อาลบี
พิกัดภูมิศาสตร์: 43°55′44″N 2°08′47″E / 43.928889°N 2.146389°E
| อาลบี Albi |
|
| ทัศนียภาพของสะพาน ตัวเมืองเก่า และมหาวิหาร | |
| ที่ตั้ง | |
| ระบบการบริหาร | |
|---|---|
| ประเทศ | ฝรั่งเศส |
| แคว้น | มีดี-ปีเรเน (Midi-Pyrénées) |
| จังหวัด | ตาร์น (Tarn) |
| เขต | อาลบี (Albi) - เป็นเมืองหลัก |
| อำเภอ | ไม่มี (เนื่องจากเป็นเมืองหลัก) |
| สหเทศบาล | อาลบีฌัว |
| นายกเทศมนตรี | Philippe Bonnecarrère (ตั้งแต่ 2001) (2008-2014) |
| สถิติ | |
| ความสูง | 130–308 เมตร (430–1,000 ฟุต) (avg. 23 เมตร/75 ฟุต) |
| เนื้อที่1 | 44.26 กม² (17.09 ไมล์²) |
| ประชากร2 | 48,916 (2010) |
| - ความหนาแน่น | 1,105 /km² (2,860 /sq mi) |
| ข้อมูลอื่นๆ | |
| รหัสINSEE/รหัสไปรษณีย์ | 81004/ 81000 |
| 1 ตามทะเบียนที่ดินของฝรั่งเศสที่ไม่รวมปากแม่น้ำ, ทะเลสาบ, สระ และธารน้ำแข็งที่ใหญ่กว่า 1 กม2 | |
| 2 Population sans doubles comptes: ประชากรสองท้องถิ่น (เช่น นักเรียนหรือทหาร) นับเป็นคนเดียว | |
| อาลบี * | |
|---|---|
วิวแบบพาโนรามา |
|
| ประเทศ | |
| ประเภท | มรดกทางวัฒนธรรม |
| เกณฑ์พิจารณา | (iv) (v) |
| ประวัติการจดทะเบียน | |
| จดทะเบียน | 2010 (คณะกรรมการสมัยที่ 34) |
อาลบี (ฝรั่งเศส: Albi) เป็นเมืองหลัก (Chef-lieu) ของเขตจังหวัดตาร์น แคว้นมีดี-ปีเรเน ทางภาคใต้ของประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บนแม่น้ำตาร์น ห่างจากเมืองตูลูซ ประมาณ 85 กิโลเมตร จากทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
เมืองอาลบี เคยเป็นเมืองที่อยู่ภายใต้การปกครองของอัครมุขนายกแห่งอาลบี ซึ่งอยู่ในมุขมณฑลแห่งอาลบี (Diocese of Albi) เขตเมืองอาลบี ได้แก่ เมืองเก่า ซึ่งในปัจจุบันตั้งอยู่ตรงกลางใจเมือง และบริเวณรอบของมหาวิหารอาลบี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมื่อปีค.ศ. 2010 ในนาม Espicopal City of Albi (ฝรั่งเศส: Cité épiscopale d'Albi)
เนื้อหา |
การปกครอง[แก้]
เมืองอาลบีเป็นศูนย์กลางการปกครอง (Chef-lieu) ประกอบด้วยตำบล (Canton) ทั้งหมด 6 ตำบล แบ่งย่อยออกเป็นเทศบาลรวมทั้งสิ้น 18 เทศบาล (Commune)
ประวัติ[แก้]
ได้มีการค้นพบหลักฐานการตั้งรกรากของมนุษย์สมัยยุคสำริด (ประมาณ 3,000-600 ปีก่อนคริสตกาล) และหลังจากชัยชนะของชาวโรมันต่อชาวกอลในปี 51 ก่อนคริสตกาล เมืองได้ถูกเรียกว่า Civitas Albigensium การขุดค้นทางโบราณคดีไม่พบหลักฐานสมัยโรมันเก่า จึงสันนิษฐานได้ว่าอาลบีจัดเป็นเมืองในยุคโรมันสมัยใหม่
ในปีค.ศ. 1040 ได้มีการขยายตัวเมือง และมีการสร้างสะพาน (สะพานเก่า หรือ Pont Vieux) มีการขยายเมืองใหม่ เนื่องจากการค้าขายระหว่างเมืองทำให้อาลบีเริ่มมีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ อีกทั้งยังมีการเรียกเก็บค่าผ่านทางจากใช้สะพานอีกด้วย
ในปี.ศ. 1208 พระสันตะปาปาและกษัตริย์แห่งฝรั่งเศสได้ร่วมมือกันทำสงครามกับพวกนอกรีต แคทาร์ พื้นที่แถบนั้นประสบความยากลำบากจากสงครามจนต้องถูกผนวกเป็นเมืองขึ้นต่อกษัตริย์ฝรั่งเศส
