วอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออส
Warcraft III: Reign Of Chaos
WarcraftIII.jpg
กล่องเกมวอร์คราฟต์ 3
ผู้พัฒนา Blizzard Entertainment
ผู้ผลิต สหรัฐอเมริกา Blizzard Entertainment
สหภาพยุโรป Sierra Entertainment/Vivendi Universal Game International[1]
ญี่ปุ่น Capcom
ผู้ออกแบบ รอบ พาร์โด
เวอร์ชัน 1.24.0.6372 (4 สิงหาคม ค.ศ. 2009)
แพลตฟอร์ม ระบบปฏิบัติการวินโดวส์, แมค โอเอสและแมคโอเอส X
วันที่ออกจำหน่าย สหรัฐอเมริกา 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2002
ไทย 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2002
สหภาพยุโรป 5 กรกฎาคม ค.ศ. 2002
ญี่ปุ่น ค.ศ. 2003
แนว วางแผนเรียลไทม์
รูปแบบ โหมดเล่นคนเดียว โหมดหลายผู้เล่น
เรตติง ESRB: T (วัยรุ่น)
OFLC: G8+
PEGI: 12+
USK: 12+
สื่อบันทึก ซีดีรอม (1)
ระบบที่ต้องการ

แนะนำ:
600 MHz processor, แรม 256 MB , การ์ดจอ 32 MB 3D , การ์ดเสียงเข้ากันได้กับ DirectX 8.1 (วินโดวส์)

อุปกรณ์ คีย์บอร์ด และ เมาส์
บทความนี้เกี่ยวกับเกมวอร์คราฟต์ 3 ภาคปกติ สำหรับภาคเสริมของวอร์คราฟต์ 3 ดูที่ วอร์คราฟต์ 3: บัลลังก์น้ำแข็ง

วอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออส (อังกฤษ: Warcraft III: Reign of Chaos) เป็นเกมคอมพิวเตอร์ประเภทวางแผนเรียลไทม์ ภาคต่อในชุดเกมวอร์คราฟต์ สำหรับวินโดวส์ และ แมคอินทอช เกมวอร์คราฟต์ 3 ได้รับการพัฒนาโดย Blizzard Entertainment เกมเริ่มออกสู่ตลาดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2002

เกมวอร์คราฟต์ 3 เป็นหนึ่งในเกมซึ่งเป็นที่รอคอยของแฟน ๆ มากที่สุดและเป็นเกมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยสามารถขายปลีกได้กว่า 4.5 ล้านแผ่น และขายได้จำนวนครบ 1 ล้านแผ่นภายในเวลาหนึ่งเดือน[2] วอร์คราฟต์ 3 ยังคว้ารางวัลเกมยอดเยี่ยมได้หลายรางวัล รวมทั้งรางวัล "เกมแห่งปี" จากสิ่งตีพิมพ์มากกว่าหกแหล่ง[3]

เกมการเล่น[แก้]

ไฟล์:Warcraft III Opening Screen.jpg
ภาพหน้าจอเปิดเกมของวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออส

เกมวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออส เป็นเกมแรกของบริษัทบลิซซาร์ดที่สร้างลงบนแพลตฟอร์มวินโดวส์และแม็ก โอเอสพร้อมกัน[4] เกมวอร์คราฟต์ 3 ยังได้มีรายละเอียดสูง และมีลักษณะของภาพเป็นแบบ 3 มิติ รวมไปถึงยังได้มีการใส่เพิ่มเติมเทคโนโลยีที่ทันสมัยในยุคนั้นอีกด้วย[4]

เกมการเล่นของวอร์คราฟต์ 3 เกิดขึ้นในแผนที่และภูมิประเทศที่แตกต่างกัน ในโหมดยุทธการ เมื่อเริ่มเกมมา แผนที่จะปกคลุมไปด้วยแบล็กมาสก์ (Black Mask) ซึ่งเป็นชั้นสีดำที่จะปกคลุมสภาพภูมิประเทศเอาไว้จนกว่าพื้นที่แถบนั้นจะได้รับการสำรวจ ซึ่งจะทำให้แบล็กมาสก์หายไปตลอดทั้งเกมการเล่น[5] ส่วนพื้นที่ที่ได้รับการสำรวจแล้ว แต่ไม่อยู่ในระยะมองเห็นของยูนิตหรือสิ่งปลูกสร้างของฝ่ายเดียวกันจะถูกปกคลุมด้วย fog of war ซึ่งเรามองเห็นสภาพภูมิประเทศ แต่ไม่สามารถมองเห็นสิ่งปลูกสร้างหรือยูนิตของศัตรูได้[5] ระหว่างการเล่น ผู้เล่นต้องสร้างถิ่นฐานขึ้นเพื่อเก็บทรัพยากร ป้องกันการบุกของศัตรู สร้างยูนิตและทำลายฐานทัพของศัตรู ทรัพยากรหลักทั้งสามในเกมวอร์คราฟต์ 3 คือ ทองคำ ไม้และอาหาร[6] โดยทรัพยากรทองคำและไม้ใช้สำหรับการสร้างยูนิตและสิ่งปลูกสร้าง ส่วนอาหารจะเป็นตัวกำหนดจำนวนสูงสุดของยูนิตที่สามารถควบคุมได้[7]

นอกจากนี้ เกมยังมีครีป (Creep) ซึ่งเป็นยูนิตที่ควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ที่เป็นศัตรูกับผู้เล่นทุกคน[8] ครีปจะยึดครองพื้นที่บางส่วนของแผนที่ อย่างเช่น เหมืองทองคำหรือสิ่งปลูกสร้างของฝ่ายเป็นกลาง (Neutral Building) ทำให้ผู้เล่นต้องเปลี่ยนรูปแบบการเล่นเป็นฝ่ายรุกแทนที่จะตั้งรับอย่างเดียว ตัวเกมยังมีระบบกลางวัน-กลางคืนด้วย[9] และยังมีการปรับเปลี่ยนอีกเล็กน้อยเนื่องจากลักษณะภูมิประเทศแบบ 3 มิติในตัวเกม อย่างเช่น ยูนิตซึ่งอยู่บนพื้นที่ที่สูงกว่าจะโจมตียูนิตที่อยู่ต่ำกว่าด้วยพลังโจมตีที่เพิ่มมากขึ้น[10]

ในภาคที่ผ่านมาของเกมชุดวอร์คราฟต์มีเผ่าพันธุ์ให้เลือกเล่นเพียง 2 เผ่าพันธุ์ คือ มนุษย์และออร์ค ซึ่งไม่ค่อยจะมีการเล่นที่แตกต่างกันมากนัก แต่ในวอร์คราฟต์ 3 มีเผ่าพันธุ์เพิ่มเข้ามา 2 เผ่าพันธุ์ คือ เอลฟ์ราตรีและอันเดต[11] และเริ่มมองเห็นความแตกต่างกันของยูนิต สิ่งปลูกสร้าง เทคโนโลยีและวิธีการสร้างสิ่งปลูกสร้างได้แล้ว

อีกเสน่ห์หนึ่งของเกม คือ ยูนิตใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ที่เรียกว่า "ฮีโร่" (Hero) เมื่อฮีโร่สังหารยูนิตฝ่ายศัตรูหรือครีป ฮีโร่จะได้รับค่าประสบการณ์ ซึ่งเมื่อครบกำหนดแล้ว ฮีโร่จะเลเวลอัพได้จนถึงเลเวล 10 เมื่อฮีโร่เลเวลอัพ ฮีโร่จะมีคุณสมบัติประจำตัวที่แข็งแกร่งขึ้นและสามารถร่ายคาถาใหม่ ๆ ได้ (ทำให้ตัวเกมมีลักษณะคล้ายกับเกมสวมบทบาท[12]) ที่เลเวล 6 ฮีโร่จะปลดล็อกสกิลท่าไม้ตาย ฮีโร่ยังสามารถสวมใส่ของวิเศษเพื่อเพิ่มความสามารถ ทักษะและคุณสมบัติประจำตัวได้ นอกจากนี้ เฉพาะฮีโร่เท่านั้นที่มีสิทธิ์ใช้บริการของสิ่งปลูกสร้างของฝ่ายเป็นกลางที่พบเห็นได้ในแผนที่[13]

