คาร์ล เดอริง
คาร์ล เดอริง | |
|---|---|
| Karl Döhring | |
| เกิด | คาร์ล ซีคฟรีท เดอริง 14 สิงหาคม พ.ศ. 2422 โคโลญ มณฑลไรน์ ปรัสเซีย จักรวรรดิเยอรมัน |
| เสียชีวิต | 1 มิถุนายน พ.ศ. 2484 (61 ปี) ดาร์มชตัท รัฐประชาชนเฮ็สเซิน นาซีเยอรมนี |
| สัญชาติ | ราชอาณาจักรปรัสเซีย (จักรวรรดิเยอรมัน; 2422–2461) ประเทศสยาม (2449–2460) รัฐประชาชนเฮ็สเซิน (สาธารณรัฐไวมาร์; 2461–2476) นาซีเยอรมนี (ตั้งแต่ 2476) |
| ชื่ออื่น | ราวี ราเวนโดร |
| อาชีพ | |
| มีชื่อเสียงจาก | สถาปนิกชาวเยอรมันที่รับราชการในสยาม |
| ผลงานเด่น | พระรามราชนิเวศน์ แผ่นดินและผู้คนชาวสยาม |
| คู่สมรส | เฮดวิก มาเรีย วากเนอร์ (สมรส 2463) |
คาร์ล ซีคฟรีท เดอริง (เยอรมัน: Karl Siegfried Döhring; 14 สิงหาคม พ.ศ. 2422 ที่โคโลญ – 1 มิถุนายน พ.ศ. 2484 ที่ดาร์มชตัท) เป็นสถาปนิก นักประวัติศาสตร์ศิลปะ และนักโบราณคดีชาวเยอรมัน ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในประเทศสยาม หรือปัจจุบันคือประเทศไทย
เดอริงเข้ามารับราชการเป็นสถาปนิก ได้ทำงานในกรมศุขาภิบาล ใน พ.ศ. 2452 และในปีนี้ยังได้รับการมอบหมายให้สร้างวังพระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ และในเดือนกันยายน พ.ศ. 2452 ได้รับการแต่งตั้งจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างพระรามราชนิเวศน์ที่จังหวัดเพชรบุรี
งานสำคัญอื่น เช่นสร้างวังวรดิศสำหรับเป็นที่ประทับมารดาของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ในปี พ.ศ. 2454 ต่อมาในปี พ.ศ. 2456 เดอริงล้มป่วยจนต้องเดินทางกลับไปเยอรมนีเพื่อทำการรักษาและไม่กลับมายังประเทศไทยอีกเลย จนเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2484
ระหว่างทำงานในไทย เดอริงแต่งตำราเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมและศิลปะในสยามที่ชื่อ Siam, Land und Volk และได้รับการตีพิมพ์ใหม่ในชื่อ The Country and People of Siam มีเนื้อหาบรรยายลักษณะธรรมเนียม ประเพณี ศิลปะ และแง่มุมทางกฎหมายในสยาม[1]
ผลงานอาคารบางส่วน
[แก้]
- สถานีรถไฟธนบุรี (เดิม)
- สถานีรถไฟอุตรดิตถ์
- พระรามราชนิเวศน์
- วังวรดิศ
- วังดิลกนพรัฐ
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
[แก้]- พ.ศ. 2452 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นที่ 4 จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก (จ.ช.)[2]