เงือก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวกับความเชื่อ สำหรับสัตว์ปีก ดูที่ นกเงือก
ประติมากรรมนางเงือกที่หาดสมิหลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา

เงือก เป็นอมนุษย์ชนิดหนึ่งตามความเชื่อนิยายปรัมปราเกี่ยวกับน้ำ โดยเป็นจินตนาการเกี่ยวกับสัตว์น้ำ โดยมากจะเล่ากันว่าเงือกนั้นเป็นสัตว์ครึ่งมนุษย์ มีส่วนครึ่งท่อนบนเป็นคน ส่วนครึ่งท่อนล่างเป็นปลา ในหลายประเทศทั่วโลก มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับตำนานเงือกมากมาย

มีเรื่องเล่าว่า เงือกนั้นสามารถเปลี่ยนโคนหางให้กลายเป็นขาสองข้างแบบมนุษย์ได้เมื่อต้องการจะอาศัยอยู่บนบก โดยเงือกจะขึ้นฝั่งและผึ่งหางให้แห้ง จากนั้นหางจะตกสะเก็ด และลอกคราบออก เช่นเดียวกับหนอนที่ลอกคราบออกเพื่อกลายเป็นผีเสื้อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การลอกคราบเพื่อเปลี่ยนแปลงนั้นต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร เงือกจึงสามารถอาศัยอยู่ได้ทั้งในน้ำและบนบก และอาจปะปนอยู่ร่วมกับสังคมมนุษย์

เงือกเป็นสัตว์น้ำที่มีสายพันธุ์เฉกเช่นปลาและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ เงือกมีทั้งที่อาศัยอยู่ในน้ำเค็ม และอาศัยอยู่ในน้ำจืด แต่ทั้งสองสายพันธุ์จะแพ้ทางน้ำซึ่งกันและกัน โดยหากเงือกน้ำเค็มที่ลอกคราบหางเพื่อให้กลายเป็นขาแล้ว เมื่อสัมผัสกับน้ำจืด ขาก็จะแสดงลวดลายของเกล็ดปลาออกมาให้เห็น เช่นเดียวกันกับเงือกน้ำจืด หากสัมผัสขากับน้ำเค็มแล้ว ก็จะแสดงรูปร่างของผิวเกล็ดปลาออกมา แต่จะไม่กลายเป็นท่อนหางปลาในทันทีเช่นในภาพยนต์ แต่จะเป็นเพียงการแสดงผิวนอกออกมา เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพนั้นมีระยะเวลานาน

ความเชื่อในเรื่องดังกล่าว บางคนเสนอว่า บางทีอาจเป็นเพราะผู้คนในสมัยโบราณเข้าใจผิด คิดว่า พะยูน คือเงือกก็เป็นได้..

ในประเทศไทย[แก้]

เงือกในประเทศไทย ถูกกล่าวขานมาตั้งแต่สมัยอดีต ผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมาย แต่เป็นเงือกที่ได้รับความนิยม และกล่าวขวัญกันมากที่สุดก็คือ เงือกในวรรณคดีของ สุนทรภู่ เรื่อง พระอภัยมณี ที่นางเงือก (เงือกสาว) และเงือกตายาย ช่วยพาพระอภัยมณีหนีจาก ผีเสื้อสมุทรได้จนสำเร็จ และนางเงือกได้เป็นชายาของพระอภัยมณี จนมีโอรสด้วยกัน 1 องค์ ชื่อว่า สุดสาคร

ในภาษาไทยโบราณ รวมทั้งในวรรณคดีสมัยอยุธยา ถึงรัตนโกสินทร์ มีคำว่า เงือก มาแล้ว แต่มีความหมายแตกต่างกันไป พอจะสรุปได้ดังนี้

  • งู : คำว่าเงือกในภาษาไทยโบราณ และภาษาตระกูลไตบางถิ่นนั้น มักจะหมายถึง งู ดังปรากฏในลิลิตโองการแช่งน้ำ ที่ว่า "ท้าวเสด็จเหนือวัวเผือก เอาเงือกเกี้ยวข้าง อ้างทัดจันทร์เป็นปิ่น" นั่นคือ เอางูมาพันรอบกาย, "เสียงเงือกงูว้าง ขึ้นลง" หมายถึง เสียงงู เหล่านี้เป็นภาษาเก่าที่ไม่ปรากฏแล้วในปัจจุบัน [1]
  • สัตว์ร้าย จำพวกผี หรือปิศาจ : ปรากฏในลิลิตพระลอ วรรณกรรมสมัยอยุธยาเช่นกัน
  • สัตว์ครึ่งคนครึ่งปลา : เชื่อกันว่าเงือกในลักษณะนี้ปรากฏครั้งแรกในวรรณคดีพระอภัยมณีดังกล่าวมาข้างต้น แต่อาจมีค้นเค้าจากเรื่องอื่นก็เป็นได้ [1]
  • มังกร คนไทบ้างกลุ่มในประเทศจีนและเวียดนาม จะเรียกมังกรว่า "เงือก" เช่น ไทปายี ไทเมือง และกะเบียว ในเวียดนาม

