ข้าวทอง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กระบวนการสร้างบีตา-แคโรทีนในเอนโดสเปิร์มของข้าวทอง เอนไซม์ที่เร่งปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องแสดงเป็นสีแดง

ข้าวทอง (อังกฤษ: golden rice) เป็นพันธุ์ข้าวที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยวิธีทางพันธุวิศวกรรม ให้ข้าวสามารถสังเคราะห์บีตา-แคโรทีน (เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ) ได้[1] เพื่อใช้เป็นอาหารในแหล่งพื้นที่ที่มีการขาดไวตามินเอ[2]

การสร้างสายพันธุ์[แก้]

อินโก โปเตรคูส (Ingo Potrykus) แห่งสถาบันวิทยาการพืช สถาบันเทคโนโลยีสวิสเซอร์แลนด์ (Institute of Plant Sciences at the ETH Zürich Swiss Federal Institute of Technology) ร่วมกับปีเตอร์ เบเยอร์ (Peter Beyer) แห่งมหาวิทยาลัยไฟรเบอร์ (Freiburg University) ได้ร่วมกันสร้างสายพันธุ์ข้าวทองขึ้น โดยโครงการได้เริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1992 และได้ตีพิมพ์ผลงานในปี ค.ศ. 2000 ซึ่งการสร้างสายพันธุ์ข้าวทอง ถือได้ว่าเป็นผลงานที่สำคัญของเทคโนโลยีชีวภาพ ที่นักวิจัยสามารถปรับแต่งกระบวนการชีวสังเคราะห์ได้ทั้งกระบวนการ

พันธุ์ข้าวตามธรรมชาตินั้นมีการผลิตสารบีตา-แคโรทีนออกมาอยู่แล้วเพียงแต่สารนั้นจะอยู่ที่ใบ ไม่ได้อยู่ในส่วนของเอนโดสเปิร์ม ซึ่งอยู่ในเมล็ดข้าว พันธุ์ข้าวทองนั้นถูกสร้างขึ้นโดยการต้ดต่อยีนสังเคราะห์บีตา-แคโรทีน ไพโตนซินเตส (phytoene synthase) จาก ต้นแดฟโฟดิล (daffodil) และ ซีอาร์ทีหนึ่ง (crt1) จาก แบคทีเรีย เออวินเนีย ยูเรโดวารา (Erwinia uredovara) เข้าไปในจีโนมของข้าวตรงส่วนที่เกี่ยวข้องกับเอนโดสเปิร์ม จึงทำให้ข้าวที่ได้มีบีตา-แคโรทีน อยู่ในเอนโดสเปิร์ม

การพัฒนาสายพันธุ์[แก้]

ต่อมาข้าวทองได้ถูกผสมกับสายพันธุ์ข้าวท้องถิ่นของฟิลิปปินส์ ไต้หวัน และ ข้าวอเมริกาพันธุ์โคโคไดร์ (Cocodrie)[3] การทดลองภาคสนามในไร่ของพันธุ์ข้าวทองครั้งแรก ถูกดำเนินการโดยศูนย์การเกษตร มหาวิทยาลัยรัฐหลุยเซียร์น่า (Lousiana State University) ในปี ค.ศ. 2004[3] การทดลองภาคสนามจะช่วยให้ผลการประเมินคุณค่าทางอาหารของพันธุ์ข้าวทองได้แม่นยำขึ้น และจากการทดลองในขั้นต้นพบว่าพันธุ์ข้าวทองที่ปลูกจริงในไร่มีปริมาณสารบีตา-แคโรทีนมากกว่าที่ปลูกในเรือนกระจกราวๆ 4 ถึง 5 เท่า[4]

ค.ศ. 2005 ทีมนักวิจัยของบริษัทซินเจนต้า (Syngenta) ได้พัฒนาสายพันธุ์ข้าวทองขึ้นมาอีกสายพันธุ์ ชื่อว่า พันธุ์ข้าวทอง 2 (Golden Rice 2) โดยการรวมเอาไฟโตนซินเตสยีนจากข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กับซีอาร์ทีหนึ่งของพันธุ์ข้าวทองเดิม พันธุ์ข้าวทอง 2 นี้มีรายงานว่าสามารถให้คาโรตินอยด์ได้มากถึง 37 µg/g หรือ มากกว่าพันธุ์ข้าวทองดั่งเดิมได้ถึง 23 เท่า[5]

อินโค โปไตรคูส คาดว่าสายพันธุ์ข้าวทองน่าจะผ่านปัญหาเรื่องการกฎระเบียบต่างและสามารถที่จะออกสู่ตลาดได้ในปี ค.ศ. 2012[6]

อ้างอิง[แก้]

  1. Ye et al. 2000. Engineering the provitamin A (beta-carotene) biosynthetic pathway into (carotenoid-free) rice endosperm. Science 287 (5451) : 303-305 PMID 10634784
  2. One existing crop, genetically engineered "golden rice" that produces vitamin A, already holds enormous promise for reducing blindness and dwarfism that result from a vitamin-A deficient diet. - Bill Frist, physician and politician, in a Washington Times commentary - November 21, 2006 [1]
  3. 3.0 3.1 LSU AgCenter Communications. ‘red Rice’ Could Help Reduce Malnutrition, 2004
  4. Goldenrice.org [2][ลิงก์เสีย]
  5. Paine et al. 2005. Improving the nutritional value of Golden Rice through increased pro-vitamin A content. Nature Biotechnology doi:10.1038/nbt1082
  6. Potrykus, Ingo (2010) Regulation must be revolutionized Nature, Vol 466, P561, doi:10.1038/466561a; retrieved August 10, 2010