พระราชวงศ์อังกฤษ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

(เปลี่ยนทางมาจาก ราชวงศ์อังกฤษ)
สมเด็จพระราชินีนาถแห่งสหราชอาณาจักร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ณ สีหบัญชร พระราชวังบัคกิงแฮม เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2549
สมเด็จพระราชินีนาถแห่งสหราชอาณาจักร พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ณ สีหบัญชร พระราชวังบัคกิงแฮม เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2549

พระราชวงศ์อังกฤษ (British Royal Family) คือ กลุ่มพระประยูรญาติสนิทของพระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร ทั้งยังหมายรวมถึงกลุ่มคนที่มีความสัมพันธ์กับพระมหากษัตริย์ในฐานะพระประมุขแห่งในดินแดนเครือจักรภพ บางครั้งจึงแตกต่างจากคำเรียกทางการในประเทศสำหรับพระราชวงศ์ สมาชิกในพระราชวงศ์อยู่ใน หรืออภิเษกสมรสเข้ามาในราชวงศ์วินด์เซอร์ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 ทรงเปลี่ยนชื่อมาจากราชวงศ์แซ็กซ์-โคบูร์กและก็อตธา เมื่อปี พ.ศ. 2460

ถึงแม้ว่าจะไม่มีคำจำกัดความที่เป็นทางการหรือทางกฎหมายเคร่งครัดว่าผู้ใดเป็นพระราชวงศ์หรือไม่ และรายนามแตกต่างกันมีบุคคลไม่เหมือนกัน แต่ผู้ที่ถือครองพระอิสริยยศเป็น His หรือ Her Majesty, His หรือ Her Royal Highness หรือ Their Royal Highnesses นั้นโดยทั่วไปแล้วถือเป็นสมาชิกในพระราชวงศ์ ซึ่งใช้เรียกพระมหากษัตริย์ คู่สมรสของพระมหากษัตริย์ คู่สมรสของกษัตริย์ที่สวรรคตไปแล้ว พระราชโอรสและพระราชธิดา พระราชนัดดาในสายพระราชโอรส คู่สมรสและคู่สมรสที่เป็นม่ายของพระราชโอรสในพระประมุขและพระราชนัดดาในสายพระราชโอรส

เมื่อปี พ.ศ. 2460 สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 ทรงมีพระบรมราชโอกาสประกาศว่าพระองค์และเชื้อสายในพระราชโอรสทุกพระองค์จะอยู่ในราชวงศ์วินด์เซอร์ ผู้สืบทอดราชบัลลังก์ของพระองค์ต่อไปยังคงทรงปกครองประเทศอีกสิบหกประเทศ ที่ประกอบขึ้นเป็นเครือจักรภพ สมาชิกและเครือญาติในราชวงศ์วินด์เซอร์ได้เป็นตัวแทนองค์พระประมุขในประเทศของเครือจักรภพ โดยบางครั้งอยู่ในวาระที่ยืดออกไปของการเป็นอุปราช หรือ ข้าหลวงใหญ่ และบางครั้งเข้าร่วมพิธีการหรืองานเลี้ยงเฉพาะกิจต่างๆ

เนื้อหา

[แก้] รายพระนามสมาชิกในพระราชวงศ์อังกฤษ

สมาชิกในพระราชวงศ์อังกฤษทรงร่วมงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำในงานฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมรสครบรอบปีที่หกสิบของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และดยุคแห่งเอดินเบอระ
สมาชิกในพระราชวงศ์อังกฤษทรงร่วมงานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำในงานฉลองพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมรสครบรอบปีที่หกสิบของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และดยุคแห่งเอดินเบอระ

[แก้] เครือญาติและคู่สมรสของสมาชิกในพระราชวงศ์อังกฤษ

[แก้] เครือญาติในสายอื่นของพระราชวงศ์อังกฤษ

บุคคลต่อไปนี้เป็นทายาทสืบเชื้อสาย (หรือ เป็นม่าย) ของพระราชโอรสและธิดาพระองค์อื่นของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 และสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5

