คอลมีบายยัวร์เนม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เอ่ยชื่อคือคำรัก
Call Me By Your Name
ใบปิดประกาศ
กำกับลูกา กวาดาญีโน
อำนวยการสร้าง
เขียนบทเจมส์ ไอวอรี
เค้าโครงจากคอลมีบายยัวร์เนม โดย
อันเดร อาซิมาน
นำแสดง
กำกับภาพสยมภู มุกดีพร้อม
ตัดต่อวอลเตอร์ ฟาซาโน
ค่าย
  • Frenesy Film Company
  • La Cinéfacture
  • RT Features
  • M.Y.R.A. Entertainment
  • Water's End Productions
จำหน่าย/เผยแพร่
ฉาย22 มกราคม ค.ศ. 2017 (2017-01-22)(ซันแดนซ์)
24 พฤศจิกายน 2017 (สหรัฐ)
25 มกราคม 2018 (อิตาลี)
28 กุมภาพันธ์ 2018 (ฝรั่งเศส)
14 ธันวาคม 2018 (ไทย)
ความยาว132 นาที[1]
ประเทศ
  • อิตาลี
  • สหรัฐ
  • บราซิล
  • ฝรั่งเศส
ภาษา
  • อังกฤษ
  • อิตาลี
  • ฝรั่งเศส[2]
งบประมาณ3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้32.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[3]

คอลมีบายยัวร์เนม (อังกฤษ: Call Me By Your Name; "เอ่ยชื่อคือคำรัก") เข้าฉายในปี 2017 เป็นภาพยนตร์แนวดราม่า, โรแมนติก, และ coming-of-age กำกับโดย ลูกา กวาดาญีโน และเขียนบทโดย เจมส์ ไอวอรี เนื้อเรื่องอิงจากนวนิยาย คอลมีบายยัวร์เนม ที่แต่งโดย อันเดร อาซิมาน ภาพยนตร์นำเสนอในฉากของประเทศอิตาลีทางตอนเหนือในช่วงปี ค.ศ. 1983 เรื่องราวความสัมพันธ์ระหร่าง เอลิโอ เพิร์ลแมน (ทิโมที แชลลาเม) เด็กหนุ่มอายุ 17 ปี ชาวอิตาลี และโอลิเวอร์ (อาร์มี แฮมเมอร์) ชายอเมริกันอายุ 24 ปี ซึ่งเป็นผู้ช่วยด้านโบราณคดีของพ่อเอลิโอ

คอลมีบายยัวร์เนม ในรูปแบบภาพยนตร์เริ่มมีแผนในการถ่ายทำในปี ค.ศ. 2007 ในขณะนั้นมีผู้อำนวยการสร้างคือ ปีเตอร์ สเปียส์ และ ฮาวเวิร์ด โรเซนแมน ได้นำ เจมส์ ไอวอรี มาเป็นผู้กำกับร่วมด้วย แต่สุดท้ายไอวอรีก็ได้อยู่ในตำแหน่งผู้เขียนบทแทน ในขณะที่ ลูกา กวาดาญีโน ซึ่งเข้ามาในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านสถานที่ ก็ได้รับหน้าที่เป็นทั้งผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้าง ภาพยนตร์ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากบริษัทหลายประเทศ โดยได้ใช้สถานที่ถ่ายทำหลักในเมืองเครโมนา แคว้นลอมบาร์เดีย ประเทศอิตาลี ระหว่าง เดือนพฤษภาคม ถึง เดือนมิถุนายน ค.ศ. 2016 และกำกับภาพโดยสยมภู มุกดีพร้อม