โหมดยุทธการและโหมดผู้เล่นคนเดียว[แก้]

โหมดยุทธการของวอร์คราฟต์ 3 แบ่งออกเป็น 5 โหมดยุทธการ แต่ละโหมดยุทธการ ผู้เล่นจะได้ควบคุมยูนิตทั้งสี่เผ่าพันธุ์ และจะมีภารกิจแยกย่อยออกไป ตัวเกมยังมีการมอบหมายเควสให้แบบใหม่โดยที่ไม่เหมือนกับเกมอื่น ๆ ที่เคยสร้างมา โดยในคัตซีนผู้เล่นจะไม่ได้รับแจ้งโดยตรงว่าเควสให้ทำอะไร วอร์คราฟต์ 3 ใช้ระบบของ "เควสไม่นำร่อง"[14] ซึ่งเควสดังกล่าวจะปรากฏขึ้นในระหว่างการเล่นเกม ไม่เพียงแต่ในคัดซีนเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ยังมีโหมดเลือกเล่นเอง (Custom Game) ซึ่งจะให้ผู้เล่นสามารถเล่นกับคอมพิวเตอร์ได้สูงสุด 12 ทีม โดยมีแผนที่จำนวนมากให้เลือกเล่น เควสของการเล่นแบบนี้จะไม่หลากหลายเหมือนกับในโหมดยุทธการ แต่เป็นการมุ่งทำลายฐานทัพของศัตรูเพียงอย่างเดียว

โหมดหลายผู้เล่น[แก้]

วอร์คราฟต์ 3 มีระบบหลายผู้เล่นเหมือนกับ สตาร์คราฟต์ และ ดีอะโบล เกมนี้ใช้ระบบเครือข่ายหลายผู้เล่นแบบ Battle.net ซึ่งผู้เล่นสามารถสร้างบัญชีรายชื่อได้ใน "เกทเวย์" (Gateway) ซึ่งมีส่วนช่วยลดการแล็กของเครื่อง เกทเวย์เหล่านี้ประกอบด้วย อาเซรอธ (สหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันออก), ลอร์เดอรอน (สหรัฐอเมริกาฝั่งตะวันตก), นอร์เธอเรนด์ (ยุโรป) และ คาลิมดอร์ (เอเชีย)[15] วอร์คราฟต์ 3 ยังได้มีการพัฒนาระบบ Battle.net ขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งโดยการมีแม่สื่อที่เป็นชื่อลับ ซึ่งจะจับคู่ให้ผู้เล่นโดยอัตโนมัติโดยขึ้นอยู่กับความสามารถในการเล่นของผู้เล่นและความชื่นชอบในประเภทเกมการเล่น เพื่อป้องกันการโกงและการบันทึกการแข่งขันไว้ให้สำหรับตัวเอง[16] แต่ถ้าผู้เล่นต้องการเล่นกับเพื่อนในโหมดการแข่งขันจัดอันดับ ตัวเกมได้จัดให้มี "โหมดกำหนดทีม" ซึ่งจากผลของแม่สื่อของเกม ทำให้ทั้งสองฝ่ายถูกจับคู่โดยอัตโนมัติและไม่ทราบทีมคู่แข่งล่วงหน้าก่อนการแข่งขันเลย[16] นอกจากนี้ยังมีระบบรายชื่อเพื่อนและห้อง (Channel) วอร์คราฟต์ 3 ยังให้ผู้เล่นสามารถจัดทีมของตัวเองขึ้นมา เรียกว่า "แคลน" (Clan) ซึ่งจะมีส่วนร่วมในการเล่นในทัวนาร์เมนต์หรือเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของวอร์คราฟต์ได้ โดยที่คะแนนสะสมและฐานะในเกมแม่สื่อจะถูกจัดเก็บไว้ใน "แล็ดเดอร์" (Ladder)[17]

เรื่องราว[แก้]

อารัมภบท[แก้]

ภาพการรบในสงครามครั้งที่สอง

วอร์คราฟต์ 3 เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกที่ชื่อว่า อาร์เซรอธ หลายปีก่อนที่เรื่องราวในเกมจะเริ่มขึ้น กองทัพปีศาจซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม เบิร์นนิง ลีเจียน พยายามที่จะทำลายโลกอาร์เซรอธ โดยส่งเผ่าพันธุ์ที่ถูกควบคุมจิตใจ ซึ่งเรียกว่า ออร์ค หลังจากสงครามยาวนานหลายปี พวกออร์คได้พ่ายแพ้ต่อกองกำลังผสมของมนุษย์ คนแคระและเอลฟ์ พวกออร์คที่รอดชีวิตอยู่ถูกจำขังไว้ในค่ายกักกัน หลังจากการกักขังอันยาวนาน ทำให้พวกออร์คเหล่านี้หมดความปรารถนาที่จะสู้รบ เมื่อไม่มีศัตรูให้เห็น สันติภาพจึงบังเกิด แต่ว่าฝ่ายพันธมิตรทำท่าว่าจะแตกสลาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน วอร์คราฟต์ 3 ได้เกิดขึ้นภายหลังจากช่องว่างจาก วอร์คราฟต์ 2 ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวเคยจะถูกสร้างให้เป็นเกมที่ชื่อว่า วอร์คราฟต์ แอดเวนเจอร์ แต่ว่าเกมดังกล่าวถูกยกเลิกระหว่างการพัฒนากลางคัน[18]

ตัวละคร[แก้]

