เนสซี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
"ภาพถ่ายของศัลยแพทย์" (The Surgeon's Photo) โดยโรเบิร์ต เคนเนท วิลสัน ศัลยแพทย์ชาวอังกฤษ เมื่อ ค.ศ. 1934 ซึ่งมีผู้วิเคราะห์ว่าอาจเป็นแค่หางของนากที่กำลังดำน้ำ[1] ซึ่งรูปนี้ได้รับการเปิดเผยในปี ค.ศ. 1998 จากคริสเตียน สเปอร์ลิง ชายวัย 90 ปี ว่าเป็นหนึ่งในผู้ร่วมสร้างภาพนี้ ที่จริงแล้วเป็นเพียงแค่หุ่นจำลองที่ติดกับเรือดำน้ำเด็กเล่น[2]

เนสซี หรือ สัตว์ประหลาดล็อกเนสส์ (อังกฤษ: Nessie, Loch Ness Monster) คือสิ่งมีชีวิตลึกลับขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งที่เชื่อว่าอาศัยอยู่ในทะเลสาบเนสส์ (ล็อกเนสส์) ในสกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร

ลักษณะ[แก้]

เชื่อว่าเนสซีมีรูปร่างคล้ายเพลสิโอซอรัส หรือ อีลาสโมซอรัส สัตว์เลื้อยคลานที่อาศัยในทะเลยุคเดียวกับไดโนเสาร์ มีผู้อ้างว่าเคยพบเห็นถึงปัจจุบันกว่านับไม่ถ้วน และมีรูปถ่ายทั้งภาพนิ่งและภาพยนตร์มากมาย [1]โดยหลักฐานแรกสุดที่มีบันทึกถึงเนสซี คือ บันทึกของอดัมแนน ระบุว่า ในวันที่ 22 สิงหาคม ค.ศ. 565 เซนต์โคลัมบา ขณะเดินทางมาสู่ที่ราบสูงสกอตแลนด์เพื่อดึงพวกนอกรีตเข้าสู่ศาสนา ได้ทำพิธีไล่ปีศาจแม่น้ำที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำเนสส์ที่เรียกว่า "พิกติส" ซึ่งได้ฆ่าคนไปแล้วหนึ่งคน โดยการส่งตัวแทนลงไปว่ายในน้ำเพื่อล่อปีศาจ แต่ทว่าไม่ได้มีการบรรยายถึงลักษณะของปีศาจตนนี้ มีแต่เพียงบันทึกไว้ว่าน้ำปั่นป่วนเท่านั้นเอง ขณะที่ความเชื่อเรื่องปีศาจหรือสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ในน้ำ ของซีกโลกทางเหนือแบบนี้ก็มีในพื้นที่อื่น เช่น สแกนดิเนเวีย หรือไวกิ้ง[3]

การพบเห็นและการพิสูจน์[แก้]

ใน ค.ศ. 1933 มีการตัดถนนผ่านทะเลสาบเนสส์ จึงมีผู้พบเห็นเนสซีมากขึ้น คู่สามีภรรยาตระกูลแมคเคย์ขณะขับรถผ่านทะเลสาบ คุณนายแมคเคย์ก็เห็นอะไรบางอย่างขนาดใหญ่ในน้ำ จึงบอกให้สามีหยุดรถ และทั้งคู่ก็ลงไปดู แต่ก็ปรากฏว่าสิ่งนั้นหายไปแล้ว เรื่องราวนี้ได้ปรากฏลงในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น และเริ่มใช้คำว่า "สัตว์ประหลาด" ขึ้นมาครั้งแรก[3] ในปีเดียวกัน อาเทอร์ แกรนด์ อ้างว่าขณะที่ตนขับขี่มอเตอร์ไซค์นั้น เห็นเนสซีขึ้นมาบนบก ไฟจากหน้ารถที่ส่องไปถูกตัวทำให้เห็นว่าเนสซีมีรูปร่างคล้ายเพลซิโอซอรัส ต่อมาก็ได้มีผู้ถ่ายรูปไว้ได้มากมายทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงเงาตะคุ่ม ๆ หรือคลื่นน้ำที่เคลื่อนไหวบนผิวน้ำเท่านั้น ในวันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ. 1987 ทางมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมได้ทำการค้นคว้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยใช้เรือติดสัญญาณโซนาร์หลายลำแล่นไปบนพื้นผิวน้ำ เรียกว่า "ปฏิบัติการดีปสแกน" (Deepscan Operation) ปรากฏว่า โซนาร์ได้สะท้อนถึงเงาของวัตถุบางอย่างขนาดใหญ่ที่กำลังเคลื่อนตัวใต้น้ำ แต่บางคนคิดว่าอาจเป็นเพียงฝูงปลาธรรมดา ๆ [1]

