มหาวิทยาลัยไฟรบวร์ค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มหาวิทยาลัยไฟรบวร์ค
Albert-Ludwigs-Universität Freiburg
Seal of the University of Freiburg
ตรามหาวิทยาลัย
ละติน: Alma Mater Alberto-Ludoviciana
คติพจน์Die Wahrheit wird euch frei machen
สถาปนา1457
ประเภทมหาวิทยาลัยรัฐ
จำนวนเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ 4,578 คน
จำนวนผู้ศึกษา21,622 คน
ที่ตั้ง
สีประจำสถาบัน
  •      ฟ้า
  •      แดง
  •      ขาว
เครือข่าย
เว็บไซต์uni-freiburg.de
150px

มหาวิทยาลัยไฟรบวร์ค (อังกฤษ: University of Freiburg) หรือชื่อเต็มว่า มหาวิทยาลัยอัลแบร์ท ลูทวิช แห่งไฟรบวร์ค (เยอรมัน: Albert-Ludwigs-Universität Freiburg) เป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในนครไฟรบวร์คอิมไบรส์เกา รัฐบาเดิน-เวือร์ทเทิมแบร์ค ประเทศเยอรมนี

ค.ศ. 1457 ราชวงศ์ฮับสบูร์กก่อตั้งมหาวิทยาลัยนี้ขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยแห่งที่สองในดินแดนออสเตรีย-ฮับสบูร์ก แห่งแรกคือ มหาวิทยาลัยเวียนนา มหาวิทยาลัยไฟร์บูร์กมีประเพณียาวนานทางด้านการเรียนการสอนมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ทั้งยังเป็นแหล่งศึกษาของบุคคลสำคัญทางด้านวัฒนธรรมตะวันตกหลายคน เป็นต้นว่า มาร์ทิน ไฮเดกเกอร์ (Martin Heidegger), ฮันนาห์ อาเร็นดท์ (Hannah Arendt), รูดอล์ฟ คาร์แนป (Rudolf Carnap), เดวิด โดบ (David Daube), โจฮัน เอก (Johann Eck), ฮันส์-เกออร์ก กาดาเมอร์ (Hans-Georg Gadamer), ฟรีดริช ฮาเยก (Friedrich Hayek), เอ็ดมุนด์ ฮุสเซิร์ล (Edmund Husserl), ฟรีดริช ไมเนกเคอ (Friedrich Meinecke) และ มักซ์ เวเบอร์ (Max Weber) อนึ่ง ยังมีบุคลากรได้รับรางวัลโนเบลสิบเก้าคน และมีนักวิชาการสิบห้าคนได้รับรางวัลกอทท์ฟรีดวิลเฮล์มไลบ์นิซ (Gottfried Wilhelm Leibniz Prize) อันเป็นรางวัลสูงสุดของประเทศ ขณะปฏิบัติงานอยู่ ณ มหาวิทยาลัยนี้ด้วย

ปัจจุบัน ไฟร์บูร์กเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่เป็นอันดับที่ห้าในประเทศเยอรมนี และเป็นสถานศึกษาและวิจัยชั้นสูงของยุโรป[1][2] ประกอบด้วยคณะทั้งสิ้นสิบเอ็ดคณะ และมีนักศึกษาทั้งจากทั่วประเทศและจากประเทศอื่นอีกกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบประเทศ นักศึกษาต่างชาตินั้นนับได้ราวร้อยละสิบหกของนักศึกษาทั้งหมด[3] วงวิชาการ การเมือง และสื่อมวลชนขนานนามไฟร์บูร์กว่าเป็นมหาวิทยาลัยผู้ดีแห่งเยอรมนี[4] ด้วยกิตติคุณอันมากยิ่งและยาวนานเช่นนี้ มหาวิทยาลัยจึงมีความมุ่งหมายไปทั้งในทางอดีตและอนาคต คือ ธำรงรักษามรดกทางวิชาการด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม กับทั้งพัฒนากระบวนการและสร้างสรรค์โอกาสใหม่ ๆ ให้รับกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Downsizing and Specialising: The University Model for the 21st Century?" (PDF). Third European Report on Science & Technology Indicators 2003. European Commission. 2004. สืบค้นเมื่อ 2008-08-14. Unknown parameter |month= ignored (help)
  2. League of European Research Universities
  3. Freiburg University Statistics Page (de)
  4. "Crème de la Crème: Six More German Universities Anointed for 'Elite' Funding" [1]
  5. Albert-Ludwigs-Universität Freiburg (2007) "Mission statement of the University of Freiburg" [2]