เอิร์ลแห่งแฮร์วูดเป็นพระญาติชั้นที่หนึ่งของสมเด็จพระราชินีนาถ ในสายพระราชธิดาในพระเจ้าจอร์จที่ 5 ส่วนดยุคแห่งไฟฟ์ มาร์ควิสแห่งมิลด์ฟอร์ดฮาเว็น เคานท์เตสเมานท์แบ็ตเต็นแห่งพม่า เลดี้ซัลทูน พร้อมทั้งครอบครัวที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเชื้อสายของลอร์ดแฮร์วูด ห่างไกลจากพระประมุของค์ปัจจุบันมากเสียจนกระทั่งเป็นเหมือนญาติมากกว่าสมาชิกของพระราชวงศ์

บุคคลเหล่านี้ไม่ได้รับเงินเบี้ยหวัดจากรัฐบาลหรือปฏิบัติพระราชภารกิจทางการแทนสมเด็จพระราชินีนาถ แต่กระนั้นสมเด็จพระราชินีนาถได้ทรงเชิญให้มางานเลี้ยงส่วนพระองค์ในพระราชวงศ์และเข้าร่วมในวโรกาสเป็นทางการต่างๆ ดังเช่น พิธีสวนสนาม งานเฉลิมฉลองพระราชพิธีกาญจนาภิเษก และงานพระศพแบบรัฐพิธีหรือราชพิธี

อดีตคู่สมรสของสมาชิกในพระราชวงศ์อังกฤษที่ยังมีชีวิตอยู่มีจำนวน 3 คน คือ

สมาชิกของพระราชวงศ์ที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว คือ

[แก้] เครือจักรภพอังกฤษ

นอกเหนือไปจากสหราชอาณาจักร สมเด็จพระราชินีนาถและสมาชิกพระองค์อื่นของพระราชวงศ์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอยู่เป็นประจำในกลุ่มประเทศเครือจักรภพอีกสิบห้าประเทศ ซึ่งสมเด็จพระราชินีนาถทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ เมื่อราชบัลลังก์ภายในประเทศเหล่านี้แยกออกจากราชบัลลังก์ของสหราชอาณาจักรอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว จะให้เงินทุนสนับสนุนประเทศเหล่านี้แยกจำเพาะเป็นรายประเทศ โดยผ่านกระบวนการจัดสรรงบประมาณทางนิติบัญญัติมาตรฐาน เงินทุนที่จัดสรรให้ส่วนใหญ่แล้วจะสนับสนุนภารกิจการงานของตัวแทนของพระประมุขในประเทศนั้นๆ ซึ่งเรียกว่า ข้าหลวงใหญ่ ผู้ว่าการ และผู้ช่วยผู้ว่าการ แม้ว่าเงินบางส่วนจะใช้ในการเยือนอย่างเป็นทางการต่างๆ

[แก้] พระอิสริยยศ และ ฐานันดรศักดิ์

สมาชิกของพระราชวงศ์บนพลับพลาที่ประทับในมหาวิหารเวสต์มินส์เตอร์ ระหว่างพระราชพิธีบรมราชิภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2
สมาชิกของพระราชวงศ์บนพลับพลาที่ประทับในมหาวิหารเวสต์มินส์เตอร์ ระหว่างพระราชพิธีบรมราชิภิเษกของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

พระอิสริยยศในชั้น His หรือ Her Majesty (HM) ใช้กับสมเด็จพระราชาธิบดี สมเด็จพระราชินีนาถ สมเด็จพระราชินี และอดีตสมเด็จพระราชินี (สมเด็จพระพันปี หรือ สมเด็จพระบรมราชชนนี)

