โอกุโบะ โทะชิมิชิ
-
ชื่อนี้เป็นชื่อบุคคลญี่ปุ่นซึ่งเรียงโดยใช้ชื่อสกุลนำหน้าชื่อตัว
| โอกุโบะ โทะชิมิชิ 大久保 利通 |
|
|---|---|
| เกิด | 10 สิงหาคม ค.ศ. 1830 คะโงะชิมะ, แคว้นซะสึมะ, ญี่ปุ่น |
| เสียชีวิต | 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1878 (47 ปี) โตเกียว ญี่ปุ่น |
| สาเหตุการเสียชีวิต | ถูกลอบสังหาร |
| ประเทศที่เป็นพลเมือง | ญี่ปุ่น |
| อาชีพ | นักการเมือง, ซามูไร |
โอกุโบะ โทะชิมิชิ (大久保 利通 (おおくぼ としみち Ōkubo Toshimichi), 10 สิงหาคม ค.ศ. 1830 – 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1878) เป็นรัฐบุรุษของญี่ปุ่นผู้มีพื้นเพจากการเป็นซามูไรแห่งแคว้นซะสึมะ และเป็นหนึ่งใน 3 ขุนนางผู้ใหญ่แห่งการฟื้นฟูสมัยเมจิ เขาได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในผู้วางรากฐานของประเทศญี่ปุ่นสมัยใหม่
เนื้อหา |
ปฐมวัย [แก้]
โอกุโบะ โทะชิมิชิ เกิดที่เมืองคะโงะชิมะ แคว้นซะสึมะ (ปัจจุบันคือจังหวัดคะโงะชิมะ) โดยเป็นบุตรชายคนโตจากทั้งหมด 5 คน ของโอกุโบะ จุเอะมง ซามูไรระดับล่างผู้เป็นข้ารับใช้ของชิมะสึ นะริอะกิระ ไดเมืยวแห่งแคว้นซะสึมะ เขาได้รับการศึกษาในสำนักศึกษาของท้องถิ่นแห่งเดียวกันร่วมกับไซโง ทะกะโมะริ ซึ่งมีอายุมากกว่าเขาเพียง 3 ปี ในปี ค.ศ. 1846 โอกุโบะได้รับตำแหน่งเป็นผู้ช่วยอาลักษณ์ประจำแคว้นซะสึมะ
ซามูไรแคว้นซะสึมะ [แก้]
ชิมะสึ นะริอะกิระ ได้สังเกตเห็นความสามารถของโอกุโบะและได้แต่งตั้งให้เขาเป็นเจ้าพนักงานบริหารภาษีของแคว้นในปี ค.ศ. 1858 ต่อมาเมื่อนะริอะกิระเสียชีวิต โอกุโบะก็ได้เข้าร่วมแผนการโค่นล้มรัฐบาลโชกุนโทะกุงะวะ ทั้งนี้ เขามีจุดยืนสนับสนุนแนวคิด "โทบะคุ" (倒幕) หรือการล้มล้างอำนาจรัฐบาลโชกุนอย่างสิ้นเชิง ซึ่งต่างจากซามูไรในแคว้นเดียวกันส่วนมากที่สนับสนุนแนวคิด "โคบุกัตไต" (公武合体, ประสานราชสำนักกับรัฐบาลโชกุน) และ '"ฮังบะคุ" (ต่อต้านรัฐบาล) ในการขับเคลื่อนขบวนการ "ซนโนโจอิ" (เทิดทูนจักรพรรดิ ขับคนป่าเถื่อน)
สงครามระหว่างแคว้นซะสึมะกับอังกฤษในปี ค.ศ. 1863 พร้อมด้วยกรณีริชาร์ดสัน และการรัฐประหารในเกียวโตในเดือนกันยายนปีเดียวกัน ทำให้โอกุโบะเชื่อแน่ว่าการทำ "โทบะคุ" ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว ในปี ค.ศ. 1866 เขาจึงได้ร่วมกับไซโง ทะกะโมะริ และตัวแทนจากแคว้นโจชูชื่อ คิโดะ ทะกะโยะชิ จัดตั้งพันธมิตรซัตโจขึ้นเป็นการลับ เพื่อดำเนินการล้มล้างรัฐบาลโชกุน
การฟื้นฟูสมัยเมจิ [แก้]
ในวันที่ 3 มกราคม ค.ศ. 1868 กองกำลังของแคว้นโจชูและแคว้นซะสึมะได้ร่วมกันเข้ายึดพระราชวังหลวงที่เกียวโต และประกาศเริ่มการฟื้นฟูสมัยเมจิ คณะกุมอำนาจปกครองซึ่งประกอบด้วยโอกุโบะ ไซโก และคิโดะ ได้จัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลขึ้น การได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเสนาบดีมหาดไทยทำให้โอะกุโบะมีอำนาจอย่างสูงยิ่งในการควบคุมรัฐบาลท้องถิ่นและกิจการตำรวจทั่วทั้งประเทศ ในชั้นต้นนั้นรัฐบาลใหม่ต้องอาศัยรายได้จากดินแดนของตระกูลโทะกุงะวะซึ่งรัฐบาลใหม่ได้ยึดครองไว้ ต่อมาโอกุโบะจึงแต่งตั้งผู้ปกครองดินแดนเหล่านี้ใหม่ทั้งหมด ซึ่งส่วนมากล้วนเป็นคนรุ่นหนุ่ม ส่วนหนึ่งก็เป็นเพื่อนของเขา เช่น มะสึตะกะ มะซะโยะชิ ที่เหลือก็เป็นผู้ได้รับการศึกษาระดับสูงจากยุโรปหรือสหรัฐอเมริซึ่งมีอยู่น้อยนิด นอกจากนี้โอกุโบะยังได้ใช้อำนาจของเสนาบดีมหาดไทยในการพัฒนาสาธารณูปโภคเช่น การตัดถนนใหม่ สร้างสะพานและท่าเรือ เพื่อส่งเสริมการอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลโชกุนปฏิเสธที่จะทำมาตลอด
