มหาวิหารอาเมียง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาวิหารอาเมียง *
Amiens cathedral 028.JPG
ด้านหน้ามหาวิหารอาเมียงแสดงให้เห็นประตูด้านหน้าสามประตู รูปปั้นตกแต่ง หน้าต่างกุหลาบ และหอกระหนาบสองด้าน
ประเทศ ธงชาติของฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
ประเภท มรดกทางวัฒนธรรม
เกณฑ์พิจารณา (i) (ii)
ประวัติการจดทะเบียน
จดทะเบียน 2524 (คณะกรรมการสมัยที่ 5)
* ชื่อตามที่ได้จดทะเบียนในบัญชีมรดกโลก
** ภูมิภาคที่จัดแบ่งโดยยูเนสโก
รูปสลักนักบุญด้านหน้ามหาวิหาร

มหาวิหารอาเมียง (อังกฤษ: Amiens Cathedral) มีชื่อเต็มว่า กาเตดราลนอเทรอ-ดามดาเมียง (ฝรั่งเศส: Cathédrale Notre-Dame d'Amiens เป็นมหาวิหารที่สูงที่สุดในประเทศฝรั่งเศส มีเนื้อที่ภายในกว้างใหญ่ถึง 200,000 ตารางเมตร หลังคาโค้งกอธิคสูง 42.30 เมตรซึ่งเป็นหลังคากอธิคที่สูงที่สุดในฝรั่งเศส ตัวมหาวิหารตั้งอยู่ที่เมืองอาเมียง ซึ่งเป็นเมืองสำคัญของแคว้นปีการ์ดีในหุบเขาซอม (Somme) อยู่เหนือจากกรุงปารีสประมาณ 100 กิโลเมตร

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

ด้านหน้าวัดสร้างรวดเดียวเสร็จระหว่างปี ค.ศ. 1220 ถึง ค.ศ. 1236 ลักษณะจึงกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตอนล่างสุดของด้านหน้าวัดเป็นประตูเว้าลึกใหญ่สามประตู เหนือระดับประตูขึ้นไปชั้นหนึ่งเป็นหินสลักขนาดใหญ่กว่าคนจริงของพระเจ้าแผ่นดิน 22 พระองค์เรียงเป็นแนวตลอดด้านหน้ามหาวิหารภายใต้หน้าต่างกุหลาบ สองข้างด้านหน้าประกบด้วยหอใหญ่สองหอ หอด้านใต้สร้างเสร็จเมื่อปี ค. ศ. 1366 หอทางทิศเหนือสร้างเสร็จ 40 ปีต่อมาเมื่อปี ค. ศ. 1406 และเป็นหอที่สูงกว่า

เอกสารที่เกี่ยวกับประวัติการสร้างมหาวิหารนี้ถูกทำลายไปหมดเมื่อสถานที่เก็บรักษาเอกสารสำคัญของวัดถูกไฟไหม้ไปเมื่อปีค. ศ. 1218 และอีกครั้งเมื่อปีค. ศ. 1258 ครั้งหลังนี้ไฟได้ทำลายตัวมหาวิหารด้วย บาทหลวงเอวราร์เดอฟูยี (Bishop Evrard de Fouilly) เริ่มสร้างมหาวิหารใหม่แทนมหาวิหารเดิมที่ไหม้ไปเมื่อ ค. ศ. 1220 โดยมีรอแบร์ เดอ ลูซาร์ช (Robert de Luzarches) เป็นสถาปนิก และลูกชายของรอแบร์ คือ เรอโน เดอ กอร์มง (Renaud de Cormont) เป็นสถาปนิกต่อมาจนถึงค. ศ. 1288

จดหมายเหตุกอร์บี (Chronicle of Corbie) บันทึกไว้ว่ามหาวิหารสร้างเสร็จเมื่อ ค. ศ. 1266 แต่ก็ยังมีการปิดงานต่อมา พื้นโถงกลางภายในมหาวิหารตกแต่งเป็นลวดลายต่าง ๆ หลายชนิดรวมทั้งลายสวัสดิกะ[1] ลายวนเขาวงกต (labyrinth) ซึ่งปูเมื่อปีค. ศ. 1288 นอกจากนั้นก็มีระเบียงรูปปั้นไม่ใหญ่นัก 3 ระเบียง 2 ระเบียงอยู่ด้านเหนือและด้านใต้ของบริเวณร้องเพลงสวด และระเบียงที่ 3 อยู่ทางด้านตะวันเหนือของแขนกางเขน เป็นเรื่องราวของนักบุญต่างๆ รวมทั้งชีวะประวัติของนักบุญจอห์น แบ็พทิสต์ มหาวิหารกล่าวว่าเป็นเจ้าของวัตถุมงคลที่สำคัญคือพระเศียรของนักบุญจอห์น แบ็พทิสต์ ซึ่งวัดได้มาจาก วอลลัน เดอ ซาตอง (Wallon de Sarton) ผู้ไปนำมาจากคอนสแตนติโนเปิล เมื่อกลับมาจากสงครามครูเสด ครั้งที่ 4