การใช้พระอิสริยยศ His หรือ Her Royal Highness (HRH) และฐานันดรศักดิ์เจ้าชายและเจ้าหญิงมีผลจากพระราชหัตถเลขาที่ออกโดยสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 ในวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2460 และตีพิมพ์ลงในหนังสือราชกิจจานุเบกษาลอนดอนในวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2460 พระราชหัตถเลขากล่าวว่านับแต่นี้ต่อไปพระราชโอรสธิดาในพระประมุข พระโอรสธิดาในพระราชโอรสของพระประมุข พระโอรสองค์โตของพระโอรสองค์โตของเจ้าชายแห่งเวลส์ "จะถือครองโดยตลอดพระอิสริยยศ อิสริยศักดิ์ และคุณสมบัติชั้น Royal Highness พร้อมกับฐานันดรศักดิ์เจ้าชายและเจ้าหญิงนำมาก่อนหน้าพระนามทางศาสนาคริสต์หรือบรรดาศักดิ์ประดับเกียรติ" และยังต่อไปอีกว่า "พระราชนัดดาของพระประมุขผ่านทางพระราชโอรสสายตรง (ยกเว้นพระโอรสองค์โตของพระโอรสองค์ใหญ่ในเจ้าชายแห่งเวลส์) จะมีพระอิสริยยศและฐานันดรศักดิ์ของบุตรและธิดาของดยุค"

ภายใต้ธรรมเนียมปฏิบัติดังกล่าว พระราชโอรสธิดาในสมเด็จพระราชินีนาถและพระโอรสธิดาในเจ้าชายแห่งเวลส์ ดยุคแห่งยอร์ค และเอิร์ลแห่งเวสเซ็กส์ จึงทรงดำรงฐานันดรศักดิ์เจ้าชายหรือเจ้าหญิง และมีพระอิสริยยศ Royal Highness แต่กระนั้นในการอภิเษกสมรสของเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดในปี พ.ศ. 2542 ได้มีการประกาศว่าพระโอรสและธิดาของพระองค์จะมีฐานันดรศักดิ์เทียบเท่ากับบุตรีของเอิร์ล แต่ยังไม่มีพระราชหัตถเลขาออกมารับรอง ดยุคแห่งกลอสเตอร์ ดยุคแห่งเคนต์ เจ้าฟ้าหญิงอเล็กซานดรา เลดี้โอกิลวี และ เจ้าชายไมเคิลแห่งเคนต์ ทรงดำรงฐานันดรศักดิ์เป็นเจ้าชายและเจ้าหญิงพร้อมทั้งพระอิสริยยศ Royal Highness ในฐานะพระราชนัดดาผ่านทางสายพระราชโอรสของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 แต่อย่างไรก็ตาม พระโอรสและธิดาของทุกพระองค์ไม่ทรงมีฐานันดรศักดิ์ทางราชวงศ์อะไรเลย เช่น พระโอรสและธิดาของเจ้าชายไมเคิลจะเป็นเพียง ลอร์ด เฟรเดอริค วินด์เซอร์ และ เลดี้ กาเบรียลลา วินด์เซอร์ ตามฐานันดรศักดิ์ของบุตรธิดาของดยุค ไม่มีการแต่งตั้งฐานันดรศักดิ์ทางราชวงศ์ พระโอรสธิดาของเจ้าฟ้าหญิงพระวรราชกุมารี เจ้าหญิงอเล็กซานดรา และ เจ้าฟ้าหญิงมาร์กาเร็ต เคานท์เตสแห่งสโนว์ดอน ไม่มีฐานันดรศักดิ์ทางราชวงศ์เนื่องจากเจ้าหญิงไม่สามารถส่งผ่านฐานันดรศักดิ์ไปสู่พระโอรสและธิดา แต่มีข้อยกเว้นเกิดขึ้นเมื่อสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 ทรงมีพระราชหัตถเลขาให้เจ้าหญิงเอลิซาเบธ รัชทายาทโดยนิตินัยส่งผ่านฐานันดรศักดิ์ทางราชวงศ์สู่พระโอรสและธิดาได้ พระโอรสในเจ้าหญิงมาร์กาเร็ตดำรงฐานันดรศักดิ์ไวส์เคานท์ลินเลย์ในฐานะบุตรชายและทายาทของเอิร์ลแห่งสโนว์ดอน ในขณะที่พระธิดาดำรงฐานันดรศักดิ์เลดี้ พระโอรสธิดาในเจ้าฟ้าหญิงวรราชกุมารีและเจ้าหญิงอเล็กซานดราไม่มีฐานันดรศักดิ์ทางราชวงศ์เลย เนื่องมาจากว่ามาร์ค ฟิลลิปส์และ เซอร์ แองกัส โอกิลวี ไม่ได้ขอรับการแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ขุนนางในวันอภิเษกสมรส

