มหาวิหารโนเทรอดามแห่งอาเมียงส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

(เปลี่ยนทางมาจาก มหาวิหารอาเมียง)
มหาวิหารอาเมียง *
ด้านหน้ามหาวิหารอาเมียงแสดงให้เห็นประตูด้านหน้าสามประตู รูปปั้นตกแต่ง หน้าต่างกุหลาบ และหอกระหนาบสองด้าน
ด้านหน้ามหาวิหารอาเมียงแสดงให้เห็นประตูด้านหน้าสามประตู รูปปั้นตกแต่ง หน้าต่างกุหลาบ และหอกระหนาบสองด้าน
ชื่อเรียก
ภาษาอังกฤษ Amiens Cathedral
ภาษาฝรั่งเศส Cathédrale d'Amiens
ข้อมูลทั่วไป
ที่ตั้ง Flag of ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
ประเภท มรดกทางวัฒนธรรม
ปีที่ขึ้นทะเบียน พ.ศ. 2524
เกณฑ์พิจารณา (i) (ii)
ลิงก์ องค์การยูเนสโก องค์การยูเนสโก
*ชื่อตามที่ได้จดทะเบียนในบัญชีมรดกโลก
รูปสลักนักบุญด้านหน้ามหาวิหาร

มหาวิหารอาเมียง (ภาษาฝรั่งเศส: Cathédrale Notre-Dame d'Amiens; ภาษาอังกฤษ: Amiens Cathedral) มีชื่อเต็มว่า “Cathédrale Notre-Dame d'Amiens” หรือในภาษาอังกฤษว่า “Cathedral of Our Lady of Amiens” เป็นมหาวิหารที่สูงที่สุดในประเทศฝรั่งเศส มีเนื้อที่ภายในกว้างใหญ่ถึง 200,000 ตารางเมตร หลังคาโค้งกอธิคสูง 42.30 เมตรซึ่งเป็นหลังคากอธิคที่สูงที่สุดในฝรั่งเศส ตัวมหาวิหารตั้งอยู่ที่เมืองอาเมียงซึ่งเป็นเมืองสำคัญของพิคาร์ดี (Picardy) ในหุบเขาซอม (Somme) อยู่เหนือจากปารีสประมาณ 100 กิโลเมตร

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

ด้านหน้าวัดสร้างรวดเดียวเสร็จ--ระหว่างปี ค. ศ. 1220 ถึงปี ค. ศ. 1236--ลักษณะจึงกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตอนล่างสุดของด้านหน้าวัดเป็นประตูเว้าลึกใหญ่สามประตู เหนือระดับประตูขึ้นไปชั้นหนึ่งเป็นหินสลักขนาดใหญ่กว่าคนจริงของพระเจ้าแผ่นดิน 22 พระองค์เรียงเป็นแนวตลอดด้านหน้ามหาวิหารภายใต้หน้าต่างกุหลาบ สองข้างด้านหน้าประกบด้วยหอใหญ่สองหอ หอด้านใต้สร้างเสร็จเมื่อปี ค. ศ. 1366 หอทางทิศเหนือสร้างเสร็จ 40 ปีต่อมาเมื่อปี ค. ศ. 1406 และเป็นหอที่สูงกว่า

เอกสารที่เกี่ยวกับประวัติการสร้างมหาวิหารนี้ถูกทำลายไปหมดเมื่อสถานที่เก็บรักษาเอกสารสำคัญของวัดถูกไฟไหม้ไปเมื่อปีค. ศ. 1218 และอีกครั้งเมื่อปีค. ศ. 1258 ครั้งหลังนี้ไฟได้ทำลายตัวมหาวิหารด้วย บาทหลวงเอฟราดเดอฟุยอี (Bishop Evrard de Fouilly) เริ่มสร้างมหาวิหารใหม่แทนมหาวิหารเดิมที่ไหม้ไปเมื่อ ค. ศ. 1220 โดยมีโรแบร์ต เดอ ลูซาส (Robert de Luzarches) เป็นสถาปนิก และลูกชายของโรแบร์ต--เรนอด เดอ คอร์มองท์ (Renaud de Cormont) เป็นสถาปนิกต่อมาจนถึงค. ศ. 1288