ภาพยนตร์ได้รับการเผยแพร่โดยบริษัทโซนี่พิคเจอร์สคลาสสิค ก่อนที่จะเข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ซันแดนซ์ ประจำปี ค.ศ. 2017 ในวันที่ 22 มกราคม ค.ศ. 2017 ภาพยนตร์ได้เริ่มฉายรอบพิเศษในสหรัฐในวันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017 และเข้าฉายทั่วสหรัฐในวันที่ 19 มกราคม ค.ศ. 2018 คอลมีบายยัวร์เนมได้รับรางวัลมากมาย ทั้งคำชื่นชมในด้านการดำเนินเรื่อง บทภาพยนตร์ การกำกับการแสดง และเพลงประกอบ คอลมีบายยัวร์เนมได้รับรางวัลออสการ์ สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 90 อีกทั้งยังถูกเสนอชื่อเข้าชิงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และสาขาเพลงนำยอดเยี่ยม ในด้านบทภาพยนตร์เจมส์ ไอวอรี ได้รับรางวัลคริติกส์ชอยส์มูฟวี่อวอร์ด ครั้งที่ 23, รางวัลสมาคมนักเขียนแห่งอเมริกา ครั้งที่ 70 และรางวัลแบฟตา ครั้งที่ 71 สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม ในส่วนของทิโมที แชลลาเมก็ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงในรางวัลแบฟตา, รางวัลลูกโลกทองคำ, รางวัลสมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์ และคริติกส์ชอยส์มูฟวี่อวอร์ด สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม

เนื้อเรื่อง[แก้]

“เอลิโอ” เด็กหนุ่มอายุ 17 ปี ลูกครึ่งอิตาลี-อเมริกัน อาศัยอยู่ในชนบททางตอนเหนือประเทศอิตาลีกับครอบครัวของเขา พ่อของเอลิโอซึ่งเป็นนักโบราณคดีได้ชักชวนให้ “โอลิเวอร์” ชายหนุ่มอายุ 24 ปี ชาวอเมริกัน มาอาศัยด้วยในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ.1983 และให้โอลิเวอร์มาช่วยงานเกี่ยวกับเอกสาร เอลิโอผู้ซึ่งเป็นหนอนหนังสือและเป็นอัจฉริยะทางดนตรี เขาได้พบบุคลิกที่มีร่วมกันนิดๆระหว่างเขากับโอลิเวอร์ คือ นิสัยที่ร่าเริงและใช้ชีวิตโดยไร้ซึ่งความกังวล เอลิโอค่อนข้างไม่พอใจที่จะต้องแบ่งห้องของเขาให้โอลิเวอร์พัก เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ในฤดูร้อนไปกับการอ่านหนังสือและออกไปเที่ยวกับ “มาร์เซีย” แฟนสาวของเขา ขณะที่โอลิเวอร์นั้นก็เป็นที่ต้องตาต้องใจจากผู้หญิงในท้องถิ่นอยู่ไม่น้อย นั่นทำให้โอลิเวอร์ยิ่งคับอกคับใจมากขึ้น

ต่อมา เอลิโอและโอลิเวอร์ได้เริ่มใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น ทั้งออกไปว่ายน้ำด้วยกัน ไปเดินเล่นในเมืองด้วยกัน ไปทริปเกี่ยวกับโบราณคดีของพ่อโอลิโอด้วยกัน ถึงแม้ว่าเอลิโอจะเริ่มมีความสัมพันธ์ทางเพศกับมาร์เซียและพูดโอ้อวดเรื่องนี้ต่อหน้าโอลิเวอร์เพื่อคอยดูว่าเขาจะมีปฏิกิริยาตอบกลับอย่างไร แต่นั่นกลับทำให้เอลิโอพบว่าตัวเองยิ่งถูกดึงดูดโดยโอลิเวอร์มากขึ้น ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังไปที่ไปรษณีย์ เอลิโอก็ได้สารภาพความรู้สึกที่เขามีต่อโอลิเวอร์ แต่โอลิเวอร์ปฏิเสธว่าเราทั้งสองไม่สามารถพูดถึงเรื่องนี้ได้ตอนนี้ วันถัดมาเอลิโอกับโอลิเวอร์ได้จูบกัน และโอลิเวอร์ก็บอกกับเอลิโอว่าเขาไม่อยากจากที่นี้ไป จึงทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองเติบโตขึ้นในไม่กี่วันถัดมา