เรื่องราวเกี่ยวกับเนสซีมีทั้งผู้ที่เชื่อและผู้ที่ไม่เชื่อ โดยผู้ที่เชื่อนั้นเชื่อว่า เนสซีอาจเป็นไดโนเสาร์ที่ยังหลงเหลืออยู่ โดยสภาพทางภูมิศาสตร์ของทะเลสาบเนสส์ในยุคโบราณนั้นเคยเป็นทะเลมาก่อน ไดโนเสาร์ในสมัยนั้นอาจเข้ามาอยู่อาศัยจนสภาพของพื้นที่เปลี่ยนไป กลายเป็นพื้นที่ปิดและปราศจากสิ่งรบกวน สัตว์ที่อาศัยอยู่ในนี้จึงยังหลงเหลืออยู่และมีสภาพไม่เปลี่ยนแปลงจากครั้งแรกที่เข้ามาอาศัย ไม่เพียงเท่านั้น แหล่งน้ำหรือทะเลสาบที่อื่น ๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับทะเลสาบเนสส์ และบริเวณใกล้เคียงกันก็มีรายงานของสิ่งประหลาดที่คล้ายกับเนสซีด้วย ขณะที่ฝ่ายที่ไม่เชื่อนั้นเชื่อว่า รูปถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหวที่ได้นั้น อาจไม่ใช่เป็นสิ่งที่เกี่ยวกับเนสซีเลย และทั้งหมดทำขึ้นก็เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ทะเลสาบแห่งนี้โด่งดังขึ้น โดยบางรูปเชื่อว่าเป็นเพียงหางของตัวนากที่กำลังดำน้ำหรือเป็นขอนไม้หรือวัสดุต่าง ๆ ที่กำลังลอยน้ำอยู่

ทุกวันนี้ เรื่องราวของเนสซีก็ยังเป็นเรื่องลึกลับที่เป็นที่สนใจของคนทั้งโลก มีผู้ไปสำรวจและศึกษามากมาย แต่ก็ยังไม่เคยมีผู้ใดได้หลักฐานของเนสซีที่หนักแน่นสักราย อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงของเนสซีก็สร้างรายได้ให้แก่รัฐบาลสกอตแลนด์และชุมนุมใกล้เคียงเนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก[1]

ภาพนิ่งที่มีชื่อเสียงอีกภาพหนึ่งของเนสซี ซึ่งเป็นภาพนิ่งที่ชัดเจนที่สุด ถ่ายในปี ค.ศ. 1977

ปัจจุบัน[แก้]