หลังจากสงครามเสร็จสิ้นลงราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 พระสังฆราชแบร์นาร์ เดอ กัสตาแน ได้สร้างพระราชวังเสร็จ โดยมีลักษณะเป็นป้อมปราการ โดยต่อมาเขาได้สั่งให้มีการสร้างมหาวิหารนักบุญเซซีลีอาตั้งแต่ปีค.ศ. 1282 ในขณะนั้นเป็นยุคที่รุ่งเรืองทางการค้า จากการปลูกต้นคราม พืชที่ใช้สำหรับการย้อมผ้า เพื่อการค้า โดยมีประจักษ์พยานจากความร่ำรวยได้จากบ้านเรือนที่ตกแต่งแบบเรอแนซ็องส์ อาลบีก็ได้เก็บรักษามรดกความสวยงามทางสถาปัตยกรรมตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงทุกวันนี้
แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ[แก้]
อาลบีเริ่มต้นจากส่วนของมหาวิหารและอาคารพิธีต่าง ๆ อาณาเขตนี้กินพื้นที่กว่า 63 เฮกตาร์ โดยอาคารต่างๆมีลักษณะเด่นคืออิฐสีแดงแบบล็องก์ด็อก อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอาลบี ตูลูซ และมงโตบ็อง
มหาวิหารอาลบีถือเป็นงานสถาปัตยกรรมกอทิกชั้นเลิศ สร้างราวคริสต์ศตวรรษที่ 13 ถึง 15 โดยมีลักษณะที่โดดเด่นทางการออกแบบอย่างตรงกันข้าม โดยเฉพาะภายนอกที่เป็นป้อมปราการอย่างแข็งแรง และงานตกแต่งภายในอย่างวิจิตรพิสดาร สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ความศรัทธาในคริสต์ศาสนาภายหลังจากการสงครามกับพวกนอกรีตแคทาร์ ตัววิหารขนาดใหญ่นี้สร้างจากอิฐซึ่งได้ทนทานมานับศตวรรษ ประกอบด้วย ประตูทางเข้า Dominique de Florence หอระฆังสูง 78 เมตร เบญจาคริสต์ที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้า (สร้างราวปี ค.ศ. 1515-1540) ฉากกางเขน เป็นฉากแกะบนหินในแบบกอธิกช่วงปลาย ที่มีผลงานรูปสลักของศิลปินชาวเบอร์กันดีกว่า 200 รูป
อีกหนึ่งสิ่งก่อสร้างที่สำคัญ ที่มาอายุมากกว่าพระราชวังพระสันตะปาปาแห่งอาวีญง คือพระราชวังพระสังฆราช (Palais de la Berbie) ซึ่งในปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ตูลูซ-โลแทร็ก (Musée Toulouse-Lautrec) ซึ่งเป็นปราสาทที่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดในประเทศฝรั่งเศส พระราชวังแห่งนี้สร้างเสร็จราวช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 โดยชื่อเรียกมาจากภาษาอ็อกซิตัน ว่า บิสเบีย (Bisbia) มีความหมายว่า พระสังฆราช
สะพานเก่า (Pont Vieux) ซึ่งยังใช้มาถึงปัจจุบันมีอายุเกือบหนึ่งพันปี โดยแรกสร้างโดยหินในปีค.ศ. 1035 แล้วเสริมด้วยอิฐในภายหลัง มีเสาโค้งจำนวน 8 เสา มีความยาวสะพานรวม 151 เมตร ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 ได้มีการดัดแปลงเพิ่มเติมให้มีลักษณะเป็นป้อมปราการ โดยมีสะพานยกคอยป้องกันการรุกราน
มรดกโลก[แก้]
องค์การยูเนสโกได้ยกย่องถึงตัวสะพานเก่า (Pont-Vieux) ย่านโบสถ์แซ็ง-ซาลวี (Collégiale Saint-Salvi) ย่านมหาวิหารแบบป้อมปราการ (ปลายศตวรรษที่ 13) ในแบบสถาปัตยกรรมกอทิกชั้นเยี่ยมตามแบบฝรั่งเศสตอนใต้โดยใช้อิฐสีส้มพื้นเมือง พระราชวังพระสังฆราช (Palais de la Berbie) และย่านที่อยู่อาศัยโบราณ ทำให้องค์ประกอบโดยรวมของเมืองแห่งอาลบี มีอัตลักษณ์อันหนึ่งอันเดียวกันที่ไม่เปลี่ยนแปลงในรอบหลายร้อยปี ตั้งแต่ยุคกลางจนถึงปัจจุบัน[1]
ดูเพิ่ม[แก้]
อ้างอิง[แก้]
- ↑ http://whc.unesco.org/en/list/1337 UNESCO:Episcopal City of Albi