจากมีความสูงขนาดหนึ่งก่อนแล้วจึงค่อยย้ายปลูกในแปลง ในประเทศบังคลาเทศ เรือนเพาะชำอยู่ใกล้น้ำ โดยให้น้ำกร่อยท่วมถึงอย่างน้อยวันละ 4 ชั่วโมง สำหรับศัตรูของจากอ่อนคือ ปูและหนู แต่พอต้นจากแก่ไม่ค่อยมีศัตรูมารบกวน ในบางประเทศมีปัญหาจากลิงและหมูเข้ากัดกิน ทำลายด้วย เช่น ที่เกาะเบอร์เนียว ในประเทศมาเลเซียนิยมปลูกกล้าจากที่มีความสูงประมาณ 50 ซม. มีความหนาแน่น 75 ต้นต่อไร่ ศัตรูสำคัญ คือ ปูและหนู จึงปลูกในกระบอกไม้ไผ่ก่อน เมื่ออายุ 5-6 ปี ต้นจากจะโตเต็มที่ การปลูกจากที่จะให้ผลดีนั้น พื้นที่ควรเป็นที่ลุ่มมีน้ำขึ้น-ลงได้บ้าง ดินควรเป็นโคลนตมมาก แต่หากน้ำขังตลอดเวลาก็มีปัญหาเช่นกัน[3]


นิเวศวิทยาของต้นจาก[แก้]

ต้นจากเจริญเติบโตได้ดีในบริเวณชายฝั่งที่มีน้ำกร่อย แดดจ้า บริเวณเขตร้อนทั่วไป ปัจจุบันมีการกระจายพันธุ์ตั้งแต่ประเทศศรีลังกา พม่า ปากแม่น้ำคงคา คาบสมุทรมลายู อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกีนี หมู่เกาะโซโลมอน ฟิลิปปินส์ และอาจไปทางเหนือถึงหมู่เกาะรีวกีวในประเทศญี่ปุ่นที่มีต้นจากขึ้นบางประปราย หรือไปจนถึงทางใต้รัฐควีนส์แลนด์ ตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย ต้นจากจะไม่ขึ้นในที่น้ำเค็มจัดจนเกินไป จากรายงานการวิจัยที่มีผู้เสนอว่าที่จากสูญพันธุ์ไปจากบางพื้นที่ในยุคโบราณ เป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่ทำให้น้ำเค็มและมีคลื่นลมรุนแรงขึ้น จึงพบเห็นจากบริเวณปากน้ำหรือปากอ่าวมากกว่าบริเวณชายทะเลที่มีน้ำเค็มตลอดปี และความสามารถของป่าจากไม่เพียงรักษาตลิ่งไม่ให้พังทลายเท่านั้น แต่หากยังช่วยให้แผ่นดินงอกได้อีกด้วย ดังได้กล่าวมาแล้วว่า เมื่อพิจารณาถึงนิยามของพืชป่าชายเลนที่เจริญเติบโตบริเวณน้ำขึ้น-น้ำลงแล้ว ต้นจากน่าจะจัดเป็นเพียงพืชร่วมของป่าชายเลน เพราะอาจพบต้นจากเจริญเติบโตได้แม้ในที่ลุ่มห่างจากชายฝั่งหลายกิโลเมตร ที่ซึ่งน้ำทะเลเคยท่วมมาก่อน[4]

การใช้ประโยชน์[แก้]