หญิงสาวที่แต่งงานกับพระราชโอรสหรือพระราชนัดดาในสายพระราชโอรสของพระประมุขจะดำรงพระอิสริยยศเป็น Her Royal Highness แล้วก็ตามด้วยรูปแบบที่เปลี่ยนเป็นเพศหญิงของฐานันดรศักดิ์อันสูงสุดของพระสวามี ดังนั้นพระชายาของขุนนางในทางราชวงศ์จึงเป็นที่รู้จักกันว่า "เจ้าฟ้าหญิงดัชเชสแห่ง......." หรือ "เจ้าฟ้าหญิงเคานท์เตสแห่ง......." เพราะฉะนั้นพระชายาของดยุคแห่งเคนต์ ดยุคแห่งกลอสเตอร์ และเอิร์ลแห่งเวสเซ็กส์ก็คือ "เจ้าฟ้าหญิงดัชเชสแห่งเคนต์" "เจ้าฟ้าหญิงดัชเชสแห่งกลอสเตอร์" และ "เจ้าฟ้าหญิงเคานท์เตสแห่งเวสเซ็กส์" เป็นลำดับ ก่อนการหย่าร้าง ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ได้ทรงดำรงพระอิสริยยศและฐานันดรศักดิ์เป็น "เจ้าฟ้าหญิงแห่งเวลส์" อย่างไรก็ตาม เมื่อหญิงสาวแต่งงานกับบุคคลที่ไม่ได้มีบรรดาศักดิ์ขุนนางก็จะเป็นที่รู้จักว่า เจ้าฟ้าหญิง (พระนามทางศาสนาคริสต์ของพระสวามี) แล้วตามด้วยราชทินนามเกี่ยวกับดินแดนหรือทางฐานันดรศักดิ์นั้น ดังเช่น บารอนเนส มารี-คริสตีน ฟอน ไรบ์นิตซ์ ดำรงพระอิสริยยศและฐานันดรศักดิ์ "เจ้าฟ้าหญิงไมเคิลแห่งเคนต์" และไม่ใช่ "เจ้าฟ้าหญิงมารี-คริสตีนแห่งเคนต์" เช่นเดียวกันคือ บริจิตต์ อีวา ฟาน ดอยรส์ ดำรงพระอิสริยยศและฐานันดรศักดิ์ "เจ้าฟ้าหญิงริชาร์ดแห่งกลอสเตอร์" หลังจากการอภิเษกสมรสจนกระทั่งถึงการสืบทอดตำแหน่งดยุคต่อจากพระชนกของพระสวามีในปี พ.ศ. 2517 พระชายาม่ายของเจ้าชายยังคงดำรงพระอิสริยยศเจ้าฟ้า หรือ HRH แต่กระนั้นตามพระราชหัตถเลขาของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ลงวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2539 พระชายาที่หย่าขาดจากเจ้าชายแห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ "จะไม่มีสิทธิที่จะถือครองหรือดำรงพระอิสริยยศ ฐานันดรศักดิ์ และคุณสมบัติของ Royal Highness"

นอกจากนั้นยังมีการยกเว้นในเรื่องของข้อปฏิบัติซึ่งพระชายาของเจ้าชายต้องดำรงพระอิสริยยศของพระสวามี ในพระราชหัตถเลขาลงวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2480 สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 ไม่ทรงยอมรับพระอิสริยยศเจ้าฟ้าแก่พระชายาของดยุคแห่งวินด์เซอร์ ซึ่งทรงเป็นอดีตสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ดังเช่นนั้นนางวอลลิส วอร์ฟิลด์ ซิมป์สัน จึงเป็นที่รู้จักว่า "ดัชเชสแห่งวินด์เซอร์" (Her Grace The Duchess of Windsor) ไม่ใช่ "เจ้าฟ้าหญิงดัชเชสแห่งวินด์เซอร์"