  • ผู้ทำนาย - เมดิฟฮ์หรือผู้พิทักษ์คนสุดท้าย (The Prophet, Medivh, The Last Guardian) เป็นผู้ได้รับอำนาจอันยิ่งใหญ่ในวัยเยาว์เพื่อปกป้องดินแดนอาเซรอธให้พ้นจากเงื้อมมือของปีศาจ อย่างไรก็ตาม เขาถูกเข้าสิงโดยซาร์เกรัส แห่งเบิร์นนิง ลีเจียน และนำออร์กเข้าสู่โลกอาเซรอธ เขากลับมาอีกครั้งในสงครามครั้งที่สามเพื่อให้แน่ใจว่าเบิร์นนิงลีเจียนจะมาถึงจุดจบ
  • อาร์ธัส เมเนธิล (Arthas Menethil) มงกุฎราชกุมารแห่งอาณาจักรลอร์เดอรอน บุตรแห่งราชาเทเรนัส ทรงเป็นนักรบศักดิ์สิทธิ์แห่งดินแดน ลูกศิษย์ของอูเธอร์ เป็นผู้ที่ต่อสู้เพื่อประชาชน แต่ในภายหลังต้องต่อสู้กับโรคระบาดที่คุกคามดินแดนบ้านเกิดจนทำให้เสียสติ เขาต้องการทำลายล้างโรคระบาดตลอดกาลโดยการเดินทางตามไปยังนอร์เดอเรน หรือ นอร์ทแลนด์ ซึ่งเป็นเกาะน้ำแข็งทางตอนเหนือของโลก ที่นั่นเขาได้ครอบครองดาบต้องคำสาป ฟรอสต์มอร์น ซึ่งได้กลืนกินดวงวิญญาณของเขาไป ทำให้เขาเริ่มเดินสู่เส้นทางของการเป็นลิชคิง[19]
  • เทเรนัส เมเนธิล (Terenas Menethil) ราชาแห่งอาณาจักรลอร์เดอรอน พระองค์เคยเป็นบุคคลสำคัญในการก่อตั้งฝ่ายพันธมิตรซึ่งเอาชนะฝ่ายอนารยชนในสงครามครั้งที่สอง แต่ในสงครามครั้งที่สามนี้ พระองค์ก็มีพระชนม์มายุมากแล้ว พระองค์ถูกปลงพระชนม์โดยอาร์ธัส บุตรชายของพระองค์เอง
  • อูเธอร์ เดอะ ไลท์บริงเกอร์ (Uther the Lightbringer) อัศวินชั้นสูงแห่งลอร์เดอรอน เป็นผู้ก่อตั้งอัศวินศักดิ์สิทธิ์ อัศวินหัตถ์เงิน ผู้สู้และรักษาด้วยพลังแห่งแสงสว่าง แม้ว่าเขาจะเป็นอาจารย์ของออร์ธัส แต่ก็ไม่สามารถป้องกันอาร์ธัสจากการถูกควบคุมโดยปีศาจได้ ในตอนบั้นปลายของชีวิต เขาถูกสังหารโดยอาร์ธัส ขณะป้องกันเถ้าธุลีของกษัตริย์เทเรนัส
  • ไจน่า พราวด์มัวร์ (Jaina Proudmoore) บุตรีแห่งนายพลเรือพราวด์มัวร์ ผู้เป็นทั้งเพื่อนสมัยเด็กและคนรักของอาร์ธัส เป็นศิษย์ของนักเวทย์อันดับหนึ่งนาม แอนโทนิดัส เธอเป็นผู้เดียวที่ยอมนำเหล่ามนุษย์ไปยังดินแดนคาลิมดอร์ตามคำบอกของมาดีฟ[20]
  • มูราดิน บรอนซ์เบียร์ด (Muradin Bronzebeard) พี่น้องของหนึ่งในราชาของคนแคระ เป็นหนึ่งในที่ปรึกษาของอาร์ธัส เขาได้ออกค้นหาดาบต้องคำสาบในนอร์เธรินก่อนที่อาร์ธัสจะมาถึง
  • แอนโทนีดาส (Antonidas) นักเวทแห่งดาลารัน เขาเป็นผู้ส่งไจน่าเพื่อจัดการกับโรคระบาดครั้งใหญ่ และเป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญต่อการป้องกันนครดารารานต่อฝ่ายสเคิร์จ เป็นผู้นำในการป้องกันนครระหว่างที่มีการปิดล้อม อย่างไรก็ตาม เขาถูกสังหารโดยอาร์ธัส ในระหว่างการปิดล้อมนั้นเอง
  • มัลแกนิส (Mal'ganis) แวมไพร์ เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญต่อแผนการนำให้อาร์ธัสไปสู่เส้นทางของลิชคิง ในภายหลัง ปรากฏว่าเขาถูกสังหารโดยอาร์ธัส ซึ่งดูเหมือนว่าจะได้รับคำสั่งโดยตรงจากลิชคิง
  • เคลทูซาร์ด (Kel’Thuzad) เนโครแมนเซอร์ที่เคยถูกอาร์ธัสและไจน่าร่วมมือกันสังหาร แต่ปัจจุบันถูกอาร์ธัสปลุกชีพขึ้นมาเป็นพ่อมดมืด เขามีส่วนสำคัญต่อการอัญเชิญอาร์คิมอนด์มายังอาเซรอธ[20]
  • ลิชคิง - เนอร์ซูล (Lich King - Ner'zhul) เนอร์ซูลเคยเป็นออร์คผู้วิเศษ เขาถูกหลอกลวงโดยพวกปีศาจให้รับใช้พวกมัน ในภายหลังเขาได้พยายามหลบหนี แต่ถูกจับได้ ร่างกายของเขาจึงถูกดองเอาไว้และทรมาน วิญญาณของเขาถูกผนึกไว้ในแท่งน้ำแข็งในนอร์เธรินด์ และทำให้อำนาจทางจิตของเขาเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล เขาสามารถควบคุมกองกำลังอันเดตจำนวนมากได้ด้วยอำนาจทางจิตของเขา
  • มานนารอธ (Mannoroth) ฉายา "เจ้านรก" เขามีความสามารถในการสะกดจิตใจของออร์คด้วยการใช้เลือดของตน ถูกสังหารโดยกรอม เฮลสกรีมในถ้ำแห่งหนึ่งภายในป่าอเชนไวล์
  • ทิคอนดริอุส (Tichondrius) แวมไพร์แห่งกองกำลังเบิร์นนิง ลีเจียน เขาเป็นผู้กำกับดูแลการปฏิบัติงานของอาร์ธัส และภายหลังได้เป็นผู้บัญชาการโดยตรงของกองกำลังอันเดต ถูกสังหารโดยอิลิดานในป่าเฟลวูด
  • อาร์คิมอนด์ (Archimonde) ปิศาจแห่งกองกำลังเบิร์นนิง ลีเจียน โดยเป็นรองผู้บัญชาการ ถัดจากคิลเจย์ดิน ถูกอัญเชิญมายังอาเซรอธโดยเคลทูซาร์ด เขาได้นำกองกำลังแห่งเบิร์นนิง ลีเจียนเพื่อรุกรานป่าอเชนไวล์โดยมีเป้าหมายเพื่อครอบครองต้นไม้แห่งโลก เขาถูกสังหารโดยวิญญาณบรรพบุรุษของเอลฟ์ราตรี
  • ธรอล (Thrall) บุตรแห่งดูราธาน เจ้าสงครามแห่งฝ่ายอนารยชน ผู้ซึ่งปฏิเสธการสะกดจิตใจของพวกปีศาจ ธรอลต้องตกเป็นทาสของมนุษย์ในช่วงต้นของชีวิต หลังจากที่พ่อแม่ของเขาถูกทรยศและสังหาร หลังจากที่หลบหนีจากเจ้านายของเขา เขาได้ปลดปล่อยพวกออร์กในค่ายกักกันซึ่งเป็นเชลยศึกมาตั้งแต่สงครามครั้งที่สอง เขาได้ขึ้นเป็นผู้นำของออร์กทั้งหมดหลังจากการตายของออกริม ดาร์กแฮมเมอร์ ซึ่งเป็นเจ้าสงครามคนก่อน ธรอลเป็นผู้นำเหล่าอนารยชนข้ามทะเลไปยังดินแดนคาลิมดอร์ตามคำบอกเล่าของมาดีฟ[20]
  • กรอม เฮลสกรีม (Grom Hellscream) เป็นเจ้าแห่งเผ่าวอร์ซอง สหายที่รักยิ่งของธรอลที่มีความเห็นขัดแย้งกันอยู่บ่อยครั้ง เขาเป็นผู้สมัครใจที่จะยอมรับในการสะกดจิตใจของเหล่าปีศาจ เผ่าวอร์ซองของเขาเป็นเผ่าแรกที่ธรอลพบเจอระหว่างความพยายามที่จะปลดปล่อยออร์กให้เป็นอิสระ ในครั้งนั้นกรอมม์ถูกจับขังเอาไว้โดยพวกมนุษย์และสุดท้ายก็ถูกธรอลช่วยออกมาได้ ต่อมา กรอมได้ตกอยู่ภายใต้อำนาจการสะกดใจของเหล่าปีศาจอีกครั้งหนึ่ง แต่ได้รับการช่วยเหลือและปลดปล่อยโดยกองกำลังของธรอลและไจน่า กรอมเป็นผู้ที่สังหารแมนนารอธ แต่ก็ต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเอง
  • แคริน บลัดฮูฟ (Cairne Bloodhoof) เป็นผู้นำของเผ่าทอเรนส่วนใหญ่ในดินแดนคาลิมดอร์ เผ่าของเขาเกือบต้องพ่ายแพ้ต่อการทำศึกกับเหล่าเซ็นทอร์ แต่ได้รับการช่วยเหลือจากธรอล
  • เซนาเรียส (Cenarius) เป็นบุตรครึ่งเทพ บุตรแห่งดวงจันทร์และกวางขาว ผู้นำศักดิ์สิทธิ์ของเอลฟ์ราตรี ถูกสังหารโดยกรอมในระหว่างที่ถูกสะกดใจ
  • ทายเรนเดอ วิสเพอร์วินด์ (Tyrande Whisperwind) นักบวชหญิงแห่งจันทรา เป็นผู้นำเดี่ยวของเอลฟ์ราตรีฝ่ายที่ขึ้นตรงต่อเทพีแห่งจันทรา อลูน เป็นคนรักของมัลฟิวเรี่ยน เป็นผู้ที่เคยรบกับเบิร์นนิง ลีเจียนกว่าหนึ่งหมื่นปีก่อน และกลับมาสู้รบอีกครั้งเมื่อเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ได้มาบุกรุกป่าอาร์เชนเวลท์ของพวกเอลฟ์ราตรี จนกระทั่งเธอปลุกดรูอิดขึ้นมาจากการหลับใหล เธอได้เข้าร่วมกับธรอลและไจน่าในการป้องกันยอดเขาไฮจาล
  • มัลฟิวเรี่ยน สตอร์มเรจ (Malfurion Stromrage) ผู้นำแห่งดรูอิดทั้งหมด และเป็นผู้ที่เคยรบกับเบิร์นนิง ลีเจียนพร้อม ๆ กับทายเรนเดอ เซนาเรียส และอิไลเดนน้องชาย หลังสงครามเขาได้หลับใหลมากว่าพันปี ถูกปลุกโดยทายเรนเดอ้อีกครั้งเพื่อมาต่อกรกับเบิร์นนิง ลีเจียน เขาเป็นผู้ปกป้องโลก ซึ่งมีพลังแห่งธรรมชาติ และสามารถเรียกวิญญาณศักดิ์สิทธิ์แห่งเอลฟ์ราตรีได้[20]
  • อิลิดาน สตอร์มเรจ - ผู้ทรยศ (Illidan Stormrage - The Betrayer) น้องชายของมัลฟิวเรี่ยน เป็นนักล่าปีศาจฝีมือดีของเอลฟ์ราตรี แต่กลับหลงรักคนคนเดียวกับพี่ชาย เขาได้ต่อสู้กับปีศาจมากเกินไปในช่วงการรุกรานของปีศาจในครั้งแรก และมีหนทางที่ผิดประเพณี ทำให้ผู้อื่นหมดความไว้เนื้อเชื่อใจ และด้วยนิสัยที่ใฝ่หาพลังที่แข็งแกร่งของเขาทำให้เกิดเรื่องขึ้นในสงครามครั้งที่สอง เขาจึงถูกกักขังด้วยสาเหตุการก่อสร้างบ่อน้ำนิรันดรบนยอดเขาไฮจอลโดยการจับกุมของเมอีฟ ซึ่งพวกเอลฟ์ราตรีเห็นว่าจะทำให้ปีศาจกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เขาได้รับคำสาบจากซาร์รัส ทำให้เขาตาบอด แต่ยังสามารถสัมผัสถึงเวทมนตร์ที่อยู่รอบ ๆ สิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตอยู่[19]
  • ซิลวานิส วินด์รันเนอร์ (Syvalnas Windrunner) พลธนูแห่งเอลฟ์ชั้นสูง เป็นผู้คุมประตูที่นำไปสู่นครซิลเวอร์มูน ถูกอาร์ธัสสังหารและยังถูกสาปให้กลายเป็นผีร้าย[20]