จากเป็นพืชที่คนไทยรู้จักมานาน และใช้ประโยชน์ของจากได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่ใบจนถึงผล ใบจากมีลักษณะคล้ายใบมะพร้าว แต่มีความเหนียว และกว้างกว่า ทำให้สามารถใช้นำมาเย็บเป็นตับ เรียกว่า "ตับจาก" แล้วนำไปมุงหลังคา กันแดดกันฝนได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะใช้งานไปนาน ใบจากกรอบ เปลี่ยนจากสีเขียวเข้ม เป็นสีเหลือง สีน้ำตาล กระทั่งเกือบเป็นสีดำ แต่ก็ยังคงกันฝนและแดดได้ จนกว่าจะแห้งกรอบและผุไป ใช้ทำหมวกที่เรียก "เปี้ยว" พอนจากใช้ทำเชื้อเพลิง ใบจากอ่อนตากแห้งใช้มวนยาสูบ ห่อขนมต้ม ทำที่ตักน้ำเรียก "หมาจาก" ตอกบิด เสวียนหม้อ ใช้ห่อขนมจาก ซึ่งเป็นขนมที่ทำจากแป้ง น้ำตาล และมะพร้าว ผสมกันจนเหลวได้ที่ แล้วนำห่อด้วยใบจาก ปิ้งบนไฟ จนมีกลิ่นหอม แม้อาจมีการใช้ใบมะพร้าวมาห่อ แต่ก็ไม่อร่อยเท่าใช้ใบจาก ใบจากใช้ต้มน้ำดื่มแก้อาการท้องร่วงได้ ในหมู่เกาะโรตีและซาวูใช้ใบจากเป็นอาหารหมูเพื่อให้เนื้อหมูมีรสหวาน

ช่อดอกนำมาทำแกงหรือกินกับน้ำพริก ก้านช่อดอกปาดเอาน้ำหวานมาทำเป็นน้ำตาลได้ เรียก "โซม"[2] หรือนำไปหมักเป็นเหล้าและน้ำส้มสายชู กลีบดอกนั้นนำไปเป็นส่วนผสมของชาสมุนไพรได้ผลจากที่สุกแล้ว จะมีเนื้อในเมล็ดเป็นเยื่อสีขาว ใส นุ่ม มีรสหวาน นิยมรับประทานเป็นของหวาน เรียกลูกจาก ผลอ่อนที่แตกหน่อ จะมีจาวอยู่ข้างใน นำมารับประทานได้เช่นเดียวกับจาวตาล หรือจาวมะพร้าว

การทำน้ำส้มสายชู[แก้]

ในการทำน้ำส้มสายชู นั้นจะมีขั้นตอนทุกอย่างคล้ายกับการทำน้ำตาล แต่ไม่ต้องนำน้ำหวานขึ้นเตาเพื่อเคี่ยว เพียงแต่หมักไว้ในไหประมาน 10 วัน ก็จะเกิดกรดน้ำส้มเพื่อใช้มาบริโภค หากต้องการเก็บไว้นานเป็นปี มักจะเติมเกลือและกระเทียมลงไปด้วย แต่ถ้าไม่ใส่กระเทียมและเกลือก็จะเก็บไว้ได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น จึงเป็นสิ่งที่ควรศึกษา ในกรณีของน้ำตาลสด พืชตระกูลปาล์มอื่นๆ เช่น ตาลโตนด ก็สามารถที่จะนำหมักเป็นน้ำส้มสายชูได้ เช่นเดียวกับน้ำตาลจาก ขั้นตอนในการผลิตมีความคล้ายคลึงกับการทำน้ำตาลจากในช่วงแรก แต่การทำน้ำส้มจะไม่ใส่เปลือกเคี่ยมในกระบอกรองรับน้ำหวาน และไม่ต้องต้มเคี่ยว เพียงแต่หมักในไห 10 วัน ก็จะเกิดรสเปรี้ยว ผู้ที่ทำน้ำส้มสายชูนั้น มักจะทำรวมกันกับอาชีพอื่น สามารถผลิตน้ำส้มได้วันละ 15-20 ลิตร โดยขายส่งในราคาลิตรละ 5 บาท ทำให้มีรายได้วันละ 75-100 บาท ถ้าหากขายปลีกจะขายเป็นขวด หรือลิตรละ 8 บาท รายได้ตะเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 120-160 บาท ทำให้มีรายได้ต่อเดือน 2250-3000 บาท[5]

การใช้ใบจากมวนบุหรี่[แก้]