ยังเป็นที่สังเกตอีกอย่างหนึ่งว่าเนื่องจากความลังเลของสาธารณชนในการยอมรับกันถ้วนหน้าต่อพระชายาองค์ที่สองในเจ้าชายแห่งเวลส์ จึงมีประกาศจากตำหนักคลาเรนซ์ว่าถ้าเจ้าชายแห่งเวลส์เสวยราชสมบัติเป็นกษัตริย์ เจ้าฟ้าหญิงดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ พระชายาจะไม่ได้เป็นสมเด็จพระราชินี แต่มีฐานันดรศักดิ์รองลงมาคือ เจ้าฟ้าหญิงพระวรราชชายา นอกจากความเคารพต่อไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ผู้ล่วงลับ ยังได้มีประกาศอีกว่าเจ้าฟ้าหญิงดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์จะไม่ได้เป็นเจ้าหญิงแห่งเวลส์ด้วย

พระราชธิดาและพระราชนัดดาผู้หญิงในสายพระราชโอรสของพระประมุขจะไม่ทรงสูญเสียฐานันดรศักดิ์ทางราชวงศ์ไปในการอภิเษกสมรส บุรุษซึ่งสมรสกับพระราชธิดาและพระราชนัดดาผู้หญิงในสายพระราชโอรสของพระประมุข จะไม่ได้รับศักดินาทางราชวงศ์และพระอิสริยยศเจ้าฟ้าจากภรรยา มีข้อยกเว้นเดียวของธรรมเนียมปฏิบัตินี้คือ เจ้าชายฟิลิป ซึ่งประสูติเป็นเจ้าชายแห่งกรีซและเดนมาร์ก และหลังจากสิ้นสุดสงครามเพียงไม่นานจึงได้ทรงสละฐานันดรศักดิ์และเป็นชาวอังกฤษที่แปลงสัญชาติในฐานะเรือโท ฟิลิป เมานท์แบ็ตเต็น ร.น. (แม้ว่าจะทรงเป็นชาวอังกฤษอยู่แล้วในฐานะเชื้อสายพระองค์หนึ่งในเจ้าหญิงโซเฟีย) ในวันก่อนการอภิเษกสมรส พระองค์ทรงได้รับการสถาปนาให้เป็นดยุคแห่งเอดินเบอระ พร้อมกับพระอิสริยยศเจ้าฟ้าจากพระราชหัตถเลขาของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 แต่ก็ยังไม่ได้ทรงเป็นเจ้าชายแห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือจนกระทั่งวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 นับแต่วันนั้นฐานันดรศักดิ์แบบเต็มของพระองค์คือ "เจ้าฟ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินเบอระ"

ในฐานะพระราชนัดดาของพระประมุขผ่านทางพระราชธิดา พระโอรสและธิดาของเจ้าหญิงเอลิซาเบธและดยุคแห่งเอดินเบอระจะไม่มีสิทธิใช้พระอิสริยยศเจ้าฟ้าและฐานันดรศักดิ์เจ้าชายหรือเจ้าหญิงแห่งสหราชอาณาจักรจนกระทั่งพระชนนีเสวยราชสมบัติเป็นสมเด็จพระราชินีนาถ หากพระอิสริยยศและฐานันดรศักดิ์เหล่านั้นไม่ได้รับพระราชทานจากพระราชหัตถเลขาจากสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2491 นอกจากนั้นยังไม่สามารถดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าฟ้าชายและเจ้าฟ้าหญิงแห่งกรีซและเดนมาร์กผ่านทางพระชนกได้ เพราะว่าดยุคแห่งเอดินเบอระ พระชนกได้ทรงสละพระอิสริยยศและฐานันดรศักดิ์ไปแล้ว