ปัจจุบันทางบริษัทวิลเลียมฮิลล์ บริษัทพนันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้ประกาศออกมาว่าจะให้เงินรางวัลจำนวน 1 ล้านปอนด์หรือประมาณ 70 ล้านบาทแก่ผู้ที่สามารถหาหลักฐานได้ว่าเนสซีมีอยู่จริง ในวันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ. 2007 กอร์ดอน โฮลมส์ เจ้าหน้าที่เทคนิคห้องแล็บได้อ้างว่า สามารถบันทึกภาพเคลื่อนไหวของสิ่งที่เชื่อว่าเป็นเนสซีได้ด้วยความยาวถึง 2 นาทีครึ่งขณะนั่งชมทิวทัศน์อยู่ริมทะเลสาบเนสส์ ซึ่งภาพของโฮลมส์ครั้งนี้ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นของเนสซีที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยมีมา เอเดียน ไชน์ นักชีววิทยาสัตว์น้ำ ได้ตรวจสอบภาพของโฮล์มสแล้วมีความเห็นว่า เป็นการยากที่จะเป็นการตกแต่งหรือทำปลอมขึ้น เพราะภาพไม่ได้จับเฉพาะแต่สัตว์ประหลาด แต่ยังถ่ายไปถึงภูเขารอบทะเลสาบด้วย จึงสามารถเปรียบเทียบความเร็วและขนาดของสิ่งที่เคลื่อนไหวในน้ำได้ด้วย โดยเชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่มีความยาวประมาณ 15 เมตร เคลื่อนที่ด้วยการว่ายน้ำด้วยความเร็วถึง 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และภาพบางส่วนยังจับให้เห็นสิ่งที่คล้ายครีบด้วย ซึ่งวิดีโอภาพชุดนี้เป็นที่ฮือฮาและกล่าวขานอย่างมากในสหราชอาณาจักร เมื่อได้ถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะโดยสำนักข่าวบีบีซีในอีก 3 วันถัดมา มีผู้คนมากมายที่ทั้งเชื่อและไม่เชื่อ และต่อมาไม่นานได้มีการเปิดเผยว่ารัฐบาลสหราชอาณาจักรเพิ่งจะเปิดเผยข้อมูลลับว่า ทางรัฐบาลเชื่อว่า เนสซีมีอยู่จริง ตั้งแต่สมัย นางมาร์กาเรต แทตเชอร์ เป็นนายกรัฐมนตรี และอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองและอนุรักษ์สัตว์ป่าของอังกฤษที่ครอบคลุมทั้งสัตว์ที่รู้จักและไม่รู้จักหลายชนิด[4]

ในปี ค.ศ. 2009 มีข่าวปรากฏว่า ดาวเทียมกูเกิลเอิร์ธสามารถจับภาพของสิ่งที่เชื่อว่าเป็นเนสซีได้ที่ทะเลสาบเนสส์ที่พิกัดละติจูดที่ 57 องศา 12.52 ลิปดา 13 พิลิปดาเหนือ และลองติจูดที่ 4 องศา 34.14 ลิปดา 16 พิลิปดาตะวันตก[5] 57°12′52.13″N 4°34′14.16″W / 57.2144806°N 4.5706000°W / 57.2144806; -4.5706000

ในเดือนกันยายน ค.ศ. 2014 มีรายงานว่าหญิงสาวชาวอังกฤษวัย 24 ปี สามารถถ่ายรูปของเนสซีขณะลอยคอเหนือผิวน้ำไว้ได้ โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ที่ทะเลสาบวินเดอร์เมียร์ ทางตอนเหนือของอังกฤษ ที่อยู่ห่างจากทะเลสาบเนสส์ 241 กิโลเมตร โดยเจ้าตัวในตอนแรกคิดว่าเป็นหงส์หรือห่านด้วยซ้ำ[6]

นอกจากนี้แล้วยังมีผู้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ให้แก่เนสซีด้วย โดยให้ชื่อว่า Nessiteras rhombopteryx ซึ่งเป็นภาษากรีกแปลได้ว่า "สัตว์ประหลาดเนสส์กับครีบรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด" [7]

ข้อสันนิษฐาน[แก้]

มีผู้ตั้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับเนสซีไว้มากมาย อาจสรุปได้ดังนี้