การตัดยอดจากเพื่อนำมาทำใบจากมวนบุหรี่ มักเป็นผู้ที่อาศัยใกล้ชายฝั่งทะเลซึ้งประกอบอาชีพการทำประมงไปด้วย ดารตัดยอดจากจึงใช้เรือเป็นพาหนะ เนื่องจากอยู่ใกล้ชายทะเล มีน้ำท่วมขัง โดยสามารถตัดยอดจากได้วันละ 150-180 ยอดต่อวัน จะขายส่งให้กับพ่อค้าในตลาดอำเภอปากพนัง หรือตากให้แห้งทำใบจากเอง ปัจจุบันขายได้ราคายอดละ 1 บาท และหลังจากการตัดยอดแล้วอีกประมาน 3 เดือน จึงจะตัดยอดใหม่ได้จึงทำให้มีรายได้ประมาณ 150-180 บาทต่อวัน หรือ 4500-5400 บาทต่อเดือน[6]

การเย็บจาก มุงหลังคาและกั้นฝาผนัง[แก้]

ในการเย็บจากมุงหลังคาและทำฝาผนัง จะใช้ใบจากแก่มาทำ โดยตัดใบที่ต้องการแล้วปล่อยให้เหลือใบไว้เลี้ยงกอ 3-4 ใบ ในการเย็บจากนิยมใช้ใบดับยาว 1เมตร โดยใช้ใบย่อยของใบจาก 2 ใบ ซ้อนให้ทับกันแล้วเย็บร้อยให้ติดกัน ใบจาก 1 ใบ ทำได้ประมาณ 4 ตับ ใช้วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น ได้แก่ เชือกคล้าหรือเถาหวายลิง ซึ่งพบได้ทั่วไปในป่าจากเป็นเชือกเย็บร้อย สำหรับไม้ดับนั้นก็ได้จากก้านใบหรือ “ทางจาก” ตากแห้ง ซึ่งจะเห็นได้ว่ากิจกรรมประเภทนี้ ไม่จำเป็นต้องหาวัสดุจากภายนอกเลย จากมุงหลังคาส่วนมากจะมีความคงทนอยู่ได้นานถึง 7-8 ปี แต่ถ้าหากเย็บจากโดยใช้ใบ 3 ใบ ซ้อนทับกัน จะอยู่ได้นานไม่น้อยกว่า 10 ปี ในปัจจุบันตลาดมีความต้องการจากมุงหลังคา เพื่อใช้ในธุรกิจร้านอาหารหรือทำโรงเรือนในนากุ้ง เนื่องจากทำให้ไม่ร้อนอบอ้าว จึงมีการประกอบอาชีพนี้มากเพราะสามารถทำได้ทุกฤดู การเย็บจากสามารถทำได้ตลอดทั้งปี โดยตัดใบแก่มาเย็บ ขนาดของตับจากจะมี 2 ขนาดคือ ขนาด 1 เมตร และขนาด 1.20 เมตร แต่ที่นิยมคือ ขนาด 1 เมตรเรียกว่า “จาก 2 ศอก” ผู้ที่ประกอบอาชีพนี้สามารถเย็บจากได้ 80-160 ตับต่อคนต่อวัน เมื่อคิดเป็นรายได้ราคาตับละ 1.50 บาท (พ.ศ. 2540) จะมีรายได้ประมาณ 120-150 บาทต่อคนต่อวัน หรือ 3,600-4,500 บาทต่อคนต่อเดือน เมื่อรวมทั้งปีจะมีรายได้ประมาณปีละ 43,200-54,000 บาทต่อคน ซึ่งเป็นรายได้ที่ดีและสูง เมื่อเปรียบเทียบรายได้เฉลี่ยของเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังเช่นกัน [7]

การทำน้ำตาลจาก[แก้]

ในกรณีของการทำน้ำตาลในอำเภอปากพนัง ซึ่งเป็นพื้นที่ศึกษานั้นจะมีช่วงของการผลิตช่วงละ 3-4 เดือน ซึ่งในรอบปีสามารถเข้าไปปาดน้ำตาลได้ 8 เดือน มีระยะการเตรียมการอยู่ 2 เดือน ซึ่งในรอบปีสามารถเข้าไปใช้พื้นที่ปีละ 10 เดือน โดยจะหยุด 2 เดือน คือ เดือนพฤศจิกายนและธันวาคมของทุกปี ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงดังกล่าวเป็นช่วงฤดูฝน มีน้ำท่วมขังในพื้นที่ป่าจาก จึงไม่สะดวกในการเข้าไปใช้พื้นที่ แต่บางรายใช้เรือและใช้ถุงพลาสติกหุ้มปากกระบอกกันฝน จึงปาดน้ำตาลได้ตลอดปี เมื่อถึงเดือนมกราคมซึ่งเป็นช่วงที่ฝนหยุดตก ปริมาณน้ำในป่าจากลดลงจนเกือบแห้ง เกษตรกรก็จะเริ่มเข้าไปใช้ประโยชน์ในฤดูของการผลิตแรก[8]