ลำดับเหตุการณ์[แก้]

ธรอลล์ ผู้นำแห่งอนารยชนออร์คในอาณาจักรตะวันออกตื่นขึ้นจากฝันร้ายที่เหมือนจริงว่า สงครามระหว่างเผ่าพันธุ์กำลังจะเกิดขึ้น ธรอลล์ ได้รับคำแนะนำของ เมดีฟ ผู้พยากรณ์ ให้แล่นเรือและพาพวกอนารยชนออร์คที่เหลือทั้งหมดบนแผ่นดินตะวันออกแล่นเรือไปยังทิศตะวันตก สู่ดินแดนแห่งคาลิมดอร์ อันเป็นสถานที่ปลอดภัยตามคำแนะนำของมาดีฟ เขาจึงรวบรวมกองทัพที่เหลือ และช่วยกรอม เฮลสครีมจากการจำขังของพวกมนุษย์ก่อนจะแล่นเรือไป

มาดีฟในร่างอีกาได้บินไปยังปราสาทของราชาเทเรนัส เขาได้เตือนให้พระองค์อพยพประชากรทั้งหมดไปยังดินแดนตะวันตกเพื่อหลีกเลี่ยงต่อความสูญเสียมหาศาลที่จะเกิดขึ้น แต่พระองค์ไม่ทรงเชื่อเขา

เจ้าชายอาร์ธัส บุตรแห่งราชาเทเรนัส ได้ทำการป้องกันหมู่บ้านสแตร์นแบรดจากพวกออร์ค อย่างไรก็ตาม พวกออร์คก็สามารถปล้นเมืองได้สำเร็จ เขาจึงตามไปยังค่ายของพวกออร์ค และสังหารพวกออร์คเสียทั้งหมด จากนั้นเขา ร่วมกับผู้วิเศษไจน่า ได้พยายามตามหาสาเหตุของการแพร่ระบาดของโรคประหลาดที่ฆ่าและเปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นอันเดต อาร์ธัสสามารถสังหารผู้ที่เป็นต้นเหตุของโรคระบาดได้ ในระหว่างการรบที่ฮาร์ทเกรน เขาได้มอบหมายให้ไจน่าไปเรียกกำลังเสริมของอูเธอร์มาช่วย อูเธอร์สามารถเดินทางมาช่วยได้ทันเวลา แต่เพราะอาร์ธัสไม่รับฟังคำเตือนของอูเธอร์เรื่องฐานะและหน้าที่ของเขา ทำให้เกิดความบาดหมางระหว่างทั้งสองคนเสียแล้ว

ระหว่างทางไปยังเมืองสแตร็ทโฮม อาร์ธัสไปพบกับมาดีฟ ซึ่งเขาได้พยายามชักชวนให้อาร์ธัสอพยพผู้คนไปยังดินแดนตะวันตก อาร์ธัสปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าเพื่อปกป้องพสกนิกรของพระองค์ เมื่อเขามาถึงเมืองสแตร็ทโฮม เขาพบว่าโรคระบาดได้แพร่มาถึงเมืองแห่งนี้แล้ว และพยายามที่จะฆ่าทุกคนในเมืองเพื่อป้องกันโรคมิให้แพร่ระบาดต่อไป แต่อูเธอร์และไจน่าปฏิเสธที่จะร่วมมือในการกระทำที่โหดเหี้ยมเช่นนี้ได้ หลังจากเมืองทั้งเมืองถูกทำลายจนพินาศสิ้น ไจน่าได้กลับมาที่เมืองสแตร็ทโฮม เธอไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองกับสภาพเมืองที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของอาร์ธัส ระหว่างนั้นเธอก็ได้พบกับมาดีฟ ซึ่งได้ย้อนกลับมาเพื่อชักชวนให้เธออพยพคนไปยังดินแดนตะวันตก และเธอก็ตอบตกลง