จดหมายเหตุคอร์บี (Chronicle of Corbie) บันทึกไว้ว่ามหาวิหารสร้างเสร็จเมื่อ ค. ศ. 1266 แต่ก็ยังมีการปิดงานต่อมา พื้นโถงกลางภายในมหาวิหารตกแต่งเป็นลวดลายต่างๆ หลายชนิดรวมทั้งลายสวัสดิกะ[1] ลายวนเขาวงกต (labyrinth) ซึ่งปูเมื่อปีค. ศ. 1288 นอกจากนั้นก็มีระเบียงรูปปั้นไม่ใหญ่นัก 3 ระเบียง 2 ระเบียงอยู่ด้านเหนือและด้านใต้ของบริเวณร้องเพลงสวด และระเบียงที่ 3 อยู่ทางด้านตะวันเหนือของแขนกางเขน เป็นเรื่องราวของนักบุญต่างๆ รวมทั้งชีวะประวัติของนักบุญจอห์น แบ็พทิสต์ มหาวิหารกล่าวว่าเป็นเจ้าของวัตถุมงคลที่สำคัญคือพระเศียรของนักบุญจอห์น แบ็พทิสต์ ซึ่งวัดได้มาจาก วอลลัน เดอ ซาตอง (Wallon de Sarton) ผู้ไปนำมาจากคอนสแตนติโนเปิล เมื่อกลับมาจากสงครามครูเสด ครั้งที่ 4

รูปปั้นด้านหน้าข้างประตูมหาวิหารที่บอกได้ว่าเป็นนักบุญที่มาจากแถวๆ อาเมียงก็ได้แก่ นักบุญวิคทอเรียส, ฟูเซียน, และเจ็นเตียง (St. Victoricus, St. Fuscian, และ St. Gentian) ผู้พลีชีพเพื่อศาสนาไม่นานจากกันในคริสต์ศควรรษที่ 3 กล่าวกันว่าเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 7 บาทหลวงโฮโนราทุส (Bishop Honoratus) ผู้เป็นบาทหลวงองค์ที่ 7 ของมหาวิหารอาเมียงได้ขุดพบวัตถุมงคลของนักบุญทั้งสาม เมื่อพระเจ้าชิเดอแบรต์ที่ 2แห่งปารีส (Childebert II) พยายามยึดวัตถุมงคลก็ไม่สามารถทำได้ เมื่อไม่สามารถทำได้ก็ทรงอุทิศเงินก้อนใหญ่ให้กลุ่มลัทธิของผู้นิยมนักบุญทั้งสามและทรงส่งช่างทองมาทำเครื่องตกแต่งเพื่อเป็นเกียรติแก่นักบุญ[1]

นักบุญอื่นที่เป็นนักบุญท้องถิ่นที่มีรูปปั้นอยู่หน้าประตูคือนักบุญโดมิเทียส (St. Domitius) ในคริสต์ศตวรรษที่ 8 ผู้เคยเป็นนักบวชที่มหาวิหาร นักบุญอุลเฟีย (St. Ulphia) ในคริสต์ศตวรรษที่ 8 ผู้เคยเป็นลูกศิษย์ของนักบุญอุลเฟียและเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มสตรีผู้เคร่งศาสนาในบริเวณอาเมียง นักบุญแฟแมง (St Fermin) ในคริสต์ศตวรรษที่ 3 ผู้ถูกประหารชีวิตที่อาเมียง [2]