การใช้ส่วนต่าง ๆ มาประกอบอาหาร[แก้]

ผลอ่อนอายุประมาณ 4 เดือนของจาก สามารถนำมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อทำเป็นผักดองหรือเป็นผักแกง ส่วนผลจากอายุประมาณ 5-7 เดือนนั้นเนื้อในผลจาก(endosperm)สามารถรับประทานได้โดยทำขนมหวานน้ำเชื่อม ลักษณะคล้ายลูกชิดแต่มีขนาดใหญ่กว่า นอกจากนี้ช่อดอกอ่อนอายุประมาณ 1 เดือน สามารถนำมาหั่น ทำเป็นผักจิ้มน้ำพริกโดยการลวกหรือรับประทานสด และสามารถนำเป็นผักดองกับน้ำส้มที่ทำจากต้นจากใช้รับประทานเป็นผักดองขนมจีน ซึ่งเป็นที่นิยมของประชาชนในท้องถิ่น[9]


การผลิตแอลกฮอล์และทำสุรา[แก้]

การทำแอลกอฮอล์จากน้ำตาลจากได้เริ่มขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์ ในปี พ.ศ. 2454 และในประเทศมาเลเซีย อีก 10 ปีต่อมา โดยเฉพาะในยุคน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาแพง การใช้แอลกอฮอล์ผสมกับน้ำมันปิโตรเลียมในสัดส่วน 1: 4 สามารถกระทำได้ดีโดยไม่ต้องปรับเปลี่ยน สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง การผลิตแอลกอฮอล์ในประเทศมาเลเซียได้ผลผลิตประมาณ 2,450 ลิตรต่อไร่ต่อปี โดยมีพื้นที่การปาดปีละ 340 วัน ในขณะที่ประเทศฟิลิปปินส์ได้ผลผลิตระหว่าง 1,037 – 1,636 ลิตรต่อไร่ต่อปี แต่ถ้ามีการปรับปรุงประสิทธิภาพ อาจผลิตได้ถึง 2,900 ลิตรต่อไร่ สำหรับในรัฐซาราวัคของมาเลเซียในปี พ.ศ. 2503 ผลิตแอลกอฮอล์ได้ 341,505 ลิตร แต่พอถึงปี พ.ศ. 2523 ผลิตได้เพียง 8,406 ลิตร ทั้งนี้เพราะจำนวนเกษตรกรที่ทำน้ำตาลจากลดลง (Chai , 1982) ที่อำเภอปากพนังนั้น การทำแอลกอฮอล์ 10 ลิตร ต้องใช้น้ำตาลจาก 1 ปี๊บ ซึ่งสู้ราคาขายเป็นน้ำตาลไม่ได้ นอกจากทำเป็นสุราที่ราคาดีกว่า[10]

ความสำคัญทางเศรษฐกิจของจาก[แก้]

ในอดีตประชาชนที่อาศัยอยู่ชายฝั่งทะเลได้ใช้ประโยชน์ของต้นจากอย่างกว้างขวาง ทั้งอาศัยใบจากในการทำฝาบ้าน มุงหลังคา มวนบุหรี่ ทำภาชนะต่างๆ เช่น หมวก ภาชนะตักน้ำ ไม้กวาด ที่เป็นอาหารได้แก่ ผล ยอดอ่อน และการปาดน้ำหวานจากต้นจากเพื่อทำน้ำตาล น้ำส้มสายชู แอลกอฮอล์ เครื่องดื่ม จึงเรียกว่าเป็นไม้คู่ชีวิตของคนที่อาศัยอยู่ชายฝั่งกันเลยทีเดียว ต่อมาสภาพสังคมและเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงของเดิมที่มีคุณค่าและเป็นทรัพยากรประจำท้องถิ่นก็ถูกแทนที่ด้วยของใหม่ มีการบรรจุหีบห่อสวยงามจนของเดิมไม่เป็นที่นิยมของคนรุ่นใหม่ นี่เองเป็นปัญหาของคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง และคำว่าทรัพยากรที่ใช่อย่างยั่งยืน[11]