รูปปั้นด้านหน้าข้างประตูมหาวิหารที่บอกได้ว่าเป็นนักบุญที่มาจากแถว ๆ อาเมียงก็ได้แก่ นักบุญวิกโตรีกุส, ฟูเซียน, และเจ็นเตียง (St. Victoricus, St. Fuscian, และ St. Gentian) ผู้พลีชีพเพื่อศาสนาไม่นานจากกันในคริสต์ศควรรษที่ 3 กล่าวกันว่าเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 7 บาทหลวงโฮโนราทุส (Bishop Honoratus) ผู้เป็นบาทหลวงองค์ที่ 7 ของมหาวิหารอาเมียงได้ขุดพบวัตถุมงคลของนักบุญทั้งสาม เมื่อพระเจ้าฌีลเดอแบร์ที่ 2 แห่งปารีส (Childebert II) พยายามยึดวัตถุมงคลก็ไม่สามารถทำได้ เมื่อไม่สามารถทำได้ก็ทรงอุทิศเงินก้อนใหญ่ให้กลุ่มลัทธิของผู้นิยมนักบุญทั้งสามและทรงส่งช่างทองมาทำเครื่องตกแต่งเพื่อเป็นเกียรติแก่นักบุญ[1]

นักบุญอื่นที่เป็นนักบุญท้องถิ่นที่มีรูปปั้นอยู่หน้าประตูคือนักบุญโดมิเทียส (St. Domitius) ในคริสต์ศตวรรษที่ 8 ผู้เคยเป็นนักบวชที่มหาวิหาร นักบุญอุลเฟีย (St. Ulphia) ในคริสต์ศตวรรษที่ 8 ผู้เคยเป็นลูกศิษย์ของนักบุญอุลเฟียและเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มสตรีผู้เคร่งศาสนาในบริเวณอาเมียง นักบุญแฟแมง (St Fermin) ในคริสต์ศตวรรษที่ 3 ผู้ถูกประหารชีวิตที่อาเมียง [2]

[แก้] ประตูด้านหน้ามหาวิหารและหน้าบัน

ประตูใหญ่สามประตูด้านหน้า --ซ้ายประตูนักบุญแฟร์แมง กลางประตูการตัดสินครั้งสุดท้าย ขวาประตูพระแม่มารี
แสดงรูปสลักเหนือประตูกลาง รูปวัดตัดสินสุดท้ายที่มีพระเยซูกลับมาเป็นประธานล้อมรอบด้วยแนวรูปปั้นใหญ่สองข้างและรูปปั้นเล็กรายรอบโค้งแหลมเหนือรูปสลักใหญ่

ประตูทางเข้ามหาวิหารด้านหน้าเป็นประตูใหญ่สามประตูเว้าลึกเข้าไปในตัวมหาวิหาร เหนือแต่ละประตูตกแต่งมีภาพแกะสลักใหญ่ที่หน้าบัน ล้อมเป็นกรอบสองข้างประตูรายด้วยรูปแกะสลักใหญ่กว่าคนของนักบุญและศาสดายืนบนแท่นที่ภายใต้ฐานที่มีผู้แบกเล็กๆ อยู่ กรอบด้านบนโค้งเป็นรูปสลักเล็กๆ เรียงเป็นแนว

ประตูที่สำคัญที่สุดเป็นรูปสลักเมื่อพระเยซูทรงกลับมาเป็นประธานในการตัดสินครั้งสุดท้าย (Resurrection of the Body และ Last Judgement) กลางรูปจะเป็นพระเยซูทรงนั่งเป็นประธานในการเลือกว่าผู้ใดจะได้เลือกขึ้นสวรรค์และผู้ใดจะถูกส่งลงนรก สองข้างพระองค์จะมีพระแม่มารี และจอห์นอีแวนเจลลิส (John Evangelist) และเทวดาถืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน และหมู่เทวดา ในวันการตัดสินครั้งสุดท้าย มนุษย์ทุกคนที่เคยมีชีวิตอยู่ในโลกก็ฟื้นขึ้นมาจากหลุมศพเพื่อจะได้ถูกตัดสิน ผู้ที่ได้เลือกขึ้นสวรรค์ก็จะมีหน้าตาอิ่มเอิบมีนางฟ้าเทวดารอรับอยู่ กลุ่มนี้เรียกว่า “the Elect” อีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกส่งลงนรกจะเรียกว่า “the Damned” กลุ่มหลังนี้ประติมากรแกะภาพสยดสยองต่างของผู้ตกนรกที่ถูกไล่เสียบแทงโดยปีศาจอสุรกายต่างๆ[1] [3]

ประตูที่ด้านขวาเป็นประตูเทิดพระเกียรติพระแม่มารี ตรงกลางเป็นรูปพระแม่มารีห่มผ้ายาวอุ้มพระเยซูในมือซ้าย มือขวายื่นออกไปราวจะต้อนรับผู้มีศรัทธาเข้าสู่วัด ประตูด้านซ้ายเป็นประตูนักบุญแฟแมงซึ่งเป็นนักบุญท้องถิ่น[1]