[แก้] ประตูด้านหน้ามหาวิหารและหน้าบัน

ประตูใหญ่สามประตูด้านหน้า --ซ้ายประตูนักบุญแฟร์แมง กลางประตูการตัดสินครั้งสุดท้าย ขวาประตูพระแม่มารี
แสดงรูปสลักเหนือประตูกลาง รูปวัดตัดสินสุดท้ายที่มีพระเยซูกลับมาเป็นประธานล้อมรอบด้วยแนวรูปปั้นใหญ่สองข้างและรูปปั้นเล็กรายรอบโค้งแหลมเหนือรูปสลักใหญ่

ประตูทางเข้ามหาวิหารด้านหน้าเป็นประตูใหญ่สามประตูเว้าลึกเข้าไปในตัวมหาวิหาร เหนือแต่ละประตูตกแต่งมีภาพแกะสลักใหญ่ที่หน้าบัน ล้อมเป็นกรอบสองข้างประตูรายด้วยรูปแกะสลักใหญ่กว่าคนของนักบุญและศาสดายืนบนแท่นที่ภายใต้ฐานที่มีผู้แบกเล็กๆ อยู่ กรอบด้านบนโค้งเป็นรูปสลักเล็กๆ เรียงเป็นแนว

ประตูที่สำคัญที่สุดเป็นรูปสลักเมื่อพระเยซูทรงกลับมาเป็นประธานในการตัดสินครั้งสุดท้าย (Resurrection of the Body และ Last Judgement) กลางรูปจะเป็นพระเยซูทรงนั่งเป็นประธานในการเลือกว่าผู้ใดจะได้เลือกขึ้นสวรรค์และผู้ใดจะถูกส่งลงนรก สองข้างพระองค์จะมีพระแม่มารี และจอห์นอีแวนเจลลิส (John Evangelist) และเทวดาถืออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน และหมู่เทวดา ในวันการตัดสินครั้งสุดท้าย มนุษย์ทุกคนที่เคยมีชีวิตอยู่ในโลกก็ฟื้นขึ้นมาจากหลุมศพเพื่อจะได้ถูกตัดสิน ผู้ที่ได้เลือกขึ้นสวรรค์ก็จะมีหน้าตาอิ่มเอิบมีนางฟ้าเทวดารอรับอยู่ กลุ่มนี้เรียกว่า “the Elect” อีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกส่งลงนรกจะเรียกว่า “the Damned” กลุ่มหลังนี้ประติมากรแกะภาพสยดสยองต่างของผู้ตกนรกที่ถูกไล่เสียบแทงโดยปีศาจอสุรกายต่างๆ[3] [4]

ประตูที่ด้านขวาเป็นประตูเทิดพระเกียรติพระแม่มารี ตรงกลางเป็นรูปพระแม่มารีห่มผ้ายาวอุ้มพระเยซูในมือซ้าย มือขวายื่นออกไปราวจะต้อนรับผู้มีศรัทธาเข้าสู่วัด ประตูด้านซ้ายเป็นประตูนักบุญแฟแมงซึ่งเป็นนักบุญท้องถิ่น[5]

ทุกปีทางวัดจะจัดให้มีการแสดงแสงเสียงด้านหน้าวัดที่น่าประทับใจโดยการเล่าเรื่องราวความเป็นมาของวัด ที่น่าสนใจที่สุดก็คือการแสดงการส่องแสง (Son et lumière) ที่พยายามแสดงให้เห็นว่าหน้าวัดในยุคกลางที่เคยเป็นสีสรรค์ฉูดฉาดซึ่งปัจจุบันเป็นเพียงสีหินธรรมชาติเรียบๆเป็นอย่างไร

มหาวิหารอาเมียงได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1981

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ ด้านหน้ามหาวิหารอาเมียง (Columbia.edu)
  2. ^ ด้านหน้ามหาวิหารอาเมียง (Columbia.edu)
  3. ^ The Portals, Access to Redemption by Professor Stephen Murray (ประตูมหาวิหารโดยศาสตราจารย์สตีเฟน เมอร์เรย์)
  4. ^ ด้านหน้ามหาวิหารอาเมียง (Columbia.edu)
  5. ^ ด้านหน้ามหาวิหารอาเมียง (Columbia.edu)