ในฐานะเสนาบดีการคลัง โอกุโบะได้ตราพระราชบัญญัติปฏิรูปภาษีที่ดิน กฎหมายการห้ามพกพาดาบในที่สาธารณะ (廃刀令 Haitōrei) และยกเลิกการล่วงละเมิดคนชั้นล่างของสังคม (ซึ่งเรียกโดยรวมว่า "บุระคุมิง") อย่างเป็นทางการ ส่วนในด้านการต่างประเทศ เขาได้ดำเนินให้มีการทบทวนสนธิสัญญาไม่เป็นธรรมฉบับต่างๆ และเข้าร่วมคณะการทูตอิวะคุระในการเดินทางรอบโลกระหว่าง ค.ศ. 1871- 1873
โดยตระหนักว่าญี่ปุ่นในเวลานั้นยังไม่อยู่ในฐานะที่จะท้าทายกับมหาอำนาจชาติตะวันตกได้ โอกุโบะได้เดินทางกลับญี่ปุ่นในวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 1873 ซึ่งขณะนั้นภายในประเทศญี่ปุ่นได้มีการถกเถียงเรื่องนโยบายการรุกรานเกาหลีอย่างเผ็ดร้อน เขายังได้เข้าร่วมการประชุมที่โอซะกะในปี ค.ศ. 1875 เพื่อพยายามนำความสมานฉันท์ภายในหมู่สมาชิกคณะคณาธิปไตยเมจิกลับคืนมา
อย่างไรก็ตาม โอกุโบะประสบความล้มเหลวในการชักจูงให้ไซโง ทะกะโมะริ มองไปยังอนาคตของญี่ปุ่นในวันข้างหน้า ไซโงเริ่มเห็นว่านโยบายใหม่ในการทำให้ญี่ปุ่นมีความทันสมัยเป็นสิ่งที่ผิด และในการกบฏซะสึมะในปี ค.ศ. 1877 กบฏฝ่ายซะสึมะบางส่วนก็เข้าร่วมรบภายใต้การนำของไซโงเพื่อต่อต้านกองทัพของรัฐบาลใหม่ด้วย ในฐานะเสนาบดีมหาดไทย โอกุโบะได้บัญชาการกองทัพและทำสงครามปราบปรามไซโงผู้เป็นเพื่อนเก่า เมื่อการกบฏจบลงด้วยความพ่ายแพ้ โอกุบะจึงถูกซามูไรแคว้นซะสึมะจำนวนมากมองว่าเขาเป็นคนทรยศ ในวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1878 โอกุโบะจึงถูกชิมะดะ อิชิโร และซามูไรจากแคว้นคะนะสะวะ 6 คน ลอบสังหารในระหว่างเดินทางไปยังพระราชวังโตเกียว โดยที่เกิดเหตุนั้นอยู่ห่างจากประตูซะกุระดะมง ซึ่งเป็นสถานที่ลอบสังหารอี นะโอะสุเกะ เมื่อ 18 ปีก่อน ไม่ไกลนัก
อ้างอิง [แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: โอกุโบะ โทะชิมิชิ |
- Beasley, William G. (1990). The Rise of Modern Japan: Political, Economic and Social Change Since 1850. New York: St. Martin's Press. 10-ISBN 0-312-04078-4; 13-ISBN 978-0-312-04078-9 (cloth)
- Iwata, Masukazu. 1964). Ōkubo Toshimichi: The Bismarck of Japan. Berkeley: University of California Press (1964). ASIN: B000FFQUIG
- Jansen, Marius B. (2000). The Making of Modern Japan. Cambridge: Harvard University Press. 10-ISBN 0674003349/13-ISBN 9780674003347; OCLC 44090600
- Nish, Ian. (1998) The Iwakura Mission to America and Europe: A New Assessment. Richmond, Surrey: Japan Library. 10-ISBN 1873410840/13-ISBN 9781873410844; 10-ISBN 9780415471794/13-ISBN 0415471796; OCLC 40410662
- Reischauer, Edwin O. and Haru M. Reischauer. Samurai and Silk: A Japanese and American Heritage. Cambridge: Harvard University Press, 1986. ISBN 0-674-78800-1.
- Weston, Mark, "Giants of Japan - The Lives of Japan's Greatest Men and Women," Kodansha, 1999