อาร์ธัสก่อนที่จะสังหารบิดาของตนเอง

อาร์ธัสได้ติดตามมอลกานิส ผู้ซึ่งอยู่เบื้องหลังการกระทำของเคลทูซาร์ด ไปยังดินแดนน้ำแข็งทางเหนือ ที่เรียกว่า นอร์เดอเรนด์ ที่ซึ่งเขาได้มีส่วนช่วยเหลือมูราดิน ในการตามหาดาบอันทรงพลังที่มีชื่อว่า ฟรอซมอร์ด เมื่อพวกเขาได้ค้นพบดาบนั้นแล้ว มูราดินพบว่ามันเป็นดาบต้องคำสาบ แต่อาร์ธัสไม่สนใจคำเตือนนั้น และยินยอมแลกวิญญาณของตนเพื่อใช้พลังของดาบ และเมื่ออาร์ธัสปลดปล่อยพลังของดาบออกมาแล้ว ทำให้มูราดินต้องตายด้วยอาถรรพ์ของดาบ อาร์ธัสสังหารมีลกานิส และกลับมายังมาตุภูมิ ไม่นานหลังจากนั้น อาร์ธัสได้สังหารบิดาของตนเองท่ามกลางงานเฉลิมฉลองชัยชนะในเมืองหลวงนั่นเอง

ในฐานะที่เป็นอัศวินแห่งความตาย อาร์ธัสจึงได้พบกับหัวหน้าของพวกเจ้าความกลัว ทิคอนดริอุส ผู้ซึ่งมอบหมายบททดสอบหลายประการให้แก่เขา ในตอนแรก อาร์ธัสได้รวบรวมเถ้ากระดูกของเคลทูซาร์ด และบรรจุไว้ในโถวิเศษซึ่งบรรจุอัฐิของบิดาเขาเอง และเพื่อให้ได้โถวิเศษนี้ เขาจึงต้องสังหารอูเธอร์ซึ่งรับหน้าที่ปกป้องโถวิเศษนี้ก่อน

อาร์ธัสขณะบัญชาการกองทัพอันเดต

หลังจากนั้น เขาได้นำกองทัพอันเดตเข้ารุกรานดินแดนเควลธาลัสของพวกเอลฟ์ชั้นสูง และพยายามจะเข้าตีเมืองซิลเวอร์มูน ซึ่งเป็นเมืองหลวงเพื่อที่จะครอบครองพลังของบ่อน้ำซันเวล แต่เควลธาลัสได้รับการป้องกันโดยประตูจันทราทั้งสามบาน และยังต้องประมือกับนายพลธนู ซิลวานัส วินด์รันเนอร์ แต่ในที่สุด เขาก็สามารถเข้าถึงซันเวล และชุบชีวิตเคลทูซาร์ดขึ้นมาเป็นพ่อมดมืด เคลทูซาร์ดได้แจ้งให้อาร์ธัสทราบถึงเบิร์นนิง ลีเจียน ซึ่งเป็นกองกำลังปีศาจขนาดใหญ่ที่รอคอยการเข้ามาทำลายโลกนี้ นายที่แท้จริงของเคลทูซาร์ดคือลิชคิง ผู้ซึ่งถูกสร้างมาเพื่อช่วยเหลือเบิร์นนิง ลีเจียนและกองกำลังอันเดตของเขา แต่ในความเป็นจริงแล้ว จุดประสงค์ของลิชคิงคือการทำลายล้างเบิร์นนิง ลีเจียนและครอบครองเป็นของตนเสียเอง อาร์ธัสและเคลทูซาร์ดได้ร่วมมือกันปิดล้อมเมืองดาราราน เพื่อขโมยคัมภีร์ของมาดีฟ และอัญเชิญอาคิมอนด์มายังโลกอาร์เซรอธ และเมื่อเขามาถึงแล้ว การทำลายล้างและจุดจบของลอร์เดอรอนก็เริ่มต้นขึ้น

ทางด้านเหล่าอนารยชนออร์ก ภายใต้การนำของทรอลล์ได้เดินทางมาถึงดินแดนคาเล็มดอร์ และได้พบกับคารินและชนเผ่าทูแรนของเขา ซึ่งได้ทำการรบกับพวกเซ็นทอร์จนได้รับชัยชนะ ทรอลล์ได้พบกับกรอม เฮลสครีมและร่วมมือกันทำศึกกับพวกมนุษย์เพื่อหาหนทางไปสู่ผู้พยากรณ์

ขณะเดียวกัน ชนเผ่าวอร์ซองได้รับคำสั่งจากทรอลล์ให้ก่อสร้างที่มั่นถาวรในป่าอเชนไวล์ แต่การเข้าไปนั้นได้ไปรบกวนพวกเอลฟ์ราตรีและเทพชั้นรอง ซีนาริอัส เนื่องจากพวกออร์กได้ตัดต้นไม้ไปเป็นจำนวนมาก เพื่อจะเอาชนะเทพ กรอมจึงตัดสินใจยอมดื่มน้ำที่ย้อมด้วยเลือดของแมนารอธ ทำให้ได้รับอำนาจของปีศาจและสามารถสังหารซีนาริอัสลงได้ และต้องแลกกับวิญญาณของออร์กเผ่าวอร์ซองและตกอยู่ภายใต้การครอบงำของเบิร์นนิง ลีเจียน

กรอมและธรอลขณะเผชิญหน้ากับแมนารอธ

ธรอลซึ่งได้เดินทางมาพบกับผู้พยากรณ์ หรือ มาดีฟ เขาได้แจ้งให้ธรอลทราบถึงการกระทำของกรอม และจากถ้อยคำของผู้พยากรณ์ทำให้มนุษย์ซึ่งอยู่ภายใต้การนำของไจน่าต้องรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันเพื่อยับยั้งกรอมจากอำนาจปีศาจ หลังจากที่กรอมได้รับการปลดปล่อยแล้ว เขากับธรอลได้เดินทางเข้าไปในถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่ง ณ ที่นั้นเองที่เขาได้สังหารแมนารอธ เพื่อแลกกับอิสรภาพของออร์กจากการควบคุมของเหล่าปีศาจ แต่ก็ต้องแลกกับชีวิตของกรอมด้วย

หลังจากที่เซนาเรียสสิ้นชีพไปแล้ว ทำให้ทายเรนเดอทราบว่ามีภัยคุกคามที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อป่าอเชนไวล์แห่งนี้ เธอจึงนำกองทัพเอลฟ์ราตรีเข้าทำลายค่ายของกองทัพผสมมนุษย์-ออร์ก แต่เมื่อกองทัพผสมเพลี่ยงพล้ำ กองทัพอันเดตของอาร์คิมอนก็ปรากฏตัวออกมา และทำลายทหารทั้งสองฝ่ายจนหมดสิ้น อาร์คิมอนได้ไล่ตามทายเรนเดอมา แต่เธอก็สามารถหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด

เพื่อที่จะต่อกรกับเบิร์นนิง ลีเจียนอีกครั้งนี้ ทายเรนเดอจึงตัดสินใจปลุกดรูอิดซึ่งกำลังหลับใหลอยู่ โดยเริ่มต้นจากคนรักของเธอ คือ มีลฟิวเรี่ยน สตรอมเรจ ซึ่งเป็นหัวหน้าดรูอิดทั้งหมด ตามด้วยดรูอิดที่เหลือทั้งหมด นอกจากนั้นทายเรนดี้ยังได้ตัดสินใจที่จะปลดปล่อยน้องชายของมีลฟิวเรี่ยน คือ อิไลเดน จากการคุมขัง ในภายหลัง อิไลเดนได้พบกับอาร์ธัส ผู้ซึ่งบอกเขาเกี่ยวกับ "กะโหลกแห่งกูลดาน" การดูดกลืนพลังของกะโหลกทำให้เขากลายเป็นพวกครึ่งเอลฟ์ครึ่งปีศาจ และอิไลเดนได้ใช้พลังของตนในการสังหารทิคอนดริอัส แต่มีลฟิวเรี่ยนและทายเรนดี้ได้กลับมาพบเขาขณะที่อยู่ในร่างปีศาจ ทำให้เขาถูกเนรเทศออกจากป่าอเชนไวล์ไป