ลักษณะของเงือกที่พบในไทยตามเรื่องเล่าพื้นบ้าน[แก้]

  • ใบหน้าขนาดเท่างบน้ำอ้อย
  • มีหวีและกระจกสีทองถ้าใครได้ครอบครองสามารถที่จะเข้าฝันทวงคืนได้
  • มีเสียงไพเราะทำให้เดินตกน้ำได้ (เป็นกุศโลบายไม่ให้เด็กเดินไปมาบริเวณท่าน้ำ)

ในยุโรป[แก้]

ในประเทศยุโรปตอนเหนือ มีตำนานเกี่ยวกับเงือกด้วยเช่นกัน (อังกฤษ: Mermaid (นางเงือก)/Merman (นายเงือก)) ซึ่งเสียงของเงือกมีพลังปิศาจ สามารถชักพาให้ผู้ที่ได้ยินเสียงคล้อยตามได้ การที่เรือเดินทะเลต้องชนกับหินโสโครก และอับปปางลงลำแล้วลำเล่านั้น เป็นเพราะว่าถูกชักจูงให้เดินทางไปตามเสียงเพลงของเงือกนั่นเองคือเพลงเพราะมากจนอยากฟัง

ในประเทศญี่ปุ่น[แก้]

ในประเทศญี่ปุ่น มีความเชื่อเกี่ยวกับเงือกมากมายเช่นเดียวกัน โดยความเชื่อหลักเกี่ยวกับการกินเนื้อเงือก คือ เมื่อในอดีต มีหญิงสาวคนหนึ่งได้ช่วยนางเงือกเอาไว้ที่ชายหาด นางเงือกซาบซึ้งบุญคุณของหญิงคนนั้น จึงให้กินเนื้อเงือกเป็นการตอบแทน แต่ทว่า อาถรรพณ์ของเนื้อเงือก จะทำให้ผู้ที่กินเข้าไปไม่แก่ไม่ตาย หญิงสาวผู้นั้นมีชีวิตอยู่อย่างไม่มีวันแก่ตาย ได้เห็นผู้คนรอบข้างตายไปทีละคนจนทนไม่ได้ จึงบวชเป็นชีชื่อ แม่ชีเบคุนิ

ปัจจุบัน ในประเทศญี่ปุ่น ตามวัดต่าง ๆ มักจะมีซากเงือกตั้งแสดงอยู่ เป็นของประหลาดและเป็นที่ตื่นตาสำหรับผู้ที่ได้พบเห็น แต่ทว่าซากของเงือกหรือสัตว์ประหลาดต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นของปลอมที่ทำขึ้น โดยการนำเอาอวัยวะของสัตว์ชนิดต่าง ๆ มาปะผสมรวมกัน[ต้องการอ้างอิง]

เงือกยักษ์ ใน Jason and the Argonauts (1963)

ในวัฒนธรรมร่วมสมัย[แก้]

จากนิทานและเรื่องเล่าเกี่ยวกับเงือกมากมายในอดีต ทำให้ในวัฒนธรรมร่วมสมัยมีการกล่าวถึงเงือกไว้ต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน อาทิ ในภาพยนตร์ฮอลลีวูดเรื่อง Jason and the Argonauts ในปี ค.ศ. 1963 ซึ่งสร้างมาจากเทพปกรณัมกรีกเรื่อง เจสัน เมื่อเรืออาร์โกของเจสันกำลังผ่านช่องเขา และช่องเขากำลังถล่ม ก็ปรากฏมีเทพเจ้าโพไซดอน ผู้เป็นใหญ่แห่งมหาสมุทรทั้งปวง (โดยปรากฏเป็นชายร่างยักษ์ที่มีหางเป็นปลา โผล่ขึ้นมาช่วยดันภูเขาให้เรือผ่านไปได้ในที่สุด[2]

และในภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง The Little Mermaid ของวอลด์ ดีสนีย์ ในปี ค.ศ. 1989 ที่ดัดแปลงมาจากนิทานชื่อเดียวกันนี้ของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน เมื่อออกฉาย ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจนมีการสร้างภาคต่อตามมาอีกหลายภาคและสร้างเป็นซีรีส์ เป็นต้น[3]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]