[แก้] บรรดาศักดิ์ขุนนาง

พระราชวงศ์อังกฤษ ณ ปราสาทบัลมอรัล ประเทศสก็อตแลนด์ ในปี พ.ศ. 2439 (ค.ศ. 1896)
พระราชวงศ์อังกฤษ ณ ปราสาทบัลมอรัล ประเทศสก็อตแลนด์ ในปี พ.ศ. 2439 (ค.ศ. 1896)

พระมเหสีของพระประมุขโดยทั่วไปแล้วจะไม่ได้ทรงรับการแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ขุนนาง แต่ได้มีข้อยกเว้นอันน่าจดจำเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2075 เมื่อสมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 8 ทรงสถาปนาแอนน์ โบลีนเป็นมาร์ชเนสแห่งเพมโบรคก่อนการอภิเษกสมรส แต่กระนั้น ในบางครั้งเจ้าชายพระราชสวามีจะได้รับพระราชทานตำแหน่งดยุค พระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีแมรีที่ 1 แห่งอังกฤษ ทรงเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งสเปนอยู่แต่ก่อนแล้ว และพระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีแมรีที่ 2 นั้นทรงเป็นพระประมุขร่วมกันในประเทศอังกฤษ ดังนั้นจึงไม่มีพระองค์ใดมีศักดินาขุนนาง เจ้าชายจอร์จแห่งเดนมาร์ก พระสวามีในเจ้าหญิงแอนน์ (ต่อมาเสวยราชสมบัติเป็น สมเด็จพระราชินีนาถแอนน์) ทรงได้รับการสถาปนาให้มีฐานันดรศักดิ์ดยุคแห่งคัมเบอร์แลนด์เมื่อปี พ.ศ. 2226 เจ้าชายอัลเบิร์ตแห่งแซ็กซ์-โคบูร์กและก็อตธา ซึ่งเป็นพระราชสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย ทรงได้รับพระราชทานพระอิสริยยศชั้นเจ้าฟ้าก่อนการอภิเษกสมรส ต่อมาในปี พ.ศ. 2400 สมเด็จพระราชินีนาถทรงสถาปนาเจ้าชายเป็นเจ้าชายพระราชสวามี แต่กระนั้นพระองค์ไม่ได้ทรงมีบรรดาศักดิ์ขุนนางของอังกฤษ ส่วนเจ้าชายฟิลิป พระสวามีในสมเด็จพระราชินีนาถองค์ปัจจุบันทรงได้รับการสถาปนาเป็นดยุคแห่งเอดินเบอระและได้รับพระราชทานพระอิสริยยศชั้นเจ้าฟ้าในวันก่อนการอภิเษกสมรส (ซึ่งเกิดขึ้นก่อนการเสวยราชสมบัติของสมเด็จพระราชินีนาถ)

โดยปกติแล้ว พระราชโอรสของพระประมุขทรงได้รับศักดินาขุนนางเพื่อแสดงถึงการเจริญพระชนม์สู่วัยผู้ใหญ่หรือการอภิเษกสมรส แต่เดิมพระราชโอรสพระองค์รองลงไปของพระประมุขจะไม่ได้ทรงรับพระราชทานฐานันดรศักดิ์เจ้าชาย (ยกเว้นก็แต่ เจ้าชายแห่งเวลส์) ดังนั้นเพื่อเป็นการชี้ให้เห็นถึงตำแหน่งอันสูงส่ง จึงทรงได้รับมอบศักดินาขุนนางแทน ตั้งแต่รัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 พระราชโอรสเกือบทุกพระองค์ในพระประมุขที่ทรงเจริญพระชนม์จนเป็นผู้ใหญ่จะเป็นดยุคทั้งสิ้น ตำแหน่งดยุคบางตำแหน่งจะถูกพระราชทานบ่อยครั้งมากกว่าตำแหน่งดยุคอื่นๆ รวมถึง ดยุคแห่งยอร์ค ออลบานี และ คลาเรนซ์ โดยทั่วไปแล้วเมื่อได้มอบบรรดาศักดิ์ขุนนางให้แก่สมาชิกของพระราชวงศ์พระองค์หนึ่งแล้วจะมอบให้แก่บุคคลอื่นนอกพระราชวงศ์หลังจากนั้นอีกไม่ได้ (ถึงแม้ว่าจะมีข้อยกเว้นบางอย่างเกิดขึ้นก็ตาม)