ทุกปีทางวัดจะจัดให้มีการแสดงแสงเสียงด้านหน้าวัดที่น่าประทับใจโดยการเล่าเรื่องราวความเป็นมาของวัด ที่น่าสนใจที่สุดก็คือการแสดงการส่องแสง (Son et lumière) ที่พยายามแสดงให้เห็นว่าหน้าวัดในยุคกลางที่เคยเป็นสีสันฉูดฉาดซึ่งปัจจุบันเป็นเพียงสีหินธรรมชาติเรียบๆเป็นอย่างไร

มหาวิหารอาเมียงได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1981

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ 1.0 1.1 1.2 ด้านหน้ามหาวิหารอาเมียง (Columbia.edu)
  2. ^ ด้านหน้ามหาวิหารอาเมียง (Columbia.edu)
  3. ^ The Portals, Access to Redemption by Professor Stephen Murray (ประตูมหาวิหารโดยศาสตราจารย์สตีเฟน เมอร์เรย์)

[แก้] ข้อมูลเพิ่มเติม

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

Commons:Category
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ:
มหาวิหารอาเมียง

[แก้] สมุดภาพ


World Heritage logosolid.png
มรดกโลกในประเทศฝรั่งเศส
Flag of France.svg  Patrimoine Mondial en France  Flag of France.svg
 
(อาเมียง) มหาวิหารอาเมียง(อาร์ก-เอต์-เซอนองส์) โรงผลิตเกลือหลวงแห่งอาร์ก-เอต์-เซอนองส์(อาร์ล) อนุสาวรีย์สถาปัตยกรรมโรมัน
(อาวีญง) พระราชวังพระสันตะปาปาแห่งอาวีญงสะพานแซงต์-เบเนเซต์(บอร์โด) ท่าเรือแห่งดวงจันทร์(บูร์ฌ) มหาวิหารแซ็งเตเตียน(การ์กาซอน) เมืองกำแพงล้อมการ์กาซอน
(ชาทร์) มหาวิหารชาทร์(กอร์สใต้) ช่องแคบปีอานาอ่าวชีโรลาตาอุทยานสงวนสก็องโดลา(ดอร์ดอญ) อุทยานก่อนประวัติศาสตร์และถ้ำแห่งหุบเขาเวแซร์
(ฟงแตนโบล) พระราชวังฟงแตนโบล(โอต-ปีเรเนและอารากง) ปีเรเน-มงแปร์ดูว์ (ร่วมกับประเทศสเปน) • (เลออาฟวร์) เลออาฟวร์สร้างใหม่
(ลัวแร, ลัวเรแชร์, แอ็งเดรลัวร์ และแมเนลัวร์) ลุ่มแม่น้ำลัวร์(ลียง) อุทยานประวัติศาสตร์ลียงโบราณ(มาร์มาญ) แอบบีฟงเตอแน(มีดี-ปีเรเนและล็องก์ด็อก-รูซียง) คลองมีดี
(ม็องช์) มง-แซ็ง-มีแชลและอ่าว(น็องซี) จัตุรัสสตานิสลาส(ออร็องฌ์) โรงละครโรมันแห่งออร็องฌ์ประตูชัยแห่งออร็องฌ์(ปารีส) ชายฝั่งแม่น้ำแซน(โพรแว็ง) เมืองแห่งงานเทศกาลของยุคกลาง
(ราบาสตอง) มหาวิหารแซงต์เอเตียนน์แห่งบูร์ก(แร็งส์) มหาวิหารแร็งส์แอบบีแซ็ง-เรอมีแห่งแร็งส์พระราชวังโต(เรอมูแล็ง) สะพานแห่งการ์
(รูอ็อง - ในปี พ.ศ. 2552) มหาวิหารรูอ็องโบสถ์แซงต์-อูอ็องแห่งรูอ็องนาฬิกาอ้วนรัฐสภาแห่งนอร์ม็องดี(แซงต์-เอมีลียง) ศาลแห่งแซงต์-เอมีลียง
(แซงต์-ซาแว็ง) แอบบีแซ็ง-ซาแว็ง-ซูร์-การ์ต็องป์(สตราสบูร์ก) เกาะกลางน้ำแห่งสตราสบูร์(แวร์นง - ในปี พ.ศ. 2553) มูแล็งโบราณโบสถ์แห่งบีซีหมู่บ้านจิตรกรแห่งชีแวร์นี
(แวร์ซาย) สวนและพระราชวังแวร์ซาย(เวเซอเล) แอบบีเวเซอแลและเนินเขา
(ประเทศฝรั่งเศส) เส้นทางแซงต์-ฌากส์-เดอ-กงโปสเต็ล(ประเทศเบลเยียมและประเทศฝรั่งเศส)หอระฆังแห่งเบลเยียมและฝรั่งเศส

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น