ลูกจาก และ ลูกชิด[แก้]

ลูกชิด

เนื่องจาก จาก เป็นพืชในวงศ์เดียวกับ ตาว ซึ่งลูกของตาวนั้นเมื่อมาทำขนมเรียกว่าลูกชิด ด้วยลักษณะที่คล้ายคลึงกัน จึงมักจะมีความเข้าใจสับสน ว่า "จาก" กับ "ชิด" เป็นพืชชนิดเดียวกัน โดยเรียกต้นว่า "จาก" และเรียกลูกว่า "ชิด" ดังมี กล่าวไว้ดังนี้

ในลำคลองสองฟากล้วนจากปลูก ทะลายลูกดอกจากขึ้นฝากแฝง
ต้นจากถูกลูกชิดนั้นติดแพง เขาช่างแปลงชื่อถูกเรียกลูกชิด
คำกลอนในนิราศเมืองเพชร ของสุนทรภู่
ผลจากเจ้าลอยแก้ว บอกความแล้วจากจำเป็น
จากช้ำน้ำตากระเด็น เป็นทุกข์ท่าหน้านวลแตงฯ
กาพย์เห่เรือ ในรัชกาลที่ 2

อ้างอิง[แก้]

  1. The Plant List Nypa fruticans
  2. 2.0 2.1 2.2 นิดดา หงส์วิวัฒน์ และทวีทอง หงส์วิวัฒน์. จาก ใน ผลไม้ 111 ชนิด: คุณค่าอาหารและการกิน. กทม. แสงแดด. 2550 หน้า 57
  3. นพรัตน์ บำรุงรักษ์ ต้นจาก...พืชเศรษฐกิจของป่าชายเลน กทม. เฟื้องฟ้า พริ้นติ้ง. 2544 หน้า 14
  4. นพรัตน์ บำรุงรักษ์ ต้นจาก...พืชเศรษฐกิจของป่าชายเลน กทม. เฟื้องฟ้า พริ้นติ้ง. 2544 หน้า 9
  5. นพรัตน์ บำรุงรักษ์ ต้นจาก...พืชเศรษฐกิจของป่าชายเลน กทม. เฟื้องฟ้า พริ้นติ้ง. 2544 หน้า 46
  6. นพรัตน์ บำรุงรักษ์ ต้นจาก...พืชเศรษฐกิจของป่าชายเลน กทม. เฟื้องฟ้า พริ้นติ้ง. 2544 หน้า 47
  7. นพรัตน์ บำรุงรักษ์ ต้นจาก...พืชเศรษฐกิจของป่าชายเลน กทม. เฟื้องฟ้า พริ้นติ้ง. 2544 หน้า 46
  8. นพรัตน์ บำรุงรักษ์ ต้นจาก...พืชเศรษฐกิจของป่าชายเลน กทม. เฟื้องฟ้า พริ้นติ้ง. 2544 หน้า 28
  9. นพรัตน์ บำรุงรักษ์ ต้นจาก...พืชเศรษฐกิจของป่าชายเลน กทม. เฟื้องฟ้า พริ้นติ้ง. 2544 หน้า 50
  10. นพรัตน์ บำรุงรักษ์ ต้นจาก...พืชเศรษฐกิจของป่าชายเลน กทม. เฟื้องฟ้า พริ้นติ้ง. 2544 หน้า 50
  11. นพรัตน์ บำรุงรักษ์ ต้นจาก...พืชเศรษฐกิจของป่าชายเลน กทม. เฟื้องฟ้า พริ้นติ้ง. 2544 หน้า 23

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]