ศิษยาภิบาล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ศิษยาภิบาล[1] (อังกฤษ: Pastor) เป็นคำจากภาษาสันสกฤตแปลว่า ผู้ดูแลศิษย์ (ศิษฺย+อภิปาล) ส่วนคำว่า pastor นั้นมาจากภาษาละติน pascere ซึ่งแปลว่าคนเลี้ยงแกะ (shepherd) ชาวโรมันคาทอลิกแปลคำนี้ว่า "ผู้อภิบาล"[2]

ศิษยาภิบาลเป็นตำแหน่งในการปกครองคริสตจักร ในปัจจุบันใช้ในคริสตจักรฝ่ายโปรเตสแตนต์ นอกจากนี้ยังพบการใช้คำว่าผู้อภิบาล (pastor) เพื่อหมายถึงบิชอปและอธิการโบสถ์ในคริสตจักรอื่น ๆ ด้วย ได้แก่ คริสตจักรโรมันคาทอลิก อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ และออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์

คัมภีร์ไบเบิล[แก้]

ตำแหน่งศิษยาภิบาลนั้นปรากฏอยู่แค่ครั้งเดียวในคัมภีร์ไบเบิล โดยถือเป็นหนึ่งในพันธกรห้าประการของพระเจ้า เช่น จดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวเอเฟซัส บทที่ 4 ข้อที่ 11 ระบุว่า

ของประทานที่ว่านั้น คือ พระองค์ทรงให้บางคนเป็นอัครทูต เป็นผู้เผยพระวจนะ เป็นผู้ประกาศข่าวประเสริฐ เป็นศิษยาภิบาลและเป็นอาจารย์ เพื่อเตรียมประชากรของพระเจ้าสำหรับงานรับใช้ เพื่อว่าพระกายของพระคริสต์จะได้รับการเสริมสร้างขึ้นจนกว่าเราทั้งหมดจะบรรลุถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในความเชื่อและในความรู้ถึงพระบุตรพระเป็นเจ้า จนเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ คือ เต็มขนาดความไพบูลย์ของพระคริสต์

เอเฟซัส 4:11-13

นิกายโปรเตสแตนต์[แก้]

ชาวโปรเตสแตนต์ใช้คำนี้เรียกผู้ดูแลคริสตจักรประจำเขตแพริช ซึ่งไม่ใช่นักบวชแต่เป็นฆราวาสที่ได้รับการสถาปนาจากคริสตจักรให้เป็นผู้ดูแลรับใช้พระเจ้า ถือว่าเป็นผู้ที่ได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้าเพื่ออุทิศตนรับใช้พระองค์ในคริสตจักรและชุมชน

ศิษยาภิบาลมีหน้าที่ดังนี้[3]

  1. ปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ของศาสนาจารย์หรือครูศาสนา
  2. ให้คำปรึกษาแก่สมาชิกของคริสตจักรในการดำเนินชีวิต
  3. เยี่ยมเยียนสมาชิกคริสตจักร และติดตามสมาชิกของคริสตจักรที่ขาดการติดต่อ
  4. เป็นสมาชิกคนหนึ่งในคณะธรรมกิจของคริสตจักร
  5. นำและส่งเสริมให้สมาชิกสามารถทำพันธกิจของคริสตจักรในสังคม
  6. อบรมผู้ปกครอง มัคนายกและสมาชิกคริสตจักร

นิกายโรมันคาทอลิก[แก้]

ในคริสตจักรโรมันคาทอลิกเรียก pastor ว่าผู้อภิบาลหรือนายชุมพาบาล ตามประมวลกฎหมายพระศาสนจักรจะใช้คำนี้หมายถึงอธิการโบสถ์ (parish priest) ซึ่งเป็นบาทหลวงองค์หนึ่งที่ได้รับแต่งตั้งและมอบหมายงานจากมุขนายกประจำมุขมณฑลให้ทำหน้าที่ปกครองเขตแพริช[4]

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, พิมพ์ครั้งที่ 3, 2552, หน้า 415
  2. การปฏิวัติของจอห์น คาลวิน, หอจดหมายเหตุ อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
  3. โครงสร้างคริสตจักรพิษณุโลก
  4. Code of Canon Law, Can. 515 §1