จุดจบของอาร์คิมอนหลังจากถูกทำลายโดยวิญญาณบริสุทธิ์ ณ โคนต้นไม้แห่งโลก ภายหลังยุทธการแห่งยอดเขาไฮจอล

ในคืนนั้นเอง มาดีฟได้แสดงภาพนิมิตให้แก่มีลฟิวเรี่ยน ทายเรนเดอ ธรอลและไจน่า เพื่อให้ทั้งสามเผ่าพันธุ์ร่วมมือกันในการกำจัดกองทัพอันเดต ในยุทธการแห่งยอดเขาไฮจอล กองทัพพันธมิตรได้ร่วมมือกันเพื่อพยายามหยุดยั้งกองทัพของอาร์คิมอนจากต้นไม้แห่งโลก เพื่อรอคอยแผนการของมีลฟิวเรี่ยน คือ การเรียกวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของเหล่าเอลฟ์ราตรี เมื่ออาร์คิมอนมาถึงต้นไม้แห่งโลก วิญญาณบริสุทธิ์เหล่านี้ก็ได้ทำลายอาร์คิมอนไป ณ ยอดเขาแห่งนั้นเอง ผลจากการรบดังกล่าว ทำให้ทั้งสามเผ่าพันธุ์ร่วมมือกัน และบังเกิดเป็นสันติภาพในดินแดนคาเล็มดอร์ ภายหลังจากที่ศัตรูพ่ายแพ้ไปสิ้น

การพัฒนา[แก้]

เกมวอร์คราฟต์ 3 เริ่มมีการพัฒนาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 โดยตัวเกมได้กล่าวอ้างถึงความเป็นเกมผสมระหว่างเกมวางแผนและเกมสวมบทบาท[21] ซึ่งใช้เวลาพัฒนานานหลายปี เพื่อใช้ในการพัฒนารูปแบบสามมิติเป็นครั้งแรกของบริษัทบลิซซาร์ด ทำให้ภาพที่ได้ออกมาสวยงาม ทั้งสภาพแวดล้อม รายละเอียดและแอนนิเมชั่น[22] การทดสอบเวอร์ชันบีตาของเกมเริ่มตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 2002[23] โดยกว่า 5,000 คนเข้าร่วมการทดสอบ โดยใช้เวลานานทั้งสิ้นหกเดือน หลังจากการทดสอบแล้วตัวเกมได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นเป็นอย่างมากจากเวอร์ชันอัลฟา[24] ส่วนระบบหลายผู้เล่นของเกมก็เป็นที่นิยมในช่วงทดสอบเวอร์ชันบีตาอีกด้วย[25]

โปรแกรมสร้างแผนที่[แก้]

เหมือนกับโปรแกรมสร้างแผนที่ใหม่ที่เคยทำไว้ในเกมวอร์คราฟต์ 2 และสตาร์คราฟต์ ก่อนหน้านั้น เกมวอร์คราฟต์ 3 มีโปรแกรมสำหรับสร้างแผนที่ด้วยตัวเอง ซึ่งสามารถกำหนดให้แผนที่ดังกล่าวแตกต่างจากแผนที่ทั่วไปซึ่งติดมากับเกมอยู่ก่อนแล้ว โปรแกรมสร้างแผนที่สามารถปรับแต่งยูนิตและเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ นอกจากนั้น ผู้เล่นยังสามารถดาวน์โหลดแผนที่ที่เป็นของผู้เล่นคนอื่นได้ รวมไปถึงยังมีโปรแกรมของบุคคลที่สามซึ่งสามารถทำให้การสร้างแผนที่มีความหลากหลายมากขึ้น โปรแกรมสร้างแผนที่ยังถูกเพิ่มเติมขึ้นหลังจากวอร์คราฟต์ 3: โฟรเซนโธรน ออกวางจำหน่ายแล้ว แม้ว่าโปรแกรมสร้างแผนที่จะได้รับการพัฒนาอยู่เรื่อย ๆ เช่นเดียวกับแพทช์ของเกม แต่ว่าโปรแกรมสร้างแผนที่ดังกล่าวก็ไม่ถือว่าเป็นสินค้าของบริษัทบลิซซาร์ดอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด[26]

บางครั้ง แผนที่ของผู้เล่นบางคนก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง อย่างเช่น แผนที่ดีเฟนซ์ออฟดิแอนเชียนส์ ซึ่งมักจะมีการจัดการแข่งขันแบบทัวร์นาเมนต์ในหลายประเทศเป็นประจำ แต่ก็ยังมีอีกหลายแผนที่เหมือนกันที่ได้รับความนิยม อย่างเช่น สตรองโฮลด์และชีพแท็ก ซึ่งแผนที่เหล่านี้ยังได้มีการพัฒนาอยู่ตลอด

เสียง[แก้]

เพลงส่วนใหญ่ที่ใช้ประกอบในเกมวอร์คราฟต์ 3 แต่งโดย เทรซี่ ดับเบิลยู. บุช, เดเร็ก ดุค, เจสัน ฮาเยสและเกล็นน์ สตาฟฟอร์ด[27] เกมวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออส ได้ถูกจัดทำขึ้นเป็นภาคจำนวนจำกัดมีเพลงออเครสตร้าประกอบด้วยเป็นจำนวนมากในซาวน์แทร็กที่แยกออกไปต่างหาก ส่วนเผ่าพันธุ์ทั้งสี่ได้ใช้เสียงเพลงประกอบที่แตกต่างกันไป อย่างเช่น เพลงที่เกี่ยวกับศาสนาใช้ประกอบการเล่นเผ่ามนุษย์ ดนตรีแอมเบียนต์และเพลงของอเมริกันอินเดียนใช้ประกอบการเล่นเผ่าเอลฟ์ราตรี เพลงทำสงครามของชาวแอฟริกันประกอบการเล่นเผ่าออร์ก และเพลงเร็วสยองขวัญสำหรับการเล่นเผ่าอันเดต

อีกหนึ่งลักษณะเฉพาะตัวของเกมในเครือของบลิซซาร์ด คือ คำประจำตัวของยูนิต ถ้าเราคลิกไปบนยูนิตตัวเดิมซ้ำ ๆ ติด ๆ กันหลายครั้ง เสียงของยูนิตก็จะเริ่มตลกขบขันมากขึ้นเท่านั้น ยูนิตอาจจะพาลโกรธใส่ผู้เล่น หรือเริ่มที่จะพาดพิงถึงเกมอื่น ภาพยนตร์หรือมุขตลก อย่างเช่นจาก ภาพยนตร์สตาร์ วอร์ส เป็นต้น

รูปแบบอื่น[แก้]

วอร์คราฟต์ 3 แบทเทิล เชสต์ (Warcraft III Battle Chest)

นอกเหนือจากจะมีการผลิตในรูปแบบปกติแล้ว ยังได้มีการผลิตวอร์คราฟต์ 3 ในรูปแบบนักสะสม ซึ่งในรูปแบบนักสะสมนี้ ประกอบด้วยแผ่นดีวีดีที่เป็นฉากของวอร์คราฟต์ 3 รวมไปถึงมีตัวอย่างเบื้องหลังการทำงาน และฉากดำเนินเรื่องตั้งแต่เริ่มเกมจนจบ ซาวน์แทร็กในรูปแบบนักสะสม คู่มือแนะนำการเล่นในรูปแบบนักสะสม หนังสือ Art of Warcraft และแบบพิมพ์การพิมพ์หิน