[แก้] ข้อมูลเพิ่มเติม

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

Commons:Category
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่นๆ เกี่ยวกับ:
มหาวิหารอาเมียง

[แก้] สมุดภาพ

มรดกโลกในประเทศฝรั่งเศส
  Patrimoine Mondial en France  
 
(อาเมียงส์) มหาวิหารโนเทรอดามแห่งอาเมียงส์(อาร์ก-เอต์-เซอนองส์) โรงผลิตเกลือหลวงแห่งอาร์ก-เอต์-เซอนองส์(อาร์ลส์) อนุสาวรีย์สถาปัตยกรรมโรมัน
(อาวีญง) พระราชวังพระสันตะปาปาแห่งอาวินยองสะพานแซงต์-เบเนเซต์(บอร์โดซ์) ท่าเรือแห่งดวงจันทร์(บูร์ช) มหาวิหารแซงต์-เอเตียนน์(คาร์คาสซอนน์) นครคาร์คาสซอนน์
(ชาร์ตร์) มหาวิหารโนเทรอดามแห่งชาร์ตร์(กอร์สใต้) ช่องแคบปีอานาอ่าวชีโรลาตาอุทยานสงวนสก็องโดลา(ดอร์ดอญ) อุทยานก่อนประวัติศาสตร์และถ้ำแห่งหุบเขาเวแซร์
(ฟงแตนบโล) พระราชวังฟงแตนบโล(โอตส์-ปีเรเนส์และอารากง) ปีเรเนส์-มงต์ แปร์ดู (ร่วมกับประเทศสเปน) • (เลอ อาฟวร์) เลอ อาฟวร์สร้างใหม่
(ลัวเรต์, ลัวร์-เอต์-แชร์, แอ็งดร์-เอต์-ลัวร์และแมน-เอต์-ลัวร์) ลุ่มแม่น้ำลัวร์(ลียง) อุทยานประวัติศาสตร์ลียงโบราณ(มาร์มาญ) แอบบีฟงเตอเน(มีดี-ปีเรเนส์และลองเกอด็อก-รูซียง) คลองแห่งมีดี
(มองช์) มงต์-แซงต์-มีแชลและอ่าว(นองซี) จัตุรัสสตานิสลาส(โอรองช์) โรงละครโบราณแห่งโอรองช์ประตูชัยแห่งโอรองช์(ปารีส) ชายฝั่งแม่น้ำแซน(โปรแว็ง) เมืองแห่งงานรื่นเริงยุคกลาง
(ราบาสตอง) มหาวิหารแซงต์เอเตียนน์แห่งบูร์ก(แรงส์) มหาวิหารโนเทรอดามแห่งแรงส์แอบบีแซงต์-เรอมีแห่งแรงส์พระราชวังแห่งโต(เรอมูแล็งส์) สะพานแห่งการ์ด
(รูออง - ในปี พ.ศ. 2552) มหาวิหารโนเทรอดามแห่งรูอองโบสถ์แซงต์-อูอ็องแห่งรูอ็องนาฬิกาอ้วนรัฐสภาแห่งนอร์มองดี(แซงต์-เอมีลียง) ศาลแห่งแซงต์-เอมีลียง
(แซงต์-ซาแว็ง) แอบบีแซงต์-ซาแว็ง-ซูร์-การ์ตองป์(สตราสบูร์ก) เกาะใหญ่(แวร์นง - ในปี พ.ศ. 2553) มูแล็งโบราณโบสถ์แห่งบีซีหมู่บ้านจิตรกรแห่งชีแวร์นี
(แวร์ซายส์) สวนและพระราชวังแวร์ซายส์(เวเซอเล) แอบบีเวเซอเลและเนินเขา
(ประเทศฝรั่งเศส) เส้นทางแซงต์-ฌากส์-เดอ-กงโปสเต็ล(ประเทศเบลเยียมและประเทศฝรั่งเศส)หอระฆังแห่งเบลเยียมและฝรั่งเศส
เครื่องมือส่วนตัว