ตำแหน่งดยุคแห่งยอร์คโดยทั่วไปจะแต่งตั้งให้กับพระราชโอรสพระองค์ที่สองของพระประมุข การแต่งตั้งครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1927 และรวมเข้ากับราชบัลลังก์ในปี พ.ศ. 2026 ดยุคทุกพระองค์หลังจากนั้นมีทั้งสิ้นพระชนม์โดยปราศจากทายาทหรือเสวยราชสมบัติเป็นกษัตริย์ ฉะนั้นตำแหน่งจึงมิได้ออกไปนอกพระราชวงศ์ รูปแบบการพระราชทานตำแหน่งดยุคให้พระราชโอรสพระองค์ที่สองในพระประมุขเป็นที่ไม่พอพระทัยแก่สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 1 ซึ่งได้พระราชทานตำแหน่งดยุคแห่งยอร์คและออลบานีให้พระอนุชา สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 2 พระราชทานตำแหน่งดยุคแห่งยอร์คและออลบานีนี้อีกกับพระราชโอรสพระองค์ที่สองซึ่งได้สิ้นพระชนม์ไปก่อนพระองค์ ตำแหน่งดยุคแห่งยอร์คและออลบานีได้มีบทบาทอีกเป็นครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2327 เมื่อสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 3 พระราชทานตำแหน่งนี้ให้แก่พระราชโอรสพระองค์ที่สอง นับแต่นั้นมาตำแหน่งดยุคก็ได้มีการตั้งชื่อเป็น ยอร์ค มากกว่า ยอร์คและออลบานี ดยุคแห่งยอร์คพระองค์ปัจจุบันคือ เจ้าฟ้าชายแอนดรูว์ พระราชโอรสพระองค์ที่สองในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

ตำแหน่งดยุคแห่งออลบานีแสดงบทบาทที่คล้ายคลึงกันกับดยุคแห่งยอร์คในประเทศสก็อตแลนด์ ตำแหน่งดยุคได้รับการแต่งตั้งครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 1941 แก่โรเบิร์ต สจ๊วร์ต พระอนุชาในสมเด็จพระเจ้าโรเบิร์ตที่ 3 ถึงเป็นตำแหน่งดยุคเพียงหนึ่งเดียวนอกเหนือไปจากตำแหน่งดยุคแห่งโรธเซย์ในเวลานั้น มีการแต่งตั้งตำแหน่งดยุคดังกล่าวอีกสามครั้งในประเทศสก็อตแลนด์ โดยสองครั้งแก่พระราชโอรสพระองค์ที่สองของพระประมุข และอีกหนึ่งครั้งแก่พระอนุชาในพระประมุข ตำแหน่งดยุคแห่งออลบานีได้ถูกแต่งตั้งเป็นครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 2424 ให้แก่พระราชโอรสพระองค์ที่สี่ในสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย และจากนั้นถูกระงับไปภายใต้พระราชบัญญัติการถอดถอนพระอิสริยยศหลังจากที่ผู้ถือครองตำแหน่งนี้ได้ต่อสู้ในฝ้ายเยอรมันช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1

นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งดยุคอื่นๆ ที่ได้นำมาใช้กับสมาชิกของพระราชวงศ์ คลาเรนซ์ได้ถูกนำมาใช้เป็นตำแหน่งดยุคเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 1905 โดยมากจะพระราชทานให้แก่พระราชโอรสพระองค์ที่สามของพระประมุข ตำแหน่งดยุคที่พระราชทานแก่พระโอรสพระองค์รองของพระประมุข ได้แก่ ออเมล แคมบริดจ์ คอนน็อต คัมเบอร์แลนด์ เอดินเบอระ กลอสเตอร์ เคนต์ และซัสเซ็กส์ ตำแหน่งดยุคบางประเภทจะใช้กับพระอนุชา พระราชนัดดาผู้ชาย และพระญาติผู้ชายของพระประมุข ตำแหน่งดยุคแห่งวินด์เซอร์เป็นตำแหน่งดยุคทางราชวงศ์เช่นกัน โดยแต่งตั้งให้แก่สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 หลังจากการสละราชสมบัติของพระองค์เพื่อที่จะอภิเษกสมรสอันขัดต่อข้อบัญญัติของศาสนาจักรแห่งอังกฤษ