บริษัทบลิซซาร์ดยังได้ออก วอร์คราฟต์ 3 แบทเทิล เชสต์ ซึ่งประกอบด้วยแผ่นเกมของ วอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออส และ วอร์คราฟต์ 3: บัลลังก์น้ำแข็ง เข้าด้วยกันในกล่องเดียว และยังมีคู่มือแนะนำการเล่นจากบราดีเกมส์ (BradyGames)

ในอีกรูปแบบหนึ่ง คือ กิฟต์เซตเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วยดีวีดีฉาก คู่มือแนะนำการเล่นของบราดีเกมส์ และวอร์คราฟต์ 3 ในรูปแบบของ Battle.net

วอร์คราฟต์ 3 เป็นเกมหนึ่งที่อยู่ในระดับขายดีในระดับเดียวกับเกมชุดสตาร์คราฟต์ เกมชุดไดอะโบล และเกมชุดวอร์คราฟต์ภาคก่อนหน้า[28] และยังเทียบเท่าได้กับเกมคัดสรรจากบริษัทอื่นนอกเหนือจากบริษัทบลิซซาร์ดอีกด้วย[29][30]

ภาคต่อ[แก้]

หลังจาก วอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออส แล้ว เรื่องราวในจักรวาลของวอร์คราฟต์ดำเนินต่อไปในเกม วอร์คราฟต์ 3: บัลลังก์น้ำแข็ง ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากยุทธการแห่งยอดเขาไฮจอลแล้ว ซึ่งเนื้อเรื่องยังได้เกี่ยวโยงไปถึงเผ่าพันธุ์ใหม่ ยูนิตใหม่และโลกใหม่ที่แตกต่างออกไป โดยในภาคต่อของเกมวอร์คราฟต์นี้ได้มีการออกแพทช์ใหม่ขึ้นมาแก้ไขปัญหาของเกม รวมไปถึงการจัดการระบบหลายผู้เล่น และโปรแกรมสร้างแผนที่ที่ดีกว่าเดิม และยังเป็นภาคต่อที่ได้รับรางวัลหลายอย่างเช่นเดียวกับวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสด้วย โดยเกมวอร์คราฟต์ 3: บัลลังก์น้ำแข็งนี้วางจำหน่ายวันแรกเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2004

การตอบรับ[แก้]

การประเมิน[แก้]

ผลคะแนนการประเมินเกม
แหล่งที่มา คะแนนจาก
นักวิจารณ์
คะแนนจาก
นักเล่นเกม
โน้ท
Game Chronicles 10/10[31] แนะนำให้เล่น
Adrenaline Vault 5/5[32] รับรองความยอดเยี่ยม
Games First 5/5[33]
GameZone.com 9.7/10[34] รางวัลเกมอันโดดเด่น
The Gamers Temple 96%[35] เกมยอดเยี่ยม
SLCentral 9.5/10[36] แนะนำให้เล่น
The Entertainment Depot 9.5/10[37] แนะนำให้เล่น
Action Trip 95%[38] แนะนำให้เล่น
Game Rankings 93.1%[39]
IGN 9.3/10 (พีซี)[40]
9.3/10 (แม็ก)[41]
7.9/10[42] เยี่ยม
GameSpot 9.3/10[39] 9.1/10[43] ยอดเยี่ยม
เกมแห่งเดือนกรกฎาคม 2002
GamePro 4.6/5[44] ยอดเยี่ยม
Metacritic 92%[45]
Mindless Games 9/10[46] รางวัลดีที่สุดของ Mindless
Game Over 90%[47] รางวัลดีที่สุดสำหรับนักเล่นเกม
Gamer's Hell 8.9/10[48] Silver Hell Award
Strategy Gaming Online 8.7/10[49] แนะนำให้เล่น
Games Domain 4.5/5[50] Top Game
Amazon 4/5[51]

การตอบรับของเกมวอร์คราฟต์ 3 เป็นการตอบรับในด้านดีมาก ๆ แม้ว่าการประเมินโดย GamePro จะบอกว่า "เกมวอร์คราฟต์ 3 ไม่ได้ปฏิวัติวงการเกมวางแผนเรียลไทม์แต่อย่างใด" แต่ก็ยังยกย่องบริษัทบลิซซาร์ดว่า "วางโครงเรื่องได้เป็นอย่างดี การเล่นเป็นจังหวะ และมีการเล่นแบบออนไลน์ที่จะไม่ตกยุค"[44] GameSpot ได้ประเมินวอร์คราฟต์และสตาร์คราฟต์ที่ได้ให้ประสบการณ์การเล่นที่แปลกใหม่ และนับว่าเป็น "ปรากฏการณ์ใหม่" ผู้ประเมินจำนวนมากยังวิจารณ์ว่าเกมวอร์คราฟต์เป็นเกมที่มีความสนใจ เนื่องจากการเล่นในเกมวางแผนเรียลไทม์เกมอื่น ๆ ในช่วงต้นของเกมจะเป็นการแข่งขันกับเพื่อสร้างยูนิตที่ดีที่สุดขึ้นมาเท่านั้น[43] และผู้ประเมินยังได้บอกอีกว่าเกมวอร์คราฟต์ 3 เป็นการเริ่มต้นของการแยกทุกเผ่าพันธุ์ออกจากกัน ทำให้ทุกเผ่าพันธุ์ต่างมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน[52] ส่วน IGN กล่าวว่า "วอร์คราฟต์ไม่ได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาเป็นตัน แต่ว่าตัวเกมจะดีพอที่คุณจะไม่สนใจหรือไม่สังเกตเลยด้วยซ้ำ"[40]

อย่างไรก็ตาม ผู้ประเมินยังได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องของการที่ไม่สามารถเปลี่ยนเส้นทางของอาร์ธัสได้ การวิจารณ์ใน Gamecritics บอกว่า "ผู้เล่นต้องนั่งดูอาร์ธัสมุ่งสู่หนทางของความบ้าคลั่ง"[52] ผู้ประเมินคนอื่น ๆ ยังได้บอกว่าแบบตัวละครนั้นธรรมดามาก ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมองดูในฉากคัตซีน[43]

รางวัล[แก้]

เกมวอร์คราฟต์ 3 ได้รับรางวัลจำนวนมากจากสิ่งตีพิมพ์และเว็บไซต์หลายแห่ง[3] อย่างเช่น

  • เกมวางแผนบนคอมพิวเตอร์แห่งปี - Academy of Interactive Arts and Sciences[53]
  • เกมแห่งปี - Gamespot[54]
  • เกมแห่งปี - Cinescape[55]
  • เกมวางแผนหลายผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี - Gamespot[56]
  • เกมวางแผนบนคอมพิวเตอร์ยอดเยี่ยมแห่งปี - Game Revolution[57]
  • เกมวางแผนบนคอมพิวเตอร์ยอดเยี่ยมแห่งปี (แนะนำสำหรับผู้อ่าน) - GameSpot[58]
  • ฉาก 3D แบบ non-interactive ยอดเยี่ยม - International 3D Awards[59]
  • ฉากยอดเยี่ยม - IGN[60]
  • ภาพยนตร์เปิดเกมยอดเยี่ยม - Game Chronicles[61]

ความนิยม[แก้]

เกมวอร์คราฟต์ 3 ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างมาก และเป็นการ "ขยายจักรวาลของวอร์คราฟต์ให้กว้างยิ่งขึ้นไปอีก"[62] ทำให้มีฐานผู้บริโภคกว้างขวางยิ่งขึ้น และจะมีผู้ซื้อที่ติดตามผลงานอย่างต่อเนื่อง และเกมยังคงเป็นที่นิยมมาตั้งแต่วันเปิดตัววันแรกมาจนถึงปัจจุบัน เหมือนกับเกม สตาร์คราฟต์ ไดอะโบล เคาน์เตอร์-สไตรก์ และ ฮาล์ฟ-ไลฟ์[62]

