เชสเตอร์ เบนนิงตัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เชสเตอร์ เบนนิงตัน
Linkin Park-Rock im Park 2014- by 2eight 3SC0524.jpg
เชสเตอร์ เบนนิงตัน ในปี ค.ศ. 2014
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อจริง เชสเตอร์ ชาลส์ เบนนิงตัน
เกิด 20 มีนาคม ค.ศ. 1976 (38 ปี)
สหรัฐอเมริกา ฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา
แนวเพลง นูเมทัล, อัลเทอร์เนทีฟร็อก, อัลเทอร์เนทีฟเมทัล, แร็ปร็อก, โพสต์-กรันจ์
อาชีพ นักร้อง-นักแต่งเพลง นักแสดง นักดนตรี
เครื่องดนตรี เสียงร้อง, กีตาร์, เปียโน, คีย์บอร์ด, กลอง
ช่วงปี ค.ศ. 1992–ปัจจุบัน
ค่ายเพลง วอร์เนอร์บราเธอร์ส
ส่วนเกี่ยวข้อง ลิงคินพาร์ก, เดดบายซันไรส์, จูเลียน-เค, เกรย์เดซ, สโตนเทมเพิลไพล็อตส์, บักเกตออฟวีนีส์
เว็บไซต์ www.cbennington.com

เชสเตอร์ ชาลส์ เบนนิงตัน (อังกฤษ: Chester Charles Bennington) เกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 1976 เป็นนักดนตรี นักร้อง-นักแต่งเพลง และนักแสดงชาวอเมริกัน เป็นที่รู้จักดีในฐานะนักร้องนำวงร็อกที่ชื่อ ลิงคินพาร์ก และ เดดบายซันไรส์ เดิมเขาได้เป็นนักร้องนำในวงฌอมดาวเดลล์แอนด์ฮิสเฟรนส์? และเกรย์เดซ และเขายังเป็นนักร้องนำให้กับวงสโตนเทมเพิลไพล็อตส์ และวงดนตรีร็อกคัฟเวอร์ บักเกตออฟวีนีส์ อีกด้วย

เชสเตอร์เริ่มมีชื่อเสียงจากการออกผลงานกับลิงคินพาร์กที่ชื่อชุด ไฮบริดทีโอรี ในปี ค.ศ. 2000 ซึ่งประสบความสำเร็จด้านยอดขายอย่างมาก อัลบั้มได้รับรางวัลแผ่นเสียงเพชรจากอาร์ไอเอเอ ในปี ค.ศ. 2005 ถือเป็นอัลบั้มเปิดตัวที่ขายได้มากที่สุดในทศวรรษ[1] สตูดิโออัลบั้มชุดต่อมาของลินคินพาร์คือ เมทีโอรา และ มินิตส์ทูมิดไนต์ ออกจำหน่ายในปี ค.ศ. 2003 และ ค.ศ. 2007 ตามลำดับ หลังจากประสบความสำเร็จกับวง เชสเตอร์ได้ก่อตั้งวงที่ชื่อ เดดบายซันไรส์ เป็นโครงการข้างเคียงของเขาในปี ค.ศ. 2005 โดยมีอัลบั้มเปิดตัวที่ชื่อ เอาต์ออฟแอชเชส ออกจำหน่ายในเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ค.ศ. 2009 ในปี ค.ศ. 2007 เชสเตอร์ติดอันดับ 46 ของนิตยสารฮิตพาเรดเดอร์ ในรายชื่อ "100 สุดยอดนักร้องนำของเฮฟวีเมทัลที่สุดตลอดกาล"[2]

อาชีพนักดนตรี[แก้]

ช่วงแรกและวงเกรย์เดซ[แก้]

การเป็นนักร้องของเชสเตอร์เริ่มต้นกับวงดนตรีที่ชื่อว่า ฌอมดาวเดลล์แอนด์ฮิสเฟรนส์? และได้ออกจำหน่ายเทป 3 แทร็กในปี ค.ศ. 1993 ต่อมา ฌอม ดาวเดลล์ และเชสเตอร์ ได้ย้ายไปก่อตั้งวงดนตรีใหม่แนวโพสต์กรันจ์ที่ชื่อ เกรย์เดซ ที่เมืองฟีนิกซ์ รัฐแอริโซนา ได้ทำผลงานอัลบั้ม 3 ชุด ได้แก่ เดโม ในปี ค.ศ. 1993, เวกมี ในปี ค.ศ. 1994, และ ...โนซันทูเดย์ ในปี ค.ศ. 1997 หลังจากนั้นเชสเตอร์ได้ออกจากวงในปี ค.ศ. 1998 และพยายามมองหาวงดนตรีอื่นต่อไป[3]

ลิงคินพาร์ก[แก้]