พระราชโอรสในพระประมุขบ่อยครั้งทรงได้รับพระราชทานฐานันดรศักดิ์ที่เกี่ยวข้องกับประเทศอังกฤษและสก็อตแลนด์ ต่อมากับไอร์แลนด์ และกับเวลส์เมื่อไม่นานมานี้ เพราะฉะนั้นตำแหน่งดยุคแห่งสแตรเธิร์น (ที่ตั้งชื่อตามสถานที่หนึ่งในสก็อตแลนด์) ได้นำมาใช้ควบคู่กับตำแหน่งดยุคแห่งคอนน็อต (ที่ตั้งชื่อตามมณฑลหนึ่งของไอร์แลนด์) เคนต์และคัมเบอร์แลนด์ (ที่ตั้งตามสถานที่ในประเทศอังกฤษ) รูปแบบเช่นนี้ยังคงใช้กับพระราชวงศ์ในปัจจุบัน ดังเช่น ดยุคแห่งยอร์ค พระองค์ปัจจุบัน ทรงเป็นทั้งเอิร์ลแห่งอินเวอร์เนสและบารอนคิลลีเลียฟ ฐานันดรศักดิ์รองที่เกี่ยวข้องกับประเทศสก็อตแลนด์และไอร์แลนด์ตามลำดับอีกด้วย

ธรรมเนียมปฏิบัติในการพระราชทานตำแหน่งดยุคให้แก่สมาชิกอาวุโสของพระราชวงศ์สิ้นสุดลงเมื่อไม่นานในปี พ.ศ. 2542 เมื่อเจ้าชายเอ็ดเวิร์ดทรงได้รับการสถาปนาเป็นเอิร์ลแห่งเวสเซ็กส์ ตำแหน่งเอิร์ลแห่งเวสเซ็กส์มิเคยมีการแต่งตั้งจากประมุขของอังกฤษและบริเตนใหญ่มาก่อนนับแต่ปี พ.ศ. 1609 (ค.ศ. 1066) กล่าวกันว่าตำแหน่งดยุคแห่งเอดินเบอระจะพระราชทานให้แก่เอิร์ลแห่งเวสเซ็กส์ แต่กระนั้นตำแหน่งดยุคดังกล่าวจะตกทอดสู่เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ ไม่ใช่ของเอิร์ลแห่งเวสเซ็กส์ เมื่อเจ้าชายแห่งเวลส์เสวยราชสมบัติเป็นพระประมุข หรือทรงเป็นพระประมุขแล้วเมื่อตำแหน่งดยุคตกทอดสู่พระองค์ ตำแหน่งนั้นจะรวมเข้ากับราชบัลลังก์และเพียงแต่รอการพระราชทานใหม่อีกครั้ง

ฐานันดรศักดิ์ขุนนางสูงสุดอันเป็นของเจ้าชายอาจสามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งในพระอิสริยยศของพระโอรสและธิดาในเจ้าชายพระองค์นั้น ดังนั้นพระโอรสใน เจ้าชายแห่งเวลส์เป็น เจ้าชายวิลเลียมแห่งเวลส์และเจ้าชายแฮร์รีแห่งเวลส์ พระธิดาในดยุคแห่งยอร์คเป็น เจ้าหญิงเบียทริซแห่งยอร์คและเจ้าหญิงยูจีนีแห่งยอร์ค พระธิดาในเอิร์ลแห่งเวสเซ็กส์เป็น เจ้าหญิงหลุยส์แห่งเวสเซ็กส์ (ในกรณีอันสุดท้ายนี้ โ