เกมวอร์คราฟต์ 3 มีความโด่งดังเป็นอย่างมากในจีน เยอรมนีและเกาหลีใต้ ทำให้มีการจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการขึ้น อย่างเช่น รายการเวิลด์ไซเบอร์เกมส์ รายการอิเล็กทรอนิกส์สปอร์ตเวิลด์คัพ รายการเวิลด์อีสปอร์ตเกมส์ และรายการเวิลด์ซีรีส์ออฟเกมส์ ผู้เล่นจะได้รับเงินจากแหล่งต่าง ๆ โดยในประเทศเดนมาร์ก ผู้เล่นที่แข่งขันแบบมืออาชีพได้รับค่าแรงกว่า 300,000 ดอลล่าร์สหรัฐต่อปีจากองค์การที่เกี่ยวกับการเล่นเกมโดยเฉพาะ[63]

อ้างอิง[แก้]

  1. Warcraft 3 on PEGI.info
  2. Cieniawa, Lee (2002-09-08). "Armchair Empire - Warcraft III: Reign of Chaos". The Armchair Empire. สืบค้นเมื่อ 2007-08-29. 
  3. 3.0 3.1 "Blizzard Entertainment - Awards". blizzard.com. สืบค้นเมื่อ 2007-08-01. 
  4. 4.0 4.1 The Game Room: Let Chaos Begin (อังกฤษ)
  5. 5.0 5.1 Blizzard Entertainment, ed. (2002). Warcraft III Instruction Manual: Fog of War. p. 22. 
  6. Blizzard Entertainment, ed. (2002). Warcraft III Instruction Manual: Economy. p. 21. 
  7. Blizzard Entertainment, ed. (2002). Warcraft III Instruction Manual: Upkeep. p. 22. 
  8. Blizzard Entertainment, ed. (2002). Warcraft III Instruction Manual: Wandering Monsters and Wildlife. p. 28. 
  9. Blizzard Entertainment, ed. (2002). Warcraft III Instruction Manual: Day/Night Cycle. p. 21. 
  10. Blizzard. "Warcraft III FAQ". battle.net. สืบค้นเมื่อ February 25.  Unknown parameter |accessyear= ignored (help);
  11. Blizzard Entertainment, ed. (2002). Warcraft III Instruction Manual : The Single Player Game. p. 10. 
  12. Blizzard Entertainment, ed. (2002). Warcraft III Instruction Manual: Heroes - Experience and Level. p. 26. 
  13. Blizzard Entertainment, ed. (2002). Warcraft III Instruction Manual: Items. p. 29. 
  14. Blizzard Entertainment, ed. (2002). Warcraft III Instruction Manual: Starting a Campaign. p. 10. 
  15. Blizzard Entertainment, ed. (2002). Battle.net: Gateway Selection. p. 12. 
  16. 16.0 16.1 Blizzard Entertainment, ed. (2002). Battle.net: Anonymous Matchmaking & Arranged Team Games. p. 13. 
  17. Blizzard. "Matchmaking and Ladder Explanation". Battle.net. สืบค้นเมื่อ 2008-01-23. 
  18. "Warcraft III Answers". answers.com. สืบค้นเมื่อ February 20.  Unknown parameter |accessyear= ignored (help);
  19. 19.0 19.1 Game Informer provides information on who the character is, why the character is important, and what is next for the character in "Faces of Warcraft: The Essential Introduction to Characters," Game Informer 183 (July 2008): 100.
  20. 20.0 20.1 20.2 20.3 20.4 Game Informer provides information on who the character is, why the character is important, and what is next for the character in "Faces of Warcraft: The Essential Introduction to Characters," Game Informer 183 (July 2008): 101.
  21. http://www.fulldls.com/torrent-games-1220718.html (อังกฤษ)
  22. http://www.gamequarters.de/enggames_warcraft3.html (อังกฤษ)
  23. ประกาศทดสอบเกมวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออส (อังกฤษ)
  24. http://www.actiontrip.com/reviews/warcraft3reignofchaos.phtml (อังกฤษ)
  25. http://www.brighthub.com/video-games/pc/reviews/2534.aspx (อังกฤษ)
  26. Blizzard Entertainment, ed. (2002). Warcraft III World Editor. p. 16. 
  27. Blizzard Entertainment, ed. (2002). Warcraft III manual: Credits. p. 13. 
  28. เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเกม
  29. การวิเคราะห์เกมวางแผนแห่งปีโดย IGN (อังกฤษ)
  30. การวิเคราะห์เกมวางแผนแห่งปีโดย GameSpy (อังกฤษ)
  31. การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย Game Chronicles (อังกฤษ)
  32. การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย Adrenaline Vault (อังกฤษ)
  33. การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย Games First (อังกฤษ)
  34. การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย GameZone.com (อังกฤษ)
  35. การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย The Gamers Temple (อังกฤษ)
  36. การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย SLCentral (อังกฤษ)
  37. การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย The Entertainment Depot (อังกฤษ)
  38. การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย Action Trip (อังกฤษ)
  39. 39.0 39.1 "การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย GameSpot". gamerankings.com. สืบค้นเมื่อ November 6.  Unknown parameter |accessyear= ignored (help);
  40. 40.0 40.1 Adams, Dan (2002-07-17). "การประเมินเกมวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย IGN". mac.ign.com. สืบค้นเมื่อ February 21.  Unknown parameter |accessyear= ignored (help);
  41. การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย IGN บนเครื่องแม็ก
  42. การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย IGN (อังกฤษ)
  43. 43.0 43.1 43.2 Kasavin, Greg (2002-07-03). "เกมวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสบน GameSpot". gamespot.com. สืบค้นเมื่อ February 21.  Unknown parameter |accessyear= ignored (help);
  44. 44.0 44.1 Modifter (2002-07-17). "การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย Game Pro". gamepro.com. สืบค้นเมื่อ February 21.  Unknown parameter |accessyear= ignored (help);
  45. "การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย Metacritic". metacritic.com. สืบค้นเมื่อ February 21.  Unknown parameter |accessyear= ignored (help);
  46. การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย Mindless Games (อังกฤษ)
  47. การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย Game Over (อังกฤษ)
  48. การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย Gamer's Hell (อังกฤษ)
  49. การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย Strategy Gaming Online (อังกฤษ)
  50. การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย Games Domain (อังกฤษ)
  51. การประเมินวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสโดย Amazon (อังกฤษ)
  52. 52.0 52.1 Bell, Erin (2003-06-04). "เกมวอร์คราฟต์ 3: เรนออฟเคออสบน GamrCritics". gamecritics.com. สืบค้นเมื่อ February 21.  Unknown parameter |accessyear= ignored (help);
  53. http://www.interactive.org/awards/annual_awards.asp?idaward=2003 (อังกฤษ)
  54. http://www.gamespot.com/gamespot/features/all/bestof2002/pc32.html (อังกฤษ)
  55. http://www.mania.com/games-2002_article_37392.html (อังกฤษ)
  56. http://www.gamespot.com/gamespot/features/all/bestof2002/pc30.html (อังกฤษ)
  57. http://www.gamerevolution.com/oldsite/articles/awards/pc/pc_2002.htm (อังกฤษ)
  58. http://www.gamespot.com/gamespot/features/all/bestof2002/r7.html (อังกฤษ)
  59. http://www.3dawards.org/2003/report/index2.php (อังกฤษ)
  60. http://cube.ign.com/articles/431/431546p1.html (อังกฤษ)
  61. http://www.gamechronicles.com/features/goty2k2/goty.htm (อังกฤษ)
  62. 62.0 62.1 http://mikevoss.de/english/marketing.pdf (อังกฤษ)
  63. [热点] Moon,首位年薪1亿韩元War3选手 Replays.Net For Fun,For Game (จีน)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]