โอห์ม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มัลติมิเตอร์สามารถใช้เพื่อวัดค่าความต้านทาน
ตัวต้านทาน ค่าความต้านทานมีหน่วยเป็นโอห์ม กำกับด้วยรหัสสี

โอห์ม (อังกฤษ: ohm) (สัญลักษณ์ : Ω) เป็นหน่วยเอสไอ (SI) ของค่าอิมพีแดนซ์ทางไฟฟ้า ในกรณีของกระแสสลับ หรือค่าความต้านทานไฟฟ้า ในกรณีของกระแสตรง ตั้งชื่อตามจอร์จ โอห์ม นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน

นิยาม[แก้]

โอห์ม เป็นค่าความต้านทานที่ก่อให้เกิดความต่างศักย์ค่า 1 โวลต์ เมื่อกระแส 1 แอมแปร์ไหลผ่าน

1 Ω = 1 V/A = 1 m²·kg·s–3·A–2

อุปสรรคหน่วยเอสไอ[แก้]

พหุคูณเอสไอสำหรับหน่วยโอห์ม (Ω)
พหุคูณย่อย พหุคูณใหญ่
ค่า สัญลักษณ์ ชื่อ ค่า สัญลักษณ์ ชื่อ
10–1 Ω เดซิโอห์ม 101 Ω daΩ เดคาโอห์ม
10–2 Ω เซนติโอห์ม 102 Ω เฮกโตโอห์ม
10–3 Ω มิลลิโอห์ม 103 Ω กิโลโอห์ม
10–6 Ω µΩ ไมโครโอห์ม 106 Ω เมกะโอห์ม
10–9 Ω นาโนโอห์ม 109 Ω จิกะโอห์ม
10–12 Ω พิโกโอห์ม 1012 Ω เทระโอห์ม
10–15 Ω เฟมโตโอห์ม 1015 Ω เพตะโอห์ม
10–18 Ω อัตโตโอห์ม 1018 Ω เอกซะโอห์ม
10–21 Ω เซปโตโอห์ม 1021 Ω เซตตะโอห์ม
10–24 Ω ยอกโตโอห์ม 1024 Ω ยอตตะโอห์ม
หน่วยที่นิยมใช้แสดงเป็นตัวหนา

ที่มา[แก้]

จอร์จ โอห์ม นักฟิสิกส์ชาวเยอรมันได้ค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างแรงดันไฟฟ้า และกระแสไฟฟ้า ในตัวนำโลหะ โดยแสดงไว้เป็นกฎความสัมพันธ์ เรียกว่า กฎของโอห์ม

หน่วยดังกล่าว ถูกเสนอขึ้นเป็นครั้งแรกว่า โอห์ม โดย Charles Tilston Bright และ Latimer Clark เมื่อ ค.ศ. 1861 โดยในบันทึกเมื่อค.ศ. 1864 เขียนเป็น ohmad ครั้นเมื่อ ค.ศ. 1872 สมาคมเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของอังกฤษ ได้เพิ่ม โอห์ม เข้ามาในระบบหน่วยวัด cgs (เซนติเมตร กรัม วินาที) และมีการใช้โอห์มที่สมาคมปรับปรุงขึ้นใหม่ มาใช้ในหน่วยเอสไอ เมื่อ ค.ศ. 1946

คำอธิบาย[แก้]

R มีค่า 1 โอห์ม หาก V = 1 โวลต์ และ I = 1 แอมแปร์

นิยามจากกฎของโอห์ม อุปกรณ์จะมีมีค่าความต้านทาน 1 โอห์ม หากแรงดันไฟฟ้า 1 โวลต์ ก่อให้เกิดกระแส 1 แอมแปร์ไหลผ่าน (R = V/I) ในขณะเดียวกัน อุปกรณ์ที่มีกำลัง 1 วัตต์ โดยมีกระแส 1 แอมแปร์ไหลผ่าน ก็จะมีค่าความต้านทาน 1 โอห์ม (R = P / I 2).

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]