อักษรญี่ปุ่น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อักษรญี่ปุ่น
Heibon-pp.10-11.jpg
วรรณกรรมภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ 漢字仮名交じり文 (ข้อความที่ประกอบทั้งคันจิและคะนะ) อักขรวิธีสามัญสำหรับภาษาญี่ปุ่นสมัยใหม่ อักษรกำกับใช้กับคำในคันจิ ตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2451
ชนิด ผสม: อักษรคำ (คันจิ), อักษรพยางค์ (ฮิระงะนะ, คะตะคะนะ), อักษรสระ-พยัญชนะ (โรมะจิ)
ภาษาพูด ภาษาญี่ปุ่น
ภาษาไอนุ
ช่วงยุค คริสต์ศตวรรษที่ 4–ปัจจุบัน
ระบบแม่
(ดูที่คันจิและคะนะ)
  • อักษรญี่ปุ่น
ช่วงยูนิโคด U+4E00–U+9FBF คันจิ
U+3040–U+309F ฮิระงะนะ
U+30A0–U+30FF คะตะคะนะ
ISO 15924 Jpan
บทความนี้มีสัญลักษณ์สัทศาสตร์สัทอักษรสากล หากไม่มีการสนับสนุนเรนเดอร์ที่เหมาะสม คุณอาจเห็นเครื่องหมายคำถาม กล่องหรือสัญลักษณ์อื่นแทนอักขระยูนิโค้ด
書.svg
การเขียนภาษาญี่ปุ่น

คันจิ

คะนะ

การใช้งาน

โรมะจิ

จุดกำเนิดของอักษรในญี่ปุ่น[แก้]

ก่อนพ.ศ. 900 ภาษาญี่ปุ่นไม่มีระบบการเขียนเป็นของตนเอง หลังจากนั้น เริ่มปรับปรุงอักษรจีนมาใช้ คาดว่าผ่านมาทางเกาหลี ครั้งแรกภาษาญี่ปุ่นเขียนด้วยอักษรจีนโบราณ หรือรูปแบบผสมระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ตัวอย่างของรูปแบบผสมเช่นโกจิกิ (kojiki:บันทึกประวัติศาสตร์) เขียนเมื่อ พ.ศ. 1255 พวกเขาเริ่มใช้รูปแบบอักษรจีนเขียนภาษาญี่ปุ่น ในรูปอักษรพยางค์ใบไม้หมื่นใบ (man'yōgana)

เมื่อเวลาผ่านไป ระบบการเขียนเป็นแบบใช้อักษรจีนเขียนคำยืมจากภาษาจีน หรือคำให้ภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายใกล้เคียงกัน รูปแบบอักษรจีนยังใช้แทนการออกเสียงในการเขียนไวยากรณ์ และต่อมากลายเป็นอักษรแทนพยางค์ 2 ชนิดคือ ฮิระงะนะ และคะตะคะนะ วรรณคดีญี่ปุ่นปรากฏขึ้นเมื่อราว พ.ศ. 1600 เช่น เรื่องเล่าแห่งเคนจิ โดย มูราซากิ ชิกิบุ

ภาษาญี่ปุ่นสมัยใหม่เขียนด้วยรูปแบบผสมของฮิระงะนะ คะตะคะนะร่วมกับคันจิ หนังสือสมัยใหม่จะรวมโรมาจิ (อักษรโรมัน) ซึ่งเป็นรูปแบบมาตรฐานสำหรับการเขียนภาษาญี่ปุ่นด้วยอักษรโรมัน คำที่ไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่นเขียนด้วยอักษรของภาษานั้นหรือหรือสัญลักษณ์ที่เรียกคิโกะ (kigō)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]