ในตอนที่โอลิเวอร์ตอบกลับโน้ตจากเอลิโอโดยเขียนโน้ตทิ้งไว้บนโต๊ะบอกว่า ให้เอลิโอมาพบเขาตอนเที่ยงคืน ในวันนั้นเอลิโอได้ใช้เวลาทั้งช่วงกลางวันอยู่กับมาร์เซีย โดยที่เขาหาโอลิเวอร์ไม่เจอเลย แต่สุดท้ายเมื่อถึงเที่ยงคืนเอลิโอก็ได้พบกับโอลิเวอร์ที่ลานหน้าบ้าน ทั้งสองคนได้ร่วมรักกันเป็นครั้งแรก และได้อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้นและเก็บความสัมพันธ์ระหว่างกันไว้เป็นความลับตั้งแต่นั้นมา ในฉากบนเตียง โอลิเวอร์ได้บอกเอลิโอว่า “ให้เรียกฉันด้วยชื่อของคุณ แล้วฉันจะเรียกคุณด้วยชื่อของฉัน” นั่นทำให้ทั้งสองมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากขึ้นทั้งทางร่างกายและอารมณ์ความรู้สึก และทำให้เอลิโอเริ่มตัดขาดจากมาร์เซีย

ก่อนที่โอลิเวอร์จะต้องกลับอเมริกา ทั้งคู่ได้พูดคุยกันเพื่อขจัดความลังเลใจและความปรารถนาที่มีต่อกัน ซึ่งพ่อของเอลิโอก็สงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ ก่อนที่โอลิเวอร์จะกลับเขาได้ชวนให้ทั้งสองคนไปเที่ยวที่เมืองแบร์กาโมด้วยกันสองคน ทั้งคู่ได้ใช้เวลาตลอด 3 วันอย่างโรแมนติก หลังจากที่โอลิเวอร์กลับอเมริกา นั่นทำให้เอลิโอเสียใจอย่างมากที่สุด ระหว่างทางกลับบ้าน เขาได้พบกับมาร์เซีย แฟนเก่าของเขา มาร์เซียได้บอกว่าเธอยังต้องการเป็นเพื่อนกับเขาอยู่ เมื่อกลับถึงบ้าน พ่อของเอลิโอเห็นถึงความเศร้าใจและสิ้นหวังที่ลูกมี เขาจึงบอกกับลูกว่าเขาเองรู้ถึงความสัมพันธ์ที่ทั้งเอลิโอและโอลิเวอร์มีอยู่แล้ว เขาสารภาพว่าเขาก็เคยมีความรู้ดีกับเพื่อนสมัยยังเป็นวัยรุ่น และสุดท้ายเขาก็ต้องการให้เอลิโอเก็บความรู้สึกนี้ไว้ เพราะว่ารักแท้ที่ทั้งเอลิโอและโอลิเวอร์มีให้ต่อกันนั้นเป็นสิ่งที่หายากนัก

ในระหว่างเทศกาลฮานุกกะห์ เอลิโอได้รับโทรศัพท์จากโอลิเวอร์ ซึ่งโทรมาบอกว่าเขาหมั้นแล้วและกำลังจะแต่งงาน โอลิเวอร์บอกกับเอลิโอว่า เขาจำเรื่องราวทุกอย่างระหว่างเราสองคนได้ จำครั้งสุดท้ายที่เขาเรียกชื่อเอลิโอว่าโอลิเวอร์ได้ หลังจากโทรศัพท์ เอลิโอผู้ซึ่งเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขานั่งอยู่หน้าเตาผิงไฟ ความรู้สึกทุกอย่างร่วงโรยจากดวงตาผ่านใบหน้าของเขา ในขณะที่ครอบครัวของเขากำลังเตรียมอาหารเย็นสำหรับฉลองเทศกาลฮานุกกะห์

นักแสดง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Call Me by Your Name (2017)". British Board of Film Classification. Archived from the original on 7 November 2017. สืบค้นเมื่อ 4 November 2017.
  2. "Berlin Film Festival 2017 Program by Memento Films" (PDF). Memento Films International. Archived (PDF) from the original on 8 December 2017. สืบค้นเมื่อ 1 December 2017.
  3. "Call Me by Your Name (2017)". Box Office Mojo. Archived from the original on 27 August 2017. สืบค้นเมื่อ 4 March 2018.
  4. Mr. Perlman's full name is mentioned in the film as Samuel "Sammy" Perlman.

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้]