  • เชื่อว่าเนสซีเป็นสัตว์เลื้อยคลานในทะเลขนาดใหญ่ร่วมยุคเดียวกับไดโนเสาร์ เช่น อีลาสโมซอรัส หรือเพลสิโอซอรัส [8][9] [10][11]
  • เชื่อว่าเนสซีเป็นสัตว์จำพวกอื่นที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบเนสส์ เช่น แมวน้ำกลายพันธุ์ หรือปลาไหล[12][13]หรือปลาฉลามขนาดใหญ่[3] หรือแม้สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำขนาดใหญ่[14][15]
  • เชื่อว่าแท้จริงแล้ว เนสซีตลอดจนสัตว์ประหลาดในทะเลหรือทะเลสาบในที่ต่าง ๆ ทั่วโลก เป็นเพียงปรากฏการณ์คลื่นนิ่งที่เกิดขึ้นบนผิวน้ำ เมื่อมีผู้พบเห็นมองเพียงผิวเผินแล้วเข้าใจผิดตามมโนทัศน์ของตน เช่นเดียวกับปรากฏการณ์พญานาคในแม่น้ำโขงหรือบึงโขงหลงในพื้นที่ภาคอีสานของประเทศไทย [16]
  • เชื่อว่าแท้จริงแล้วเป็นเรื่องหลอกลวง เช่นเดียวกับภาพถ่ายที่มีชื่อเสียงที่สุดของเนสซีที่ชื่อ "ภาพของศัลยแพทย์" (The Surgeon's Photo) ที่เชื่อกันมาอย่างยาวนานหลายสิบปีว่าเป็นของจริง ที่ถ่ายโดยศัลยแพทย์ชาวลอนดอนชื่อ โรเบิร์ต เคนเนท วิลสัน แต่ท้ายที่สุดก็ถูกเปิดเผยออกมาว่าเป็นเพียงเรื่องหลอกลวงกันเท่านั้น[2] รวมถึงกรณีอื่นด้วย[17][18]

เนสซีในวัฒนธรรมร่วมสมัย[แก้]

เนสซีในวัฒนธรรมร่วมสมัยมีอยู่มากมาย อาทิ

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 เนสซีมาแล้ว หน้า 40, "โลกเร้นลับของสิ่งมีชีวิต" แปลโดย ขวัญนุช คำเมือง (พิมพ์ครั้งที่ 5 กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์ มกราคม 2543) ISBN 974-472-262-2
  2. 2.0 2.1 วันนี้ในอดีต: 19 เมษายน จากสารคดี
  3. 3.0 3.1 3.2 Legend of Loch Ness, "River Monsters". สารคดีทางแอนิมอลแพลนเน็ต ทางทรูวิชั่นส์: อังคารที่ 24 ธันวาคม 2556
  4. คอลัมน์ ซันเดย์ สเปเชียล, ไทยรัฐ: วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2551
  5. กูเกิ้ลเอิร์ธจับภาพ เนสซี ทะเลสาบล็อกเนสได้
  6. "ตะลึง! สาวผู้ดีถ่ายรูปเจอ ‘สัตว์ประหลาดลอช เนสส์’ โผล่กลางทะเลสาบ". ไทยรัฐ. 2014. สืบค้นเมื่อ 14 September 2014. 
  7. "Naming the Loch Ness monster". Nature 258 (5535): 466. 1975. doi:10.1038/258466a0. 
  8. R. J. Binns (1983) The Loch Ness Mystery Solved, page 22
  9. Rick Emmer, Loch Ness Monster: Fact or Fiction?, page 62 (Infobase Publishing, 2010). ISBN 978-0-7910-9779-3.
  10. "Were Dinosaurs Endotherms or Ectotherms?". BBC. 2001. สืบค้นเมื่อ 8 April 2007. 
  11. "Why the Loch Ness Monster is no plesiosaur". New Scientist 2576: 17. 2006. สืบค้นเมื่อ 8 April 2007. 
  12. Justice, Aaron (2007). "The Monster of Loch Ness". CryptoZoology.com. สืบค้นเมื่อ 8 April 2007. 
  13. "Operation Cleansweep 2001". The Loch Ness Project. 2001. สืบค้นเมื่อ 8 April 2007. 
  14. R. P. Mackal (1976) The Monsters of Loch Ness, pages 138–9, 211–213
  15. The Times 9 December 1933, page 14
  16. "คมชัดลึก พญานาค ช่วงที่ 2". ยูทิวบ์. 6 September 2011. สืบค้นเมื่อ 2 April 2014. 
  17. "Creature of Loch Ness Caught on tape! video on YouTube". YouTube. 26 May 2007. สืบค้นเมื่อ 28 April 2010. 
  18. "Loch Ness Monster's tooth found?". Worldnetdaily.com. 10 June 2005. สืบค้นเมื่อ 28 May 2009. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]