ดูบทความหลักที่: ลิงคินพาร์ก

เชสเตอร์รู้สึกผิดหวัง จนเกือบที่จะบอกเลิกการเป็นอาชีพนักดนตรีของเขาโดยสิ้นเชิง จนกระทั่ง เจฟฟ์ บลู รองประธานผู้ประสานงานฝ่ายคัดสรรและพัฒนาศิลปินแห่งซอมบามิวสิก ในลอสแอนเจลิส ได้เสนอให้เขาให้เป็นสมาชิกของวงซีโร (ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น ลิงคินพาร์ก)[3][4] เชสเตอร์สนใจที่จะร่วมงานกับซีโรมาก จนถึงกับพลาดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดครบรอบ 23 ปีของเขา เพื่อรีบไปบันทึกเสียงร้องของตนลงเทปตัวอย่างกลางดึก หลังจากนั้น เจฟฟ์ได้ย้ายไปทำงานเป็นรองประธานผู้ประสานงานฝ่ายคัดสรรและพัฒนาศิลปินที่วอร์เนอร์บราเธอร์ส เพื่อช่วยเหลือในการเซ็นสัญญาของวงกับค่ายเพลงวอร์เนอร์บราเธอร์สเรเคิดส์[3]

ในวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 2000 ลิงคินพาร์กออกจำหน่ายอัลบั้มชุดแรก ไฮบริดทีโอรี โดยค่ายเพลงวอร์เนอร์บราเธอร์สเรเคิดส์ เชสเตอร์และนักร้องนำอีกคนของลิงคินพาร์ก ไมค์ ชิโนะดะ เป็นผู้ประพันธ์คำร้องในอัลบั้ม ไฮบริดทีโอรี และได้มาจากส่วนหนึ่งของเพลงในเทปตัวอย่างในช่วงแรกของวง[5] ไมค์ได้แสดงลักษณะของเนื้อเพลงว่าเป็นการอธิบายความรู้สึกอันหลากหลาย รวมทั้งอารมณ์ และประสบการณ์ และเป็น “อารมณ์ในทุก ๆ วันที่คุณได้กล่าวถึงและได้นึกคิด”[6][7]

เชสเตอร์ทำหน้าที่หลักเป็นนักร้องนำของลิงคินพาร์ก แต่บางครั้งก็แบ่งหน้าที่ให้กับไมค์ ชิโนะดะ ออลมิวสิกไกด์ ได้อธิบายถึงเสียงร้องของเชสเตอร์ว่าเป็น "เสียงแหลมสูง" และ "เร้าอารมณ์" ซึ่งตรงกันข้ามกับแนวฮิปฮอปของไมค์[8] นอกจากนี้ ทั้งสองคนยังได้มีส่วนร่วมในการประพันธ์คำร้องในหลาย ๆ เพลงของวงจนถึงปัจจุบัน[9]

ผลงานอื่น[แก้]

ผลงานภาพยนตร์[แก้]

ปี ชื่อภาพยนตร์ บทบาท หมายเหตุ อ้างอิง
2006 Crank Pharmacy Stoner [10]
2009 Crank: High Voltage Hollywood Park Guy [11]
2010 Saw 3D Evan [12]
2012 Artifact ตัวของเขาเอง

อ้างอิง[แก้]

  1. "Linkin Park – Hybrid Theory Review". sputnikmusic. 2006-09-02. สืบค้นเมื่อ 2010-08-19. 
  2. RoadRunnerRecords.com, Rob Halford, Robert Plant, Bon Scott, Ozzy Are Among 'Heavy Metal's All-Time Top 100 Vocalists' - December 1, 2006, Retrieved on December 5, 2007.
  3. 3.0 3.1 3.2 Rolling Stone Magazine, Linkin Park – Biography (March 14, 2002), The Linkin Park Times; retrieved on June 24, 2007.
  4. Bryant, Tom (January 23, 2008). "Linkin Park, Kerrang!". Kerrang!. สืบค้นเมื่อ November 28, 2012. 
  5. Fricke, David. “Rap Metal Rulers”, Rolling Stone No. 891, March 14, 2002
  6. BBC Radio 1, Evening Session Interview with Steve Lamacq, June 13, 2001
  7. "BBC Session Interview". LP Times. สืบค้นเมื่อ 2007-09-19. 
  8. Apar, Corey, Chester Bennington Biography, mtv.com, Retrieved on June 27, 2007.
  9. Soghomonian, Talia (2003-05). "interview with Mike Shinoda of Linkin Park". NY Rock. สืบค้นเมื่อ 2008-09-30. 
  10. Cohen, Johnathon (2006-08-29). "Linkin Park Hits iTunes, New Album Not Quite Ready". Billboard (billboard.com). สืบค้นเมื่อ 2008-06-20. 
  11. Greenberg, Alexandra (2009-04-03). "MAYNARD JAMES KEENAN & CHESTER BENNINGTON MAKE CAMEO IN 'CRANK: HIGH VOLTAGE'". Mitch Schneider Organization. สืบค้นเมื่อ 2009-08-06. 
  12. JEN (July 22, 2010). "Saw 3D". cbennington Blog. สืบค้นเมื่อ July 22, 2010. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]